Compartilhar

บทที่ 9

Autor: ฤดูหนาว
แม่เจียงกำโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกตัดสายทิ้งไว้แน่น สีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวเขียว รู้สึกกระอักกระอ่วนจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

เมื่อลั่วเซิงเห็นดังนั้น เธอกลับก้าวเข้าไปหาแล้วควงแขนแม่เจียงเบา ๆ “คุณน้าคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เครื่องบินใกล้จะออกแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ ในเมื่อเขายุ่งก็ช่างเถอะค่ะ เรื่องมาส่งหรือไม่มา...เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว”

พ่อแม่ของลั่วเซิงเองก็รีบเข้ามาช่วยพูดกู้สถานการณ์

ท้ายที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนกระอักกระอ่วน ครอบครัวของลั่วเซิงก็บอกลาครอบครัวเจียงเพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามบิน

เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อมองผ่านหน้าต่างเครื่องบิน ทอดสายตามองเมืองเบื้องล่างที่เธอใช้ชีวิตมาถึงสิบแปดปีค่อย ๆ เล็กลง พร่าเลือน และถูกชั้นเมฆบดบังในท้ายที่สุด จิตใจของลั่วเซิงก็กลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด

เธอหลับตาลงอย่างเชื่องช้า

ลาก่อนนะ เจียงซื่อ

ในอีกด้านหนึ่ง

เจียงซื่อมาเป็นเพื่อนซูม่านเพื่อรายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งตามที่นัดหมายไว้

เขาช่วยเธอเข็นกระเป๋าสัมภาระและจัดการเรื่องหอพักให้จนเสร็จสรรพ ทุกอย่างล้วนถูกจัดเตรียมไว้อย่างรอบคอบไร้ที่ติ

“เจียงซื่อ ยุ่งเสร็จหรือยัง? เราไปกินข้าวด้วยกันไหม?” ซูม่านที่จัดของเสร็จเรียบร้อยแล้วเอ่ยชวนพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อย

“ไม่ล่ะ เหนื่อยแล้ว อยากกลับไปพัก” เจียงซื่อนวดคลึงหว่างคิ้ว น้ำเสียงค่อนข้างเรียบเฉย

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร นับตั้งแต่ได้รับสายจากแม่เจียงเมื่อวานนี้ ภายในใจของเขาก็รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างบอกไม่ถูก

“งั้นก็ได้...” ซูม่านรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไร

เจียงซื่อเดินออกจากหอพักหญิง แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาจนแสบตาเล็กน้อย

เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโดยสัญชาตญาณ แล้วกดเข้าสู่หน้าต่างแชตที่เงียบเหงามาเนิ่นนาน

สงครามเย็นกันมาตั้งนานขนาดนี้ เธอก็น่าจะหายโกรธได้แล้ว

ครั้งนี้ เขาเมินเฉยใส่เธอมานานแสนนาน ซ้ำยังจูบกับซูม่านต่อหน้าต่อตาเธอ บทเรียนแค่นี้น่าจะฝังลึกมากพอแล้ว

ถึงเวลาที่เขาจะต้องเป็นฝ่ายยอมลงให้และเอ่ยปากขอคืนดีเสียที

เมื่อนึกถึงสีหน้าของลั่วเซิงยามที่ได้เห็นหน้าเขา ซึ่งคงจะเจือไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทว่าก็กลั้นความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ มุมปากของเขาก็เผลอยกยิ้มขึ้นบางเบา ราวกับคนที่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ในกำมือ

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เธอคงไม่กล้าเอาคำว่า “เลิกกันเถอะ” มาพูดพร่ำเพรื่ออีกต่อไปแล้ว

ทว่าเขากลับไม่รู้เลยว่าลั่วเซิงถูกจัดให้อยู่ที่หอพักตึกไหน

เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงซื่อจึงเก็บโทรศัพท์มือถือลง แล้วเดินตรงดิ่งไปยังจุดรายงานตัวนักศึกษาใหม่

“สวัสดีครับ รบกวนช่วยเช็กให้หน่อยได้ไหมครับว่า ลั่วเซิง สาขาการเต้น พักอยู่ที่หอพักตึกไหน?”

รุ่นพี่ค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้างุนงง “ขอโทษทีนะ ในรายชื่อนักศึกษาใหม่ ไม่มีคนชื่อลั่วเซิงเลย”

รอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าของเจียงซื่อพลันแข็งค้างไปในทันที

“ไม่มีเหรอครับ?” เขาขมวดคิ้ว “เป็นไปไม่ได้ เธอต้องเป็นนักศึกษาใหม่ของรุ่นนี้แน่นอน รบกวนพี่ช่วยตรวจสอบดูให้ละเอียดอีกทีได้ไหมครับ”

รุ่นพี่ตรวจสอบรายชื่ออย่างละเอียดอีกครั้ง ถึงขั้นดึงรายชื่อนักศึกษาใหม่ของทุกสาขาวิชาในมหาวิทยาลัยออกมาดู ก่อนจะส่ายหน้าอย่างหนักแน่น “ไม่มีจริง ๆ ไม่ใช่แค่สาขาการเต้นนะ แต่ทุกสาขาก็ไม่มีชื่อของคนคนนี้เลย!”

ความรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างรุนแรงพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจของเจียงซื่อในชั่วพริบตา มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกะทันหันจนตั้งตัวไม่ติด

เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ถึงท่าทางที่เธอแย่งหนังสือตอบรับเข้าเรียนกลับคืนไปในวันนั้น นึกไปถึงประโยคที่ถูกสายเรียกเข้าของซูม่านขัดจังหวะ ซึ่งเขาเองก็ฟังมันไม่ชัด…

ความคิดอันแสนตลกบ้าบอ ทว่ากลับทำให้มือเท้าของเขาเย็นเฉียบขึ้นมาในพริบตา ก็แล่นปลาบเข้ามาในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!

เขาแทบจะกระชากโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างร้อนรน ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทันสังเกตเห็น ก่อนจะกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่จำได้ขึ้นใจ

ทว่าเสียงที่ดังแว่วมาจากปลายสาย กลับมีเพียงเสียงอัตโนมัติของผู้หญิงที่ฟังดูเย็นชาเท่านั้น:

“ขอโทษค่ะ หมายเลขที่คุณเรียก ยังไม่เปิดใช้บริการในขณะนี้...”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 22

    ฤดูหนาว ณ อีกฟากฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเจียงซื่อกระชับเสื้อโค้ตตัวเก่ง กอดหนังสือเรียนเล่มหนาเตอะไว้แนบอก แล้วสาวเท้าเดินฝ่าลานกว้างอันว่างเปล่าหน้าห้องสมุดไปอย่างรวดเร็วชีวิตในต่างแดนราวกับถูกกดปุ่มเล่นภาพช้า ซ้ำยังถูกกดปุ่มปิดเสียงเอาไว้เมื่อปราศจากการวิ่งตามอันวุ่นวายและการจงใจสร้างความบังเอิญ เวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลงอย่างน่าประหลาดเขาเริ่มชินกับการขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดเพียงลำพังจนดึกดื่น และชินกับการใช้กาแฟกับแซนด์วิชเย็นชืดประทังชีวิตไปมื้อแล้วมื้อเล่าการบำบัดทางจิตวิทยายังคงดำเนินต่อไป ภายในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เขาได้เรียนรู้ที่จะไม่ใช้ความโกรธหรือการหลีกหนีมาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเองอีกต่อไป แต่เริ่มหันมาวิเคราะห์ถึงช่วงเวลาเหล่านั้นที่ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างไปอย่างเงอะงะทว่าจริงจังเขานึกย้อนไปถึงแววตาอันสิ้นหวังของลั่วเซิงครั้งแล้วครั้งเล่า นึกถึงความเพิกเฉยละเลยที่ตนเองเคยมองว่าเป็นเรื่องปกติ และนึกถึงความหยิ่งยโสอันน่าขันที่เคยมั่นใจนักหนาว่าเธอจะไม่มีวันจากไปไหนความเจ็บปวดยังคงทิ่มแทง ทว่าเขาไม่ได้พยายามกลบฝังมันอีกแล้ว แต่เลือกที่

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 21

    ชีวิตของลั่วเซิงถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์แบบและดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบแบบแผนผลการเรียนวิชาเอกของคณะการเต้นยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอในห้องซ้อม เธอยังคงเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไปเสมอส่วนในชมรม เธอเติบโตจากเด็กใหม่ที่ไม่ประสีประสา กลายเป็นกำลังหลักที่สามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ด้วยตัวเองกู้อวี่ตั้งใจมอบหมายให้เธอรับผิดชอบงานวางแผนและจัดการมากขึ้น ซึ่งเธอก็ทำมันออกมาได้อย่างไร้ที่ติเสมอ อีกทั้งไอเดียที่เธอนำเสนอยังแปลกใหม่และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เธอจึงได้รับความไว้วางใจและความชื่นชอบจากสมาชิกชมรมอย่างล้นหลามความมั่นใจจากก้นบึ้งของหัวใจที่เกิดจากการได้รับการยอมรับในความสามารถ ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความรู้สึกมีคุณค่าที่เคยต้องพึ่งพาสายตาของคนอื่นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวี่ยังคงรักษาระยะห่างในฐานะเพื่อน ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบในช่วงพักจากการพูดคุยเรื่องงานของชมรม พวกเขามักจะคุยกันถึงนิทรรศการหรือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อบังเอิญเจอกันที่โรงอาหารก็จะนั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกันอย่างคุ้นเคย หัวข้อสนทนาลื่นไหลตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 20

    ข่าวการลาออกจากมหาวิทยาลัยหนานจิงของเจียงซื่อเปรียบเสมือนก้อนหินที่โยนลงบนผิวน้ำอันเงียบสงบ ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมออกไปนั้นแผ่ขยายรวดเร็วกว่าที่คิดไว้มากเพียงชั่วเวลาแค่วันสองวัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย และแน่นอนว่าย่อมแพร่สะพัดมาถึงคณะการเต้นที่ลั่วเซิงเรียนอยู่ด้วยช่วงพักเบรกระหว่างคลาสเรียน หญิงสาวหลายคนจับกลุ่มคุยกัน น้ำเสียงที่จงใจกดต่ำนั้นแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นจนปิดไม่มิด“ไปแล้วจริง ๆ หรอ? สุดหล่อคนที่ชอบแวะมาหาลั่วเซิงบ่อย ๆ คนนั้นน่ะเหรอ?”“รายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว จะปลอมได้ยังไง? ได้ยินมาว่าย้ายไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกาเหนือเลยนะ”“โห…กะทันหันขนาดนี้เลยหรอ? ก่อนหน้านี้ยังเห็นว่า…”“ชู่ว! อย่าพูดเลย…”เสียงซุบซิบนินทาเงียบลงกะทันหันทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้อง สายตาหลายคู่ลอบมองมาทางเธออย่างระแวดระวัง แฝงไปด้วยแววตาจับผิดและมีความเห็นใจที่ยากจะสังเกตเห็นซ่อนอยู่ฝีเท้าของลั่วเซิงชะงักไปเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองด้วยสีหน้าราบเรียบเป็นปกติปลายนิ้วของเธอจิกเกร

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 19

    เจียงซื่อยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่คุ้นตาหน้าตึกหอพักของลั่วเซิง เขายังคงดื้อดึงจ้องมองไปยังหน้าต่างบานที่สว่างไสวด้วยแสงไฟอันอบอุ่นเขารู้ว่าเธออยู่ข้างในนั้นแขนขาของเขาเริ่มชาหนึบ มีเพียงตำแหน่งของหัวใจเท่านั้นที่ยังคงปวดเป็นระลอกอย่างชัดเจน เขานึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากที่เขาทำให้เธอโกรธ เขาก็มารออยู่ใต้ตึกแบบนี้เช่นกันในตอนนั้น ไม่ว่าเธอจะโกรธแค่ไหน สุดท้ายก็มักจะใจอ่อน ยอมเดินตาแดงรื้นลงมาข้างล่าง แล้วถูกเขาดึงเข้าไปกอดรัดไว้ในอ้อมแขนแน่นทว่าครั้งนี้ ไม่มีอีกแล้วบรรดานักศึกษาที่ตื่นเช้าต่างกางร่มเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ พวกเขาส่งสายตามองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือเวทนา แล้วก็รีบเดินจากไปทั่วทั้งร่างของเขาเปียกปอน หนาวสั่นจนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างผิดปกติ และรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นระลอกในที่สุดประตูหอพักก็เปิดออก ทว่าคนที่เดินออกมากลับไม่ใช่ลั่วเซิง แต่เป็นรูมเมทของเธอเธอมองเจียงซื่อที่อยู่ในสภาพทุลักทุเลตรงหน้าด้วยแววตาที่สับสนวุ่นวาย ก่อนจะถอนหายใจออกมาในท้ายที่สุด เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับยื่นร่มแห้ง ๆ คันหนึ่งไปกางเหนือศ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 18

    การแข่งขันเต้นประจำปีของมหาวิทยาลัยหนานจิงเป็นที่จับตามองมาโดยตลอด ภายในหอประชุมจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนไม่มีที่นั่งว่างการแสดงของลั่วเซิงคือระบำร่วมสมัยแบบเดี่ยวในชื่อชุด “ทลายรังไหม”แสงไฟดับลง เหลือเพียงลำแสงสีเย็นเยียบสายหนึ่งสาดส่องลงมากลางเวทีเธออยู่ในชุดสีดำสนิท เรือนร่างพลิ้วไหวอ่อนช้อยทว่าแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นบางอย่างจากภายใน ขยับกายร่ายรำอย่างเชื่องช้าไปตามท่วงทำนองเมื่อถึงท่อนฮุก ดนตรีก็พลันดุดันเร้าใจ ท่วงท่าของเธอก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังตามไปด้วย เธอกระโดดลอยตัว ล้มลง แล้วหยัดยืนขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะจบลงด้วยท่าเอนหลังค้างไว้ซึ่งเป็นท่าที่ยากลำบากยิ่งทว่ากลับงดงามไร้ที่ติแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาทันทีทั่วทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังกระหึ่มกึกก้องราวกับเสียงกัมปนาทลั่วเซิงหอบหายใจเล็กน้อย เธอยืนตัวตรงแล้วโค้งคำนับให้แก่ผู้ชมเบื้องล่างด้านล่างเวที กู้อวี่นั่งอยู่แถวหน้าฝั่งซ้าย เขาปรบมือดังกว่าใครเพื่อน นัยน์ตาฉายแววชื่นชมอย่างไม่อาจปิดบังทว่าในเงามืดแถวหลังสุดของหอประชุม กลับมีอีกร่างหนึ่งยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างโดดเดี่ยว

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 17

    เจียงซื่อยืนอยู่ท่ามกลางม่านฝนใต้ตึกหอพัก หยาดฝนหยดลงมาจากปลายผมจนไหล่เสื้อเปียกชุ่มเขาจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นการรอคอยอย่างไร้ความหมายครั้งที่เท่าไหร่ร่างที่คุ้นเคยนั้นปรากฏตัวขึ้นทีไร ก็มักจะเดินสวนกับเขาไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกปฏิเสธอย่างเย็นชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า…แรกเริ่มคือความร้อนรน ความไม่ยินยอม และความโกรธเกรี้ยวทว่าในเวลาต่อมา เขาเริ่มถูกบีบให้ต้องหวนนึกถึงอดีตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในค่ำคืนที่นอนไม่หลับนับครั้งไม่ถ้วนภาพในหัวผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนที่ซูม่านโพสต์โมเมนต์ว่าอารมณ์ไม่ดี เขาก็ทิ้งลั่วเซิงที่กำลังงอนเขาอยู่ แล้วรีบไปโทรศัพท์คุยเป็นเพื่อนซูม่านตลอดทั้งคืนภาพตอนที่เขาปีนกำแพงออกไปซื้อชาน้ำขิงใส่น้ำตาลทรายแดงให้ซูม่าน แต่กลับลืมไปว่าบ่ายวันนั้นตอนที่ลั่วเซิงปวดประจำเดือน เขาทำเพียงแค่บอกปัดให้เธอดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆภาพในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ตอนที่เขาตักแตงโมชิ้นที่หวานที่สุดตรงกลางให้ซูม่านอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าของลั่วเซิงก็ซีดเผือดลงในเสี้ยววินาทีรวมถึงที่บริเวณหน้าบันไดวน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอที่กำลั

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 8

    ทันใดนั้นโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาบนเพดานก็ร่วงหล่นลงมาตรง ๆ และเบื้องล่างนั้น คือเจียงซื่อกับซูม่านที่กำลังยืนพูดคุยหัวเราะร่ากันอยู่!ในช่วงเวลาความเป็นความตาย เจียงซื่อตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขาหันขวับแล้วใช้ทั้งร่างโอบป้องซูม่านไว้ในอ้อมกอดอย่างมิดชิด!“โครม!”โคมไฟอันหนักอึ้งฟาดกระแทกเข้าที่แ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 7

    พูดจบ เขาก็ประคองซูม่านที่ยังคงตื่นตระหนกไม่หาย แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ลั่วเซิงค่อย ๆ สูญเสียเรี่ยวแรงไปทีละน้อยในน้ำในทะเลสาบที่ค่อย ๆ เย็นเฉียบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือเพดานสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาลเพื่อนร่วมชั้นหลายคนยืนล้อมอยู่ข้างเตียง พอเห็นเธอฟื้นขึ้นมาก็พากันถอนหาย

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 6

    เธอหันหลังกลับเงียบ ๆ หลีกเลี่ยงพวกเขา แล้วเดินตรงไปยังสวนหลังโรงเรียนที่นั่นมีต้นไทรเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง บนลำต้นเคยมีชื่อของเธอกับเจียงซื่อสลักเอาไว้ ข้างกันยังมีรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ วาดประกอบอยู่ด้วยนั่นคือตอนมัธยมปลายปีหนึ่ง เขาจูงมือเธอมา ใช้มีดพกค่อย ๆ บรรจงสลักลงไปอย่างตั้งใจทีละขีด พร้อมบอกว่

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 5

    หัวใจของลั่วเซิงกระตุกวูบ เธอแทบจะก้าวพรวดไปข้างหน้าเพื่อฉวยจดหมายตอบรับเข้าศึกษาคืนมาจากมือของเจียงซื่อตามสัญชาตญาณ“นายทำอะไรน่ะ?” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ทว่าสิ่งที่เจืออยู่มากกว่าคือความระแวดระวังอันเย็นเยียบมือของเจียงซื่อยังคงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ปฏิกิริยาตอบสนองท

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status