Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-05 21:40:09

ทั้งสามคนจึงจำใจเดินออกมาจากห้องไม่อยากเซ้าซี้ถามภาคินอีก ปล่อยให้อยู่คนเดียวไปก่อน เพราะสภาพจิตใจของภาคินตอนนี้ค่อนข้างจะเปราะบาง ส่วนมินก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าระหว่างพี่ชายตัวเองกับกิ่งมันเกิดอะไรขึ้นกับทั้งคู่กันแน่

พอมินออกมาจากห้องแล้ว ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าถือโทรหามะลิทันที เพื่อบอกอาการของพี่ชายตัวเองให้มะลิรับรู้ พอมะลิรับสายมินก็เล่าอาการป่วยของภาคินให้มะลิฟังพร้อมกับเรื่องการถอนหมั้นของภาคินที่ยังไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวของทั้งสองฝ่าย

"ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่คินจะเดินไม่ได้อีก" มะลิพูดออกมาด้วยความเห็นใจ

"แต่ฉันก็หวังนะ ว่าพี่คินจะกลับมาเดินได้อีก" มินพูดออกไปอย่างมีความหวัง

"ฉันเอาใจช่วยเธอนะ หวังว่าคงจะมีปฏิหาริย์เกิดขึ้นกับพี่คิน"

"ขอบใจนะมะลิ ที่ให้กำลังใจกันเสมอ"

เธอกับมะลิเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะตอนเด็กๆ เธอตามพ่อกับแม่และพี่ชายไปที่สวนส้มตลอด จึงได้เจอกับมะลิที่อยู่ไร่เจริญกิจซึ่งอยู่ติดกันกับสวนส้มทำให้ทั้งคู่สนิทกันตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

"จ้ะ เป็นเพื่อนกันก็ต้องให้กำลังใจสิ"

"ส่วนเหตุผลที่พี่คินถอนหมั้นฉันว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ" มินเอ่ยขึ้น

"ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้นล่ะ"

"ก็เท่าที่ฉันสังเกตพี่กิ่งทำตัวแปลกๆไม่เหมือนเดิม ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน" มินถอนหายใจแรงๆ

"ฉันว่าเดี๋ยวก็คงคืนดีกันเองแหละ พี่คินเขารักพี่กิ่งมากใครๆก็รู้" มะลิพูดปลอบใจมิน

"ขอให้เป็นอย่างที่เธอว่าก็แล้วกัน ฉันไม่กวนแล้วแค่นี้ก่อนนะ" มินเอ่ยขึ้น

"จ้ะ " มะลิรับคำสั้นๆ

หลังจากที่วางสายจากมิน มะลิก็อดเป็นห่วงภาคินไม่ได้ ตอนนี้สภาพจิตใจคงจะแย่มากที่ต้องกลายเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ แถมยังมามีปัญหากับคู่หมั้นของตัวเองอีก

"อ้าว มะลิมานั่งอยู่ตรงนี้เอง พี่เดินหาตั้งนาน"

"มีอะไรหรือเปล่าคะ พี่ต้น" หันไปมองหมอหนุ่มที่เดินเข้ามายืนตรงหน้าเธอ

"พี่แค่จะชวนไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน"

"เที่ยงแล้วเหรอคะ" ลุกขึ้นยืน

"ใช่เที่ยงแล้วไปกันเถอะ" เดินนำหน้ามะลิออกไป

"ค่ะ" รับคำแล้วเดินตามหลังหมอหนุ่มไป

ทั้งคู่พากันเดินไปยังโรงอาหารของโรงพยาบาล หลังจากที่ชื้อกับข้าวเสร็จแล้วก็ไปนั่งที่โต๊ะมุมหนึ่งของโรงอาหาร มะลิเอาแต่นั่งเหม่อเขี่ยข้าวในจานไปมา

"มะลิเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมไม่ทานล่ะ" หมอต้นถามขึ้น

"เปล่าค่ะ มะลิไม่ได้เป็นอะไร" รีบตักข้าวเข้าปาก

"มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็บอกพี่ได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ"

"ขอบคุณค่ะ มะลิแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง" เธออดที่จะคิดเรื่องของภาคินไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง

"ไม่มีอะไรก็ดีแล้วล่ะ" ก้มหน้าทานข้าวต่อ

หลังจากที่ทั้งคู่ทานข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง มะลิแยกตรงไปยังแผนกผู้ป่วยหญิง ส่วนหมอต้นแยกไปยังห้องตรวจโรคทั่วไปของตัวเอง ทั้งคู่เพิ่งจะสนิทและรู้จักกันก็ตอนที่มะลิได้มาบรรจุที่โรงพยาบาลประจำอำเภอนี้ และเพราะส่วนมากมะลิจะตามไปตรวจคนไข้กับหมอต้นอยู่เป็นประจำ ถ้าหากหมอมาตรวจคนไข้ที่แผนกผู้ป่วยหญิง

ด้านกิ่งหลังจากที่ออกมาจากโรงพยาบาลตรงไปยังโรงแรมของตัวเอง แล้วขึ้นไปยังห้องทำงานกำลังนั่งทำงานไปเงียบๆ กายก็เดินเข้ามาในห้องเธอ

"ว่าไงที่รักของผม" เดินเข้าไปยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของกิ่ง

"คุณจะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อนคะ" ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"คุณจะมาเคร่งครัดอะไรตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนะ อีกอย่างเลขาคุณก็ไม่อยู่ไปไหนก็ไม่รู้"

"ช่างเถอะ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ"

"ผมจะมาถามว่าภาคินเป็นยังไงบ้าง คุณจะหงุดหงิดทำไม"

"เขาฟื้นแล้วค่ะ แต่ว่าเป็นอัมพาตเดินไม่ได้"

"จริงเหรอ" พูดออกไปด้วยความตกใจ

"ค่ะ คิดไปคิดมาฉันก็มีส่วนที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้เหมือนกัน"

"มันเป็นอุบัติเหตุคุณอย่าคิดมากเลย แล้วอีกอย่างคุณคงไม่อยากจะอยู่กับคนพิการใช่ไหม" กายจ้องหน้ากิ่ง

"ฉันรู้ค่ะ แต่มันก็อดที่จะคิดไม่ได้หรอก" จะให้เธอไม่รู้สึกอะไรเลยมันก็ทำไม่ได้เพราะเธอกับภาคินก็รักกันมานาน

"ผมเข้าใจนะ แล้วเรื่องถอนหมั้นล่ะ คุณจะเอายังไง"

"พี่คินจะบอกทุกคนเองค่ะ ว่าเขาขอถอนหมั้นกิ่งเอง ไม่ใช่กิ่งเป็นฝ่ายขอถอนหมั้นเขา"

"ก็ดีคงจะรู้ตัวสินะ ว่าคงไม่มีใครอยากอยู่กับคนที่ช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้ แล้วจะมาดูแลคนอื่นได้ยังไง"

"คุณมีธุระกับฉันแค่นี้ใช่ไหมคะ"

"เปล่าผมจะชวนคุณไปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนผมคืนนี้"

"คุณไปเถอะค่ะ พรุ่งนี้เช้ามีประชุมฉันกลัวจะตื่นไม่ไหว"

"ก็ได้ผมเข้าใจ ถ้างั้นผมกลับไปทำงานก่อนนะ" ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มกิ่งหนึ่งทีแล้วเดินออกจากห้องไป

ติ๊ดๆ เสียงโทรศัพท์กิ่งดังขึ้น พอเธอเห็นชื่อโชว์ขึ้นหน้าจอก็แอบตกใจเล็กน้อย แต่ก็กดรับสายทันที

"ฮัลโหลค่ะ น้องมิน"

"พี่คินเป็นฝ่ายขอถอนหมั้นพี่กิ่งจริงๆเหรอคะ" เปิดประเด็นขึ้นทันที

"เอ่อคือ พี่คินเขาเป็นฝ่ายขอถอนหมั้นพี่เองจ้ะ" พูดออกมาไม่เต็มปาก

"พี่กิ่งแน่ใจนะคะ ว่าไม่ได้เป็นฝ่ายขอถอนหมั้นพี่คิน"

"แน่ใจสิจ้ะ เราสองคนรักกันมากน้องมินก็รู้"

"แล้วเพราะอะไรคะ พี่คินถึงขอถอนหมั้นพี่"

"พี่คินบอกว่าอย่าเอาชีวิตของพี่ไปฝากกับคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างเขาเลย พี่คินไม่อยากจะเป็นภาระให้พี่"

"แล้วพี่กิ่งก็ยอมเหรอคะ"

"ตอนแรกพี่ก็ไม่ยอมหรอก แต่พี่คินเขาไล่พี่เหมือนไม่รักกันเลย มินจะให้พี่ทำยังไงได้ล่ะ"

"พี่กิ่งก็รู้ว่าตอนนี้พี่คินเขาอ่อนแอทั้งจิตใจและร่างกาย พี่ควรจะดูแลเอาใจใส่เขาให้มากๆ"

"พี่รู้ เอาเป็นว่าพี่จะไปเยี่ยมบ่อยๆ ก็แล้วกัน"

"มินลูกมาช่วยแม่หน่อย" เสียงอัมพรเรียกมินอยู่ทางด้านหลัง

"งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ ไว้เจอกันค่ะ" รีบวางสายทันที

"จ้ะ" กิ่งรับคำพร้อมกับถอนหายใจแรงๆ

"มีอะไรคะ แม่"

"ลูกไปช่วยพูดกับคินหน่อย แม่ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วให้พี่เขายอมทานข้าว"

"ค่ะ" มินรีบเดินเข้าไปข้างในห้องทันที มองพี่ชายที่นอนหันหลังอยู่บนเตียง พอเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างเตียงก็ยื่นมือไปจับไหล่ภาคินเพื่อพูดคุยกัน

"พี่คินทำไมไม่ยอมทานข้าวล่ะคะ"

"พี่ไม่หิวเอาไปเก็บเถอะ"

"พี่อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ มินขอร้องล่ะทานสักคำสองคำก็ยังดี"

"มินยังจะหวังให้พี่กลับมาเดินได้อีกเหรอ ขนาดจะเข้าห้องน้ำยังต้องนั่งรถเข็นเลย ให้พี่ตายไปเถอะ พี่ไม่อยากอยู่แล้ว"

"หวังสิคะ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่มินยังไม่หมดหวังหรอกค่ะ พี่ก็เหมือนกันอย่าเพิ่งหมดหวังเลยเพื่อตัวเอง"

"พี่อยากตาย" น้ำไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

"มินรักพี่นะคะ อย่าพูดแบบนี้สิ ถ้าพี่ตายไปมินกับพ่อแม่จะอยู่กับใคร" นั่งลงบนเตียงขยับเข้าไปสวมกอดภาคินไว้แน่นพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้แต่ก็กลั้นไม่อยู่

อัมพรได้แต่ยืนมองสองพี่น้องกอดปลอบกันอยู่บนเตียงทั้งน้ำตา สุวัตรเดินเข้ามาพอดีอัมพรจึงเดินเข้าไปสวมกอดสามีตัวเอง สุวัตรมองภาพตรงหน้าน้ำตาคลอเบ้า

หลังจากที่ภาคินสงบสติอารมณ์ได้แล้วก็ยอมทานข้าวแต่โดยดี พอทานข้าวเสร็จพยาบาลก็ช่วยกันพาตัวภาคินลงจากเตียงนั่งลงบนวีลแชร์ เพื่อไปสูดอากาศที่สวนหย่อมหลังโรงพยาบาลเผื่อภาคินจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง โดยมีมินตามไปด้วย

"เป็นไงค่ะ รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม" มินยื่นมือไปจับมือภาคินไว้

"พี่อยากจะกลับบ้านเร็วๆ"

"อีกไม่กี่วันก็ได้กลับแล้วค่ะ เดี๋ยวมินจะจ้างพยาบาลพิเศษไปอยู่บ้านเรา จะได้ทำกายภาพกับคอยช่วยเหลือดูแลพี่ด้วย"

"พี่ขอไปอยู่บ้านหลังเล็กนะ"

"ทำไมล่ะคะ"

"พี่ต้องนั่งวีลแชร์อยู่บ้านหลังเล็กสะดวกกว่า"

"ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นมินจะชื้อวีลแชร์ไฟฟ้าให้พี่ด้วยดีกว่าจะได้สะดวกมากขึ้น"

"พี่ว่าไม่ต้องจ้างพยาบาลมาหรอก"

"ทำไมล่ะคะ พี่ต้องทำกายภาพบำบัดทุกวันนะคะ"

"ทำไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ยังไงพี่ก็เดินไม่ได้อยู่ดี"

"มินบอกพี่แล้วใช่ไหมคะ ว่าอย่าเพิ่งหมดหวังถ้ายังมีลมหายใจอยู่ เชื่อมินนะคะ"

"พี่ขอนั่งเงียบๆ สักพักนะ" ภาคินนั่งเหม่อลอยมองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย อดที่จะคิดถึงกิ่งคนที่เขารักมากที่สุดไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่เธอหมดรักเขาแล้ว ยิ่งเขามีสภาพอย่างนี้ใครจะอยากเข้าใกล้ น้ำตาเอ่อไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 179

    "ผมว่าเด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก มีแต่ผู้ใหญ่เนี่ยแหละที่คิดมากไปเอง ผมว่าคุณอย่าเข้มงวดกับลูกไปหน่อยเลย" หมอต้นเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน "ก็ได้ผมจะปล่อยเด็กไปตามวัยก็ได้ แต่ถ้าโตขึ้นผมไม่รับประกันนะ ว่าจะเป็นยังไง" ภาคินกระดกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม "แม้หวงแต่ลูก อย่าลืมหวงเมียด้วยก็แล้วกันค่ะ"

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 178

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ สวนส้มพงษ์ไพศาลครอบครัวของภาคินกับหมอต้นมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านพักในสวนเพื่อมาผ่อนคลายพักผ่อนกันในวันหยุดและถือโอกาสพาเด็กๆ ทั้งสองบ้านมาเล่นด้วยกัน ระหว่างที่มะลิกับมินกำลังช่วยกันทำกับข้าวลูกๆ ก็พากันวิ่งเล่นไล่จับอยู่บริเวณในสวน ส่วนภาคินกับหมอต้นก็นั่งดื่มพร้อมกับแกล้มเนื้อย่

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 177

    "แล้วคิดจะมีอีกสักคนไหมคะ" "แล้วมินไหวไหมละ ถามอย่างนี้อยากมีใช่ไหม" "ไม่ใช่ค่ะ มินแค่ถามเฉยๆเอง แค่รินกับตินก็เหนื่อยมากแล้ว พี่ไหวเหรอ" "สำหรับพี่แค่นี้ก็พอแล้ว มีกันแค่สองคนพี่น้องก็พอ และที่สำคัญมีเมียที่น่ารักอยู่ข้างๆแบบนี้ตลอดไป พี่ไม่ขออะไรอีกแล้วล่ะ" จูบหน้าผากมนเบาๆ "มินก็เหมือนกันค

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 176

    "มะลิกำลังยั่วพี่อยู่ใช่ไหม" "เปล่าสักหน่อยค่ะ" พูดพลางเดินไปยืนตรงใต้ฝักบัวพร้อมกับเปิดน้ำไหลลงมาอาบบนเรือนร่างบาง ภาพตรงหน้ามันช่างยั่วยวนปลุกความกำหนัดของคุณพ่อลูกสามยิ่งนัก ภาคินไม่รอช้ารีบถอดกางเกงยีนส์และกางเกงชั้นในออกด้วยความรวดเร็ว แล้วเข้าไปยืนซ้อนหลังเมียรักพร้อมกับใช้มือหนาลูบไล้ไปตร

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 175

    ภาคินกับมะลิกำลังแต่งตัวกันอยู่ในห้องเพื่อจะพาเด็กๆ เข้าไปเล่นในสวนส้มด้วยในวันนี้ ทั้งสองคนกำลังจูบคลอเคลียกันอย่างดูดดื่มอยู่ตรงหน้ากระจกแต่งตัว ริมฝีปากหนาจูบดูดกลืนความหวานจากริมฝีปากอ่อนนุ่มไม่ยอมหยุด จนคนที่ถูกเล้าโลมแทบจะหายใจไม่ออกจึงผลักไหล่หนาออกเบาๆ "พอได้แล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันที

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 174

    ภาคินพอดูออกว่ามะลิยังคงน้อยใจเรื่องเมื่อตอนกลางวันอยู่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดทำร้ายจิตใจเธอสักหน่อย ก็แค่พูดเล่นๆเองแต่เธอก็จริงจังไปได้มันน่าน้อยใจนัก ร่างหนาขยับตัวเข้าไปสวมกอดร่างบางเอาไว้พร้อมกับสูดดมกลิ่นกายหอมๆ เข้าสู่ปอดด้วยความชื่นใจ "ยังงอนพี่อยู่เหรอ" "เปล่าค่ะ นอนเถอะ" "มะลิอยากให้พี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status