All Chapters of ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน : Chapter 1 - Chapter 10

22 Chapters

บทที่ 1

เจียงซื่อที่มักจะเย็นชาเสมอมา จึงทำได้เพียงยอมรับภารกิจนี้แรกเริ่มก็เป็นแค่การติวหนังสือธรรมดา พาเธอเดินทำความคุ้นเคยกับโรงเรียน แต่พอเวลาผ่านไป เรื่องราวก็เริ่มมีบางอย่างผิดปกติซูม่านบอกว่าอยากกินเค้กฝั่งตะวันตกของเมืองที่ต้องต่อคิวยาว เจียงซื่อก็โดดเรียนคาบค่ำไปซื้อให้ ซูม่านโพสต์ลงโซเชียลว่าอารมณ์ไม่ดี เจียงซื่อก็คุยโทรศัพท์เป็นเพื่อนเธอทั้งคืน หนักสุดคือมีครั้งหนึ่งซูม่านปวดท้องประจำเดือน เจียงซื่อถึงกับปีนกำแพงโรงเรียนออกไปซื้อชาน้ำตาลทรายแดงใส่ขิงมาให้เธอ…ลั่วเซิงโกรธ ทะเลาะกับเขา และเริ่มบอกเลิกครั้งแล้วครั้งเล่าการบอกเลิกครั้งแรกเกิดขึ้นทางโทรศัพท์ ปลายสายของเจียงซื่อเงียบไปนานมาก จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของเขา คืนนั้นฝนตกหนัก เขาตากฝนวิ่งมาที่ใต้ตึกบ้านเธอ ยืนตัวเปียกโชกอยู่ทั้งคืน พร่ำเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขอร้องให้เธอให้อภัยการบอกเลิกครั้งที่สอง เขาโดดเรียนไปหนึ่งวันเต็ม ๆ มายืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียนของเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง เขายัดจดหมายรักปึกหนาที่เขียนด้วยลายมือตวัด ๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจจริงใส่
Read more

บทที่ 2

เธอหันหลังเตรียมจะเดินจากไป“เดี๋ยวก่อน” เจียงซื่อเรียกเธอเอาไว้ “เอาของที่เธอทิ้งไว้ที่บ้านฉันกลับไปด้วย”เขาคิดว่าเธอจะเจ็บปวดกับคำพูดพรรค์นี้เหมือนอย่างเคย จะต้องตาแดงก่ำแล้วเค้นถามเขาว่า “เจียงซื่อ นายหมายความว่ายังไง” จากนั้นเขาก็จะอาศัยจังหวะนั้นพูดว่า “เราเลิกทะเลาะกันเถอะ” แล้วเรื่องนี้ก็จะผ่านพ้นไปแต่ลั่วเซิงกลับไม่พูดอะไรเลยเธอเพียงแค่หันหลังกลับไปอย่างเงียบงัน เริ่มต้นเก็บกวาดร่องรอยของตัวเองทีละน้อย ในบ้านที่เธอเคยคุ้นเคยอย่างยิ่งจนแทบจะถือเป็นบ้านหลังที่สองรองเท้าแตะรูปหมีพิมพ์ตัวย่อชื่อเธอที่เขาตั้งใจซื้อให้ตรงโถงทางเดิน แก้วมัคลาย สตรอว์เบอร์รี่สุดน่ารักบนชั้นวางแก้วในห้องครัวที่เขายกให้เธอใช้คนเดียว ผ้าห่มขนแกะสีเทาอ่อนบนโซฟาในห้องนั่งเล่นที่เธอชอบห่มเป็นประจำ... เธอหาของเหล่านั้นออกมาทีละชิ้น แล้วโยนลงในกล่องกระดาษเปล่าอีกใบอย่างสงบนิ่ง ราวกับกำลังเก็บกวาดขยะที่ไม่สลักสำคัญอะไรในระหว่างนั้น เกมของเจียงซื่อกับซูม่านก็เริ่มต้นตารอบใหม่ขึ้นอีกครั้งช่วงพักเบรกเกม ซูม่านบ่นว่ากระหายน้ำ แล้วหยิบแก้วน้ำที่เจียงซื่อดื่มไปแล้วครึ่งหนึ่งขึ้นมาดื่มอย่างเป็นธรรมชาติที่
Read more

บทที่ 3

หลังออกจากโรงพยาบาล ในห้องเรียนก็มีการจัดงานเลี้ยงฉลองเรียนจบ ลั่วเซิงไม่ได้อยากไปเลยตั้งแต่แรก แต่ก็ทนการรบเร้าจากเพื่อนสนิทไม่ไหวทันทีที่เดินเข้าไปในห้องวีไอพี เธอก็เห็นเจียงซื่อกับซูม่านนั่งตัวติดกันเป็นตังเม ซูม่านกำลังป้อนผลไม้ให้เขาด้วยรอยยิ้ม และเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธพอเพื่อนร่วมชั้นเห็นลั่วเซิงก็พากันทำตัวไม่ถูก ก่อนจะกรูเข้ามาล้อมรอบตัวเธอแล้วกระซิบถาม “ลั่วเซิง เกิดอะไรขึ้น? เธอกับเจียงซื่อ...ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ?”ลั่วเซิงส่ายหน้าอย่างใจเย็น น้ำเสียงไม่ดังนักแต่ก็ชัดเจนพอ “ไม่ได้ทะเลาะหรอก เราเลิกกันแล้วต่างหาก”“ว่าไงนะ? เลิกกันเหรอ?!” ทุกคนตกตะลึง “ทำไมล่ะ? เจียงซื่อดีกับเธอจะตายไป!”“ใช่ ๆ มัธยมปลายปีสาม ที่เธอป่วย เขาแทบจะวางมวยกับครูประจำชั้นอยู่แล้วเพื่อขอลาหยุดยาวให้เธอ!”“แล้วก็อีกอย่าง ทุกเทศกาล เซอร์ไพรส์ที่เขาเตรียมไว้ให้เธอทำเอาพวกเราอิจฉาตาร้อนกันสุด ๆ!”“พวกเธอเป็นคู่ที่พวกเราลงความเห็นกันเลยนะว่าจะคบกันตั้งแต่ชุดนักเรียนไปจนถึงชุดแต่งงาน ทำไมพอจะเรียนจบกลับเลิกกันซะล่ะ?”เมื่อได้ฟังพวกเขาพรรณนาถึงความดีในอดีตของเจียงซื่อ หัวใจของลั่วเซิงก็เหมือนถูกแช่อยู่
Read more

บทที่ 4

ความลำพองใจบนใบหน้าของซูม่านแทบจะล้นทะลักออกมาหลังจากเล่นไปอีกสองสามรอบ ซูม่านก็แพ้อีกครั้งบทลงโทษในรอบนี้คือการไปนั่งบนตักของผู้ชายคนหนึ่งเพื่อทำภารกิจที่กำหนดให้สำเร็จซูม่านแทบจะไม่ได้คิดด้วยซ้ำ สายตาของเธอเหลือบมองไปทางเจียงซื่ออีกครั้งลั่วเซิงทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เธอผุดลุกขึ้นพรวด กระซิบกับเพื่อนสนิทข้าง ๆ ว่า “ไปเข้าห้องน้ำนะ” แล้วรีบหนีออกจากห้องวีไอพีที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกนั้นทันทีเมื่อมาหลบอยู่ในห้องน้ำ เธอวักน้ำเย็นล้างหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่น้ำตากลับยังคงไหลปนมากับสายน้ำอย่างควบคุมไม่ได้ ผ่านไปเนิ่นนานกว่าเธอจะฝืนระงับอารมณ์ลงได้ และตัดสินใจว่าจะกลับบ้านก่อนเวลาทว่าพอเดินมาถึงหัวมุมระเบียงทางเดิน เธอกลับได้ยินเสียงพูดคุยที่คุ้นเคยดังมาจากระเบียงด้านนอก เป็นเสียงของเจียงซื่อกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเขา“พี่ซื่อ เมื่อกี้... เล่นแรงไปหน่อยหรือเปล่า? ฉันเห็นลั่วเซิงหน้าซีดจนน่าตกใจ นายจะไม่ไปง้อเธอจริง ๆ เหรอ?”“ง้อเหรอ?” เสียงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาของเจียงซื่อดังขึ้น “แล้วอีกไม่กี่วันเธอก็จะมาขอเลิกกับฉันอีกน่ะสิ? บ้าเอ๊ย น่ารำคาญไหมล่ะ?”“ก็จริ
Read more

บทที่ 5

หัวใจของลั่วเซิงกระตุกวูบ เธอแทบจะก้าวพรวดไปข้างหน้าเพื่อฉวยจดหมายตอบรับเข้าศึกษาคืนมาจากมือของเจียงซื่อตามสัญชาตญาณ“นายทำอะไรน่ะ?” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ทว่าสิ่งที่เจืออยู่มากกว่าคือความระแวดระวังอันเย็นเยียบมือของเจียงซื่อยังคงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงเกินเหตุของเธอทำให้เขาถึงกับอึ้งไปวินาทีต่อมา แววตาของเขาก็เย็นชาลง “บุรุษไปรษณีย์บอกว่าบ้านเธอไม่มีคนอยู่ แล้วผู้ติดต่อฉุกเฉินของเธอก็กรอกชื่อฉันไว้ เขาเลยมาให้ฉันเซ็นรับแทนก็แค่นั้น”ผู้ติดต่อฉุกเฉิน…หัวใจของลั่วเซิงคล้ายถูกเข็มเล่มเล็กทิ่มแทง ความเจ็บปวดแปลบปลาบแผ่ซ่านขึ้นมาบางเบาข้อมูลนั้นถูกตั้งไว้เมื่อนานมาแล้ว นานเสียจนเธอแทบจะลืมไปแล้วว่า ในตอนที่เขายังเป็นโลกทั้งใบของเธอ เธอได้ผูกโยงสิ่งสำคัญที่สุดทุกอย่างในชีวิตไว้ที่เขาอย่างคิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้วลั่วเซิงหลุบตาลง ซ่อนเร้นอารมณ์ที่ปะทุอยู่ลึก ๆ ในแววตา “ผู้ติดต่อฉุกเฉิน…ก่อนหน้านี้ฉันลืมแก้ เดี๋ยวหลังจากนี้จะไปเปลี่ยนออกแล้วล่ะ”เธอไม่มองหน้าเขาอีก มือบางคว้าปากกาจากโต๊ะข้าง ๆ มาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดสายเส้น
Read more

บทที่ 6

เธอหันหลังกลับเงียบ ๆ หลีกเลี่ยงพวกเขา แล้วเดินตรงไปยังสวนหลังโรงเรียนที่นั่นมีต้นไทรเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง บนลำต้นเคยมีชื่อของเธอกับเจียงซื่อสลักเอาไว้ ข้างกันยังมีรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ วาดประกอบอยู่ด้วยนั่นคือตอนมัธยมปลายปีหนึ่ง เขาจูงมือเธอมา ใช้มีดพกค่อย ๆ บรรจงสลักลงไปอย่างตั้งใจทีละขีด พร้อมบอกว่าจะสลักชื่อของกันและกันฝังลึกลงไปในชีวิตทว่าตอนนี้ ลั่วเซิงกลับหยิบกุญแจที่พกติดตัวออกมา หาชื่อเหล่านั้นให้เจอ แล้วออกแรงขูดมันทิ้งไปทีละนิด ๆทันทีที่เธอขูดเสร็จและเตรียมจะเดินจากไป เสียงหวานใสของซูม่านพร้อมกับเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง“เจียงซื่อ นายรีบมาดูนี่สิ! ฉันได้ยินมาว่าถ้าสลักชื่อเอาไว้ในป่าแถบนี้ อนาคตจะเจริญก้าวหน้าและรุ่งโรจน์สดใสเลยนะ! พวกเรามาสลักกันบ้างดีไหม?”ลั่วเซิงไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ก็จินตนาการภาพตอนที่เจียงซื่อพยักหน้ารับคำออกและก็เป็นไปตามคาด เธอได้ยินเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้น “ได้”จากนั้น ก็ตามมาด้วยเสียงแผ่วเบาของมีดที่กำลังกรีดลงบนเปลือกไม้บริเวณข้างต้นไม้ที่เธอเพิ่งขูดชื่อทิ้งไปเมื่อครู่ พวกเขาเลือกต้นไม้อีกต้น แล้วสลักชื่อ “เจียงซื่อ” กับ “ซูม
Read more

บทที่ 7

พูดจบ เขาก็ประคองซูม่านที่ยังคงตื่นตระหนกไม่หาย แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ลั่วเซิงค่อย ๆ สูญเสียเรี่ยวแรงไปทีละน้อยในน้ำในทะเลสาบที่ค่อย ๆ เย็นเฉียบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือเพดานสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาลเพื่อนร่วมชั้นหลายคนยืนล้อมอยู่ข้างเตียง พอเห็นเธอฟื้นขึ้นมาก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ลั่วเซิง เธอฟื้นแล้ว! ดีจังเลย! ทำเอาพวกเราตกใจแทบแย่!”ที่แท้ก็มีเพื่อนร่วมชั้นบังเอิญเดินผ่านไปทางริมทะเลสาบ แล้วเห็นเธอที่หมดสติถูกพัดมาเกยใกล้ฝั่ง จึงรีบตะโกนเรียกให้คนมาช่วยพยุงเธอขึ้นมา และส่งตัวมายังโรงพยาบาล“พวกเราพยายามติดต่อพ่อแม่ของเธอแล้ว แต่โทรไม่ติด... ก็เลย... ก็เลยถือวิสาสะโทรหาเจียงซื่อไป...” เพื่อนคนหนึ่งอธิบายเสียงเบาด้วยท่าทีอึกอักเพื่อนอีกคนพูดเสริม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่พอใจและไม่อยากจะเชื่อ “พวกเราบอกเขาว่าเธออยู่โรงพยาบาล ให้เขาลองแวะมาดูหน่อย แต่เขากลับบอกว่า... บอกว่าพวกเธอสองคนเลิกกันแล้ว เรื่องของเธอไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีก!”ลั่วเซิงรับฟังอย่างเงียบ ๆ บนใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใด จะมีก็เพียงตอนที่ได้ยินประโยคที่ว่า “ไม่เกี่ยวข้องอะไร” ม
Read more

บทที่ 8

ทันใดนั้นโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาบนเพดานก็ร่วงหล่นลงมาตรง ๆ และเบื้องล่างนั้น คือเจียงซื่อกับซูม่านที่กำลังยืนพูดคุยหัวเราะร่ากันอยู่!ในช่วงเวลาความเป็นความตาย เจียงซื่อตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขาหันขวับแล้วใช้ทั้งร่างโอบป้องซูม่านไว้ในอ้อมกอดอย่างมิดชิด!“โครม!”โคมไฟอันหนักอึ้งฟาดกระแทกเข้าที่แผ่นหลังและศีรษะของเขาอย่างจัง เศษกระจกแตกกระจายไปทั่วทิศทาง!เจียงซื่อส่งเสียงร้องครางในลำคอ เลือดสด ๆ ทะลักออกจากหางคิ้วและแผ่นหลังของเขาในชั่วพริบตา เขาร่างกายโอนเอน ก่อนจะล้มตึงลงไปกองกับพื้นและหมดสติไปในทันทีสถานการณ์ในที่เกิดเหตุวุ่นวายโกลาหลในชั่วพริบตา! เสียงกรีดร้อง เสียงร้องไห้ และเสียงตะโกนดังระงมปะปนกันไปหมด!รถพยาบาลฉุกเฉินแล่นมาถึงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเร่งนำตัวเจียงซื่อที่เลือดอาบเต็มร่างและยังคงหมดสติส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนพ่อลั่วและแม่ลั่วเองก็ประคองลั่วเซิงที่มีใบหน้าซีดเผือดให้ตามไปดูอาการด้วยเช่นกันไฟหน้าห้องผ่าตัดสว่างวาบอยู่นานแสนนาน จนกระทั่งหมอเดินออกมาแจ้งว่าการผ่าตัดสำเร็จลุล่วงและคนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว ทุกคนถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพ่อลั่วและแม่ลั่วมอง
Read more

บทที่ 9

แม่เจียงกำโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกตัดสายทิ้งไว้แน่น สีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวเขียว รู้สึกกระอักกระอ่วนจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อลั่วเซิงเห็นดังนั้น เธอกลับก้าวเข้าไปหาแล้วควงแขนแม่เจียงเบา ๆ “คุณน้าคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เครื่องบินใกล้จะออกแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ ในเมื่อเขายุ่งก็ช่างเถอะค่ะ เรื่องมาส่งหรือไม่มา...เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว”พ่อแม่ของลั่วเซิงเองก็รีบเข้ามาช่วยพูดกู้สถานการณ์ท้ายที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนกระอักกระอ่วน ครอบครัวของลั่วเซิงก็บอกลาครอบครัวเจียงเพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามบินเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อมองผ่านหน้าต่างเครื่องบิน ทอดสายตามองเมืองเบื้องล่างที่เธอใช้ชีวิตมาถึงสิบแปดปีค่อย ๆ เล็กลง พร่าเลือน และถูกชั้นเมฆบดบังในท้ายที่สุด จิตใจของลั่วเซิงก็กลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาดเธอหลับตาลงอย่างเชื่องช้าลาก่อนนะ เจียงซื่อในอีกด้านหนึ่งเจียงซื่อมาเป็นเพื่อนซูม่านเพื่อรายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งตามที่นัดหมายไว้เขาช่วยเธอเข็นกระเป๋าสัมภาระและจัดการเรื่องหอพักให้จนเสร็จสรรพ ทุกอย่างล้วนถูกจัดเตรียมไว้อย่างรอบคอบไร้ที่ติ“เจียงซื่อ ยุ่ง
Read more

บทที่ 10

เขาไม่ยอมแพ้ กดโทรออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนึ่งสาย สองสาย…เสียงที่ดังลอดมาจากหูฟังยังคงเป็นเสียงตอบรับอัตโนมัติที่ไร้ความรู้สึกเช่นเดิมข้อความวีแชตที่ส่งไปกลายเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงอันเย็นชาในพริบตา——[ข้อความถูกส่งแล้ว แต่อีกฝ่ายปฏิเสธการรับข้อความ]ถ้าไม่ใช่เบอร์ถูกยกเลิก ก็แปลว่าเขาถูกบล็อกไปแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้ซึ้งว่า คำว่า “เลิกกัน” ที่ลั่วเซิงพูดในวันนั้น คงไม่ใช่แค่การงอนเรียกร้องความสนใจเหมือนทุกทีอย่างที่เขาคิด“เจียงซื่อ!” เสียงกังวานใสของซูม่านดังมาจากด้านหลัง เธอวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา ก่อนจะเอื้อมมือไปควงแขนเขาอย่างเป็นธรรมชาติ “นายอยู่นี่เอง ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วย ตามหานายตั้งนาน”เจียงซื่อสะบัดมือเธอออกอย่างแรง แรงเสียจนซูม่านถึงกับเซถลา รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้าแข็งค้างไปในพริบตา“ไสหัวไป!” เขาคำรามเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ไม่อาจสะกดกลั้น ผสมปนเปกับความตื่นตระหนกแบบที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อนตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมารับมือกับซูม่านเลยสักนิดเขาเลิกสนใจซูม่านที่กำลังยืนทำหน้าเหวอและน้อยเนื้อต่ำใจ หันหลังเดินหลบไปอีกทาง แล้วเริ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status