เข้าสู่ระบบอาทับลูบไล้ล้วงคลึงอยู่อย่างนั้นเหมือนกำลังปลุกตัวเองให้ตื่นพร้อมทั้งโยกย้ายสะโพกไปด้วย ส่วนฉันก็เสียวสะท้านเลยทีเดียวเมื่อนึกถึงลีลาการเด้าน้าเรไรในท่ายืนสุดเด็ดของพ่อเลี้ยงเมื่อคืนนี้ ถ้าฉันได้ลิ้มลองเขาบ้างล่ะ มันจะเสียวสยิวขนาดไหน
ดูเพิ่มเติมพ่อเลี้ยงกระหายสวาท
เรื่องลับ ๆ ชวนเสียวของน้ำทิพย์
เด็กสาววัยใสกับพ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่ที่ชอบเข้าวัดปฏิบัติธรรมแต่แอบซ่อนความหื่นไว้เต็มพิกัด
จัดหนักไม่เฉพาะแม่ของหล่อน
แต่ยังรวบน้าสาวและ...
รวบหล่อนให้ซ่านเสียวกับรสสวาทลีลาสุดเด็ด
ตามไปฟินกันค่ะ
นิยายแซ่บในทรวง ของวานิลลาอีกเรื่อง...นะคะ
บทที่ 1
ฉันชื่อน้ำทิพย์...เป็นเด็กสาวสิบแปดหยก ๆ อาศัยอยู่กับแม่และน้าสาวในบ้านหลังน้อยท่ามกลางสวนผลไม้หลายไร่ และมันเป็นอาชีพหลักของพวกเรา ตั้งแต่เล็กจนโตฉันก็ช่วยพ่อกับแม่ทำสวนผลไม้มาตลอด เป็นไร่ส้มโชกุนแสนอร่อย อืม...เห็นฉันเป็นเด็กสาวบ้านนอกอย่างนี้ฉันชอบใช้ของมียี่ห้อเหมือนกันนะ ด้วยความที่ฉันมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนสาวชาวบ้านธรรมดาเพราะพ่อของฉันทั้งสูงทั้งหล่อ เป็นนักร้องไง แต่...หย่ากับแม่นานละ ด้วยความที่ต้องทำงานนอกบ้าน เป็นดาราถึงไม่ได้โด่งดังอะไรแต่อาชีพนักร้องก็ย่อมต้องมีสาว ๆ แฟน ๆ มากรี๊ดกร๊าด เป็นธรรมดา เรื่องนี้มันก็เกิดนานแล้ว พ่อไปร้องเพลงเดินสายต่างจังหวัดบ่อย ๆ เลยปิ๊งปั๊งกับแฟนคลับ แรก ๆ มีโทรศัพท์มาหา พอหลัง ๆ มาด้วยตัวเองและอ้างว่ากำลังจะมีลูกกับพ่อ
แล้วเป็นไงล่ะ สุดท้ายครอบครัวเราก็พัง พ่อพยายามงอนง้อขอคืนดีกับแม่แต่ไม่สำเร็จ แม่ไม่ยอมโอนอ่อนและอภัยให้ ฉันก็ไม่รู้ว่าที่แม่สาว ๆ พวกนั้นที่มาอ้างว่าท้องกับพ่อท้องจริงหรือเปล่าหรือไปหลอกขอใบรับรองแพทย์มายืนยัน แต่แม่ฉันก็ไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบที่ต้องนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า แม่ยังสาวและสวยมากนะ ความสวยเลยตกทอดมาสู่ลูกอย่างฉันโดยสมบูรณ์ และสุดท้ายเมื่อไม่ยอมกันก็เป็นอันว่าต้องเลิกรากับพ่อในที่สุด แต่ฉันเลือกที่จะอยู่กับแม่ เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะฉันรู้ว่าพ่อน่ะเป็นนักร้อง อาชีพเต้นกินรำกินและต้องเดินสายอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง
ฉันไม่ได้ดูถูกอาชีพพ่อตัวเองหรอกนะ แต่ไม่อยากไปใช้ชีวิตที่ไม่มีความแน่นอน ฉันยังอยากเรียน และปีหน้าฉันก็เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงเวลาว่างหลังเรียนจบมัธยมปลายแล้วฉันก็ช่วยแม่เก็บส้มโชกุนขาย
แต่...ชีวิตของฉันเหมือนมีคำสาป เพราะแม้ว่าแม่จะหย่ากับพ่อหลายปีตั้งแต่ฉันตัวกะเปี๊ยกฉันก็ไม่ได้มีความสุขอะไรนักหรอก เพราะพอหย่ากับพ่อ แม่ก็ให้ น้าเรไร น้องสาวของแม่ ซึ่งเป็นน้าสาวของฉันมาอยู่ด้วย น้าเรไรเป็นผู้หญิงสวย สวยเหมือนพี่สาวของหล่อนก็๕อแม่ฉันนั่นล่ะ ดู ๆ ไปครอบครัวของเราก็รับเอาความสวยงามกันมาแทบทุกคน สวย ขาว อวบ หน้าตาดี ครบสูตรว่างั้น
น้าเรไรเป็นสาวแหวว หวาน ดูภายนอกเหมือนจะเรียบร้อย มีแต่ฉันเท่านั้นล่ะที่รู้ว่าน้าเรไรจริง ๆ แล้วเป็นคนที่ออกจะมากเรื่อง อะไรนิดหน่อยก็ชอบใส่อารมณ์ ฉันรู้สึกเหมือนอยู่กับแม่เลี้ยงยังไงก็ไม่รู้ เพราะเจ้าหล่อนชอบทำตัวเป็นแม่ฉัน สั่งนั่น โน่นนี่ สงสัยเห็นว่าฉันยังเด็กไง ใช่...ตอนนั้นฉันเด็กจริง ๆ นะ เพราะอายุแค่สิบขวบเอง ยังไร้เดียงสา ไม่รู้จักใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่รู้จักแต่งหน้าแต่งตัว น้าเรไรชอบใช้ให้ฉันทำงานบ้าน กวาดบ้านถูบ้านไม่เท่าไหร่ ให้ฉันขนน้ำไปรดต้นไม้นี่ดิ บางทีมากเรื่องเวลากินข้าว
แต่แม่ฉันก็ไม่เคยตำหนิน้องสาวเลยนะ แถมยังเห็นดีเห็นงามว่าน้องสาวตัวเองเป็นคนอบรมสั่งสอนลูกสาว เฮ้อ!...บางทีฉันอยากไปนอนค้างบ้านเพื่อน แต่เกรงใจกลัวแม่คิดมาก ท่องไว้ในใจหนึ่งถึงล้านซะ ว่ายังไงน้าเรไรก็เป็นน้าสาวของฉัน
ยัง...เรื่องมันไม่ได้มีแค่นั้นหรอก เพราะหลังจากที่แม่หย่ากับพ่อและให้น้องสาวเข้ามาอยู่ด้วยในบ้านก็ดันมีผู้ชายคนหนึ่งมาเทียวไล้เทียวขื่อ มาจีบแม่ ชื่อทับ เอิ่ม...ไม่อยากบอกว่าหน้าตาเขาดีมากนะ เป็นผู้ชายที่หล่อ ล่ำ อายุไล่เลี่ยกับแม่ สี่สิบกว่า ๆ เป็นหนุ่มใหญ่ว่างั้น แต่ที่เด็ดกว่าอะไรก็คืออาทับคนนี้เคยบวชเรียนเป็นพระมาก่อน จำวัดอยู่หลายพรรษา คงแก่เรียน และเพิ่งสึกออกมา
เสียงครางของน้าเรไรทำเอาฉันเสียวสั่นตามไปด้วย ยิ่งเห็นอากัปกิริยาส่อแสดงธาตุแท้ของพ่อเลี้ยงที่ฉันคิดและเชื่อมาตลอดว่าเขาเป็นคนดีอย่างเหลือเกินอย่างชัดเจนมันทำให้ฉันผิดหวังและตกใจไปพร้อมกัน ก็ดูซิ โกนหัวเหมือนผู้ทรงศีล อยู่ในศีลในธรรมและเรียบร้อยไม่พูดมาก รักเมียก็ปานนั้น ที่แท้ก็แอบเป็นชู้รักกับน้องเมียนี่เอง แต่นึก ๆ นะถ้าฉันเป็นผู้ชายก็คงปฏิเสธน้าเรไม่ได้ ดูนมของหล่อนนั่นสิ ใหญ่ยิ่งกว่าส้มโอ ผู้ชายที่ไหนเห็นก็ชอบ เพราะขนาดฉันเป็นผู้หญิงด้วยกันยังรู้สึกถึงความเสียวกระสันขึ้นมาทันใดตายละ...พอนึกเรื่องเสียวก็รู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำที่ตรงหว่างขา ฉันเริ่มเสียดสีหน้าขาถูไถไปมาขณะที่ยังแอบดูทั้งสองนัวกันไม่สนใจเลยว่าใครจะแอบมาเห็น สงสัยอาทับจะคิดว่าฉันหลับไปแล้วก็เลยไม่สนใจ ขระนั้นอาทับก็ดึงบราเซียของน้าเรออกไปแล้วก้มหน้าก้มตา ดูดหัวนมน้าสาวของฉันวึ่งเห็นชัด ๆ เลยว่าอาทับลิ้มเลียมันด้วยปลายลิ้นที่ปาดป่ายไปมาสร้างอารมณ์กระสันให้น่าเรไรร้องครางเสียงแหบโหย“โอยยยย....อ่าส์....ซี๊ดดดด...พี่ทับจ๋า....ซี๊ดดดด”“หวานจริง ๆ เรจ๋า...เมียพี่หวานอะไรอย่างนี้”ยี๊...เรียกน้องเมียว่า เมีย เนี่ยนะ ได้ยินแ
น้าเรไรเถียงและฉันเห็นอาทับดึงมือน้าเรไร ไม่ได้จับไว้เฉย ๆ แต่ดึงตัวน้าสาวของฉันไปกอดไว้แล้วพูดได้ยินชัดเจนเลยว่า“จะอายทำไมในเมื่อเราเคยเอากันแล้วตั้งหลายหน!”เอากันหลายหน! อันนี้สิเด็ดยิ่งกว่าที่ได้ยินเมื่อกี๊นี้ซะอีก ตายละวา...นี่ถ้าไม่เห็นกับตาได้ยินกับหูผึ่ง ๆ ทั้งสองข้างก็ไม่มีวันรู้เลยว่า น้าเรไรกับอาทับเคยแอบเย่อกันลับหลังแม่ แบบนี้เขาเรียกว่าชู้ใช่มั้ย?...ว๊าย! ยังจะบ้าถามตัวเองแบบโง่ ๆ อีกนะ พอได้ยินอย่างนั้นต่อมอยากเผือกมันก็ยิ่งทำงาน ฉันไม่สามารถเดินกลับไปที่ห้องหรือผละไปจากตรงนั้นได้เพราะมันเป็นมุมที่เห็นทั้งสองคนชัดเจน ได้ยินเสียงที่ทั้งสองพูดคุยชัดยิ่งกว่าอะไร ขณะนั้นอาทับก็กอดรัดน้าเรไรไว้แล้วพูดว่า“บอกพี่มานะเรว่าไปที่ไหนกับใคร ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใครถึงได้กอดเร หอมเรแบบนั้น”“เขาเป็นเพื่อนเรนะพี่ทับ”“เป็นเพื่อนแล้วกอดกันแบบนั้นได้เหรอ?”“ทีพี่ทับยังกอดพี่นารีได้เลยนะ”“ก็นารีเขาเป็นเมียพี่ จะไม่ให้พี่กอดเขาได้ยังไง”“ก็ไม่รู้ล่ะ พี่ทับกอดพี่สาวของเรได้เรก็กอดคนอื่นได้เหมือนกัน”“มันไม่เหมือนกันนะ พูดแบบนี้เรหึงพี่ใช่ไหม เรหึงที่พี่กอดหอมเมียพี่น่ะ”“ใช่สิ!” เสียง
“จ้ะ...แล้วรีบกลับล่ะแม่”“เออๆ...รู้แล้ว”จากนั้นแม่ก็วางสาย ส่วนฉันก็ถอนหายใจเพราะรู้ว่าแม่เป็นแบบนี้ประจำ ยังสงสัยว่าที่กลับดึกเพราะรถยางแตกนี่เป็นข้ออ้างหรือเปล่า แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องไปบอกอาทับซะก่อนบทที่ 3 ฉันเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาจวนสองทุ่ม อย่าว่าแต่แม่ยังไม่กลับเลย แม้แต่น้าเรไรก็ยังไม่กลับบ้าน ไม่รู้ว่าไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายคนนั้นถึงไหน ฉันเองต้องอยู่แบบนี้มานานแล้ว และก็เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาทับก็คงเห็นว่าเป็นเรื่องปกติด้วยกระมังก็อย่างที่น้าเรไรว่าใส่หน้าฉันเรื่องแม่นั่นล่ะ แม่เป็นอย่างที่น้องสาวว่าจริง ๆ แม่ฉันสวย เป็นสาวบ้านนอกแต่เรื่องสังคมรำพัดไม่เป็นสองรองใคร ฉันไม่ได้รับส่วนนี้ของแม่มาหรอก แต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นปมในใจเพราะเปิดทางให้น้องสาวตัวเองพูดดูถูกได้สารพัด ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมน้าเรไรถึงได้ใส่อารมณ์กับพฤติกรรมของแม่ถึงขนาดนั้น ฉันได้แต่ถอนหายใจและเดินไปที่ห้องแม่ แต่ก็เห็นประตูแง้มอยู่ และพอเปิดเข้าไปก็ไม่เห็นใครในห้อง“พ่อ...พ่ออยู่หรือเปล่าจ๊ะ?”ฉันร้องเรียกเบา ๆ เพราะมันค่ำแล้ว กลัวเรียกเสียงดังเดี๋ยวอาทับจะตกใจ แ
เพราะจริง ๆ แล้วอาทับเป็นผู้ชายหน้าตาดี ยิ่งตอนเหงื่อออกท่วมเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนูนแน่นก็ยิ่งน่ามอง ฉันไม่อยากจะคิดอะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่เข้าใจว่าเขาไม่ได้เป็นพ่อแท้ ๆ ของฉันสักหน่อยนี่นะ บางครั้งก็ตะขิดตะขวงใจเหมือนกันที่จะทำตัวให้รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นพ่อลูกกันแท้ ๆ ขนาดสบนัยน์ตาของพ่อเลี้ยงหัวใจฉันยังเต้นไม่เป็นจังหวะ นับประสาอะไรกับการได้เห็นเรือนร่างใหญ่กำยำแบบนี้ หลายครั้งทำฉันเผลอจินตนาการไปไกลเหมือนกัน ฉันรีบยื่นของในมือที่เตรียมมาให้และบอกว่า“น้ำเอาข้าวห่อมาให้พ่อทับจ้ะ ขอโทษทีที่เมื่อเช้าน้ำตื่นสายเลยทำกับข้าวให้ไม่ทัน”“โฮ้ย...ไม่เป็นไรหรอก ได้กาแฟแก้วเดียวพ่อก็ทำงานได้ทั้งวัน ว่าแต่นารียังไม่กลับอีกเหรอ?”อาทับถามถึงแม่และฉันก็แค่ส่ายหน้า“ยังหรอกจ้ะพ่อ คงบ่าย ๆ มั้ง น้ำกลับละนะ วันนี้ว่าจะทำขนม ไม่ได้ช่วยพ่อเก็บส้มหรอกนะ”เขาพยักหน้า “อืม...แต่ว่า...เมื่อกี๊เห็นรถใครเข้ามาจอดหน้าบ้าน นึกว่านารีกลับมาแล้วซะอีก”“อ๋อ...ไม่ใช่แม่หรอกจ้ะพ่อทับ ใครก็ไม่รู้ มาหาน้าเรไรน่ะ”“หืมม์?...มาหาเรไรเหรอ?”คราวนี้อาทับชะเง้อมองและมีสีหน้าเปลี่ยนไปดูถมึงทึงขึ้นมาทันทีโดยไม่มีเห