Share

บทที่ 2 ตัดพ้อ

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-01-16 22:48:15

บทที่ 2 ตัดพ้อ

สองสามวันที่พันเอกธเนศไม่กลับบ้าน เป็นความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งในคฤหาสน์หลังนี้ น้ำปิง และลูกชายรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ความกดดัน และไม่ต้องคอยฟังเสียงก่นด่าที่บาดลึก แต่ทว่าความสบายใจนั้นมักอยู่กับเขาได้ไม่นาน

กลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่น้ำปิงกำลังจะเคลิ้มหลับ ความเงียบก็ถูกทำลายด้วยเสียงเครื่องยนต์คุ้นเคยที่ดังเข้ามาจากหน้าบ้าน เขาเดินลงมาชั้นล่างด้วยความหวาดระแวง และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เขาก้าวขาไม่ออก แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรก แต่เขาก็ไม่เคยชินกับความเจ็บปวดที่บาดลึกนี้เลย

ร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นสามี กำลังประคองหญิงสาวใบหน้าน่ารักที่แต่งกายล่อแหลมเข้ามาในบ้านอย่างไม่แยแสและเปิดเผย หัวใจของน้ำปิงแตกสลายจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ละครั้งที่เห็นก็เหมือนโดนคมมีดกรีดซ้ำลงไปบนแผลเก่า เขาพยายามประคับประคองครอบครัวนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่คนเป็นภรรยาจะทำได้ ทว่าความทุ่มเททั้งหมดกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับการกระทำที่ตรงกันข้ามมาโดยตลอดของผู้เป็นที่รัก

“พี่เนศ…เมื่อไหร่พี่จะเลิกพาผู้หญิงเข้าบ้าน?” น้ำปิงเอ่ยถามเสียงสั่น แม้จะรู้ว่าคำตอบที่ได้มาจะไม่น่าฟังก็ตาม

“มึงอย่าเสือก น้ำปิง! พอกูพาผู้ชายเข้าบ้านมึงก็ว่ากู พอพาผู้หญิงเข้ามึงยังเสือกสาระแนมาว่ากูอีก” พันเอกธเนศตวาดกลับด้วยเสียงที่มึนเมาและหงุดหงิด

“พี่ยังเห็นผมเป็นเมียอยู่ไหม…”น้ำปิงเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครือจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะกลืนก้อนความขมขื่นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก ทว่าความร้าวรานมันกลับเอ่อล้นออกมาจนดวงตาพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตา

“ก็มึงมันจืดชืด! ไร้อรรถรส! ในเมื่อมึงปรนเปรอกูไม่ได้ กูก็ต้องออกไปหากินข้างนอกไงวะ!”

คำพูดร้ายกาจดั่งคมมีดกรีดลงบนศักดิ์ศรีจนยับเยิน ธเนศเหยียดยิ้มหยันพลางมองร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาดูแคลน ราวกับว่าความรักและความภักดีที่น้ำปิงมอบให้มาตลอดนั้น เป็นเพียงสิ่งไร้ค่าที่เขาจะเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้

น้ำปิงสูดลมหายใจเข้าลึก ความสั่นเทาในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปถึงขั้วหัวใจ เขามองชายตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... สายตาที่ไม่ได้มีไว้เพื่อเฝ้ารอความรักอีกต่อไปแล้ว

“เราหย่ากันเถอะครับ”เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและนิ่งสงบที่สุดเท่าที่เคยทำได้ มันไม่ใช่คำประชดประชัน และไม่ใช่เสียงตะโกนด้วยความโกรธ แต่มันคือถ้อยคำที่ถูกกลั่นกรองออกมาจากซากปรักหักพังของความรู้สึกที่พังทลายลงสิ้นแล้ว

ธเนศที่กำลังหัวเสียชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่พร่ามัวด้วยฤทธิ์เหล้าพยายามเพ่งมองร่างบางตรงหน้าอย่างไม่เชื่อหู

“มึงว่าอะไรนะ?”

“ผมบอกว่าเราหย่ากัน... พอกันทีกับชีวิตที่ผมต้องมาคอยรองรับอารมณ์และเมียน้อยเมียเก็บของพี่” น้ำปิงเชิดหน้าขึ้นพยายามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาประจานความอ่อนแอ

“ในเมื่อพี่เห็นผมเป็นแค่ของจืดชืดที่ไม่มีค่า พี่ก็ไปหา ‘อรรถรส’ ของพี่ให้เต็มที่เถอะครับ ผมคืนอิสระให้”

“น้ำปิง! มึงกล้าดียังไงมาขอหย่ากับกู! มึงลืมไปแล้วเหรอว่าถ้าไม่มีกู มึงกับลูกจะไปซุกหัวนอนที่ไหน!” ธเนศตวาดลั่นพลางก้าวเข้าหาหวังจะใช้กำลังข่มขู่เหมือนทุกครั้งทว่าครั้งนี้ น้ำปิงไม่ถอยหนี

“ผมยอมนอนข้างถนน ดีกว่าต้องนอนจมกองเลือดและหยาดน้ำตาอยู่ในบ้านหลังนี้กับผู้ชายที่ไม่รู้จักพออย่างพี่” น้ำปิงมองสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตามุ่งมั่น

“วันพรุ่งนี้ผมจะเตรียมเอกสารไว้ให้ พี่แค่เซ็นชื่อลงไป แล้วเราก็ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก... ตลอดกาล”

“กูไม่หย่า!” พันเอกธเนศปฏิเสธทันทีด้วยความบ้าอำนาจ ไม่ใช่เพราะรัก แต่เป็นเพราะต้องการครอบครองไม่ต่างจากหมาหวงก้าง

“แล้วพี่จะให้ผมทนอยู่ในสภาพแบบนี้เหรอครับ”

“เรื่องของมึง! ถอยไปกูจะขึ้นห้อง” ร่างสูงทำท่าจะเดินผ่านไปอย่างไม่แยแสความโกรธ ความเจ็บปวด และความหมดสิ้นศรัทธาพุ่งเข้าแทรกอย่างฉับพลัน

“ถ้าพี่เอาผู้หญิงคนนี้เข้าห้องเรา…ได้เห็นดีกัน!”

“เห็นดีกันเหรอ…ได้! น้ำปิง!”

ทันทีที่สิ้นคำ พันเอกธเนศ ซึ่งกำลังถูกความมึนเมาครอบงำ ก็พุ่งเข้ามาประชิดร่างของน้ำปิงอย่างรวดเร็ว มือหนาใหญ่ที่เต็มไปด้วยพละกำลังอันน่าเกรงขามของนายทหารตรงเข้าตะครุบบีบที่ลำคอของน้ำปิงอย่างเหี้ยมเกรียมและรุนแรงในทันที! แรงบีบคั้นนั้นหนักหน่วงจนอากาศแทบถูกตัดขาดจากปอดของเขา

“อึก! อ้า…”

ลมหายใจที่ถูกช่วงชิงไปทำให้ความรู้สึกเหมือนถูกดูดอากาศทั้งหมดออกจากปอดเข้าจู่โจม น้ำปิงพยายามดิ้นรนเพียงเล็กน้อยอย่างไร้ประโยชน์ ก่อนที่ความสิ้นหวังจะเข้าครอบงำ เขาจึงยอมจำนนต่อแรงบีบคั้นนั้น ปล่อยให้ร่างกายอ่อนระทวยไปตามยถากรรมในมือของคนรักที่กลายเป็นศัตรู

“เอาเลยพี่... ฆ่าผมซะให้มันจบไปคามือพี่เลย!”

เสียงของน้ำปิงเล็ดลอดออกมาจากคอที่ถูกบีบอัดอย่างแสนลำบาก ทว่าความแหบพร่านั้นกลับฉายชัดถึงความท้าทายที่ไร้ความกลัวเกรงใด ๆ เพราะความเจ็บปวดทางกายนี้ ไม่เท่ากับความเจ็บปวดที่หัวใจของเขาได้รับมานานนับสิบปี

“มึงอย่าท้ากูเองนะน้ำปิง!”

“ในเมื่อหมดรักกันแล้ว…จะยื้อไว้ทำไม…”

ร่างสูงยังคงบีบคอของเขาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะหายใจไม่ออก น้ำปิงได้แต่หลับตารอคอยความตายที่เขาเชื่อว่าจะมาปลดปล่อยเขาจากความทรมานนี้ ทว่า... แรงบีบที่ลำคอที่หนักหน่วงนั้นก็ค่อย ๆ คลายลงอย่างกะทันหัน ราวกับถูกฉุดรั้งด้วยบางสิ่งบางอย่าง

“อึก!”

เสียงลมหายใจที่ถูกกดทับมานานพุ่งทะลักออกมาพร้อมอาการสะดุ้งทั้งตัว ร่างเขาทรุดลงกับพื้นเหมือนหุ่นที่ถูกตัดสาย แขนขาอ่อนแรงจนแทบรับน้ำหนักไม่ไหว

“แฮ่ก… แฮ่ก… แค่ก!”

เสียงไอแหบพร่าดังถี่ ๆ หน้าอกกระเพื่อมแรงราวกับจะฉีกขาด เขากอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างละโมบ รสขมฝาดของความกลัวและความเจ็บแล่นขึ้นมาจนแสบคอ น้ำตาไหลอาบแก้มเองโดยไม่รู้ตัวปลายนิ้วสั่นเทารีบยกขึ้นกุมลำคอที่ยังคงร้อนผ่าวและมีรอยบีบรัดชัดเจน

“จำไว้! มึงอย่ามากำแหงกับกู! แล้วจำใส่สมองมึงไว้ว่ากูใหญ่ที่สุดในบ้านหลังนี้!” พันเอกธเนศพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ก่อนจะเดินอ้อมร่างที่ทรุดลงกับพื้นแล้วพาหญิงสาวเดินขึ้นไปบนห้องนอนชั้นบน ปล่อยให้น้ำปิงจมอยู่กับความมืดมิด

ร่างที่บอบช้ำของน้ำปิงนั่งอยู่กับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เขารับรู้เพียงความเสียใจที่ถาโถมเข้ามา ความเจ็บปวดที่บาดลึกทั้งร่างกายและจิตใจนั้นเกินกว่าที่เขาจะซ่อมแซมได้อีกต่อไปแล้ว หัวใจของเขาถูกความผิดหวังกัดเซาะจนแทบไม่เหลือแรงปรารถนาที่จะมีชีวิตต่อ แต่แล้วภาพของลูกชายก็ฉายชัดขึ้นมา เขาตายไม่ได้... เพราะยังมีดวงใจดวงน้อยที่เขาต้องคอยปกป้องดูแล

ปัญหาทั้งหมดนี้... มันน่าจะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่พี่เนศ แสดงความต้องการอยากมีลูกชาย น้ำปิงจึงยอมเข้ารับยาและกระบวนการทางการแพทย์จนกระทั่งสามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จ และเมื่อพี่เนศรู้ว่าเขาท้องก็ดีใจอย่างที่สุด ทั้งเห่อลูก ทั้งรักและห่วงใยเขาดุจเจ้าหญิงในเทพนิยาย

ทว่าทุกอย่างกลับจบลงทันทีที่เขาผ่าคลอดลูกออกมา ด้วยร่างกายที่ยังไม่แข็งแรง เขาจึงต้องเลือกปฏิเสธทุกครั้งที่พี่เนศต้องการมีความสัมพันธ์ ในช่วงแรกพี่เนศก็ยังให้ความเห็นใจ บอกว่า ‘ไม่เป็นไร พี่รอได้’ แต่หลังจากนั้นไม่นาน พี่เนศที่เคยกลับบ้านตรงเวลา ก็เริ่มเปลี่ยนไป อ้างว่าติดธุระ เข้าเวร หรือไม่กลับบ้านเลยในที่สุด

เมื่อความสงสัยทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ น้ำปิงจึงตัดสินใจอุ้มลูกน้อยไปหาที่ค่ายทหารตามที่สามีกล่าวอ้าง ทว่าความจริงที่เผยต่อหน้ากลับทำให้โลกทั้งใบของเขาพังทลายลง สิ่งที่เขาได้รับรู้คือคำกล่าวอ้างของสามีเป็นเพียงเรื่องโกหกที่จัดฉากขึ้นมาทั้งสิ้น น้ำปิงได้แต่พาลูกน้อยกลับบ้าน โดยแบกรับหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลและรอยช้ำไว้คนเดียว

นับแต่นั้นมา การทะเลาะเบาะแว้งก็เกิดขึ้นแทบทุกวัน จากเพียงแค่การด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก็แปรเปลี่ยนเป็นการทำร้ายร่างกายที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความที่เขาไม่มีรายได้เป็นของตนเองและยังต้องพึ่งพาเงินจากผู้เป็นสามี

ความกลัวจึงเข้าครอบงำอย่างหนักว่าหากพาบุตรชายหนีไป ลูกจะขาดความรักจากพ่อ ไหนจะเรื่องเงินที่จะใช้เพื่อตั้งตัวอีก เขาไม่กล้าโทรขอความช่วยเหลือจากมารดาเพราะเกรงใจ จึงตัดสินใจเก็บเล็กผสมน้อยอย่างลับ ๆ จนได้เงินทุนก้อนหนึ่งที่มากพอจะพาเขากับลูกไปตั้งตัวที่ภาคอีสานได้ อิสรภาพอยู่ไม่ไกล เพียงแค่เขาต้องวางแผนทุกอย่างให้รัดกุมที่สุดเท่านั้น

น้ำปิงพยุงตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าที่อ่อนแรงเดินขึ้นไปยังห้องนอนที่ชั้นสอง ที่ซึ่งลูกชายกำลังนอนหลับใหลอย่างสงบ นี่คือแรงขับเคลื่อนเดียวของเขา... เขาจะต้องทำมันให้สำเร็จเพื่อลูกเท่านั้น และเขาจะต้องไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 5 มาเยือนอีสาน

    บทที่ 5 มาเยือนอีสาน ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร อำเภอโพธิ์ศรีพิสัย จังหวัดศรีสะเกษเวลาเก้าโมงเช้าตามเวลาที่กะไว้ไม่มีผิดเพี้ยน รถทัวร์สีฟ้าขาวคันใหญ่เคลื่อนตัวเข้าจอดสนิทในชานชาลา น้ำปิงกระชับอ้อมกอดอุ้มลูกชายที่เพิ่งตื่นเต็มตาลงจากรถอย่างทุลักทุเล มืออีกข้างต้องคอยพยุงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่บรรจุสัมภาระชิ้นสุดท้ายในชีวิตเดิมของเขาเอาไว้ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ สถานีขนส่งที่ดูเรียบง่ายและเงียบสงบ กลิ่นไอของไอดินและสายลมจาง ๆ ในยามเช้าของภาคอีสานช่างแตกต่างจากความแออัดในเมืองหลวงที่เขาเพิ่งจากมา น้ำปิงตัดสินใจจูงมือลูกชายไปนั่งรอที่ม้านั่งยาวตัวหนึ่งใกล้ ๆ จุดจอดรถ เพราะกลัวว่าถ้าเดินไปไหนไกล น้องชายที่อาบอกว่าจะมารับจะหากันไม่เจอ ส่วนน้องปันปัน เด็กน้อยดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ดวงตาคู่กลมโตกวาดมองรถสามล้อเครื่องและผู้คนที่สวมโสร่งหรือผ้าซิ่นเดินขวักไขว่ไปมาอย่างแปลกตา “หม่ามี้ครับ...เราอยู่ที่ไหนครับ?” เสียงเล็ก ๆ ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ พลางดึงชายเสื้อแม่เบา ๆ น้ำปิงก้มลงยิ้มให้ลูกชาย ความกังวลในใจดูจะเบาบางลงเมื่อเห็นท่าทางของเด็กน้อย “เราอยู่อีสานครับ เป็นบ้านเกิดของคุณตา” “ว้

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 4 เดินทาง

    บทที่ 4 เดินทาง เย็นวันเดียวกันกับที่ น้ำปิง ได้พูดคุยกับอาสาวเรื่องการเดินทาง พันเอกธเนศ ก็กลับมาบ้านกลางดึกเหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้มาพร้อมกับภาพที่บาดตาและบาดใจมากกว่าทุกครั้ง ร่างสูงใหญ่โอบกอดเด็กหนุ่มรูปร่างอรชรที่ดูอายุเพียงประมาณสิบแปดปีเข้าบ้านอย่างหน้าไม่อาย น้ำปิงที่เดินลงมาดูสถานการณ์ก็เห็นภาพนั้นเข้าพอดี เขาได้แต่ยืนกอดอก มองดูพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของผู้เป็นสามีด้วยความอดกลั้นที่ถึงขีดสุด “พี่เนศ! เมื่อไหร่พี่จะเลิกสำส่อนเอาไม่เลือกแบบนี้!” น้ำปิงเหลืออดกับพฤติกรรมที่เลยเถิด ทุกครั้งที่พันเอกธเนศหายไปสามวัน พอวันที่สี่มักจะมีเด็กใหม่กลับมาด้วยเสมอ ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย “กูบอกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าเสือก!” พันเอกธเนศตวาดกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ผมต้องเสือก! ผมทนไม่ไหวกับพฤติกรรมพี่แล้ว!” “นั่นก็เรื่องของมึง! ส่วนเรื่องของกูคือ... ควยกู! กูจะเอาใครมึงก็ไม่มีสิทธิ์เสือก เพราะกูเป็นคนหาเงินเลี้ยงมึงกับลูก! เงียบปากเน่าๆ ของมึงไปซะ!” ถ้อยคำหยาบช้าที่พ่นออกมาอย่างไร้ซึ่งความเคารพ ทำเอาใบหน้าของน้ำปิงชาหนึบราวกับถูกตบด้วยของแข็ง หัวใจเขาเต้นรัวด้วยความอัปยศที่ถูกลดทอนคุณค

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 3 วางแผน

    บทที่ 3 วางแผน เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องครัว น้ำปิงกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเช้าให้ลูกชายอย่างเงียบ ๆ พลันประตูห้องก็เปิดออก เมื่อหญิงสาวคนเมื่อคืนเดินลงมาจากบันไดเพียงลำพัง ท่าทางของเธอรีบร้อนและมีพิรุธเล็กน้อย เมื่อเห็นน้ำปิงเธอก็ยกมือไหว้เขาอย่างเกรงใจ ก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว เด็กชายที่กำลังนั่งรออาหารหันไปมองหน้าแม่ด้วยความไม่เข้าใจ ในสายตาของเด็กสามขวบมีความสงสัยอย่างชัดเจนว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใคร และเหตุใดถึงเข้ามาอยู่ในบ้านของตนได้ “แม่ครับ ผู้หญิงคนนั้นใครครับ?” น้องปันปันถามเสียงใส น้ำปิงกำลังจะอธิบายให้ลูกชายฟังว่าเธอเป็นเพื่อนคุณพ่อเพื่อปกป้องจิตใจของลูก แต่ยังไม่ทันที่จะได้อ้าปาก เสียงผู้เป็นสามีที่แต่งตัวเต็มยศนายทหารก็เดินลงมาจากบันไดมาถึงห้องครัวพอดี “มอร์นิ่งครับ ลูกชายพ่อ” พันเอกธเนศทักทายลูกชายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย “มอร์นิ่งครับ คุณพ่อ” เด็กชายตอบผู้เป็นพ่อเสียงแผ่ว พลางหลบสายตาไม่กล้าสบตาตรง ๆ ด้วยความหวาดกลัวจากเหตุการณ์เมื่อวาน “วันนี้ไปเที่ยวบิ๊กซีไหมครับ?” พันเอกธเนศเอ่ยถามอย่างเอาใจ “เ

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 2 ตัดพ้อ

    บทที่ 2 ตัดพ้อ สองสามวันที่พันเอกธเนศไม่กลับบ้าน เป็นความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งในคฤหาสน์หลังนี้ น้ำปิง และลูกชายรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ความกดดัน และไม่ต้องคอยฟังเสียงก่นด่าที่บาดลึก แต่ทว่าความสบายใจนั้นมักอยู่กับเขาได้ไม่นาน กลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่น้ำปิงกำลังจะเคลิ้มหลับ ความเงียบก็ถูกทำลายด้วยเสียงเครื่องยนต์คุ้นเคยที่ดังเข้ามาจากหน้าบ้าน เขาเดินลงมาชั้นล่างด้วยความหวาดระแวง และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เขาก้าวขาไม่ออก แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรก แต่เขาก็ไม่เคยชินกับความเจ็บปวดที่บาดลึกนี้เลย ร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นสามี กำลังประคองหญิงสาวใบหน้าน่ารักที่แต่งกายล่อแหลมเข้ามาในบ้านอย่างไม่แยแสและเปิดเผย หัวใจของน้ำปิงแตกสลายจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ละครั้งที่เห็นก็เหมือนโดนคมมีดกรีดซ้ำลงไปบนแผลเก่า เขาพยายามประคับประคองครอบครัวนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่คนเป็นภรรยาจะทำได้ ทว่าความทุ่มเททั้งหมดกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับการกระทำที่ตรงกันข้ามมาโดยตลอดของผู้เป็นที่รัก “พี่เนศ…เมื่อไหร่พี่จะเลิกพาผู้หญิงเข้าบ้าน?” น้ำปิงเอ่ยถามเสียงสั่น แม้จะรู้ว่าคำตอบที่ได้มาจะไม่น่าฟังก็ตาม

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   บทที่ 1 รอยร้าวในใจ

    บทที่ 1 รอยร้าวในใจณ หมู่บ้านอนันต์ ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี คฤหาสน์หรูสองชั้นสไตล์โมเดิร์นสีเทาขาวตั้งตระหง่านอยู่บนเนื้อที่กว่าสองร้อยตารางวา ใกล้กับใจกลางเมืองยิ่งเน้นให้ความโอ่อ่าดูโดดเด่นสะดุดตา เป็นที่พำนักของครอบครัวนายทหารยศใหญ่ที่ผู้คนภายนอกต่างมองด้วยสายตาชื่นชมในความสมบูรณ์แบบทว่า... ใต้ฉากหน้าอันเลิศหรูที่ฉาบไว้ กลับมีเพียงรอยร้าวอันลึกล้ำที่กัดกินความสุข และฝังรากลึกในหัวใจของคนภายในมานานนับสิบปี“กูบอกให้ดูลูกดี ๆ มึงเป็นแม่ประสาอะไรห้ะน้ำปิง!”เสียงก่นด่าที่ดุดันและเกรี้ยวกราดดังลั่นไปทั่วโถงรับแขกของบ้าน น้ำปิง นภวัฒน์ ในวัยยี่สิบเก้าปีที่ยังคงดูอ่อนหวานและงดงามราวกับไม่เคยผ่านการทำงานหนัก ชะงักมือที่กำลังประคองลูกชายวัยสามขวบอย่างน้องปันปัน ให้หยุดร้องไห้ ร่างกายที่เคยอ่อนนุ่มของเขา บัดนี้กลับชาชินกับแรงสั่นสะเทือนจากเสียงกร้าวเหล่านั้นเสียแล้ว ตลอดระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันมา... สิบปีที่เขาอุทิศตนเป็นยิ่งกว่าแม่ศรีเรือน คอยดูแลบ้านและอาหารการกินอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง ความดีงามทั้งหมดที่พยายามประคับประคองมานั้น กลับไม่ได้มีความหมายแม้แต่น้อยที่จะทำให้ผู้ที

  • ฤดูเกี่ยวที่หัวใจได้หยุดพัก(Mpreg)   แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”

    แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับมาล้อมวงกันเข้ามาจ้า! วันนี้ กระผม จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครที่จะมาสร้างความม่วนซื่นและฮีลใจให้ทุกคนในทุ่งนาแห่งนี้กันครับภาษาในเรื่องในนิยายเรื่องนี้ ไรต์มีการใช้ "ภาษาอีสาน" สอดแทรกในบทสนทนาบ้าง เพื่อให้ได้บรรยากาศความม่วนซื่นและเข้ากับกลิ่นอายของจังหวัดศรีสะเกษครับ แต่คนดีไม่ต้องกังวลใจไปนะครับ กระผมจะเน้นคำที่เข้าใจง่าย หรือมีการแปลกำกับไว้ให้ในตอน เพื่อให้ทุกคนอ่านได้ลื่นไหลและอินไปกับความน่ารักของพี่สิงห์และน้ำปิงแน่นอนจ้า!สถานที่ในเรื่องสำหรับสถานที่ที่ปรากฏในนิยายเรื่องนี้ มีชื่อสถานที่อยู่จริงในจังหวัดศรีสะเกษครับ แต่เหตุการณ์ บรรยากาศ และรายละเอียดต่างๆ ภายในเรื่อง เป็นเพียงจินตนาการที่ไรต์แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้นเด้อ ไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือเหตุการณ์จริงในพื้นที่ 100% จ้า อ่านเอาความม่วนความฟินกันนะจ๊ะ!:นายเอก น้ำปิง (นภวัฒน์) อายุ 29 ปีนิสัยของนายเอก : แม่ศรีเรือนตัวจริงครับ เรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน ใจเย็นสุดๆ แถมยังทำกับข้าวเก่งจนมัดใจคนทั้งบ้านได้ แต่เห็นหวานๆ แบบนี้ เวลาเด็ดขาดขึ้นมาบอกเลยว่า ‘แม่เสือ’ ดีๆ นี่เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status