Se connecterเขาไม่ได้เก็บเสื้อผ้าตามที่เธอบอก แม้ของๆเขาส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องนี้ แต่ไม่อยากให้เธออาละวาดไปมากกว่านี้จึงโทรแจ้งแม่บ้านเข้ามาเก็บให้ ก่อนจะสตาร์ทรถราคาแพงออกไปที่ร้านเหล้าในตัวเมือง โดยมีคนที่เสียใจจนแทบบ้ายืนมองเขาจากหน้าต่างห้องไปจนลับตา
“ไง หน้าแดงเป็นปื้นขนาดนี้ เมียเก็บมึงฟาดมาหล่ะสิ!!” กวินท์ธัช เพื่อนในกลุ่มที่เป็นเจ้าของร้านเหล้านั่งชิลล์เดินถือผ้าอุ่นมายื่นให้เขา “อือ ฟาดเต็มแรง เหวี่ยงเต็มข้อ!!” มือหนาใช้ผ้าอุ่นประคบที่กรามแกร่งเบาๆ ในใจยังกรุ่นกับคนตัวเล็กที่ไม่เคยยอมเขาสักครั้ง “ก็ไปเหี้ยใส่เขาก่อน เห้อออ ไอ้ปริ้น พายหน่ะทั้งสวยทั้งเก่ง มึงติดอะไรถึงคบเขาแบบหลบๆซ่อนๆวะ” ธีระชลที่นั่งอยู่ก่อนแล้วถามอย่างอ่อนใจ แต่เจ้าของเรื่องอย่างปรินวัชร์กลับเงียบงัน “หึ จะอะไรสะอีก อีโก้สูง หัวสูง มองเขาเป็นแค่เด็กข้างบ้าน ไม่หรูหราไฮโซ กูจะบอกอะไรให้นะไอ้ปริ้น มึงแม่งโคตรสันดานเสีย เอาแต่ใจจนพ่อแม่เอาไม่อยู่เพราะย่ามึงเลี้ยงมาผิดๆ มึงเอาแต่บอกว่าน้องพายเอาแต่ใจตัวเอง มึงเคยมองตัวเองบ้างไหม มึงเนี่ย โคตรพ่อโคตรแม่เอาแต่ใจกว่าอีก!!” ชลินท์กรที่ไม่เคยเห็นด้วยกับการกระทำของเพื่อน เอ่ยด้วยอารมณ์โมโห จนเพื่อนๆต้องตบบ่าให้ใจเย็นลง เกรงว่าจะมีเรื่องชกต่อยกันเสียก่อน ยิ่งตอนนี้ปรินวัชร์อารมณ์ไม่ค่อยคงที่นัก กลุ่มเขามีด้วยกัน4คน แต่ละคนเป็นลูกคนใหญ่คนโต บางคนก็พ่อแม่ทำธุระกิจร่ำรวย และเพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งปรินวัชร์ถูกส่งไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์ในกรุงเทพฯ แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้ห่างเหิน ติดต่อกันมาตลอด จนกระทั่งนิสัยเสียๆหลายอย่างที่ถูกผู้เป็นย่าตามใจเข้าหูคุณศตวรรษ และคุณปานฤทัย ท่านยื่นคำขาดให้เขากลับมาเรียนมหาลัยแถวบ้าน อยากสอดส่องพฤติกรรมลูกชายเอง แต่ปรินวัชร์ก็คือปรินวัชร์ เขาดื้อเงียบที่สุดในบรรดาพี่น้อง3คน วันแรกที่กลับมาอยู่เขาได้เจอเด็กที่มีไร่องุ่นติดอยู่กับรีสอร์ทของเขา มนต์พระพาย ชื่อแปลกจนเขานึกสนใจ ใบหน้าจิ้มลิ้ม ผิวขาวผ่อง ไม่เหมือนลูกชาวสวน ทำเขามักมาแอบดูเธอที่รั้วด้านหลังไร่ทุกวัน ร่างเล็กที่ชอบสวมเสื้อผ้าตัวใหญ่ๆทำเขาอยากรู้ว่าหากเปิดดูมันจะทำให้เขาใจแกว่งได้หรือไม่ จนกระทั่งได้มีโอกาสพูดคุย คำพูดจาอ่อนหวาน พร้อมหว่านล้อมของหนุ่มเมืองกรุงทำเด็กสาวน้อยประสบการณ์หลงใหล ยิ่งใบหน้าชวนฝันเหมือนหลุดออกมาจากซีรี่ย์จีนที่ชอบดูก็ยิ่งมีใจเอนเอียง จนกระทั่งเขาขอเป็นแฟน ความดุของคุณย่ามนตราคือสิ่งที่เขาเอามาเป็นข้ออ้างเก็บเธอไว้ในความลับ จนกระทั่งน้องเข้าเรียนมหาลัยปี1 ส่วนเขาอยู่ปี3วันที่รอคอยก็มาถึง เขาได้สำรวจตรวจตราเธอทุกกระบวนท่า ก่อนจะค้นพบว่าร่างเล็กภายใต้เสื้อหลวมโพลกซ่อนความหอมหวานไว้มากมาย คนที่พอได้ชิมก็อดห้ามใจไม่ไหวเหมือนรถที่เบรคแตก ออกอุบายให้เธอมาอยู่หอพัก กว่าจะสำเร็จเธอใช้น้ำตามากมายเพื่องี่เง่ากับย่ามนตรา แต่สุดท้ายก็ได้อย่างใจหวัง เขาได้กลืนกินเธอทุกวันจนอิ่มหนำ แม้ความรักที่มีจะสุกงอมจนถึงเวลาอันสมควร ที่ควรบอกทางบ้านเพื่อเป็นการให้เกียรติ เขาก็ปล่อยเวลาไปเฉยๆ วันเวลาผ่านไป เมื่อเริ่มอิ่มก็เริ่มเบื่อ!! เสือสุ่มอย่างปรินวัชร์มีหรือจะเก็บเขี้ยวเล็บได้นาน สาวคนไหนที่ฮอตๆ เขาส่งสายตานิดหน่อยก็กลายเป็นมาตามตูดเข้าต้อยๆแทน เมื่อชายคนรักเริ่มออกลาย มนต์พระพายจึงหาวิธีผูกมัด เธอได้มีโอกาสไปร่วมงานวันเกิดป้าฤทัยกับคุณย่ามนตราในฐานะคนบ้านให้เรือนเคียงกัน วันนั้นเธอรวบรวมความกล้าจะประกาศต่อหน้าทุกคน แต่เหมือนเขารู้ทัน เธอถูกข่มขู่ว่าหากทำจะเลิกพร้อมหนีหน้าเธอให้ไกล เธอจึงรีบพับแผนนั้นลง แต่ก็ไม่อาจรั้งหัวใจเขาเอาไว้ได้ …เขาไม่เหมือนเดิมตั้งนานแล้ว… “แล้วนี่มึงจะเอายังไง ถ้าเลิกตอนนี้แล้วน้องไปป่าวประกาศว่าได้กับมึงแล้ว แม่มึงไม่ตีหัวแบะหรอ?” กวินท์ธัชที่อยากให้เพื่อนคิดดีๆรีบเข้าเรื่อง ในเมื่อเรื่องนี้พวกเขาก็มีส่วนผิด ช่วยเพื่อนปิดบังแฟนสาวหลายหน แถมยังช่วยสับรางให้สาวอื่นอีก ผิดกันทุกคน แต่…พวกเขาไม่สามารถห้ามคนอย่างปรินวัชร์ได้จริงๆ คนที่สันดานเสียมันต้องเจอบทเรียนด้วยตัวเอง “ไม่กล้าหรอก รักย่าจะตาย กลัวย่าจะเสียใจ เดี๋ยวกูก็จะไปฝึกงานแล้ว คง…เว้นระยะให้เขาทำใจโดยที่ไม่ต้องเจอกับกูในมอ.” คนที่ไม่ได้รู้สึกดีกับน้ำตาอดีตแฟนสาวพูดตัดบท มือถือเครื่องหรูที่มีสายเข้าจนเครื่องแทบไหม้ทำทุกคนส่ายหัว “นี่ก็เป็นอีกคนที่มึงต้องจัดการ กูบอกแล้วแม่สาวไฮโซแสนมั่นของมึงหน่ะ สลัดยากฉิบหาย” ชลินท์กรเอ่นเซ็งๆ “กูจะเคลียร์คืนนี้แหละ วันนี้คงไม่ดื่มกูจะกลับไปนอนบ้าน ต้องเตรียมของอีก2วันค่อยเจอกัน” ปรินวัชร์พยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่คนที่เป็นเพื่อนมานานกลับส่ายหัวมองเขาเดินออกไปเชื่องช้าด้วยสายตาแห่งความหวังดี “ไปเคลียร์ก็ไม่ใช่นอนกับเขา น้ำฟ้าหน่ะมึงลองจิ้มสักทีเดียว รับลองว่าไม่อยู่เงียบๆเหมือนน้องพายแน่นอน แล้วก็…คิดทบทวนให้ดีๆ อะไรที่เสียแล้วมึงจะดึงกลับมายาก” ถึงรู้ว่าเตือนไปเพื่อนก็ไม่ฟังแต่ก็อยากเตือน อีก3วันพวกเขาต้องไปฝึกงานที่อเมริกา และตั้งใจจะเรียนต่อ ปริญญาโทที่นั่นตามความต้องการของพ่อแม่ จึงอยากดึงสติเพื่อนเอาไว้บ้าง “คนอยากไอ้ปริ้นหรอจะให้ใครมาตบหน้ามันฟรีๆ เมื่อไม่รู้ใจตัวเองก็ตัวใครตัวมัน กลับมาเขามีผัวใหม่กูจะสมน้ำหน้าให้ เสือกเลือกมากดีนัก!!” ธีระชลเอ่ยตามหลังก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม “เลือกนักมักได้แร่…พ่อคนรวย อยากหาคนที่คู่ควร กูอยากจะเห็นคนที่คู่ควรของมันจริงๆ“ ชลินท์กรที่ไม่เคยเห็นด้วยกับเพื่อนและไม่ตามใจเพื่อนสักครั้งพูดเพราะความสงสารผู้หญิงคนนึงที่เจ็บช้ำจากการกระทำของเพื่อนเขา ”พอเถอะหน่า ยังไงมันก็เพื่อน ทำผิดยังไงก็เป็นเพื่อน ถ้ามันตัดสินใจไปแล้ว พวกมึงกับกูก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของมัน“ กวินท์ธัชตัดบท ในหัวไพล่นึกไปถึงคนที่พยายามปิดบังตามคำสั่งเพื่อนเขา พยายามทำตัวแนบเนียนยามพวกเขาบังเอิญเจอเธอกับปรินวัชร์บ่อยๆ มนต์พระพายไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับต่อพวกเขา เด็กสาวที่เก็บความลับจนเหนื่อย…เก็บจนพวกเขาสงสาร …จากนี้ขอให้หลุดพ้นนะน้องพาย…เธอรู้ว่าผู้เป็นพ่อที่ล่วงลับไปแล้วและผู้เป็นลุงที่ไม่กล้าสู้หน้าคุณย่าติดค้างอะไร คุณย่าที่แม้ปากแข็งตั้งปณิธานเอาไว้ว่าหากบุตรขายทั้งสองไม่ร้องขอก็จะไม่เอ่ยปากให้ช่วย คนในไร่นี้เล่าเป็นเสียงเดียวกันให้เธอฟังทุกคน มนต์พระพายตั้งใจไว้แล้วว่า ข้อผิดพลาดตรงนี้เธอจะรับหน้าที่แก้ไขเอง“เจียดพรุ่งนี้โทรตามทนายชานนมาพบฉันหน่อย” หลังจากหลานสาวขอตัวไปจับเด็กอ้วนอาบน้ำ คุณมนตราหันไปบอกแม่บ้านประจำตัวทันทีทนายที่เป็นทนายความของลูกชายคนเล็กคือคนที่คุณมนตราเลือกมาจัดการอะไรหลายอย่างให้เรียบร้อย ต่อให้หลานสาวไม่พูดก็รู้ดีว่าตัวเองมีเวลาไม่มาก“ก้าบ ก้าบ ก้าบ เป็ดอาบน้ำในคลอง ปลาก็จ้องแลมองเพราะในคลองมีหอยปูปลา”“คิก คิก” ฟองน้ำเป็ดสีเหลืองอันเล็กถูกจุ่มลงในน้ำก่อนจะพองตัวดูดซับน้ำจนเต็มอิ่ม จากนั้นผู้เป็นแม่ก็บีบน้ำใส่มือน้อยๆที่แบรับอย่างเช่นทุกครั้งที่อาบด้วยกัน“เปะ เปะ” เสียงเรียกเป็ดที่ไม่ชัดนักทำคนเป็นแม่ยิ้มขำ“เดือนหน้า1ขวบแล้ว ต้องหัดเป่าเค้กนะ” ฟู่ว ฟู่ว ฟองสบู่ถูกสองมือของมนต์พระพายอุ้มขึ้นมาจากน้ำพร้อมเป่าให้บุตรสาวดู เด็กหญิงพรพระจันทร์มองมารดาเพียงครู่ก็ทำตาม ฟู่ว ฟู่ว“เก่งจังเลยยย
และมันเป็นแบบนั้น…ไม่ว่าเธอตะเขียนอะไร เช้าวันถัดมามักจะได้ตามต้องการ คราแีกเริ่มก็ขอของเล่น โตมาหน่อยก็เป็นตุ๊กตาตามภาษาเด็กผู้หญิง แต่หลังจากเสียพวกท่านไป เธอขอพรให้ได้เจอพวกท่านอีก แต่ไม่เป็นผล เขียนไปทุกวันก็ยังเงียบสนิท จนกระทั่งคุณย่ามาเห็นจึงสอบถามหลานสาว เมื่อเธอเล่าทุกอย่าง ท่านกอดปลอบและบอกว่า พ่อกับแม่ส่งย่าให้มาดูแลเธอแทน เมื่อเริ่มโตขึ้นเริ่มเข้าใจ เธอหยุดเขียนขอพรพระจันทร์ไปนานแล้ว จนกระทั่งตั้งครรภ์เป็นหนูน้อยจันทร์เจ้า เธอขอพรพระจันทร์ทุกคืนให้ลูกแข็งแรง และเธอสมหวัง…“ไว้พายออกจากโรงพยาบาลคุณย่าไปแจ้งเกิดให้จันทร์เจ้ากับพายนะคะ” เธอรู้ว่าแม้จะเกิดความสงสัยมากมายกับบ้านจิรากร แต่หากพวกเขาเห็นสายตาร้องขอของเธอ เธอคิดว่าพวกท่านคงเข้าใจ มนต์พระพายไม่คิดปิดบัง เธอย้ายบ้านหนีเขาไม่ได้ จะหลบไปอยู่ที่อื่นเธอก็มีคุณย่าและคนงานในสวนให้ต้องดูแล สักวันนึงหากเขากลับมาและไม่โง่จนดูไม่ออกอย่างไรเขาก็รู้ว่าจันทร์เจ้าเป็นลูกของเขา แต่เธอมีทางออกเรื่องนี้ไว้แล้ว…จากเดือนเลื่อนเป็นปี ตอนนี้มนต์พระพายขยายสวนองุ่นได้เริ่มลงตัว ตั้งแต่ที่เธอโทรสารภาพกับผู้เป็นป้าว่าตั้งท้องโดยไร้พ่อเด็ก
“นี่เป็นสัญญาเก่าที่ลุงเซ็นต์กับคุณมนตรา แต่หากหนูพายบอกว่าสัญญาฝั่งหนูพายหาไม่เจอ ลุงยินดีจะทำสัญญาขึ้นมาใหม่ เรื่องนี้ตั้งใจคุยกับท่านหลายหนแต่ท่านบ่ายเบี่ยงตลอด” เธอกวาดตามองสัญญากู้ยืมที่เที่ยงธรรมที่สุด เพราะคนบ้านจิรากรคิดดอกเบี้ยตามกฏหมายกำหนดทุกประการ เธอไม่กลัวพวกเขาโกง แต่อยากปรับแผนการชำระหนี้ใหม่มากกว่า“พายไม่กลัวว่าคุณลุงคุณป้าจะเอาเปรียบคุณย่าหรอกค่ะ แต่ที่พายมาวันนี้ พายอยากจะคุยเรื่องแบ่งชำระ วันนี้พายตั้งใจนำเงินต้นมาคืน1ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยค่ะ อยากเปลี่ยนสัญญาเป็นยอด9ล้านบาท เอาอัตราดอกเบี้ยที่คุณลุงคุณป้าสะดวก และจากนี้พายจะนำเงินต้นมาคืนในแต่ละเดือน เดือนละ3แสนบาท พายอยากให้เขียนลงในสัญญาด้วยค่ะ” เธอสบตาพวกท่านทั้งสองอย่างเกรงใจ“คือว่าพายไม่ได้จะเรื่องมากนะคะ แต่เพราะว่าระบบบัญชีต้องทำใหม่ พายอยากจัดการเป็นงวดๆไป ลดต้น ลดดอก เพื่อตรวจตราค่าใช้จ่ายให้ได้ครอบคลุมที่สุดค่ะ” คุณปานฤทัยจับมือเธอมาบีบด้วยความเข้าใจ“ป้าไม่เร่งรัดเอาเงินต้นคืน ตั้งใจว่าสัญญาใหม่จะไม่เขียนดอกลงไปด้วยซ้ำ ตั้งแต่หนูพายโทรแจ้งป้าเรื่องสัญญาหาย ป้าว่า…” “ไม่ได้ค่ะ ดอกยังคงมีเหมือนเดิมค่ะ อ
คำพูดของหลานสาวคนเดียวทำคนเป็นย่าน้ำตารื่น ก่อนจะมองมือบอบบางที่เอื้อมมาที่จับมือพร้อมอ้อนวอนนางทางสายตา“เอาไงก็เอากัน ย่าเองก็แก่แล้ว การจัดการก็ย่อมโบราณตามกาลเวลา ย่าอนุญาตให้พายจัดระบบ ระเบียบในสวนใหม่” คำพูดนั้นทำมนต์พระพายฉีกยิ้มทั้งน้ำตา“หนี้สิบล้านพายจะปลดมันให้ได้ด้วยสองมือของพาย คุณย่าแค่นั่งให้กำลังใจพายก็พอค่ะ” แค่นึกถึงว่าใครเป็นเจ้าหนี้เธอก็อยากขายทรัพย์สมบัติที่มีไปชดใช้เสียให้หมด คนบ้าน“จิรากร” คือสิ่งเดียวที่เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย แต่เพราะการเริ่มฟื้นฟูสวนองุ่นนี้ต้องใช้เงินมหาศาล เธอจำใจต้องกลืนความต้องการตัวเองลงไป…อย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็ไม่อยู่อีกหลายปีพอให้เธอได้ทำใจ…“ป้าฤทัยของเราหน่ะเขาไม่เร่งร้อนเรื่องหนี้สิน ดอกเบี้ยย่าก็ให้เขาไม่เคยขาด แต่ว่า…สัญญาของทางเราย่าหาไม่เจอจริงๆ ว่าจะไปขอก็เห็นว่าทางนั้นเขายุ่งๆกับการขยายรีสอร์ท” คำว่า ”ป้าฤทัยของเราหน่ะ“ มันเจ็บจี๊ดอย่าบอกใครเชียว เมื่อตอนนี้เจ้าหนี้ของสวนองุ่นมนตราคือแม่ของบิดาเจ้าหนูในท้อง!! นี่สินะ ยิ่งหนียิ่งเจอ…คำพูดของคุณมนตราทำเธอหนักใจ แต่ไม่อยากแสดงสีหน้ากังวลออกมา“ยังไงเราก็ต้องมีสัญญาเป็นลายลักษอัก
เช้าที่รู้สึกดีมากกว่าทุกวันที่ผ่านๆมา เพราะความหนักอึ้งในใจได้เบาบางลง มนต์พระพายที่อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่7โมงเช้ารีบเข้าครัวช่วยป้าเจียดเตรียมอาหาร“ไม่เวียนหัว ไม่อ้วก ไม่อยากกินอะไรพิเศษเลยหรอคะ” ร่างบางส่ายหัว แน่นอนว่าเธอไม่มีอาการอะไรเลยกินได้ปกติ เหมือนคนไม่ตั้งครรภ์เลย หากไม่ใช่ว่าที่ตรวจครรภ์นับ10อันมันยืนยันด้วยขีดเข้มสองขีดเธอคงคิดว่าตัวเองเครียดจนประจำเดือนเลื่อน“โถว่รักคุณแม่น่าดูเลยนะคะคุณหนูน้อยเนี่ย” เธออมยิ้มที่ลูกใจดีกับเธออย่างที่แม่บ้านเก่าแก่อย่างป้าเจียดพูด “แบบนี้เหมือนกับว่าลูกรักพายใช่ไหมคะ” เธอเตรียมเด็ดกะเพรารีบถามอย่างตื่นเต้น“ค่ะ รักมากๆเชียวแหละ แต่หากอีกฝั่งเขาอ้วกหรือวิงเวียนแทนแสดงว่า อุ้ย!!” คนที่เผลอพูดถึงคนในความลับรีบเอามือขึ้นปิดปาก แววตาไหววูบของหญิงสาวทำป้าเจียดใจเสีย ก่อนเธอจะฉีกยิ้มกว้างบ่งบอกว่าเธอไม่เป็นไร“หากเขาอ้วกหรือวิงเวียนแปลว่าลูกเกลียดเขาใช่ไหมคะ? สาาาาาธุ” สองมือบางยกขึ้นประนมเหนือหัว เพราะก่อนที่จะห่างเหินเขาบ่นบ่อยๆว่าเวียนหัวจนเรียนไม่รู้เรื่องพาลให้หงุดหงิด สมน้ำหน้า!! แม้หน้าตาแม่บ้านจะไม่ได้บอกเช่นนั้น แต่เธอคิดไปเองเรียบร้
“คุณป้า” ทำทีที่กดรับเสียงสะอื้นไห้ที่กลั้นไว้กลับแสดงออกจนปลายสายตกใจ“ร้องไห้ทำไมคะ โดนดุหรอลูก ไม่เป็นไร คุณย่าให้ออกมาไหมป้าจะส่งคนไปรับ” ออกมาไหมนั่นเลี่ยงมาจากคำว่าไล่ออกจากบ้านไหม แต่มันสะเทือนใจเกินกว่าจะใช้คำนั้น เสียงทอดอ่อนทำหลานสาวสะอื้อฮัก“คุณย่าไม่ให้ออกค่ะ คุณย่า…ให้พายรับผิดชอบชีวิตลูกทุกอย่าง” มนต์พระพายพูดถึงข้อตกลงที่ผู้เป็นย่าบอกจนทำให้ปลายสายเช็ดน้ำตาปอยๆ“คุณย่ายังรู้สึกผิดกับพ่อแม่หนู ป้าจะไม่ถามถึงต้นสายปลายเหตุแค่พิมพ์มาป้าเข้าใจทั้งหมด แต่เรามีกันและกันนะลูก หนูมีป้า มีคุณย่า และเรากำลังจะมีดวงใจเพิ่มอีกดวง ทุกอย่างที่ป้าเตรียมไว้ให้หนูก็ยังให้เหมือนเดิม ไม่มีคำว่าผิดหวังในตัวหนูแน่นอน” ความรักที่เธอได้มันมาจนล้น ในวันวานเคยคิดว่าเธอก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องมาอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย ไม่กล้าเล่าความกลัวให้ใครฟัง แต่ตอนนี้ ตอนที่เธอมีปัญหา คนในบ้านกลับสอนให้เธอเข้มแข็ง โอบกอดด้วยความรู้สึกรักจริงๆ หวังดีจริงๆจนเธอเจ็บไปหมด เจ็บที่วันวานเหตุใดจึงเอาใจไปรักคนอื่นมากกว่าคนในครอบครัวกัน“ป้าชาช่า ป้าคิดว่าพายจะฟื้นฟูสวนองุ่นให้ดีขึ้นได้ไหมคะ” ภาพที่ผู้เป็นย่าเ







