Share

บทที่ 6

Author: ฤดูหนาว
เธอหันหลังกลับเงียบ ๆ หลีกเลี่ยงพวกเขา แล้วเดินตรงไปยังสวนหลังโรงเรียน

ที่นั่นมีต้นไทรเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง บนลำต้นเคยมีชื่อของเธอกับเจียงซื่อสลักเอาไว้ ข้างกันยังมีรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ วาดประกอบอยู่ด้วย

นั่นคือตอนมัธยมปลายปีหนึ่ง เขาจูงมือเธอมา ใช้มีดพกค่อย ๆ บรรจงสลักลงไปอย่างตั้งใจทีละขีด พร้อมบอกว่าจะสลักชื่อของกันและกันฝังลึกลงไปในชีวิต

ทว่าตอนนี้ ลั่วเซิงกลับหยิบกุญแจที่พกติดตัวออกมา หาชื่อเหล่านั้นให้เจอ แล้วออกแรงขูดมันทิ้งไปทีละนิด ๆ

ทันทีที่เธอขูดเสร็จและเตรียมจะเดินจากไป เสียงหวานใสของซูม่านพร้อมกับเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“เจียงซื่อ นายรีบมาดูนี่สิ! ฉันได้ยินมาว่าถ้าสลักชื่อเอาไว้ในป่าแถบนี้ อนาคตจะเจริญก้าวหน้าและรุ่งโรจน์สดใสเลยนะ! พวกเรามาสลักกันบ้างดีไหม?”

ลั่วเซิงไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ก็จินตนาการภาพตอนที่เจียงซื่อพยักหน้ารับคำออก

และก็เป็นไปตามคาด เธอได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้น “ได้”

จากนั้น ก็ตามมาด้วยเสียงแผ่วเบาของมีดที่กำลังกรีดลงบนเปลือกไม้

บริเวณข้างต้นไม้ที่เธอเพิ่งขูดชื่อทิ้งไปเมื่อครู่ พวกเขาเลือกต้นไม้อีกต้น แล้วสลักชื่อ “เจียงซื่อ” กับ “ซูม่าน” เอาไว้เคียงคู่กัน

ลั่วเซิงยังคงหันหลังให้พวกเขาโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ

เมื่อทำธุระของตัวเองเสร็จ เธอจึงเก็บกุญแจใส่กระเป๋า แล้วหันหลังเดินจากไป

ทว่าพอเพิ่งเดินมาถึงริมทะเลสาบจำลองข้างสวน ซูม่านก็วิ่งตามมาจากทางด้านหลัง

“ลั่วเซิง รอก่อน!” ซูม่านร้องเรียกเธอเอาไว้ ในมือถือเลียบกิ๊บติดผมตัวเล็ก ๆ “ของเธอตกน่ะ”

ลั่วเซิงจำได้ว่านั่นคือของที่ตัวเองเผลอทำตกเมื่อครู่นี้ จึงยื่นมือออกไปหวังจะรับคืน

แต่ซูม่านกลับชักมือกลับไปเล็กน้อย พลางมองเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ลั่วเซิง นับจากนี้ไปคนที่สามารถยืนเคียงข้างเจียงซื่อได้ จะมีแค่ฉันเท่านั้น เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยืนเคียงข้างเขาอีกแล้ว ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นเองว่าในใจของเขา ฉันสำคัญกว่าเธอเป็นพันเท่า หมื่นเท่า”

ลั่วเซิงคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงเรื่องไร้สาระพวกนี้กับเธอ เพียงแค่อยากได้ของคืนแล้วรีบไปให้พ้น ๆ

“คืนของมาให้ฉัน”

ท่าทีที่เมินเฉยกันอย่างสิ้นเชิงของเธอได้ไปกระตุ้นโทสะของซูม่านเข้าอย่างจัง

เธอพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือของลั่วเซิงเอาไว้แน่น น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นแหลมสูง “เธอจะมาแกล้งทำเป็นหยิ่งยโสอะไรนักหนา! อย่าคิดว่าโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กแล้วจะวิเศษวิโสไปหน่อยเลย! เข้าใจไหมว่าเพื่อนสมัยเด็กไม่มีวันสู้คนที่ฟ้าประทานมาให้ได้! ฉันกับเจียงซื่อต่างหากที่ฟ้าลิขิตมาให้คู่กัน! ส่วนเธอก็เป็นได้แค่ตัวประกอบจืดชืดในอดีตของเขาเท่านั้นแหละ!”

“ปล่อยนะ!” ลั่วเซิงเจ็บแปลบที่ข้อมือ จึงออกแรงสะบัดเพื่อให้หลุดพ้น

“ฉันไม่ปล่อย!”

ทั้งสองคนยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ริมทะเลสาบ ภายใต้อารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายก้าวเท้าพลาดจนลื่นล้ม

เสียงตกน้ำสองสายดังขึ้นติด ๆ กันพร้อมกับผิวน้ำที่สาดกระเซ็น!

ลั่วเซิงว่ายน้ำเป็น แต่ความเย็นยะเยือกของน้ำในทะเลสาบที่โอบล้อมรอบกายในชั่วพริบตากลับกระตุ้นให้กล้ามเนื้อน่องของเธอหดเกร็งอย่างรุนแรง

เธอเป็นตะคริว!

เรี่ยวแรงของเธอหดหายไปในทันที ร่างกายค่อย ๆ จมดิ่งลงไปอย่างไม่อาจควบคุม น้ำในทะเลสาบสำลักเข้าจมูก ความรู้สึกขาดอากาศหายใจจู่โจมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

ท่ามกลางวินาทีแห่งความสิ้นหวัง เธอเห็นเจียงซื่อที่อยู่บนฝั่งกระโดดตามลงมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ในเสี้ยววินาทีนั้น เปลวไฟในก้นบึ้งของหัวใจที่จวนจะดับมอดลง กลับมาวูบไหวขึ้นอย่างแผ่วเบาอีกครั้ง

ทว่าในวินาทีต่อมา ประกายไฟเล็ก ๆ นั้นกลับถูกสาดน้ำรดจนดับสนิท แล้วจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบอันหนาวเหน็บ

เจียงซื่อว่ายตรงดิ่งไปหาซูม่าน รวบเอวของเธอเอาไว้ แล้วออกแรงพาเธอว่ายเข้าฝั่ง โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองลั่วเซิงเลยสักนิดตั้งแต่ต้นจนจบ

เขาช่วยดันตัวซูม่านขึ้นฝั่ง ซูม่านจับแขนของเขาเอาไว้พลางไอสำลัก ก่อนจะจงใจส่งเสียงร้องตะโกนดัง ๆ “เจียงซื่อ... ลั่วเซิง ลั่วเซิงเธอยังอยู่ในน้ำ!”

เจียงซื่อหันขวับกลับมา มองดูลั่วเซิงที่กำลังตะเกียกตะกายและจวนจะจมมิดลงไปในน้ำ

น้ำเสียงของเขาดังทะลุผ่านเสียงน้ำเข้ามา บดขยี้ความหวังเฮือกสุดท้ายของลั่วเซิงจนแตกสลายไม่มีชิ้นดี

“ก็เลิกกันไปแล้ว ความเป็นความตายของเธอ จะมาเกี่ยวอะไรกับฉัน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 22

    ฤดูหนาว ณ อีกฟากฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเจียงซื่อกระชับเสื้อโค้ตตัวเก่ง กอดหนังสือเรียนเล่มหนาเตอะไว้แนบอก แล้วสาวเท้าเดินฝ่าลานกว้างอันว่างเปล่าหน้าห้องสมุดไปอย่างรวดเร็วชีวิตในต่างแดนราวกับถูกกดปุ่มเล่นภาพช้า ซ้ำยังถูกกดปุ่มปิดเสียงเอาไว้เมื่อปราศจากการวิ่งตามอันวุ่นวายและการจงใจสร้างความบังเอิญ เวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลงอย่างน่าประหลาดเขาเริ่มชินกับการขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดเพียงลำพังจนดึกดื่น และชินกับการใช้กาแฟกับแซนด์วิชเย็นชืดประทังชีวิตไปมื้อแล้วมื้อเล่าการบำบัดทางจิตวิทยายังคงดำเนินต่อไป ภายในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เขาได้เรียนรู้ที่จะไม่ใช้ความโกรธหรือการหลีกหนีมาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเองอีกต่อไป แต่เริ่มหันมาวิเคราะห์ถึงช่วงเวลาเหล่านั้นที่ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างไปอย่างเงอะงะทว่าจริงจังเขานึกย้อนไปถึงแววตาอันสิ้นหวังของลั่วเซิงครั้งแล้วครั้งเล่า นึกถึงความเพิกเฉยละเลยที่ตนเองเคยมองว่าเป็นเรื่องปกติ และนึกถึงความหยิ่งยโสอันน่าขันที่เคยมั่นใจนักหนาว่าเธอจะไม่มีวันจากไปไหนความเจ็บปวดยังคงทิ่มแทง ทว่าเขาไม่ได้พยายามกลบฝังมันอีกแล้ว แต่เลือกที่

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 21

    ชีวิตของลั่วเซิงถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์แบบและดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบแบบแผนผลการเรียนวิชาเอกของคณะการเต้นยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอในห้องซ้อม เธอยังคงเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไปเสมอส่วนในชมรม เธอเติบโตจากเด็กใหม่ที่ไม่ประสีประสา กลายเป็นกำลังหลักที่สามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ด้วยตัวเองกู้อวี่ตั้งใจมอบหมายให้เธอรับผิดชอบงานวางแผนและจัดการมากขึ้น ซึ่งเธอก็ทำมันออกมาได้อย่างไร้ที่ติเสมอ อีกทั้งไอเดียที่เธอนำเสนอยังแปลกใหม่และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เธอจึงได้รับความไว้วางใจและความชื่นชอบจากสมาชิกชมรมอย่างล้นหลามความมั่นใจจากก้นบึ้งของหัวใจที่เกิดจากการได้รับการยอมรับในความสามารถ ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความรู้สึกมีคุณค่าที่เคยต้องพึ่งพาสายตาของคนอื่นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวี่ยังคงรักษาระยะห่างในฐานะเพื่อน ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบในช่วงพักจากการพูดคุยเรื่องงานของชมรม พวกเขามักจะคุยกันถึงนิทรรศการหรือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อบังเอิญเจอกันที่โรงอาหารก็จะนั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกันอย่างคุ้นเคย หัวข้อสนทนาลื่นไหลตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 20

    ข่าวการลาออกจากมหาวิทยาลัยหนานจิงของเจียงซื่อเปรียบเสมือนก้อนหินที่โยนลงบนผิวน้ำอันเงียบสงบ ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมออกไปนั้นแผ่ขยายรวดเร็วกว่าที่คิดไว้มากเพียงชั่วเวลาแค่วันสองวัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย และแน่นอนว่าย่อมแพร่สะพัดมาถึงคณะการเต้นที่ลั่วเซิงเรียนอยู่ด้วยช่วงพักเบรกระหว่างคลาสเรียน หญิงสาวหลายคนจับกลุ่มคุยกัน น้ำเสียงที่จงใจกดต่ำนั้นแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นจนปิดไม่มิด“ไปแล้วจริง ๆ หรอ? สุดหล่อคนที่ชอบแวะมาหาลั่วเซิงบ่อย ๆ คนนั้นน่ะเหรอ?”“รายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว จะปลอมได้ยังไง? ได้ยินมาว่าย้ายไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกาเหนือเลยนะ”“โห…กะทันหันขนาดนี้เลยหรอ? ก่อนหน้านี้ยังเห็นว่า…”“ชู่ว! อย่าพูดเลย…”เสียงซุบซิบนินทาเงียบลงกะทันหันทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้อง สายตาหลายคู่ลอบมองมาทางเธออย่างระแวดระวัง แฝงไปด้วยแววตาจับผิดและมีความเห็นใจที่ยากจะสังเกตเห็นซ่อนอยู่ฝีเท้าของลั่วเซิงชะงักไปเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองด้วยสีหน้าราบเรียบเป็นปกติปลายนิ้วของเธอจิกเกร

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 19

    เจียงซื่อยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่คุ้นตาหน้าตึกหอพักของลั่วเซิง เขายังคงดื้อดึงจ้องมองไปยังหน้าต่างบานที่สว่างไสวด้วยแสงไฟอันอบอุ่นเขารู้ว่าเธออยู่ข้างในนั้นแขนขาของเขาเริ่มชาหนึบ มีเพียงตำแหน่งของหัวใจเท่านั้นที่ยังคงปวดเป็นระลอกอย่างชัดเจน เขานึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากที่เขาทำให้เธอโกรธ เขาก็มารออยู่ใต้ตึกแบบนี้เช่นกันในตอนนั้น ไม่ว่าเธอจะโกรธแค่ไหน สุดท้ายก็มักจะใจอ่อน ยอมเดินตาแดงรื้นลงมาข้างล่าง แล้วถูกเขาดึงเข้าไปกอดรัดไว้ในอ้อมแขนแน่นทว่าครั้งนี้ ไม่มีอีกแล้วบรรดานักศึกษาที่ตื่นเช้าต่างกางร่มเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ พวกเขาส่งสายตามองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือเวทนา แล้วก็รีบเดินจากไปทั่วทั้งร่างของเขาเปียกปอน หนาวสั่นจนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างผิดปกติ และรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นระลอกในที่สุดประตูหอพักก็เปิดออก ทว่าคนที่เดินออกมากลับไม่ใช่ลั่วเซิง แต่เป็นรูมเมทของเธอเธอมองเจียงซื่อที่อยู่ในสภาพทุลักทุเลตรงหน้าด้วยแววตาที่สับสนวุ่นวาย ก่อนจะถอนหายใจออกมาในท้ายที่สุด เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับยื่นร่มแห้ง ๆ คันหนึ่งไปกางเหนือศ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 18

    การแข่งขันเต้นประจำปีของมหาวิทยาลัยหนานจิงเป็นที่จับตามองมาโดยตลอด ภายในหอประชุมจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนไม่มีที่นั่งว่างการแสดงของลั่วเซิงคือระบำร่วมสมัยแบบเดี่ยวในชื่อชุด “ทลายรังไหม”แสงไฟดับลง เหลือเพียงลำแสงสีเย็นเยียบสายหนึ่งสาดส่องลงมากลางเวทีเธออยู่ในชุดสีดำสนิท เรือนร่างพลิ้วไหวอ่อนช้อยทว่าแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นบางอย่างจากภายใน ขยับกายร่ายรำอย่างเชื่องช้าไปตามท่วงทำนองเมื่อถึงท่อนฮุก ดนตรีก็พลันดุดันเร้าใจ ท่วงท่าของเธอก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังตามไปด้วย เธอกระโดดลอยตัว ล้มลง แล้วหยัดยืนขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะจบลงด้วยท่าเอนหลังค้างไว้ซึ่งเป็นท่าที่ยากลำบากยิ่งทว่ากลับงดงามไร้ที่ติแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาทันทีทั่วทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังกระหึ่มกึกก้องราวกับเสียงกัมปนาทลั่วเซิงหอบหายใจเล็กน้อย เธอยืนตัวตรงแล้วโค้งคำนับให้แก่ผู้ชมเบื้องล่างด้านล่างเวที กู้อวี่นั่งอยู่แถวหน้าฝั่งซ้าย เขาปรบมือดังกว่าใครเพื่อน นัยน์ตาฉายแววชื่นชมอย่างไม่อาจปิดบังทว่าในเงามืดแถวหลังสุดของหอประชุม กลับมีอีกร่างหนึ่งยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างโดดเดี่ยว

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 17

    เจียงซื่อยืนอยู่ท่ามกลางม่านฝนใต้ตึกหอพัก หยาดฝนหยดลงมาจากปลายผมจนไหล่เสื้อเปียกชุ่มเขาจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นการรอคอยอย่างไร้ความหมายครั้งที่เท่าไหร่ร่างที่คุ้นเคยนั้นปรากฏตัวขึ้นทีไร ก็มักจะเดินสวนกับเขาไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกปฏิเสธอย่างเย็นชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า…แรกเริ่มคือความร้อนรน ความไม่ยินยอม และความโกรธเกรี้ยวทว่าในเวลาต่อมา เขาเริ่มถูกบีบให้ต้องหวนนึกถึงอดีตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในค่ำคืนที่นอนไม่หลับนับครั้งไม่ถ้วนภาพในหัวผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนที่ซูม่านโพสต์โมเมนต์ว่าอารมณ์ไม่ดี เขาก็ทิ้งลั่วเซิงที่กำลังงอนเขาอยู่ แล้วรีบไปโทรศัพท์คุยเป็นเพื่อนซูม่านตลอดทั้งคืนภาพตอนที่เขาปีนกำแพงออกไปซื้อชาน้ำขิงใส่น้ำตาลทรายแดงให้ซูม่าน แต่กลับลืมไปว่าบ่ายวันนั้นตอนที่ลั่วเซิงปวดประจำเดือน เขาทำเพียงแค่บอกปัดให้เธอดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆภาพในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ตอนที่เขาตักแตงโมชิ้นที่หวานที่สุดตรงกลางให้ซูม่านอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าของลั่วเซิงก็ซีดเผือดลงในเสี้ยววินาทีรวมถึงที่บริเวณหน้าบันไดวน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอที่กำลั

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 9

    แม่เจียงกำโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกตัดสายทิ้งไว้แน่น สีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวเขียว รู้สึกกระอักกระอ่วนจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อลั่วเซิงเห็นดังนั้น เธอกลับก้าวเข้าไปหาแล้วควงแขนแม่เจียงเบา ๆ “คุณน้าคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เครื่องบินใกล้จะออกแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ ในเมื่อเขายุ่งก็ช่างเถอะค่ะ เรื่องมาส่งห

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 8

    ทันใดนั้นโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาบนเพดานก็ร่วงหล่นลงมาตรง ๆ และเบื้องล่างนั้น คือเจียงซื่อกับซูม่านที่กำลังยืนพูดคุยหัวเราะร่ากันอยู่!ในช่วงเวลาความเป็นความตาย เจียงซื่อตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขาหันขวับแล้วใช้ทั้งร่างโอบป้องซูม่านไว้ในอ้อมกอดอย่างมิดชิด!“โครม!”โคมไฟอันหนักอึ้งฟาดกระแทกเข้าที่แ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 7

    พูดจบ เขาก็ประคองซูม่านที่ยังคงตื่นตระหนกไม่หาย แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ลั่วเซิงค่อย ๆ สูญเสียเรี่ยวแรงไปทีละน้อยในน้ำในทะเลสาบที่ค่อย ๆ เย็นเฉียบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือเพดานสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาลเพื่อนร่วมชั้นหลายคนยืนล้อมอยู่ข้างเตียง พอเห็นเธอฟื้นขึ้นมาก็พากันถอนหาย

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 5

    หัวใจของลั่วเซิงกระตุกวูบ เธอแทบจะก้าวพรวดไปข้างหน้าเพื่อฉวยจดหมายตอบรับเข้าศึกษาคืนมาจากมือของเจียงซื่อตามสัญชาตญาณ“นายทำอะไรน่ะ?” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ทว่าสิ่งที่เจืออยู่มากกว่าคือความระแวดระวังอันเย็นเยียบมือของเจียงซื่อยังคงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ปฏิกิริยาตอบสนองท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status