Share

บทที่ 7

Author: ฤดูหนาว
พูดจบ เขาก็ประคองซูม่านที่ยังคงตื่นตระหนกไม่หาย แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ลั่วเซิงค่อย ๆ สูญเสียเรี่ยวแรงไปทีละน้อยในน้ำในทะเลสาบที่ค่อย ๆ เย็นเฉียบลง

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือเพดานสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาล

เพื่อนร่วมชั้นหลายคนยืนล้อมอยู่ข้างเตียง พอเห็นเธอฟื้นขึ้นมาก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ลั่วเซิง เธอฟื้นแล้ว! ดีจังเลย! ทำเอาพวกเราตกใจแทบแย่!”

ที่แท้ก็มีเพื่อนร่วมชั้นบังเอิญเดินผ่านไปทางริมทะเลสาบ แล้วเห็นเธอที่หมดสติถูกพัดมาเกยใกล้ฝั่ง จึงรีบตะโกนเรียกให้คนมาช่วยพยุงเธอขึ้นมา และส่งตัวมายังโรงพยาบาล

“พวกเราพยายามติดต่อพ่อแม่ของเธอแล้ว แต่โทรไม่ติด... ก็เลย... ก็เลยถือวิสาสะโทรหาเจียงซื่อไป...” เพื่อนคนหนึ่งอธิบายเสียงเบาด้วยท่าทีอึกอัก

เพื่อนอีกคนพูดเสริม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่พอใจและไม่อยากจะเชื่อ “พวกเราบอกเขาว่าเธออยู่โรงพยาบาล ให้เขาลองแวะมาดูหน่อย แต่เขากลับบอกว่า... บอกว่าพวกเธอสองคนเลิกกันแล้ว เรื่องของเธอไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีก!”

ลั่วเซิงรับฟังอย่างเงียบ ๆ บนใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใด จะมีก็เพียงตอนที่ได้ยินประโยคที่ว่า “ไม่เกี่ยวข้องอะไร” มุมปากของเธอถึงได้ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย คลี่เป็นรอยยิ้มซีดเซียวที่เย้ยหยันตัวเอง

ดูเอาเถอะ นี่แหละคือเด็กหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจมาเนิ่นนานหลายปี

พอจิตใจคนเราเย็นชาขึ้นมา มันก็แข็งกระด้างเสียยิ่งกว่าก้อนหินใต้ก้นทะเลสาบเสียอีก

บรรดาเพื่อนร่วมชั้นเห็นสภาพของเธอแล้ว ก็รู้สึกทั้งทำตัวไม่ถูกและสงสารจับใจ จึงพากันเอ่ยปากปลอบโยน

ลั่วเซิงฝืนยันตัวลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ สบายใจ

“เจียงซื่อพูดถูกแล้ว ฉันกับเขา... เราสองคนเลิกกันเด็ดขาดแล้วจริง ๆ ต่อไป... ก็คงจะไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีกแล้ว”

ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยังคงไม่อยากจะเชื่อ “จะเป็นไปได้ยังไง? พวกเธอไม่ได้ตกลงกันไว้แล้วหรอกเหรอว่าจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วยกัน?”

ลั่วเซิงหลุบตาลง พลางเอ่ยเสียงแผ่ว “เปล่าหรอก เขากับซูม่านต่างหากที่จะไปมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ส่วนที่ที่ฉันยื่นสมัครไปคือ...”

คำพูดท่องท้ายยังไม่ทันจบประโยค ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักออกดัง “ปัง”

พ่อแม่ของลั่วเซิงพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าร้อนรน “เซิงเซิง! ลูกเป็นยังไงบ้าง? ทำไมจู่ ๆ ถึงตกลงไปในทะเลสาบได้ล่ะลูก? แม่ตกใจแทบแย่!”

พ่อแม่รุมล้อมลั่วเซิง พลางซักถามถึงผลการตรวจร่างกายด้วยความตื่นตระหนก ลั่วเซิงจึงต้องคอยพูดปลอบให้พวกท่านคลายความกังวลลง

ในช่วงเวลาที่สติยังเลื่อนลอยนั้น เธอคล้ายกับเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตาวูบผ่านหน้าประตูไป เขาสวมเสื้อกันลมสีดำตัวที่เธอจำได้ดี

ทว่าพอเธอเพ่งมองไปอีกครั้ง หน้าประตูกลับว่างเปล่า มีเพียงหมอ พยาบาล และคนไข้ที่เดินขวักไขว่ไปมาเท่านั้น

หลังจากแน่ใจแล้วว่าลั่วเซิงไม่ได้เป็นอะไรมาก พ่อกับแม่ก็ไปจัดการเรื่องทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้

ลั่วเซิงเอ่ยขอบคุณเพื่อนร่วมชั้น และกล่าวอำลากับทุกคน

หลังจากนั้นอีกกว่าหนึ่งสัปดาห์ ลั่วเซิงก็พักฟื้นร่างกายอยู่ที่บ้านอย่างสบายใจ ในขณะเดียวกันเธอก็ติดต่อรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยหนานจิงผ่านทางกลุ่มนักศึกษาใหม่ เพื่อสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และจัดการจองตั๋วเครื่องบินสำหรับการเดินทางล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

พ่อกับแม่มองดูเธอที่กำลังยุ่งวุ่นวาย มีหลายครั้งที่พวกท่านทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็เงียบไป สุดท้ายก็ยอมเอ่ยปากในที่สุด “เซิงเซิง ครอบครัวของเจียงซื่อเขาจัดงานเลี้ยงฉลองสอบติดมหาวิทยาลัยให้ลูกชาย แล้วก็เชิญครอบครัวเราไปด้วย ลูกคิดว่า...”

ลั่วเซิงชะงักมือที่กำลังจัดกระเป๋าเดินทางไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยท่าทีสงบนิ่ง “ตกลงค่ะ หนูจะไป”

ในวันงานเลี้ยงฉลองสอบติด ลั่วเซิงและพ่อแม่ก็ถือของขวัญไปร่วมงานตรงตามเวลานัดหมาย

เมื่อได้พบกับเจียงซื่อ ทั้งสองคนก็ทำเพียงพยักหน้าทักทายกันเล็กน้อย โดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพอเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งอยู่ในใจ ว่าเด็กสองคนนี้คงจะทะเลาะผิดใจกันอีกแล้วแน่ ๆ

แม่เจียงดึงมือลั่วเซิงเข้าไปจับ พลางหัวเราะแก้สถานการณ์ “เซิงเซิงมาแล้วเหรอลูก รีบเข้าไปนั่งข้างในเร็วเข้า อาซื่อเด็กคนนี้ก็แค่ปากแข็งไปอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวพวกหนูก็ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันแล้ว อะลุ่มอล่วยให้กันหน่อยนะลูก อย่าโกรธกันเลย”

พ่อของเจียงซื่อเองก็ตบไหล่ลูกชายเบา ๆ “แกเป็นผู้ชายนะ หัดยอมเซิงเซิงซะบ้าง”

เจียงซื่อยื่นตีหน้าขรึมอยู่ด้านข้างโดยไม่พูดอะไรสักคำ สายตาของเขาไม่ได้เหลือบมองมาที่ลั่วเซิงเลยด้วยซ้ำ

ลั่วเซิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างแผ่วเบา ขณะที่กำลังจะอ้าปากบอกเรื่องที่เธอเลิกรากับเขาไปแล้วนั้น จู่ ๆ บริเวณหน้าประตูก็เกิดเสียงดังเอะอะวุ่นวายขึ้นมา

ปรากฏว่าเป็นซูม่านที่กำลังหอบช่อดอกทานตะวันสีสดใสช่อโต เธอแต่งตัวสวยสะพรั่งเดินก้าวเข้ามา ก่อนจะเอ่ยทักทายพ่อแม่ของเจียงซื่อด้วยท่าทีอ่อนน้อมและมีมารยาท “สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า! เจียงซื่อ ฉันมาแสดงความยินดีกับนาย!”

ทันทีที่เจียงซื่อเห็นซูม่าน ใบหน้าที่เคยเย็นชาเป็นน้ำแข็งก็พลันละลายหายไปในพริบตา แววตาของเขาดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้รอให้พ่อแม่ของตัวเองเอ่ยตอบกลับเสียด้วยซ้ำ แต่กลับพูดกับซูม่านอย่างเป็นธรรมชาติว่า “มาแล้วเหรอ? เข้าไปนั่งข้างในสิ”

จากนั้นเขาก็เดินนำซูม่านตรงเข้าไปในห้องโถงจัดเลี้ยง ปล่อยทิ้งให้ลั่วเซิงและพ่อแม่ของเธอยืนเค้งคว้างอยู่กับที่ไปเสียอย่างนั้น

รอยยิ้มบนใบหน้าของพ่อแม่เจียงซื่อเปลี่ยนเป็นความกระอักกระอ่วนใจอย่างถึงที่สุด พวกท่านรีบหันมาเชิญครอบครัวของลั่วเซิงทันที “โธ่เอ๊ย เร็วเข้า รีบเชิญเข้าไปนั่งข้างในกันเถอะ...”

ตลอดทั้งค่ำคืน สายตาของพ่อกับแม่ของลั่วเซิงแทบจะไม่ได้ละไปจากเจียงซื่อและซูม่านเลย

พวกท่านมองเห็นกับตาว่าเจียงซื่อคอยคีบอาหารให้ซูม่านอย่างเอาใจใส่ขนาดไหน และคอยออกหน้าดื่มเหล้าแทนอย่างแนบเนียนเวลาที่เธอถูกคนอื่นเข้ามาชนแก้วได้อย่างไร ท่าทีตอนที่ทั้งสองคนก้มหน้ากระซิบกระซาบกันนั้นช่างดูสนิทสนมเป็นธรรมชาติเหลือเกิน…

สีหน้าของพ่อลั่วและแม่ลั่วค่อย ๆ เปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็นความกระจ่างแจ้ง และท้ายที่สุดก็แปรเปลี่ยนเป็นความปวดใจอย่างสุดซึ้ง

อาศัยจังหวะตอนที่เดินไปเข้าห้องน้ำ แม่ของลั่วเซิงก็ดึงแขนลูกสาวเอาไว้ พลางกระซิบถามเสียงเบา “เซิงเซิง ลูกบอกความจริงกับแม่มานะ ลูกกับเจียงซื่อมีเรื่องอะไรกัน? ที่เขาทำตัวแบบนั้นกับเด็กผู้หญิงคนนั้น เป็นเพราะจงใจจะยั่วโมโหลูกใช่ไหม... พวกลูกโตมาด้วยกันตั้งหลายปี อย่าไปโกรธเคืองเขาเพียงเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เลยนะลูก”

ลั่วเซิงหวนนึกไปถึงการรัก ๆ เลิก ๆ ที่วนเวียนซ้ำซากตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลังจากการคืนดีกันในช่วงเวลาสั้น ๆ ทุกครั้ง สิ่งที่ตามติดมาก็คือการเข้าข้างและทำร้ายจิตใจที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นของเขา

เธอส่ายหน้า น้ำเสียงอ่อนล้าทว่าหนักแน่น “แม่คะ หนูไม่ได้โกรธหรือประชดอะไรทั้งนั้น แต่หนูตั้งใจเอาไว้แล้วจริง ๆ ...ว่าจะจบเรื่องราวกับเขาอย่างเด็ดขาดเสียที”

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ในที่สุดก็ตัดสินใจเปิดเผยความลับที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้อย่างยาวนานออกมาจนหมดเปลือก “ความจริงแล้ว หนูเปลี่ยนอันดับคณะที่เลือกไปแล้วค่ะ หนูจะไม่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งแล้ว แต่หนูจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยหนานจิง”

พ่อกับแม่เบิกตากว้างมองเธอด้วยความตกตะลึง จนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

มหาวิทยาลัยหนานจิงอย่างนั้นเหรอ? ที่นั่นกับมหาวิทยาลัยปักกิ่งมันอยู่ห่างกันตั้งคนละฟากเหนือใต้ ห่างไกลกันเป็นพันลี้เลยนะ!

พ่อลั่วและแม่ลั่วเพิ่งจะอ้าปากเตรียมพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วในจังหวะนั้นเอง จู่ ๆ ตรงกลางโถงจัดเลี้ยงก็เกิดเสียงกรีดร้องและเสียงดังสนั่นหวั่นไหวด้วยความโกลาหลขึ้นมา!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 22

    ฤดูหนาว ณ อีกฟากฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเจียงซื่อกระชับเสื้อโค้ตตัวเก่ง กอดหนังสือเรียนเล่มหนาเตอะไว้แนบอก แล้วสาวเท้าเดินฝ่าลานกว้างอันว่างเปล่าหน้าห้องสมุดไปอย่างรวดเร็วชีวิตในต่างแดนราวกับถูกกดปุ่มเล่นภาพช้า ซ้ำยังถูกกดปุ่มปิดเสียงเอาไว้เมื่อปราศจากการวิ่งตามอันวุ่นวายและการจงใจสร้างความบังเอิญ เวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลงอย่างน่าประหลาดเขาเริ่มชินกับการขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดเพียงลำพังจนดึกดื่น และชินกับการใช้กาแฟกับแซนด์วิชเย็นชืดประทังชีวิตไปมื้อแล้วมื้อเล่าการบำบัดทางจิตวิทยายังคงดำเนินต่อไป ภายในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เขาได้เรียนรู้ที่จะไม่ใช้ความโกรธหรือการหลีกหนีมาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเองอีกต่อไป แต่เริ่มหันมาวิเคราะห์ถึงช่วงเวลาเหล่านั้นที่ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างไปอย่างเงอะงะทว่าจริงจังเขานึกย้อนไปถึงแววตาอันสิ้นหวังของลั่วเซิงครั้งแล้วครั้งเล่า นึกถึงความเพิกเฉยละเลยที่ตนเองเคยมองว่าเป็นเรื่องปกติ และนึกถึงความหยิ่งยโสอันน่าขันที่เคยมั่นใจนักหนาว่าเธอจะไม่มีวันจากไปไหนความเจ็บปวดยังคงทิ่มแทง ทว่าเขาไม่ได้พยายามกลบฝังมันอีกแล้ว แต่เลือกที่

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 21

    ชีวิตของลั่วเซิงถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์แบบและดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบแบบแผนผลการเรียนวิชาเอกของคณะการเต้นยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอในห้องซ้อม เธอยังคงเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไปเสมอส่วนในชมรม เธอเติบโตจากเด็กใหม่ที่ไม่ประสีประสา กลายเป็นกำลังหลักที่สามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ด้วยตัวเองกู้อวี่ตั้งใจมอบหมายให้เธอรับผิดชอบงานวางแผนและจัดการมากขึ้น ซึ่งเธอก็ทำมันออกมาได้อย่างไร้ที่ติเสมอ อีกทั้งไอเดียที่เธอนำเสนอยังแปลกใหม่และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เธอจึงได้รับความไว้วางใจและความชื่นชอบจากสมาชิกชมรมอย่างล้นหลามความมั่นใจจากก้นบึ้งของหัวใจที่เกิดจากการได้รับการยอมรับในความสามารถ ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความรู้สึกมีคุณค่าที่เคยต้องพึ่งพาสายตาของคนอื่นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวี่ยังคงรักษาระยะห่างในฐานะเพื่อน ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบในช่วงพักจากการพูดคุยเรื่องงานของชมรม พวกเขามักจะคุยกันถึงนิทรรศการหรือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อบังเอิญเจอกันที่โรงอาหารก็จะนั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกันอย่างคุ้นเคย หัวข้อสนทนาลื่นไหลตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 20

    ข่าวการลาออกจากมหาวิทยาลัยหนานจิงของเจียงซื่อเปรียบเสมือนก้อนหินที่โยนลงบนผิวน้ำอันเงียบสงบ ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมออกไปนั้นแผ่ขยายรวดเร็วกว่าที่คิดไว้มากเพียงชั่วเวลาแค่วันสองวัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย และแน่นอนว่าย่อมแพร่สะพัดมาถึงคณะการเต้นที่ลั่วเซิงเรียนอยู่ด้วยช่วงพักเบรกระหว่างคลาสเรียน หญิงสาวหลายคนจับกลุ่มคุยกัน น้ำเสียงที่จงใจกดต่ำนั้นแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นจนปิดไม่มิด“ไปแล้วจริง ๆ หรอ? สุดหล่อคนที่ชอบแวะมาหาลั่วเซิงบ่อย ๆ คนนั้นน่ะเหรอ?”“รายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว จะปลอมได้ยังไง? ได้ยินมาว่าย้ายไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกาเหนือเลยนะ”“โห…กะทันหันขนาดนี้เลยหรอ? ก่อนหน้านี้ยังเห็นว่า…”“ชู่ว! อย่าพูดเลย…”เสียงซุบซิบนินทาเงียบลงกะทันหันทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้อง สายตาหลายคู่ลอบมองมาทางเธออย่างระแวดระวัง แฝงไปด้วยแววตาจับผิดและมีความเห็นใจที่ยากจะสังเกตเห็นซ่อนอยู่ฝีเท้าของลั่วเซิงชะงักไปเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองด้วยสีหน้าราบเรียบเป็นปกติปลายนิ้วของเธอจิกเกร

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 19

    เจียงซื่อยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่คุ้นตาหน้าตึกหอพักของลั่วเซิง เขายังคงดื้อดึงจ้องมองไปยังหน้าต่างบานที่สว่างไสวด้วยแสงไฟอันอบอุ่นเขารู้ว่าเธออยู่ข้างในนั้นแขนขาของเขาเริ่มชาหนึบ มีเพียงตำแหน่งของหัวใจเท่านั้นที่ยังคงปวดเป็นระลอกอย่างชัดเจน เขานึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากที่เขาทำให้เธอโกรธ เขาก็มารออยู่ใต้ตึกแบบนี้เช่นกันในตอนนั้น ไม่ว่าเธอจะโกรธแค่ไหน สุดท้ายก็มักจะใจอ่อน ยอมเดินตาแดงรื้นลงมาข้างล่าง แล้วถูกเขาดึงเข้าไปกอดรัดไว้ในอ้อมแขนแน่นทว่าครั้งนี้ ไม่มีอีกแล้วบรรดานักศึกษาที่ตื่นเช้าต่างกางร่มเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ พวกเขาส่งสายตามองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือเวทนา แล้วก็รีบเดินจากไปทั่วทั้งร่างของเขาเปียกปอน หนาวสั่นจนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างผิดปกติ และรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นระลอกในที่สุดประตูหอพักก็เปิดออก ทว่าคนที่เดินออกมากลับไม่ใช่ลั่วเซิง แต่เป็นรูมเมทของเธอเธอมองเจียงซื่อที่อยู่ในสภาพทุลักทุเลตรงหน้าด้วยแววตาที่สับสนวุ่นวาย ก่อนจะถอนหายใจออกมาในท้ายที่สุด เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับยื่นร่มแห้ง ๆ คันหนึ่งไปกางเหนือศ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 18

    การแข่งขันเต้นประจำปีของมหาวิทยาลัยหนานจิงเป็นที่จับตามองมาโดยตลอด ภายในหอประชุมจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนไม่มีที่นั่งว่างการแสดงของลั่วเซิงคือระบำร่วมสมัยแบบเดี่ยวในชื่อชุด “ทลายรังไหม”แสงไฟดับลง เหลือเพียงลำแสงสีเย็นเยียบสายหนึ่งสาดส่องลงมากลางเวทีเธออยู่ในชุดสีดำสนิท เรือนร่างพลิ้วไหวอ่อนช้อยทว่าแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นบางอย่างจากภายใน ขยับกายร่ายรำอย่างเชื่องช้าไปตามท่วงทำนองเมื่อถึงท่อนฮุก ดนตรีก็พลันดุดันเร้าใจ ท่วงท่าของเธอก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังตามไปด้วย เธอกระโดดลอยตัว ล้มลง แล้วหยัดยืนขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะจบลงด้วยท่าเอนหลังค้างไว้ซึ่งเป็นท่าที่ยากลำบากยิ่งทว่ากลับงดงามไร้ที่ติแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาทันทีทั่วทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังกระหึ่มกึกก้องราวกับเสียงกัมปนาทลั่วเซิงหอบหายใจเล็กน้อย เธอยืนตัวตรงแล้วโค้งคำนับให้แก่ผู้ชมเบื้องล่างด้านล่างเวที กู้อวี่นั่งอยู่แถวหน้าฝั่งซ้าย เขาปรบมือดังกว่าใครเพื่อน นัยน์ตาฉายแววชื่นชมอย่างไม่อาจปิดบังทว่าในเงามืดแถวหลังสุดของหอประชุม กลับมีอีกร่างหนึ่งยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างโดดเดี่ยว

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 17

    เจียงซื่อยืนอยู่ท่ามกลางม่านฝนใต้ตึกหอพัก หยาดฝนหยดลงมาจากปลายผมจนไหล่เสื้อเปียกชุ่มเขาจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นการรอคอยอย่างไร้ความหมายครั้งที่เท่าไหร่ร่างที่คุ้นเคยนั้นปรากฏตัวขึ้นทีไร ก็มักจะเดินสวนกับเขาไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกปฏิเสธอย่างเย็นชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า…แรกเริ่มคือความร้อนรน ความไม่ยินยอม และความโกรธเกรี้ยวทว่าในเวลาต่อมา เขาเริ่มถูกบีบให้ต้องหวนนึกถึงอดีตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในค่ำคืนที่นอนไม่หลับนับครั้งไม่ถ้วนภาพในหัวผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนที่ซูม่านโพสต์โมเมนต์ว่าอารมณ์ไม่ดี เขาก็ทิ้งลั่วเซิงที่กำลังงอนเขาอยู่ แล้วรีบไปโทรศัพท์คุยเป็นเพื่อนซูม่านตลอดทั้งคืนภาพตอนที่เขาปีนกำแพงออกไปซื้อชาน้ำขิงใส่น้ำตาลทรายแดงให้ซูม่าน แต่กลับลืมไปว่าบ่ายวันนั้นตอนที่ลั่วเซิงปวดประจำเดือน เขาทำเพียงแค่บอกปัดให้เธอดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆภาพในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ตอนที่เขาตักแตงโมชิ้นที่หวานที่สุดตรงกลางให้ซูม่านอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าของลั่วเซิงก็ซีดเผือดลงในเสี้ยววินาทีรวมถึงที่บริเวณหน้าบันไดวน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอที่กำลั

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 9

    แม่เจียงกำโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกตัดสายทิ้งไว้แน่น สีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวเขียว รู้สึกกระอักกระอ่วนจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อลั่วเซิงเห็นดังนั้น เธอกลับก้าวเข้าไปหาแล้วควงแขนแม่เจียงเบา ๆ “คุณน้าคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เครื่องบินใกล้จะออกแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ ในเมื่อเขายุ่งก็ช่างเถอะค่ะ เรื่องมาส่งห

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 8

    ทันใดนั้นโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาบนเพดานก็ร่วงหล่นลงมาตรง ๆ และเบื้องล่างนั้น คือเจียงซื่อกับซูม่านที่กำลังยืนพูดคุยหัวเราะร่ากันอยู่!ในช่วงเวลาความเป็นความตาย เจียงซื่อตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขาหันขวับแล้วใช้ทั้งร่างโอบป้องซูม่านไว้ในอ้อมกอดอย่างมิดชิด!“โครม!”โคมไฟอันหนักอึ้งฟาดกระแทกเข้าที่แ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 6

    เธอหันหลังกลับเงียบ ๆ หลีกเลี่ยงพวกเขา แล้วเดินตรงไปยังสวนหลังโรงเรียนที่นั่นมีต้นไทรเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง บนลำต้นเคยมีชื่อของเธอกับเจียงซื่อสลักเอาไว้ ข้างกันยังมีรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ วาดประกอบอยู่ด้วยนั่นคือตอนมัธยมปลายปีหนึ่ง เขาจูงมือเธอมา ใช้มีดพกค่อย ๆ บรรจงสลักลงไปอย่างตั้งใจทีละขีด พร้อมบอกว่

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 5

    หัวใจของลั่วเซิงกระตุกวูบ เธอแทบจะก้าวพรวดไปข้างหน้าเพื่อฉวยจดหมายตอบรับเข้าศึกษาคืนมาจากมือของเจียงซื่อตามสัญชาตญาณ“นายทำอะไรน่ะ?” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ทว่าสิ่งที่เจืออยู่มากกว่าคือความระแวดระวังอันเย็นเยียบมือของเจียงซื่อยังคงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ปฏิกิริยาตอบสนองท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status