LOGINแต่พลันเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัว พร้อมกับจะยกเท้าหนีอัตโนมัติเมื่อรับรู้ถึงความแสบสันจับใจตรงปลายเท้าขึ้นมากะทันหัน หากติดตรงมือใหญ่ยังจับกุมข้อเท้าเล็กเอาไว้กระชับ ไม่ให้เธอขยับไปทางไหนได้ ในเมื่อขยับขาไม่ได้ ศิริกานดาจึงคว้าบ่าไหล่หนาเอาไว้แน่น พลางจิกเล็บลงไปอย่างลืมตัวเพื่อบรรเทาอาการแสบ ก่อนจะได้ยินคนทำแผลให้เอ่ยบอกออกมา
“แผลสดแบบนี้ทิงเจอร์จะช่วยฆ่าเชื้อได้ดีกว่ายาชนิดอื่น ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน”
ศิริกานดากัดปากพลางค้อนให้คนพูดตาคว่ำ ก็แล้วทำไมไม่บอกให้เธอได้ตั้งตัวสักนิดเล่า แต่พอเห็นเขายกปลายเท้าข้างเป็นแผลของเธอขึ้นมาเป่าอย่างไม่คิดที่จะรังเกียจ สาวน้อยก็ต้องอ้าปากค้าง เพราะคิดไม่ถึงว่าเขาจะทำแบบนี้
“หายแสบหรือยัง”
คนเท้าเจ็บลืมความแสบไปเลยด้วยซ้ำ และลืมตอบคำถามที่ได้ยินนั้นด้วยเช่นกัน เธอได้แต่นั่งนิ่งอึ้งเงียบงันอย่างคนตกตะลึงอยู่เช่นนั้น ด้านคีรินทร์ก็ไม่คิดจะถามซ้ำ จัดการปิดแผลให้จนเสร็จสรรพเรียบร้อย
“ไป! เดี๋ยวผมอุ้มขึ้นไปส่งชั้นบน”
“มะ...ไม่ต้องค่ะ กานขึ้นไปเองได้”
เจ้าของบ้านรีบละล่ำละลักออกมาห้ามโดยไว แต่เธอคงลืมไปว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอจะออกคำสั่งหรือห้ามปรามอะไรได้
“แล้วเท้าเจ็บแบบนี้คุณจะขึ้นไปยังไง อย่าดื้อน่ากานดา คุณจะได้ไปอาบน้ำพักผ่อน ผมก็จะได้กลับบ้านซะที”
ไม่พูดเปล่า คนตัวใหญ่จัดการอุ้มร่างเล็กลอยหวือขึ้นมาทั้งตัว แล้วพาเดินขึ้นบันไดไปช้าๆ อย่างมั่นคง พอมาถึงชั้นสองคีรินทร์ก็เห็นประตูห้องพักอยู่สองบานจึงก้มลงเอ่ยถามคนในอ้อมแขน
“ห้องไหน ซ้ายหรือขวา”
ศิริกานดาไม่ยอมตอบคำถาม ได้แต่ก้มหน้าแดงปลั่งหลบดวงตาคมกริบของคนถามพัลวัน สาวน้อยทั้งอายทั้งหวั่นใจปนกันไปหมด ก็เขาเป็นผู้ชายทั้งแท่งเลยนะ และเพิ่งมาบ้านเธอครั้งแรก แล้วจู่ๆ จะบุกเข้าห้องนอนของเธอหน้าตาเฉย ใครมันจะไม่กลัวบ้างล่ะ ถึงจะเป็นพี่ชายเพื่อนก็ตามเถอะ นี่เขาไม่รู้ตัว หรือตั้งใจทำเนียนเป็นไม่รู้ตัวกันแน่
“บอกมาเถอะน่า ผมไม่ปล้ำคุณตอนนี้หรอก อยากน้อยก็ต้องรอให้แผลที่เท้าหายก่อน ไม่งั้นมันไม่สนุก”
คีรินทร์เมื่อได้เห็นท่าทางของคนในอ้อมแขนก็เดาได้ไม่อยากว่าเธอกลัวอะไร หากก็ยังอยากจะแกล้งแม่สาวน้อยขี้ตื่นไปเล็กๆ น้อยๆ แต่เล่นเอาคนได้ยินถึงกับเบิกตาโพลง พลางจ้องหน้าคนพูดตาค้างอย่างตกใจ ก็เล่นพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยแบบนั้น เธอไม่รู้หรอกว่าเขาพูดจริงหรือแค่พูดเล่น กระทั่งได้ยินเขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งทว่าน้ำเสียงก็ยังคงราบเรียบอยู่เช่นเดิม
“ผมล้อเล่นน่ะ ผมไม่นิยมเด็กสักเท่าไรหรอก และถ้ายังไม่พ้นรั้วมหาวิทยาลัยด้วยแล้วยิ่งไม่อยากยุ่งด้วยใหญ่ ขี้เกียจปวดหัว จะบอกได้หรือยังว่าคุณอยู่ห้องไหน ผมไม่มีเวลามาอุ้มคุณอยู่แบบนี้ทั้งคืนหรอกนะ”
ประโยคนี้คีรินทร์ตั้งใจเตือนสติตัวเองด้วยต่างหาก เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าคนในอ้อมแขนผ่านพ้นวัยเด็กมาหลายปีแล้ว ออกจะสาวสะพรั่งเลยด้วยซ้ำ และรู้ดีว่าเรือนร่างอวบอิ่มที่ตนเองกำลังสัมผัสมันก็ปลุกอารมณ์หนุ่มให้พลุ่งพล่านได้ดีทีเดียวเชียวละ แถมหน้าอกหน้าใจนุ่มๆ ที่เบียดอยู่กับแผงอกกว้างในขณะนี้ ผู้ชายที่ผ่านผู้หญิงมาเยอะพอสมควรคาดเดาได้ไม่ยากว่ามาตรฐานของมันเกินหญิงไทยแน่นอน ซึ่งมันเล่นเอาคนบอกไม่นิยมเด็กต้องลอบกลืนน้ำหลายเหนียวๆ ลงคอไปอย่างฝืดๆ อยู่หลายหน
ด้านศิริกานดาถึงแม้จะกำลังสงสัยอยู่เต็มแก่ว่าคนชอบปั้นหน้าตาเรียบนิ่งอยู่เป็นนิจ ออกจะค่อนไปทางดุเสียด้วยซ้ำมีอารมณ์ล้อเล่นเหมือนชาวบ้านเขาด้วยหรือไง ทว่าน้ำเสียงที่เริ่มห้วนของเขาก็ทำให้เธอต้องรีบชี้บอกห้องไปในที่สุด และคนอุ้มก็ก้าวไปเปิดประตูห้องที่มือเรียวเล็กชี้บอกทันที
“ไม่ต้องลงไปข้างล่างอีกแล้วนะ อาบน้ำแล้วนอนซะ เดี๋ยวผมปิดประตูบ้านกับประตูรั้วหน้าบ้านให้เอง พรุ่งนี้วันเสาร์วันหยุดนี่ ผมจะให้ยายควีนมาอยู่เป็นเพื่อนก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มเอ่ยสั่งเสียงขรึมๆ เมื่อพาคนในอ้อมแขนมาวางลงนั่งตรงขอบเตียงเสร็จ ก่อนจะกวาดตาคมกริบมองรอบๆ ห้องนอนขนาดเล็ก แต่จัดข้าวของเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบผ่านๆ แล้วถึงมาหยุดจ้องหน้าคนนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับตั้งคำถามอีกครั้ง
“ต้องให้อุ้มไปส่งในห้องน้ำด้วยไหม”
“มะ...ไม่ต้องค่ะ กานช่วยตัวเองได้ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่กรุณามาส่ง”
เธอรีบปฏิเสธเสียงหลง พร้อมกับสั่นศีรษะแรงๆ ก่อนก้มหน้าหลบสายตาคมกริบงุดๆ
เมื่อเห็นว่าเป็นนานคนตัวใหญ่ก็ยังไม่ยอมขยับไปไหนสักที ศิริกานดาจึงทำการไล่ทางอ้อมแบบสุภาพสุดๆ ออกไปอีกหน
“ขอบคุณค่ะ”
เรียวปากอิ่มอุบอิบออกมาเบาๆ และยกมือไหว้แถมให้ไปอีกด้วย
ด้านคนถูกไล่ทางอ้อมเมื่อกวาดตามองแล้วว่าเตียงกับห้องน้ำมันไม่ได้ไกลกันมากนัก คิดว่าเธอช่วยตัวเองได้อย่างที่บอกเขาจึงถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะหันหลังก้าวออกไปจากห้อง และไม่ลืมกดล็อกปิดประตูห้องพักให้ด้วยเรียบร้อย
เจ้าของห้องสาวถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองประตูที่ถูกปิดสนิทลงนิ่งค้างอยู่แบบนั้นเนิ่นนานหลายนาที พร้อมกับหน้าร้อนผ่าว และมันคงแดงก่ำด้วยนั่นแหละ หัวใจเจ้ากรรมก็กระหน่ำเต้นระรัวแปลกๆ ศิริกานดาไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไรเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าความอุ่นซ่านที่กำลังเกาะกินหัวใจมันมลายหายไปพร้อมๆ กับคนมาส่งก้าวพ้นไปจากประตูห้องของเธอได้อย่างน่าประหลาดใจ
สาวน้อยนั่งพะวงสงสัยอาการของตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงพาร่างเพรียวบางก้าวเขย่งๆ ตรงไปยังห้องน้ำในที่สุด
ตอนนี้ห้องทำงานของคีรินทร์แทบเปลี่ยนเป็นห้องเลี้ยงเด็กอ่อนไปแล้ว เพราะมีข้าวของเครื่องใช้ของลูกชายเต็มไปหมด มีแม้กระทั่งเตียงนอนหลังใหญ่ที่คีรินทร์สั่งซื้อแล้วขนมาไว้ในห้องทำงาน ซึ่งสามารถลงไปนอนกลิ้งเล่นได้ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกเลยก็ว่าได้“ไม่เมื่อยหรอกครับ อีกสักสิบคนก็ยังไหว ว่าแต่คุณเถอะ พร้อมไหม”“หึ! พูดอะไรนึกถึงตอนแพ้ท้องด้วยนะคะ”ศิริกานดาปรายตาค้อนพร้อมกับปรามาสให้ไปเล็กน้อย เพราะตอนเธอท้องเจ้าหนูคีต คีรินทร์แพ้หนักมากอยู่สี่เดือนเต็ม ตื่นเช้ามาต้องวิ่งเข้าห้องน้ำอ้วกเกือบทุกวัน และมีอาการวิงเวียนปวดหัวอยู่ตลอดเวลา จนต้องพกทั้งยาดม ยาลม ยาหอมติดตัวเอาไว้ประจำราวกับคนสูงวัย บางวันชายหนุ่มทำงานแทบไม่ได้จนต้องหาที่นอนพักงีบเอาแรง แล้วโยนให้ลูกน้องไปทำงานแทนอยู่บ่อยๆ นึกแล้วศิริกาดาก็แอบขำ ขณะที่สามีหนุ่มก็โต้กลับมายิ้มๆ“แพ้ท้องแค่นี้เรื่องจิ๊บๆ”“ปากดีไปเถอะ”“ไอ้ใหญ่มันชวนผมฟอร์มทีมฟุตบอล มันรับผิดชอบไปหกคน ส่วนผมห้าคน คุณโอเคไหม”“โนค่ะ ขออีกสองพอแล้วนะคะ ถ้าห้าคนสภาพกานคงเยินน่าดูเลย และบอกเอาไว้ก่อนเลย ว่าห้ามไปรวมหัวคิดแผนการปั๊มลูกไม่บอกไม่กล่าวกันอีกเป็นอันขาดเลยนะคะ ไม่งั
หลังจากเรียนเสร็จศิริกานดาก็ขับรถมาจนถึงตึกสูงระฟ้าที่ตั้งของบริษัทเคพี แม็คเวล กรุ๊ปเอาตอนเกือบห้าโมงเย็น หญิงสาวขึ้นลิฟต์แก้วไปยังชั้นที่สามสิบซึ่งเป็นห้องทำงานของเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ และขณะนี้หัวใจอีกสองดวงของเธออยู่ที่นี่พอลิฟต์เปิดออกเธอก็ก้าวตรงไปยังหน้าห้องทำงานของสามีแล้วเอ่ยทักทายคุณเลขาฯ ที่นั่งประจำโต๊ะอยู่ตรงหน้าห้องอย่างคุ้นเคยกันดี เพราะช่วงสองเดือนมานี้ได้เจอกันอยู่บ่อยๆ“สวัสดีค่ะคุณริสา”ศิริกานดาแย้มยิ้มหวานส่งให้พร้อมกับยกมือไหว้เรียบร้อย เล่นเอาเลขาฯ สาวใหญ่รับไหว้แทบไม่ทัน ถึงแม้คนที่ทักทายมาก่อนจะอ่อนวัยกว่ามาก แต่เธอคือดวงใจของเจ้านายหนุ่มที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้อง เปรียบเสมือนเป็นเจ้านายสาวอีกหนึ่งคนก็ย่อมได้ แต่ภรรยาสาวคนสวยของเจ้านายก็ไม่เคยถือเนื้อถือตัว พูดคุยทักทายกับพนักงานอย่างเธอด้วยความเป็นกันเองทุกครั้ง เป็นริสาเองเสียอีกที่รู้สึกกระอักกระอ่วนชอบกลที่ต้องมารับการเคารพจากภรรยาของคนเป็นเจ้านาย เธอจึงคลี่ยิ้มแห้งๆ เล็กน้อย แล้วถึงเอ่ยทักทายตอบ“สวัสดีค่ะ คุณหนูคีตน่าจะหลับปุ๋ยไปแล้ว ตอนริสาเอางานเข้าไปให้เห็นเจ้านายกำลังกล่อมตาปรือเชียวค่ะ”คุณหนูคีต
คล้อยหลังน้องสาวคีรินทร์ก็ทิ้งศีรษะลงกับพนักพิง หน้าตาคมสันซีดเซียวกว่าปกติ หากก็ยังพยายามคลี่ยิ้มส่งให้ภรรยาสาวที่ตอนนี้หน้าตูมอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วไล้แก้มเนียนบูดบึ้งนั้นเบาๆ พร้อมกับเอ่ยบอกไปด้วย“อย่าเพิ่งมาชวนผมรบตอนนี้นะ เวียนหัว ไม่พร้อมรบอย่างแรง วันนี้อยู่ที่ทำงานก็อ้วกทั้งวันเลย”จากที่คิดจะวีนให้เสียหน่อย แต่พอได้เห็นสภาพสามีแล้วศิริกานดาก็วีนให้ไม่ลง และเธอเดาได้ไม่อยากว่าเขาเป็นอะไร“เดี๋ยวกานไปเอาผ้าเย็นมาให้นะคะ”พอภรรยาสาวลุกก้าวออกไปคีรินทร์ก็หลับตาลงนิ่งเงียบ เพราะรู้สึกภายในห้องมันหมุนเคว้งไปหมด มองตรงไหนก็ตาลายราวกับพื้นตีกลับหากไม่กี่นาทีต่อมาชายหนุ่มก็ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่ามีผ้าเย็นๆ ลูบไล้มากับผิวหน้า พอเขาลืมตาปุ๊บคนที่ทำหน้าที่บริการผ้าเย็นก็เอ่ยถามออกมาเบาๆ ชนิดที่ว่าตรงประเด็นเผง ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยซึ่งบอกไม่ได้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน“คุณคิงส์อยากมีลูกเหรอคะ”“จะอยากหรือไม่อยากตอนนี้ก็มีแล้วไงครับ”พูดพลางใช้ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้หน้าท้องที่ยังแบนเรียบของเธอไปมาแผ่วเบา กิริยานุ่มนวลอ่อนโยนและน้ำเสียงน่าฟังของเขา ทำเอาอารมณ์ไม่พอ
“แกหมายความว่าไง”คนมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้สงสัยในคำพูดกำกวมปนวกวนของเพื่อนรักอยู่เต็มแก่ เธอจึงจ้องหน้านิ่งๆ เป็นการบังคับให้เพื่อนจอมแสบตอบออกมาตรงๆขณะที่คีรดาก็จ้องสบตาเพื่อนไม่ยอมหลบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ แล้วถึงบอกออกไปเสียงดังฟังชัด“ฉันท้อง”“หา! นี่แกลืมไปฉีดยาคุมเหรอไอ้ควีน” ศิริกานดาเบิกตากว้างพร้อมโพล่งออกมาอย่างตกใจ“เดือนที่แล้วฉันก็ไปฉีดพร้อมกับแกไง จำไม่ได้เหรอ”“ถ้างั้นอาจจะไม่ใช่ก็ได้มั้ง คุณใหญ่เขาจะน้ำยาเด็ดจนยาคุมเอาไม่อยู่เชียวเหรอแก ไปตรวจให้ดีๆ เอาให้แน่ๆ ก่อนไหมไอ้ควีน”ศิริกานดายังพยายามคิดบวกเข้าไว้ และปลอบใจทั้งตัวเองและเพื่อนรักไปในคราวเดียวกัน ก็ไปฉีดยาคุมมาด้วยกัน ถ้าคีรดาท้องแล้วเธอจะรอดหรือ หากคำตอบของคีรดากลับทำเอาใจแป้วลงไปถนัดใจ“ฉันไปตรวจกับคุณหมอที่คลินิกมาแล้ว ท้องชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์” “แล้ว...ท้องได้ไง”คนตกใจปนอึ้งถามออกมาเบาๆ ราวกับคนละเมอ เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบรรดาผู้หญิงอย่างพวกเธอ แถมยังเรียนปริญญาโทภาคปกติยังไม่จบกันเลย ถ้าท้องก็ต้องดรอปเรียนกันให้วุ่นวายอีก“ก็คุณหมอเจ้าของคลีนิกที่เราไปฉีดยาคุมเป็นเพื่อนพี่คิงส์กับ
“มันไม่ปฏิเสธแสดงว่าเรื่องจริง แกเตรียมสินสอดไปขอเมียให้มันได้เลยไอ้คิงส์”คีรินทร์ยักไหล่เบาๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่เพิ่งรู้ เรื่องนี้เขาก็พอจะทราบจากคนงานที่ท่าเทียบเรือและเหมืองแร่ที่กระบี่มาบ้าง แต่ในเมื่อวาคินมันยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัว เขาก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง ถ้าพร้อมเมื่อไรมันก็พูดออกมาเองนั่นแหละ“คืนนี้ฉันมีงานต้องทำ ขอตัวก่อนนะเพื่อน น้องควีนไปส่งพี่ที่หน้าบ้านหน่อย”เซบาสเตียนลุกจากโซฟาแล้วดึงร่างเล็กให้ก้าวตามออกไปยังหน้าคฤหาสน์ทันที ปล่อยให้คีรินทร์และศิริกานดามองตามไปอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไร เพราะจู่ๆ คนที่นั่งทอดอารมณ์อยู่ดีๆ ก็เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วเอ่ยขอตัวเสียอย่างนั้นชั่วครู่สองสามีภรรยาถึงหันมามองหน้ากันพลางคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนทั้งคู่จะจับจูงกันลุกจากโซฟาก้าวขึ้นไปยังห้องพักบนชั้นสองของบ้าน เนื่องจากผ่านการเดินทางมายาวนานนับสิบชั่วโมงยังไม่ได้พักกันเลย“ไปตัดเล็บกันดีกว่านะเรา”ประโยคของสามีที่เอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงกันออกมาจากห้องรับแขก ทำให้ศิริกานดาต้องเหล่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนเธอจะลองเชิงแย็บถามดู“ตัดเล็บเฉยๆ นะคะ”“ฝันไปเถอะทูนหัว”ภรรยาสาวค้อ
เมื่อเห็นว่าสองหนุ่มยังคงเงียบกริบอย่างเถียงไม่ออก คีรินทร์จึงจัดการเทศนาต่อ“แต่แกสองคนกัดกันไปมาแบบนี้คิดว่าคนที่อยู่ตรงกลางและรักพวกแกไม่น้อยไปกว่ากันจะมีความสุขไหม ฉันเองเห็นเฉยๆ อย่างนี้ก็ไม่ได้สบายใจนักหรอกนะ นั่นก็น้องชาย นี่ก็เพื่อน ฉันไม่เข้าข้างใครทั้งนั้นแหละ ฉันรู้ว่าแกรักน้องสาว ไอ้คิน ส่วนแกไอ้ใหญ่ ถ้ารักยัยควีนจริงก็เลิกทะเลาะกันสักที ความสุขของคนที่พวกแกรักแค่นี้ให้ไม่ได้หรือไงวะ”นักมวยคู่เอกต่างนั่งกันสงบนิ่งราวกับซึ้งในรสพระธรรม ก่อนที่วาคินจะเมินหน้าไปอีกทาง ด้านเซบาสเตียนก็ปล่อยลมหายใจออกมาหนักๆ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา หากทุกคนที่นั่งกันอยู่โดยรอบก็โล่งใจไปตามๆ กัน ต่างเข้าใจดีว่าการที่คนไม่กินแหนงแคลงใจกันมานาน แล้วจู่ๆ จะให้มาคืนดีกันมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก แค่ทั้งสองไม่หาเรื่องลับฝีปาก และต่างคนต่างเฉย นี่ก็ถือว่าเป็นฤกษ์ดีที่สุดแล้วโดยเฉพาะศิริกานดาที่แอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตอนที่ก้าวเข้ามาในบ้านเธอยังไม่มั่นใจในสีหน้าและท่าทางของคนเป็นสามีสักเท่าไร ด้วยนิสัยอารมณ์ร้อนของเขา เธอก็อดแอบหวั่นใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ว่าเขาจะมาอาละวาดให้เข้าหน้ากันไม่ติดเข้า







