LOGIN“การนอนกับฉันก็ถือว่าได้ปลดหนี้เหมือนกัน” “ถ้าเธอยอมนอนกับฉันไปจนครบห้าเดือน หนี้ของเธอก็จะหมดทันที แล้วทีนี้เธอก็ออกไปจากบ้านฉันได้เลย” “…” “ถ้าเธอตกลง ฉันจะหาคนใช้ใหม่มาทำแทนเธอ แล้วฉันก็จะให้เธอทำหน้าที่แค่บนเตียงก็พอ” “…”
View Moreแนะนำตัวละคร
เจคอบ (เจค) อายุ 28 ปี สูง 186 เซนติเมตร ประธานบริษัทผลิตอุปกรณ์ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ แม่มีธุรกิจปล่อยเงินกู้ พ่อตายตอนเขาเรียนจบใหม่ๆ เขาจึงต้องเป็นผู้บริหารตั้งแต่อายุ23ปี ใบชา อายุ 22 ปี สูง 160 เซนติเมตร พอเรียนจบก็ต้องมารับภาระหนี้ของแม่ที่เล่นการพนัน . . . . . ตัวอย่าง “ถ้าเธอยอมนอนกับฉันไปจนครบห้าเดือน หนี้ของเธอก็จะหมดทันที แล้วทีนี้เธอก็ออกไปจากบ้านฉันได้เลย” “…” “ถ้าเธอตกลง ฉันจะหาคนใช้ใหม่มาทำแทนเธอ แล้วฉันก็จะให้เธอทำหน้าที่แค่บนเตียงก็พอ” “…” “แค่นอนอ้าขาให้ฉันเอา มันง่ายมากเลยนะ ดีกว่าเป็นคนใช้ตั้งเยอะ” “แต่ใบชายอมเป็นคนใช้ดีกว่าค่ะ” “จะไม่ยอมรับข้อเสนอของฉัน?” “ใช่ค่ะ” “แล้วเธอคิดเหรอ…ว่าการที่เธอไม่ยอมรับข้อเสนอของฉัน แล้วฉันจะไม่เอาเธอ” “…” . . . . . “ถ้าคุณคิดว่าการทำแบบนี้กับใบชาแล้วคุ้มกับเงินห้าแสน งั้นใบชาอยากจะขอคุณค่ะ” “จะขออะไร” “ช่วยลดระยะเวลาชำระหนี้จากห้าเดือนมาเป็นสามเดือนได้ไหมคะ” ถึงยังไงเธอก็เสียเปรียบเขาแล้ว ดังนั้นเธออยากจะลดระยะเวลาเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบและเปลืองตัวไปมากกว่านี้ “กลัวสึกหรอหรือไง” “ใช่ค่ะ” “จะถนอมไว้ให้คนที่เธอชอบสินะ” “ค่ะ” “ก็ได้ ฉันจะลดระยะเวลาให้เธอ” “ถ้าครบสามเดือนแล้ว ถือว่าหนี้ห้าแสนนั้นหมดกันนะคะ” เธอยิ้มบางๆ แต่ภายในใจขมขื่นเมื่อคิดว่าตัวเองต้องใช้ร่างกายปลดหนี้บนเตียง “อืม” . . . . . . . . . . . . . . . บ้านยุพาวรรณ “ตอนนี้หนี้ของเธอก็ครบสัญญาที่จะต้องจ่ายแล้วนะ” ยุพาวรรณ เจ้าหนี้เงินกู้เอ่ยกับ กมลรัตน์ ที่เป็นลูกหนี้ของตัวเองที่นั่งอยู่ตรงหน้า “ดิฉันขอยืดเวลาใช้หนี้ไปอีกสักหน่อยได้ไหมคะคุณผู้หญิง” หญิงวัยกลางคนยกมือไหว้พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงขอร้องแววตาอ้อนวอน “ฉันยืดระยะเวลามาให้เธอตั้งหลายเดือนแล้วนะ แล้วก็ยืดเวลาให้หลายครั้งแล้วด้วย แต่เธอก็ไม่เคยเอาเงินมาจ่ายเลย จนตอนนี้ดอกเบี้ยทบต้นไปถึงห้าแสนแล้ว” คนเป็นเจ้าหนี้เอ่ยด้วยท่าทีที่ดูน่าเกรงขาม “คือ…ดิฉันหมุนเงินไม่ทันเลยค่ะ ที่ผ่านมาไหนจะค่าเล่าเรียนของลูกและอื่นๆอีกมากมายเลยค่ะ” “ตอนมายืมเธอบอกอย่างดิบดีว่าจะหาเงินมาส่งทุกเดือน เธอจะมาอ้างแบบนี้ไม่ได้” ยุพาวรรณพูดขึ้นเสียงอย่างอารมณ์เสียกับข้ออ้างของอีกคน “รายได้ที่เข้ามาในช่วงนี้ไม่พอจ่ายจริงๆเลยค่ะคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงช่วยยืดระยะเวลาให้ดิฉันอีกหน่อยเถอะนะคะ” กมลรัตน์เอ่ยพร้อมกับยกมือไหว้คนตรงหน้าอย่างขอความเห็นใจ ยุพาวรรณที่เห็นก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายพลางตัดสินใจแล้วพูดออกไป “ฉันจะยืดเวลาให้เธอใช้หนี้อีกสามเดือน ถ้าในสามเดือนนี้เธอไม่เอาเงินมาคืนฉัน เธอกับลูกของเธอก็ออกจากบ้านหลังนั้นไปได้เลย เพราะฉันจะยึดบ้านของเธอซะ” คนเป็นเจ้าหนี้พูดออกไปด้วยท่าทีเอาจริงเอาจังพลางคิดว่าถ้าคนตรงหน้ามาขอความเห็นใจอีก นางก็จะไม่ใจอ่อนให้อีกแล้ว “ขอบคุณคุณผู้หญิงมากนะคะที่เห็นใจดิฉัน…” กมลรัตน์ก้มหัวไหว้อย่างนอบน้อมก่อนจะเงยหน้าบอกออกไป “ถ้าอย่างนั้นวันนี้ดิฉันกลับบ้านก่อนนะคะ” พูดจบกมลรัตน์ก็ลุกจากโซฟาหรูแล้วออกจากบ้านหลังใหญ่ไปขึ้นรถแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังบ่อนการพนันที่นางมักจะไปเสี่ยงโชคเกือบทุกวัน บ่อนการพนัน ในขณะที่กมลรัตน์กำลังเล่นไพ่อยู่นั้นอยู่ๆโทรศัพท์ของนางก็มีสายโทรเข้ามาจากคนเป็นลูกสาว Rrrr! “ว่าไง” (แม่อยู่ไหน) “แม่…ออกมาทำธุระข้างนอกน่ะ” กมลรัตน์ปดคนเป็นลูกออกไป นางไม่อยากให้ลูกรู้ว่าตัวเองเล่นการพนัน (แม่จะกลับตอนไหน) “ทำธุระเสร็จก็กลับเลย แค่นี้นะ แม่กำลังคุยธุระอยู่ อย่าโทรมาอีกนะ” พูดจบ กมลรัตน์ก็รีบกดวางสายทันทีแล้วเล่นไพ่ต่อด้วยความลุ้นว่าจะเอาเงินเล่นไพ่ที่ชนะวันนี้ไปจ่ายหนี้ จนกระทั่งหลายชั่วโมงผ่านไป สิ่งที่คิดก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด กมลรัตน์แพ้ไปหลายพันบาท “เฮ้อ วันนี้ดวงไม่ดีเลย” กมลรัตน์บ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อเล่นแพ้ตั้งหลายพันบาท “พรุ่งนี้เธอก็มาใหม่สิ วันนี้ดวงไม่ดี แต่พรุ่งนี้ดวงของเธออาจจะดีขึ้นมาก็ได้นะมล” เพื่อนที่เล่นไพ่วงเดียวกันพูดเชียร์ “อืม พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่ เพื่อมาเอาคืนที่เสียไปวันนี้ให้ได้” กมลรัตน์พูดอย่างหมายมั่นและหวังว่าพรุ่งนี้คงไม่แพ้เหมือนวันนี้แน่ “งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาแก้มือกันใหม่” ว่าแล้วกมลรัตน์กับขาไพ่คนสนิทและเป็นทั้งเพื่อนของกมลรัตน์ตอนเรียนมอต้นก็พากันออกจากบ่อนการพนันไป บ้านใบชา กมลรัตน์กลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบสองทุ่ม ใบชาที่นั่งอยู่ในห้องโถงเมื่อเห็นคนเป็นแม่เดินเข้าบ้านมาก็ระบายยิ้มสดใสพร้อมกับถามออกไป “แม่ไปธุระกับใครมาเหรอ” “กับเพื่อนสมัยเรียนน่ะ ลูกได้กินข้าวหรือยัง” คนเป็นแม่เอ่ยถามลูกสาวด้วยสีหน้าตึงเครียดเมื่อคิดว่าเล่นไพ่แพ้ไปตั้งหลายพัน “กินแล้ว แล้วแม่กินยัง” “ยังเลย ในครัวมีอะไรกินบ้าง” “มีค่ะ แม่เข้าไปดูสิ” สิ้นเสียงของลูกสาวเอ่ย คนเป็นแม่ก็เดินเข้าไปในครัว ใบชามองตามแผ่นหลังของแม่พลางคิดในใจว่าหลายเดือนมานี้แม่เหมือนมีเรื่องเครียดอยู่ในใจ แล้วแม่เครียดเรื่องอะไร เธอนึกสงสัยอยู่ในใจ แต่ก็ไม่กล้าถามเพราะรู้ว่าแม่คงไม่ยอมบอกความจริงให้เธอรู้แน่ เธออยู่กับแม่มาตั้งแต่เกิด ที่ผ่านมาเธอไม่เคยถามถึงพ่อเลย และแม่ก็ไม่เคยบอกเธอว่าพ่อเป็นใคร แม่ของเธอมีอาชีพขายกล้วยทอด ตั้งแต่เธอจำความได้เธอเห็นแม่ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อไปขายกล้วยทอดในตลาดที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ แม่ทำอาชีพนี้เลี้ยงตัวเองและได้ส่งให้เธอเรียนจนจบปริญญาตรี ที่ผ่านมาถ้าเป็นวันโรงเรียนปิด เธอก็จะออกไปช่วยแม่ขายกล้วยทอดทุกวัน สองเดือนที่เธอเรียนจบมานี้เธอจะออกไปช่วยแม่ทุกวัน แต่วันนี้แม่บอกว่ามีธุระสำคัญที่จะต้องออกไปทำจึงไม่ออกไปขายกล้วยทอดหลายอาทิตย์ต่อมารวมเวลาแปดเดือนแล้วที่ใบชามาอยู่บ้านของเจคอบ ห้าเดือนแรกเธอทำหน้าที่เป็นแม่บ้านของเขา ส่วนอีกสามเดือนหลังเธอทำหน้าที่ใช้หนี้ด้วยวิธีนั้น ส่วนมีอาก็ลาออกจากบริษัทของเจคอบไปแล้วเมื่อสองอาทิตย์ก่อนบ้านยุพาวรรณวันนี้เจคอบพาใบชามาหาแม่ที่บ้าน เมื่อทั้งสองนั่งกันเรียบร้อยแล้ว ยุพาวรรณก็เอ่ยถามคนเป็นลูกชายขึ้นพลางหันไปมองใบชาที่นั่งข้างลูกของตัวเองพร้อมส่งรอยยิ้มบางๆ ใบชาก็ส่งยิ้มอ่อนๆให้ท่านด้วยเช่นกัน“ลูกมีเรื่องอะไรจะคุยกับแม่หรือเปล่า” ยุพาวรรณที่พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรถามออกไป“ผมจะมาขอโฉนดบ้านของใบชาครับ”“ใบชายังทำงานไม่ครบสองปีตามสัญญาเลยนะลูก” ยุพาวรรณพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ทว่าแฝงไว้ด้วยความหยอกล้อ“คือ…ผมยกหนี้นั้นให้ใบชาไปแล้วครับ”“ทำไมลูกถึงยกหนี้ให้ใบชาง่ายๆแบบนั้นล่ะ ตั้งห้าแสนนะลูก ใบชาได้ทำงานแค่แปดเดือนเอง” ยุพาวรรณยังแกล้งพูดหยอกเย้าลูกชายต่อ“ผมกับใบชา…” เขามีท่าทีกระอักกระอ่วนถ้าจะบอกแม่ว่าตอนนี้เขากับใบชาไม่ได้เป็นเจ้าหนี้กับลูกหนี้กันแล้ว แต่เป็นผัวเมียกันมาหลายเดือนแล้ว“อย่ามัวแต่อ้ำอึ้งสิลูก อยากพูดอะไรก็พูด” ยุพาวรรณเอ่ยพร้อมอมยิ้มนึกเอ็นดูคนเป็
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปในขณะที่ใบชาแต่งตัวอยู่ในห้องนอนอยู่นั้น เจคอบก็เปิดประตูเข้ามาแล้วพูดออกไป“เก็บเสื้อผ้าของเธอเข้าไปไว้ในห้องของฉัน”“ทำไมล่ะคะ” เธอขมวดคิ้วงุนงงกับคำสั่งของเขา“ต่อไปนี้เธอจะต้องนอนในห้องของฉัน”“ใบชานอนห้องนี้ก็ดีอยู่แล้วค่ะ”“ห้องฉันมันจะใหญ่กว่าห้องนี้”“แต่ห้องนี้ก็ไม่ได้เล็กนะคะ”“เก็บเสื้อผ้าย้ายไปนอนห้องของฉัน แล้วห้ามถามอะไรมาก”“ค่ะ” จากนั้นใบชาก็เดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้ ทันใดนั้นเธอก็คิดไปถึงแฟนของเขาแล้วหันไปพูดกับเขาด้วยสีหน้ามีความกังวล“คุณเจคอบคะ แล้วเวลาที่คุณมีอามานอนค้างที่นี่ ถ้าเขาเห็นเสื้อผ้าของใบชาอยู่ในห้องของคุณล่ะคะ”“เธอก็เห็นไม่ใช่เหรอว่ามีอาไม่เข้ามาที่นี่เป็นเดือนแล้ว”“แล้วถ้าเกิดว่าเขามาล่ะคะ”“ถ้าเกิดว่ามีอามา ค่อยว่ากันอีกที แต่วันนี้เธอต้องเก็บเสื้อผ้าไปไว้ในห้องของฉันก่อน”“ค่ะ” เธอรับคำแล้วหันมาเก็บเสื้อผ้า จากนั้นจึงเอาไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าในห้องนอนของเขาที่มีขนาดใหญ่กว่าห้องที่เธอนอนเป็นเท่าตัวเมื่อใบชานำเสื้อผ้าเข้าตู้เรียบร้อยแล้ว เจคอบก็เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วบอกเธอ“วันนี้เราออกไปกินข้าวนอกบ้านดีกว่านะ”“อย่าเลยค่ะ” เธอ
บ้านเจคอบเมื่อทั้งสองกลับมาถึงบ้านก็พากันขึ้นชั้นบน เจคอบเข้าไปอาบน้ำในห้องนอนของตัวเอง ส่วนใบชาก็เข้าห้องนอนของตัวเองไปอาบน้ำเช่นกันเวลาต่อมาเมื่อเจคอบสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จก็เข้ามาในห้องของใบชาทันทีจึงเห็นว่าเธอใส่ชุดนอนเสร็จพอดี“จะใส่ทำไม เดี๋ยวก็ต้องถอด” เขาเอ่ยพลางเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ แขนหนารั้งร่างบางเข้าเบียดกับหน้าท้องของเขา จากนั้นจึงจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอ ก่อนจะถอดของตัวเองจนเรือนร่างเปล่าเปลือยด้วยกันทั้งคู่เจคอบประคองใบหน้าสวยแล้วก้มลงหอมแก้มขาวทั้งสองข้างอย่างนุ่มนวลจนทำเอาใบชาใจเต้นโครมครามและรู้สึกหวั่นไหวกับสัมผัสที่อ่อนโยนนั้น ชายหนุ่มผละจากแก้มขาวแล้วจูบริมฝีปากนุ่มพลางขบเม้มและกัดเบาๆที่ริมฝีปากล่าง ก่อนจะสอดเรียวลิ้นเข้าไปชิมความหวานในโพรงปากอย่างดูดดื่มจนได้ยินเสียงความเฉอะแฉะของหยาดน้ำลายดังออกมาอย่างชัดเจนจ๊วบมือของเขาผละจากแก้มขาวลงมาโอบแผ่นหลังบาง อีกข้างหนึ่งเลื่อนลงมาบีบเคล้นสองเต้าอวบอัด ในขณะที่ริมฝีปากก็จูบแลกลิ้นกันอย่างร้อนแรงหลังจากที่ทั้งสองห่างหายเรื่องอย่างว่ามาสามวันร่างสูงผละฝ่ามือจากสองเต้ากลมกลึงแล้วเลื่อนลงมาจับท่อนเอ็นที่แข็งข
ตอนเย็นเมื่อถึงเวลาที่ใบชารู้ว่าเจคอบกลับมาจากบริษัทแล้ว เธอก็ส่งข้อความไปหาเขาใบชา : ใบชากลับมานอนบ้านสองคืนนะคะเจคอบ : อืมเมื่อเห็นเขาพิมพ์ตอบกลับมาสั้นๆ ใบชาก็ปิดหน้าจอมือถือก่อนที่ไต้ฝุ่นจะโทรเข้ามาRrrr!“ฮัลโหล”(ใบชาพรุ่งนี้ตอนเที่ยงพี่จะไปรับออกมากินข้าวนะ ได้ออกมาหรือเปล่า)“ได้ออกไปค่ะ วันนี้ใบชามานอนที่บ้าน พรุ่งนี้ใบชาจะนั่งรถไปเองค่ะ”(พี่จะให้ใบชานั่งรถออกมาเองได้ไงล่ะ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้พี่จะไปรับใบชาที่บ้านก็แล้วกัน)“ได้ค่ะพี่ไต้ฝุ่น”(แค่นี้นะใบชา) จากนั้นไต้ฝุ่นก็กดวางสายด้านเจคอบเมื่อเจคอบอาบน้ำและสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จก็ออกจากห้องของตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของใบชาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามชายหนุ่มเดินมายืนข้างเตียงที่ผ้าปูถูกดึงจนเรียบตึง เขาจ้องมองอยู่อย่างนั้นพลางคิดไปถึงตอนที่เขากับเธอทำเรื่องนั้นกันบนที่นอนขนาดคิงไซส์นี้ พลันแก่นกายที่อยู่ภายใต้กางเกงก็เริ่มผงาดขึ้นมาจนแข็งเป็นลำ ฝ่ามือหนาจับท่อนเอ็นแล้วกดไว้ให้มันสงบลงพร้อมกับพึมพำออกมาอย่างหงุดหงิด“ทำไมเธอต้องกลับไปนอนบ้านคืนนี้ด้วย”เมื่อคืนเขาหยุดเรื่องนั้นกับเธอหลังจากที่ทำมาหลายคืนติดต่อกัน ซึ่งปก
วันต่อมาบ้านเจคอบ ตอนเย็นพรุ่งนี้เป็นวันหยุดงาน วันนี้มีอาจึงมานอนค้างกับเจคอบ เมื่อเจคอบกับมีอาพากันเดินเข้ามาในบ้าน ใบชาที่ทำอาหารเสร็จพอดีออกมาจากในครัว เมื่อเห็นเขามากับแฟนสาว ใบชาก็ชะงักพลางหน้าถอดสีเพราะความรู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกผิดต่อแฟนของเขาเมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์คืนนั้นที่เธอพลาดมีอะไ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตอนนี้ข้อเท้าของใบชาก็หายเป็นปกติแล้ว หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ไต้ฝุ่นจะมาหาเธอเกือบทุกวันในตอนเย็นพร้อมกับซื้อของกินมาฝากเธอทุกครั้งวันนี้ใบชาตื่นขึ้นมาในเวลาตีห้าแล้วจัดการทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง หลังจากหนึ่งอาทิตย์มาแล้วที่เธอไม่ได้ทำ แต่เธอก็เข้าครัวทำอาหารได้ ถึงจะไม่ค่อยคล่อ
เมื่อไต้ฝุ่นออกจากบ้านไปแล้ว ใบชาก็ออกจากห้องนั่งเล่นแล้วเดินไปเข้าห้องนอน เธอหยิบผ้าเช็ดตัวไปเข้าห้องน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จประตูก็ถูกเปิดเข้ามาจากร่างสูงพร้อมกับเอ่ยออกไป“ขึ้นไปนอนข้างบน”“ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็พากันเดินขึ้นชั้นบนไป ใบชาเข้าห้องนอนขอ
ด้านใบชาRrrr!ในขณะที่ใบชาทานข้าวอยู่นั้นโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็มีเสียงดังขึ้น เธอหยิบออกมาดูเมื่อเห็นว่าคนตัวสูงโทรมาจึงมีท่าทีลนลาน ใจเต้นกระหน่ำด้วยความหวั่นวิตก กลัวว่าเขาจะพูดไปถึงเรื่องเมื่อคืน เธอจึงปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่อย่างนั้นด้านเจคอบเมื่อโทรไปหลายครั้งแต่เธอไม่รับสายเขาก็ร