Se connecter3วันแล้วที่ผู้หญิงร่างเล็กเอาแต่ร้องไห้อยู่ในห้องไม่ได้ไปเรียน จนเพื่อนสนิทอย่างทิตาลินต้องตัดสินใจมาหาที่หอพัก ทั้งๆที่มนต์พระพายเคยขอเอาไว้ว่าอย่ามา เกรงว่าแฟนหนุ่มจะอึดอัด…ดูเอาเถิดเธอรักเขาแค่ไหน
“พาย” เสียงที่เรียกหน้าห้องทำคนที่โทรมซมเดินเอื่อยเฉื่อยไปแง้มประตู “ทำไมเป็นงี้หล่ะ!!” ชุดนอนสีสันสดใสลายการ์ตูนที่เธอชอบสวมใส่ ชุดแบบที่ปรินวัชร์เรียกว่าหน่อมแน่ม บัดนี้เมื่ออยู่กับคนที่มีสภาพดวงตาบวมเป่งริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุยก็ดูหมองลงทันที “เราเลิกกับเขาแล้ว เขาเบื่อเรา เขาบอกว่า…เราเอาแต่ใจ ลิน…พายผิดอะไร ฮึก!!” 3วันที่เธอเอาแต่ถามตัวเองซ้ำๆจนตรอมตรมก็ยังไม่ได้คำตอบ “ไม่ผิด!! พายไม่ผิด คนเห็นแก่ตัวนั่นต่างหากที่ผิด พายอย่าเป็นแบบนี้เถอะนะ ลินขอร้องไม่เห็นแก่ใครก็เห็นแก่…อีกคน” ใช่!! มนต์พระพายท้อง พึ่งตรวจเจอวันที่ไปงานวันเกิดแม่ของแฟนหนุ่มนั่นแหละ ตรวจเจอในวันที่ความสัมพันธ์ของเธอและเขาไม่เหมือนเดิม และสุดท้าย…เธออุ้มท้องคนเดียว!! “เรากินข้าวตลอด ไม่อยากกินเราก็ฝืน ลิน…เรา…เอาเขาออกดีไหม?” เสียงสั่นๆที่ถามเพื่อนสาวใครก็รู้ว่าการตัดสินใจไม่มั่นคง ทิตาลินดึงเพื่อนที่ปล่อนโฮเข้ามากอด “เขาไปแล้ว คงสั่งให้เขาตัดสินใจอะไรร่วมกันไม่ได้ พาย…” ทิตาลินดันเพื่อนออกจากอ้อมอกก่อนจะเช็ดน้ำตาให้ด้วยความอ่อนโยน “พายเป็นคนต้องอุ้มท้อง ต้องรับแรงกระแทกหลายอย่าง เรื่องนี้พายตัดสินใจได้เลยนะ มันไม่ใช่เรื่องผิด ลินอยู่ข้างๆพาย” หากโลกนี้จะมีใครที่หวังดีกับเธอจริงๆก็ต้องบอกว่าทิตาลินคือหนึ่งในนั้น ตอนนี้เธอตัดคนที่เอาวางไว้อันดับหนึ่งเรื่องความไว้ใจออกไปแล้ว ปรินวัชร์ไม่ควรอยู่ในลิสต์คนที่หวังดีกับเธอจริงๆ “เรื่องนี้พายขอคิดอีกหน่อย พายไม่อยากทำร้ายเลือดเนื้อของคนที่พายรัก” เพื่อนสนิทของเธอเข้าใจมันดี ถึงแม้จะแช่งชักพ่อของหลานในท้องเพื่อน ก็ยังเข้าใจดีว่าคนที่รักมานานมันตัดใจยาก เธอเคยเห็นตัวอย่างมาแล้ว… คืนนั้นทิตาลินเลือกอยู่เป็นเพื่อนมนต์พระพาย ทั้งชวนเพื่อนอาบน้ำ แต่งตัว เพื่อไปซื้อของทีี่ห้าง ดวงตาที่เคยเศร้าตรมบัดนี้แวววาวสดใสเพียงเห็นชุดเด็กแรกเกิดที่แขวนตามราวในห้าง บางตัวน่ารักจนอดจะลูบไล้ไม่ได้ “ถ้าเราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว คุณย่าคงหยิกเนื้อเขียว เผลอๆคงโดนไบ่ออกจากบ้าน” คนที่ลูบผ้านุ่มไปพูดไปทำทิตาลินเอ็นดู “พายอยากเก็บเขาไว้ไหม ลินหมายถึงว่าหากทำอย่างที่พายคิด พายจะเสียใจทีหลังไหม” คำถามของเพื่อนทำเธอชะงักก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก “เสียใจสิ พาย…อยากเก็บพยานรักของคนที่พายรักไว้ แต่ว่า…พายกลัว” คนที่ความกลัวถาโถมทุกทางจนคนเป็นเพื่อนรีบขยับเข้ามาปลอบ “พายต้องเลือกทำในสิ่งที่พายมีความสุขนะ บางอย่างมันย้อนเอาเวลากลับคืนมาไม่ได้” หากเลือกเอาออกความเสียใจต้องวนอยู่ในชีวิตจนร่างกายและจิตใจบอบบางต้านทานไม่ไหว แต่หากเอาไว้อาจต้องแลกกับอนาคตที่ทิตาลินคิดว่าสำคัญพอๆกัน ทางไหนก็ต้องสูญเสีย แต่เธออยากให้เพื่อนเลือกทางที่มีความสุขที่สุดเธอรู้ว่าผู้เป็นพ่อที่ล่วงลับไปแล้วและผู้เป็นลุงที่ไม่กล้าสู้หน้าคุณย่าติดค้างอะไร คุณย่าที่แม้ปากแข็งตั้งปณิธานเอาไว้ว่าหากบุตรขายทั้งสองไม่ร้องขอก็จะไม่เอ่ยปากให้ช่วย คนในไร่นี้เล่าเป็นเสียงเดียวกันให้เธอฟังทุกคน มนต์พระพายตั้งใจไว้แล้วว่า ข้อผิดพลาดตรงนี้เธอจะรับหน้าที่แก้ไขเอง“เจียดพรุ่งนี้โทรตามทนายชานนมาพบฉันหน่อย” หลังจากหลานสาวขอตัวไปจับเด็กอ้วนอาบน้ำ คุณมนตราหันไปบอกแม่บ้านประจำตัวทันทีทนายที่เป็นทนายความของลูกชายคนเล็กคือคนที่คุณมนตราเลือกมาจัดการอะไรหลายอย่างให้เรียบร้อย ต่อให้หลานสาวไม่พูดก็รู้ดีว่าตัวเองมีเวลาไม่มาก“ก้าบ ก้าบ ก้าบ เป็ดอาบน้ำในคลอง ปลาก็จ้องแลมองเพราะในคลองมีหอยปูปลา”“คิก คิก” ฟองน้ำเป็ดสีเหลืองอันเล็กถูกจุ่มลงในน้ำก่อนจะพองตัวดูดซับน้ำจนเต็มอิ่ม จากนั้นผู้เป็นแม่ก็บีบน้ำใส่มือน้อยๆที่แบรับอย่างเช่นทุกครั้งที่อาบด้วยกัน“เปะ เปะ” เสียงเรียกเป็ดที่ไม่ชัดนักทำคนเป็นแม่ยิ้มขำ“เดือนหน้า1ขวบแล้ว ต้องหัดเป่าเค้กนะ” ฟู่ว ฟู่ว ฟองสบู่ถูกสองมือของมนต์พระพายอุ้มขึ้นมาจากน้ำพร้อมเป่าให้บุตรสาวดู เด็กหญิงพรพระจันทร์มองมารดาเพียงครู่ก็ทำตาม ฟู่ว ฟู่ว“เก่งจังเลยยย
และมันเป็นแบบนั้น…ไม่ว่าเธอตะเขียนอะไร เช้าวันถัดมามักจะได้ตามต้องการ คราแีกเริ่มก็ขอของเล่น โตมาหน่อยก็เป็นตุ๊กตาตามภาษาเด็กผู้หญิง แต่หลังจากเสียพวกท่านไป เธอขอพรให้ได้เจอพวกท่านอีก แต่ไม่เป็นผล เขียนไปทุกวันก็ยังเงียบสนิท จนกระทั่งคุณย่ามาเห็นจึงสอบถามหลานสาว เมื่อเธอเล่าทุกอย่าง ท่านกอดปลอบและบอกว่า พ่อกับแม่ส่งย่าให้มาดูแลเธอแทน เมื่อเริ่มโตขึ้นเริ่มเข้าใจ เธอหยุดเขียนขอพรพระจันทร์ไปนานแล้ว จนกระทั่งตั้งครรภ์เป็นหนูน้อยจันทร์เจ้า เธอขอพรพระจันทร์ทุกคืนให้ลูกแข็งแรง และเธอสมหวัง…“ไว้พายออกจากโรงพยาบาลคุณย่าไปแจ้งเกิดให้จันทร์เจ้ากับพายนะคะ” เธอรู้ว่าแม้จะเกิดความสงสัยมากมายกับบ้านจิรากร แต่หากพวกเขาเห็นสายตาร้องขอของเธอ เธอคิดว่าพวกท่านคงเข้าใจ มนต์พระพายไม่คิดปิดบัง เธอย้ายบ้านหนีเขาไม่ได้ จะหลบไปอยู่ที่อื่นเธอก็มีคุณย่าและคนงานในสวนให้ต้องดูแล สักวันนึงหากเขากลับมาและไม่โง่จนดูไม่ออกอย่างไรเขาก็รู้ว่าจันทร์เจ้าเป็นลูกของเขา แต่เธอมีทางออกเรื่องนี้ไว้แล้ว…จากเดือนเลื่อนเป็นปี ตอนนี้มนต์พระพายขยายสวนองุ่นได้เริ่มลงตัว ตั้งแต่ที่เธอโทรสารภาพกับผู้เป็นป้าว่าตั้งท้องโดยไร้พ่อเด็ก
“นี่เป็นสัญญาเก่าที่ลุงเซ็นต์กับคุณมนตรา แต่หากหนูพายบอกว่าสัญญาฝั่งหนูพายหาไม่เจอ ลุงยินดีจะทำสัญญาขึ้นมาใหม่ เรื่องนี้ตั้งใจคุยกับท่านหลายหนแต่ท่านบ่ายเบี่ยงตลอด” เธอกวาดตามองสัญญากู้ยืมที่เที่ยงธรรมที่สุด เพราะคนบ้านจิรากรคิดดอกเบี้ยตามกฏหมายกำหนดทุกประการ เธอไม่กลัวพวกเขาโกง แต่อยากปรับแผนการชำระหนี้ใหม่มากกว่า“พายไม่กลัวว่าคุณลุงคุณป้าจะเอาเปรียบคุณย่าหรอกค่ะ แต่ที่พายมาวันนี้ พายอยากจะคุยเรื่องแบ่งชำระ วันนี้พายตั้งใจนำเงินต้นมาคืน1ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยค่ะ อยากเปลี่ยนสัญญาเป็นยอด9ล้านบาท เอาอัตราดอกเบี้ยที่คุณลุงคุณป้าสะดวก และจากนี้พายจะนำเงินต้นมาคืนในแต่ละเดือน เดือนละ3แสนบาท พายอยากให้เขียนลงในสัญญาด้วยค่ะ” เธอสบตาพวกท่านทั้งสองอย่างเกรงใจ“คือว่าพายไม่ได้จะเรื่องมากนะคะ แต่เพราะว่าระบบบัญชีต้องทำใหม่ พายอยากจัดการเป็นงวดๆไป ลดต้น ลดดอก เพื่อตรวจตราค่าใช้จ่ายให้ได้ครอบคลุมที่สุดค่ะ” คุณปานฤทัยจับมือเธอมาบีบด้วยความเข้าใจ“ป้าไม่เร่งรัดเอาเงินต้นคืน ตั้งใจว่าสัญญาใหม่จะไม่เขียนดอกลงไปด้วยซ้ำ ตั้งแต่หนูพายโทรแจ้งป้าเรื่องสัญญาหาย ป้าว่า…” “ไม่ได้ค่ะ ดอกยังคงมีเหมือนเดิมค่ะ อ
คำพูดของหลานสาวคนเดียวทำคนเป็นย่าน้ำตารื่น ก่อนจะมองมือบอบบางที่เอื้อมมาที่จับมือพร้อมอ้อนวอนนางทางสายตา“เอาไงก็เอากัน ย่าเองก็แก่แล้ว การจัดการก็ย่อมโบราณตามกาลเวลา ย่าอนุญาตให้พายจัดระบบ ระเบียบในสวนใหม่” คำพูดนั้นทำมนต์พระพายฉีกยิ้มทั้งน้ำตา“หนี้สิบล้านพายจะปลดมันให้ได้ด้วยสองมือของพาย คุณย่าแค่นั่งให้กำลังใจพายก็พอค่ะ” แค่นึกถึงว่าใครเป็นเจ้าหนี้เธอก็อยากขายทรัพย์สมบัติที่มีไปชดใช้เสียให้หมด คนบ้าน“จิรากร” คือสิ่งเดียวที่เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย แต่เพราะการเริ่มฟื้นฟูสวนองุ่นนี้ต้องใช้เงินมหาศาล เธอจำใจต้องกลืนความต้องการตัวเองลงไป…อย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็ไม่อยู่อีกหลายปีพอให้เธอได้ทำใจ…“ป้าฤทัยของเราหน่ะเขาไม่เร่งร้อนเรื่องหนี้สิน ดอกเบี้ยย่าก็ให้เขาไม่เคยขาด แต่ว่า…สัญญาของทางเราย่าหาไม่เจอจริงๆ ว่าจะไปขอก็เห็นว่าทางนั้นเขายุ่งๆกับการขยายรีสอร์ท” คำว่า ”ป้าฤทัยของเราหน่ะ“ มันเจ็บจี๊ดอย่าบอกใครเชียว เมื่อตอนนี้เจ้าหนี้ของสวนองุ่นมนตราคือแม่ของบิดาเจ้าหนูในท้อง!! นี่สินะ ยิ่งหนียิ่งเจอ…คำพูดของคุณมนตราทำเธอหนักใจ แต่ไม่อยากแสดงสีหน้ากังวลออกมา“ยังไงเราก็ต้องมีสัญญาเป็นลายลักษอัก
เช้าที่รู้สึกดีมากกว่าทุกวันที่ผ่านๆมา เพราะความหนักอึ้งในใจได้เบาบางลง มนต์พระพายที่อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่7โมงเช้ารีบเข้าครัวช่วยป้าเจียดเตรียมอาหาร“ไม่เวียนหัว ไม่อ้วก ไม่อยากกินอะไรพิเศษเลยหรอคะ” ร่างบางส่ายหัว แน่นอนว่าเธอไม่มีอาการอะไรเลยกินได้ปกติ เหมือนคนไม่ตั้งครรภ์เลย หากไม่ใช่ว่าที่ตรวจครรภ์นับ10อันมันยืนยันด้วยขีดเข้มสองขีดเธอคงคิดว่าตัวเองเครียดจนประจำเดือนเลื่อน“โถว่รักคุณแม่น่าดูเลยนะคะคุณหนูน้อยเนี่ย” เธออมยิ้มที่ลูกใจดีกับเธออย่างที่แม่บ้านเก่าแก่อย่างป้าเจียดพูด “แบบนี้เหมือนกับว่าลูกรักพายใช่ไหมคะ” เธอเตรียมเด็ดกะเพรารีบถามอย่างตื่นเต้น“ค่ะ รักมากๆเชียวแหละ แต่หากอีกฝั่งเขาอ้วกหรือวิงเวียนแทนแสดงว่า อุ้ย!!” คนที่เผลอพูดถึงคนในความลับรีบเอามือขึ้นปิดปาก แววตาไหววูบของหญิงสาวทำป้าเจียดใจเสีย ก่อนเธอจะฉีกยิ้มกว้างบ่งบอกว่าเธอไม่เป็นไร“หากเขาอ้วกหรือวิงเวียนแปลว่าลูกเกลียดเขาใช่ไหมคะ? สาาาาาธุ” สองมือบางยกขึ้นประนมเหนือหัว เพราะก่อนที่จะห่างเหินเขาบ่นบ่อยๆว่าเวียนหัวจนเรียนไม่รู้เรื่องพาลให้หงุดหงิด สมน้ำหน้า!! แม้หน้าตาแม่บ้านจะไม่ได้บอกเช่นนั้น แต่เธอคิดไปเองเรียบร้
“คุณป้า” ทำทีที่กดรับเสียงสะอื้นไห้ที่กลั้นไว้กลับแสดงออกจนปลายสายตกใจ“ร้องไห้ทำไมคะ โดนดุหรอลูก ไม่เป็นไร คุณย่าให้ออกมาไหมป้าจะส่งคนไปรับ” ออกมาไหมนั่นเลี่ยงมาจากคำว่าไล่ออกจากบ้านไหม แต่มันสะเทือนใจเกินกว่าจะใช้คำนั้น เสียงทอดอ่อนทำหลานสาวสะอื้อฮัก“คุณย่าไม่ให้ออกค่ะ คุณย่า…ให้พายรับผิดชอบชีวิตลูกทุกอย่าง” มนต์พระพายพูดถึงข้อตกลงที่ผู้เป็นย่าบอกจนทำให้ปลายสายเช็ดน้ำตาปอยๆ“คุณย่ายังรู้สึกผิดกับพ่อแม่หนู ป้าจะไม่ถามถึงต้นสายปลายเหตุแค่พิมพ์มาป้าเข้าใจทั้งหมด แต่เรามีกันและกันนะลูก หนูมีป้า มีคุณย่า และเรากำลังจะมีดวงใจเพิ่มอีกดวง ทุกอย่างที่ป้าเตรียมไว้ให้หนูก็ยังให้เหมือนเดิม ไม่มีคำว่าผิดหวังในตัวหนูแน่นอน” ความรักที่เธอได้มันมาจนล้น ในวันวานเคยคิดว่าเธอก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องมาอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย ไม่กล้าเล่าความกลัวให้ใครฟัง แต่ตอนนี้ ตอนที่เธอมีปัญหา คนในบ้านกลับสอนให้เธอเข้มแข็ง โอบกอดด้วยความรู้สึกรักจริงๆ หวังดีจริงๆจนเธอเจ็บไปหมด เจ็บที่วันวานเหตุใดจึงเอาใจไปรักคนอื่นมากกว่าคนในครอบครัวกัน“ป้าชาช่า ป้าคิดว่าพายจะฟื้นฟูสวนองุ่นให้ดีขึ้นได้ไหมคะ” ภาพที่ผู้เป็นย่าเ







