Compartilhar

บทที่ 5

Autor: ฤดูหนาว
หัวใจของลั่วเซิงกระตุกวูบ เธอแทบจะก้าวพรวดไปข้างหน้าเพื่อฉวยจดหมายตอบรับเข้าศึกษาคืนมาจากมือของเจียงซื่อตามสัญชาตญาณ

“นายทำอะไรน่ะ?” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ทว่าสิ่งที่เจืออยู่มากกว่าคือความระแวดระวังอันเย็นเยียบ

มือของเจียงซื่อยังคงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงเกินเหตุของเธอทำให้เขาถึงกับอึ้งไป

วินาทีต่อมา แววตาของเขาก็เย็นชาลง “บุรุษไปรษณีย์บอกว่าบ้านเธอไม่มีคนอยู่ แล้วผู้ติดต่อฉุกเฉินของเธอก็กรอกชื่อฉันไว้ เขาเลยมาให้ฉันเซ็นรับแทนก็แค่นั้น”

ผู้ติดต่อฉุกเฉิน…

หัวใจของลั่วเซิงคล้ายถูกเข็มเล่มเล็กทิ่มแทง ความเจ็บปวดแปลบปลาบแผ่ซ่านขึ้นมาบางเบา

ข้อมูลนั้นถูกตั้งไว้เมื่อนานมาแล้ว นานเสียจนเธอแทบจะลืมไปแล้วว่า ในตอนที่เขายังเป็นโลกทั้งใบของเธอ เธอได้ผูกโยงสิ่งสำคัญที่สุดทุกอย่างในชีวิตไว้ที่เขาอย่างคิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

ลั่วเซิงหลุบตาลง ซ่อนเร้นอารมณ์ที่ปะทุอยู่ลึก ๆ ในแววตา “ผู้ติดต่อฉุกเฉิน…ก่อนหน้านี้ฉันลืมแก้ เดี๋ยวหลังจากนี้จะไปเปลี่ยนออกแล้วล่ะ”

เธอไม่มองหน้าเขาอีก มือบางคว้าปากกาจากโต๊ะข้าง ๆ มาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดสายเส้นเซ็นชื่อของตัวเองลงในช่องเซ็นรับอย่างชัดเจนถนัดตา——ลั่วเซิง

นับจากนี้ไป เส้นทางชีวิตของเธอ จะไม่มีสิ่งใดข้องแวะกับเขาอีก

เซ็นเสร็จ เธอก็หันหลังเตรียมจะเดินกลับเข้าบ้าน

ทว่ากลับได้ยินเสียงของเจียงซื่อเอ่ยถามบุรุษไปรษณีย์อยู่ด้านหลัง “มีแค่ฉบับเดียวเหรอครับ? ไม่มีของผมเหรอ? ผมกับเธอเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน น่าจะส่งมาถึงพร้อมกันสิ”

บุรุษไปรษณีย์ยืนยันคำตอบ “ใช่ครับ มีแค่ฉบับนี้ฉบับเดียว”

คิ้วของเจียงซื่อขมวดมุ่นเข้าหากันแน่นขึ้น เขาเรียกจังหวะก้าวเดินของลั่วเซิงที่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวให้หยุดลง “ลั่วเซิง เธอแกะดูหน่อยสิ จดหมายของฉันใส่ปนมากับของเธอหรือเปล่า?”

ลั่วเซิงชะงักฝีเท้า เธอไม่ได้หันกลับไปมอง แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก่อนนั้นหนักแน่นเด็ดขาด ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย “ไม่มีหรอก”

น้ำเสียงที่มั่นใจของเธอทำให้เจียงซื่อรู้สึกประหลาดใจและเกิดความกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก เขาซักไซ้ต่อ “ทำไมเธอถึงมั่นใจขนาดนั้น?”

ลั่วเซิงสูดลมหายใจเข้าลึก ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากบอกการตัดสินใจที่เธอเก็บงำมาเนิ่นนาน โทรศัพท์ของเขาก็ดังขัดขึ้นมากะทันหัน

เป็นซูม่านที่โทรมา

ทันทีที่กดรับสาย น้ำเสียงสะอื้นไห้ของซูม่านก็ดังลอยมาจากปลายสาย “เจียงซื่อ…นายอยู่ไหน? ฉันกลัวจังเลย…เหมือนมีคนเดินตามฉันมาตลอดเลย…”

สีหน้าของเจียงซื่อเปลี่ยนไปในพริบตา ความสนใจทั้งหมดของเขาถูกดึงดูดไปที่โทรศัพท์ทันที น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนและตึงเครียดในแบบที่ลั่วเซิงไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน “ไม่ต้องกลัวนะ! ยืนอยู่ตรงนั้นห้ามไปไหน ส่งโลเคชั่นมาให้ฉัน ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”

เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะหันกลับมามองลั่วเซิงอีกครั้ง ทั้งยังไม่ได้ยินประโยคที่เบาหวิวทว่าหนักอึ้งดั่งขุนเขาของเธอที่เอ่ยว่า “เพราะฉันเปลี่ยนอันดับคณะ เราไม่ได้สมัครเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันตั้งแต่แรกแล้ว” ชายหนุ่มหันหลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงไปยังทิศทางที่จอดรถเอาไว้ ก่อนที่เสียงคำรามของเครื่องยนต์จะแล่นห่างออกไปอย่างรวดเร็ว

ลั่วเซิงยืนนิ่งอยู่กับที่ เหม่อมองไปยังทิศทางที่รถคันนั้นแล่นลับสายตา คลื่นอารมณ์ระลอกสุดท้ายในก้นบึ้งของหัวใจได้กลับคืนสู่ความสงบงันในที่สุด

วันเวลาหลังจากนั้น ลั่วเซิงเริ่มเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางไกลอย่างเงียบ ๆ

มหาวิทยาลัยหนานจิงอยู่ห่างออกไปนับพันลี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องตระเตรียมใหม่ทั้งหมด

ในขณะที่หน้าไทม์ไลน์ของเจียงซื่อ กลับมีการอัปเดตความเคลื่อนไหวอยู่บ่อยครั้งอย่างผิดหูผิดตา

ทุก ๆ วันจะเห็นเขาอัปเดตสเตตัส และในรูปภาพกับวิดีโอเหล่านั้น ก็มักจะมีเงาร่างของซูม่านปรากฏอยู่เสมอ

พวกเขาไปปีนเขาดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน ซูม่านซบอิงไหล่ของเขาโดยมีฉากหลังเป็นทะเลหมอกที่ม้วนตัวพลิ้วไหว พวกเขาไปตั้งแคมป์ ล้อมวงผิงไฟ ซูม่านยิ้มกริ่มพลางป้อนเนื้อย่างให้เขา พวกเขาไปเช็กอินสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังนับไม่ถ้วน ถ่ายรูปคู่กันอย่างแนบชิดหน้าแลนด์มาร์กทุกแห่ง…ในทุก ๆ รูปถ่าย แววตาของเจียงซื่อล้วนเจือไปด้วยรอยยิ้มอันผ่อนคลาย

เพื่อนร่วมชั้นต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แซว:

“พี่ซื่อ นี่คือเปิดตัวแล้วใช่ไหม?”

“99 ขอให้รักกันนาน ๆ นะ!”

“เจ๊ม่านเจ๋งสุดยอด คว้าหัวใจพี่ซื่อของพวกเราไปครองได้จริง ๆ!”

ลั่วเซิงเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ มองดูภาพอันมีชีวิตชีวาและบาดตาเหล่านั้น ในใจรู้สึกอึดอัดตีบตัน คล้ายกับมีฟองน้ำที่ดูดซับน้ำเอาไว้จนเต็มเปี่ยมมากดทับอยู่ ทั้งหนักอึ้งและเปียกชื้น แต่แปลกตรงที่ ตอนนี้มันไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวแบบแทงทะลุขั้วหัวใจจนทำให้เธอหายใจไม่ออกอีกต่อไปแล้ว

ที่แท้ความรู้สึกของการตายด้านอย่างสิ้นเชิง มันก็เป็นแบบนี้นี่เอง

วันที่กลับไปรับเอกสารที่โรงเรียน แสงแดดสดใสเป็นใจ

ลั่วเซิงเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าประตูโรงเรียนมา ก็เหลือบไปเห็นซูม่านกำลังควงแขนเจียงซื่ออย่างสนิทสนมอยู่ตรงหน้าบอร์ดประกาศไม่ไกลนัก เธอโพสท่าน่ารัก ๆ สารพัดแบบพลางส่งยิ้มกว้างอย่างสดใสให้กล้องโทรศัพท์

แม้ว่าสีหน้าของเจียงซื่อจะยังคงดูเก๊กขรึมอยู่บ้าง แต่มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ยอมให้ความร่วมมือในการถ่ายรูปแต่โดยดี

ลั่วเซิงทอดสายตามองดูอยู่ไกล ๆ จู่ ๆ ภาพของเธอกับเจียงซื่อในวันวานก็หวนกลับเข้ามาในความทรงจำ

ในรั้วโรงเรียนแห่งนี้เช่นกัน พวกเขาเคยจับมือกันเดินไปตามถนนที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ทุกสาย เขาเคยต้อนเธอเข้ามุมตึกเพื่อแอบจูบอย่างลึกซึ้ง พวกเขาเคยฟุบหน้าลงบนโต๊ะเรียนเพื่อวางแผนอนาคตด้วยกัน เคยให้คำมั่นสัญญากันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งให้ได้ จะรักกันไปตั้งแต่ยังสวมชุดนักเรียนไปจนถึงวันสวมชุดแต่งงาน…

อดีตอันงดงามราวกับไม่มีอยู่จริงเหล่านั้น เมื่อมองดูในตอนนี้ กลับกลายเป็นเพียงความฝันที่แสนห่างไกลและเลือนราง

ทว่านับตั้งแต่ซูม่านปรากฏตัวขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น

ส่วนเรื่องของเธอกับเขา มันก็ไม่มีอนาคตร่วมกันมาตั้งนานแล้ว

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 22

    ฤดูหนาว ณ อีกฟากฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเจียงซื่อกระชับเสื้อโค้ตตัวเก่ง กอดหนังสือเรียนเล่มหนาเตอะไว้แนบอก แล้วสาวเท้าเดินฝ่าลานกว้างอันว่างเปล่าหน้าห้องสมุดไปอย่างรวดเร็วชีวิตในต่างแดนราวกับถูกกดปุ่มเล่นภาพช้า ซ้ำยังถูกกดปุ่มปิดเสียงเอาไว้เมื่อปราศจากการวิ่งตามอันวุ่นวายและการจงใจสร้างความบังเอิญ เวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลงอย่างน่าประหลาดเขาเริ่มชินกับการขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดเพียงลำพังจนดึกดื่น และชินกับการใช้กาแฟกับแซนด์วิชเย็นชืดประทังชีวิตไปมื้อแล้วมื้อเล่าการบำบัดทางจิตวิทยายังคงดำเนินต่อไป ภายในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เขาได้เรียนรู้ที่จะไม่ใช้ความโกรธหรือการหลีกหนีมาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเองอีกต่อไป แต่เริ่มหันมาวิเคราะห์ถึงช่วงเวลาเหล่านั้นที่ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างไปอย่างเงอะงะทว่าจริงจังเขานึกย้อนไปถึงแววตาอันสิ้นหวังของลั่วเซิงครั้งแล้วครั้งเล่า นึกถึงความเพิกเฉยละเลยที่ตนเองเคยมองว่าเป็นเรื่องปกติ และนึกถึงความหยิ่งยโสอันน่าขันที่เคยมั่นใจนักหนาว่าเธอจะไม่มีวันจากไปไหนความเจ็บปวดยังคงทิ่มแทง ทว่าเขาไม่ได้พยายามกลบฝังมันอีกแล้ว แต่เลือกที่

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 21

    ชีวิตของลั่วเซิงถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์แบบและดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบแบบแผนผลการเรียนวิชาเอกของคณะการเต้นยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอในห้องซ้อม เธอยังคงเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไปเสมอส่วนในชมรม เธอเติบโตจากเด็กใหม่ที่ไม่ประสีประสา กลายเป็นกำลังหลักที่สามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ด้วยตัวเองกู้อวี่ตั้งใจมอบหมายให้เธอรับผิดชอบงานวางแผนและจัดการมากขึ้น ซึ่งเธอก็ทำมันออกมาได้อย่างไร้ที่ติเสมอ อีกทั้งไอเดียที่เธอนำเสนอยังแปลกใหม่และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เธอจึงได้รับความไว้วางใจและความชื่นชอบจากสมาชิกชมรมอย่างล้นหลามความมั่นใจจากก้นบึ้งของหัวใจที่เกิดจากการได้รับการยอมรับในความสามารถ ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความรู้สึกมีคุณค่าที่เคยต้องพึ่งพาสายตาของคนอื่นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวี่ยังคงรักษาระยะห่างในฐานะเพื่อน ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบในช่วงพักจากการพูดคุยเรื่องงานของชมรม พวกเขามักจะคุยกันถึงนิทรรศการหรือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อบังเอิญเจอกันที่โรงอาหารก็จะนั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกันอย่างคุ้นเคย หัวข้อสนทนาลื่นไหลตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 20

    ข่าวการลาออกจากมหาวิทยาลัยหนานจิงของเจียงซื่อเปรียบเสมือนก้อนหินที่โยนลงบนผิวน้ำอันเงียบสงบ ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมออกไปนั้นแผ่ขยายรวดเร็วกว่าที่คิดไว้มากเพียงชั่วเวลาแค่วันสองวัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย และแน่นอนว่าย่อมแพร่สะพัดมาถึงคณะการเต้นที่ลั่วเซิงเรียนอยู่ด้วยช่วงพักเบรกระหว่างคลาสเรียน หญิงสาวหลายคนจับกลุ่มคุยกัน น้ำเสียงที่จงใจกดต่ำนั้นแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นจนปิดไม่มิด“ไปแล้วจริง ๆ หรอ? สุดหล่อคนที่ชอบแวะมาหาลั่วเซิงบ่อย ๆ คนนั้นน่ะเหรอ?”“รายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว จะปลอมได้ยังไง? ได้ยินมาว่าย้ายไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกาเหนือเลยนะ”“โห…กะทันหันขนาดนี้เลยหรอ? ก่อนหน้านี้ยังเห็นว่า…”“ชู่ว! อย่าพูดเลย…”เสียงซุบซิบนินทาเงียบลงกะทันหันทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้อง สายตาหลายคู่ลอบมองมาทางเธออย่างระแวดระวัง แฝงไปด้วยแววตาจับผิดและมีความเห็นใจที่ยากจะสังเกตเห็นซ่อนอยู่ฝีเท้าของลั่วเซิงชะงักไปเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองด้วยสีหน้าราบเรียบเป็นปกติปลายนิ้วของเธอจิกเกร

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 19

    เจียงซื่อยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่คุ้นตาหน้าตึกหอพักของลั่วเซิง เขายังคงดื้อดึงจ้องมองไปยังหน้าต่างบานที่สว่างไสวด้วยแสงไฟอันอบอุ่นเขารู้ว่าเธออยู่ข้างในนั้นแขนขาของเขาเริ่มชาหนึบ มีเพียงตำแหน่งของหัวใจเท่านั้นที่ยังคงปวดเป็นระลอกอย่างชัดเจน เขานึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากที่เขาทำให้เธอโกรธ เขาก็มารออยู่ใต้ตึกแบบนี้เช่นกันในตอนนั้น ไม่ว่าเธอจะโกรธแค่ไหน สุดท้ายก็มักจะใจอ่อน ยอมเดินตาแดงรื้นลงมาข้างล่าง แล้วถูกเขาดึงเข้าไปกอดรัดไว้ในอ้อมแขนแน่นทว่าครั้งนี้ ไม่มีอีกแล้วบรรดานักศึกษาที่ตื่นเช้าต่างกางร่มเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ พวกเขาส่งสายตามองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือเวทนา แล้วก็รีบเดินจากไปทั่วทั้งร่างของเขาเปียกปอน หนาวสั่นจนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างผิดปกติ และรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นระลอกในที่สุดประตูหอพักก็เปิดออก ทว่าคนที่เดินออกมากลับไม่ใช่ลั่วเซิง แต่เป็นรูมเมทของเธอเธอมองเจียงซื่อที่อยู่ในสภาพทุลักทุเลตรงหน้าด้วยแววตาที่สับสนวุ่นวาย ก่อนจะถอนหายใจออกมาในท้ายที่สุด เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับยื่นร่มแห้ง ๆ คันหนึ่งไปกางเหนือศ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 18

    การแข่งขันเต้นประจำปีของมหาวิทยาลัยหนานจิงเป็นที่จับตามองมาโดยตลอด ภายในหอประชุมจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนไม่มีที่นั่งว่างการแสดงของลั่วเซิงคือระบำร่วมสมัยแบบเดี่ยวในชื่อชุด “ทลายรังไหม”แสงไฟดับลง เหลือเพียงลำแสงสีเย็นเยียบสายหนึ่งสาดส่องลงมากลางเวทีเธออยู่ในชุดสีดำสนิท เรือนร่างพลิ้วไหวอ่อนช้อยทว่าแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นบางอย่างจากภายใน ขยับกายร่ายรำอย่างเชื่องช้าไปตามท่วงทำนองเมื่อถึงท่อนฮุก ดนตรีก็พลันดุดันเร้าใจ ท่วงท่าของเธอก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังตามไปด้วย เธอกระโดดลอยตัว ล้มลง แล้วหยัดยืนขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะจบลงด้วยท่าเอนหลังค้างไว้ซึ่งเป็นท่าที่ยากลำบากยิ่งทว่ากลับงดงามไร้ที่ติแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาทันทีทั่วทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังกระหึ่มกึกก้องราวกับเสียงกัมปนาทลั่วเซิงหอบหายใจเล็กน้อย เธอยืนตัวตรงแล้วโค้งคำนับให้แก่ผู้ชมเบื้องล่างด้านล่างเวที กู้อวี่นั่งอยู่แถวหน้าฝั่งซ้าย เขาปรบมือดังกว่าใครเพื่อน นัยน์ตาฉายแววชื่นชมอย่างไม่อาจปิดบังทว่าในเงามืดแถวหลังสุดของหอประชุม กลับมีอีกร่างหนึ่งยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างโดดเดี่ยว

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 17

    เจียงซื่อยืนอยู่ท่ามกลางม่านฝนใต้ตึกหอพัก หยาดฝนหยดลงมาจากปลายผมจนไหล่เสื้อเปียกชุ่มเขาจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นการรอคอยอย่างไร้ความหมายครั้งที่เท่าไหร่ร่างที่คุ้นเคยนั้นปรากฏตัวขึ้นทีไร ก็มักจะเดินสวนกับเขาไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกปฏิเสธอย่างเย็นชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า…แรกเริ่มคือความร้อนรน ความไม่ยินยอม และความโกรธเกรี้ยวทว่าในเวลาต่อมา เขาเริ่มถูกบีบให้ต้องหวนนึกถึงอดีตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในค่ำคืนที่นอนไม่หลับนับครั้งไม่ถ้วนภาพในหัวผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนที่ซูม่านโพสต์โมเมนต์ว่าอารมณ์ไม่ดี เขาก็ทิ้งลั่วเซิงที่กำลังงอนเขาอยู่ แล้วรีบไปโทรศัพท์คุยเป็นเพื่อนซูม่านตลอดทั้งคืนภาพตอนที่เขาปีนกำแพงออกไปซื้อชาน้ำขิงใส่น้ำตาลทรายแดงให้ซูม่าน แต่กลับลืมไปว่าบ่ายวันนั้นตอนที่ลั่วเซิงปวดประจำเดือน เขาทำเพียงแค่บอกปัดให้เธอดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆภาพในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ตอนที่เขาตักแตงโมชิ้นที่หวานที่สุดตรงกลางให้ซูม่านอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าของลั่วเซิงก็ซีดเผือดลงในเสี้ยววินาทีรวมถึงที่บริเวณหน้าบันไดวน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอที่กำลั

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 4

    ความลำพองใจบนใบหน้าของซูม่านแทบจะล้นทะลักออกมาหลังจากเล่นไปอีกสองสามรอบ ซูม่านก็แพ้อีกครั้งบทลงโทษในรอบนี้คือการไปนั่งบนตักของผู้ชายคนหนึ่งเพื่อทำภารกิจที่กำหนดให้สำเร็จซูม่านแทบจะไม่ได้คิดด้วยซ้ำ สายตาของเธอเหลือบมองไปทางเจียงซื่ออีกครั้งลั่วเซิงทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เธอผุดลุกขึ้น

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 3

    หลังออกจากโรงพยาบาล ในห้องเรียนก็มีการจัดงานเลี้ยงฉลองเรียนจบ ลั่วเซิงไม่ได้อยากไปเลยตั้งแต่แรก แต่ก็ทนการรบเร้าจากเพื่อนสนิทไม่ไหวทันทีที่เดินเข้าไปในห้องวีไอพี เธอก็เห็นเจียงซื่อกับซูม่านนั่งตัวติดกันเป็นตังเม ซูม่านกำลังป้อนผลไม้ให้เขาด้วยรอยยิ้ม และเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธพอเพื่อนร่วมชั้นเห็นลั่วเซ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 2

    เธอหันหลังเตรียมจะเดินจากไป“เดี๋ยวก่อน” เจียงซื่อเรียกเธอเอาไว้ “เอาของที่เธอทิ้งไว้ที่บ้านฉันกลับไปด้วย”เขาคิดว่าเธอจะเจ็บปวดกับคำพูดพรรค์นี้เหมือนอย่างเคย จะต้องตาแดงก่ำแล้วเค้นถามเขาว่า “เจียงซื่อ นายหมายความว่ายังไง” จากนั้นเขาก็จะอาศัยจังหวะนั้นพูดว่า “เราเลิกทะเลาะกันเถอะ” แล้วเรื่องนี้ก็จ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 1

    เจียงซื่อที่มักจะเย็นชาเสมอมา จึงทำได้เพียงยอมรับภารกิจนี้แรกเริ่มก็เป็นแค่การติวหนังสือธรรมดา พาเธอเดินทำความคุ้นเคยกับโรงเรียน แต่พอเวลาผ่านไป เรื่องราวก็เริ่มมีบางอย่างผิดปกติซูม่านบอกว่าอยากกินเค้กฝั่งตะวันตกของเมืองที่ต้องต่อคิวยาว เจียงซื่อก็โดดเรียนคาบค่ำไปซื้อให้ ซูม่านโพสต์ลงโซเชียลว่าอ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status