แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ฤดูหนาว
ความลำพองใจบนใบหน้าของซูม่านแทบจะล้นทะลักออกมา

หลังจากเล่นไปอีกสองสามรอบ ซูม่านก็แพ้อีกครั้ง

บทลงโทษในรอบนี้คือการไปนั่งบนตักของผู้ชายคนหนึ่งเพื่อทำภารกิจที่กำหนดให้สำเร็จ

ซูม่านแทบจะไม่ได้คิดด้วยซ้ำ สายตาของเธอเหลือบมองไปทางเจียงซื่ออีกครั้ง

ลั่วเซิงทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เธอผุดลุกขึ้นพรวด กระซิบกับเพื่อนสนิทข้าง ๆ ว่า “ไปเข้าห้องน้ำนะ” แล้วรีบหนีออกจากห้องวีไอพีที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกนั้นทันที

เมื่อมาหลบอยู่ในห้องน้ำ เธอวักน้ำเย็นล้างหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่น้ำตากลับยังคงไหลปนมากับสายน้ำอย่างควบคุมไม่ได้ ผ่านไปเนิ่นนานกว่าเธอจะฝืนระงับอารมณ์ลงได้ และตัดสินใจว่าจะกลับบ้านก่อนเวลา

ทว่าพอเดินมาถึงหัวมุมระเบียงทางเดิน เธอกลับได้ยินเสียงพูดคุยที่คุ้นเคยดังมาจากระเบียงด้านนอก เป็นเสียงของเจียงซื่อกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเขา

“พี่ซื่อ เมื่อกี้... เล่นแรงไปหน่อยหรือเปล่า? ฉันเห็นลั่วเซิงหน้าซีดจนน่าตกใจ นายจะไม่ไปง้อเธอจริง ๆ เหรอ?”

“ง้อเหรอ?” เสียงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาของเจียงซื่อดังขึ้น “แล้วอีกไม่กี่วันเธอก็จะมาขอเลิกกับฉันอีกน่ะสิ? บ้าเอ๊ย น่ารำคาญไหมล่ะ?”

“ก็จริง... โทษใครไม่ได้นอกจากนายที่เมื่อก่อนตามใจเธอมากเกินไป เอะอะก็เอาเรื่องเลิกมาขู่ ถือโอกาสนี้ดัดนิสัยให้เธอจำซะบ้างก็ดีเหมือนกัน”

“ใช่ พอเปิดเทอมไปอยู่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ทั้งไม่คุ้นคนไม่คุ้นที่ เดี๋ยวเธอก็ต้องทนไม่ไหวแล้วกลับมาหานายเองนั่นแหละ ถึงตอนนั้นนายก็แค่ยอมลงให้หน่อย ขอคืนดีซะ พอมีบทเรียนคราวนี้แล้ว ต่อไปเธอคงไม่กล้าเอาเรื่องเลิกมาขู่นายพร่ำเพรื่ออีกแน่ ดีจะตาย”

ลั่วเซิงที่ยืนอยู่หลังประตูรู้สึกราวกับเลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา มือและเท้าเย็นเฉียบจนไร้ซึ่งไออุ่น

ที่แท้ ในสายตาของเขา การขอเลิกครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะความเจ็บปวดและผิดหวังของเธอ เป็นเพียงแค่ “การงี่เง่าเอาแต่ใจ” และเป็นแค่ “เครื่องมือข่มขู่เขา” เท่านั้นเอง

และ “บทเรียน” ที่เขาพูดถึง ก็คือการจูบผู้หญิงอีกคนต่อหน้าทุกคนเพื่อหยามเกียรติเธออย่างนั้นหรือ!

เธอหันหลังกลับอย่างเงียบเชียบ แล้วเดินลงบันไดไปตามลำพัง

สายลมในยามค่ำคืนของฤดูร้อนพัดผ่านร่าง ทว่ากลับทำให้เธอหนาวสั่นจนจับขั้วหัวใจ

ตลอดทางเดินกลับ เรื่องราวในอดีตฉายวนซ้ำไปมาในหัวราวกับภาพยนตร์เงียบ

เมื่อก่อน แค่เธอขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย เขาก็จะรีบถามด้วยความร้อนใจว่ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า เมื่อก่อน ตอนที่มีผู้หญิงมาส่งจดหมายรักให้ เขาจะปฏิเสธไปตรง ๆ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง แล้วก็วิ่งมาเอาความดีความชอบกับเธอว่า “เซิงเซิง วันนี้ฉันตัดใจปฏิเสธไปได้อีกคนแล้วนะ ชมฉันสิ”

เธอเคยชินกับความแสนดีของเขา เคยชินกับการที่เขาเทิดทูนเธอเป็นดั่งสมบัติล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวมานานแล้ว

แล้วทุกอย่างมันเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?

คงเป็นตั้งแต่ตอนที่ซูม่านปรากฏตัว

เขาทำลายกฎเกณฑ์ของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อซูม่าน และละเลยความรู้สึกของเธอ

ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกถึงความพิเศษที่ซูม่านมีต่อเขา และไม่ใช่ว่าเธอมองไม่ออกว่าเขาทำตัวกับซูม่านแตกต่างจากคนอื่น เธอเพียงแค่ยังกอดความหวังริบหรี่สุดท้ายเอาไว้ ใช้คำว่าเลิกรามาหยั่งเชิงและเหนี่ยวรั้งเขาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เขารู้สึกรำคาญและมองว่าเธองี่เง่าไร้สาระเท่านั้น

ที่แท้ พอเธอไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเขาอีกต่อไปแล้ว แม้แต่น้ำตาก็ยังกลายเป็นความผิด

เดินใจลอยมาเรื่อย ๆ จนรู้ตัวอีกทีเธอก็เกือบจะถึงหน้าตึกที่พักแล้ว เมื่อมองไปแต่ไกลก็เห็นบุรุษไปรษณีย์คนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูบ้าน

ดูเหมือนจดหมายตอบรับเข้าเรียนจะส่งมาถึงแล้ว

เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ และกำลังจะก้าวเข้าไปหา ทว่ากลับเห็นแผ่นหลังสูงใหญ่ที่แสนคุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้าบุรุษไปรษณีย์คนนั้น

เป็นเจียงซื่อ!

ในมือของเขาถือจดหมายฉบับหนึ่งที่มีโลโก้ของมหาวิทยาลัยหนานจิงประทับไว้อย่างชัดเจน และเขาก็กำลังจะแกะซองนั้นออก...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 22

    ฤดูหนาว ณ อีกฟากฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเจียงซื่อกระชับเสื้อโค้ตตัวเก่ง กอดหนังสือเรียนเล่มหนาเตอะไว้แนบอก แล้วสาวเท้าเดินฝ่าลานกว้างอันว่างเปล่าหน้าห้องสมุดไปอย่างรวดเร็วชีวิตในต่างแดนราวกับถูกกดปุ่มเล่นภาพช้า ซ้ำยังถูกกดปุ่มปิดเสียงเอาไว้เมื่อปราศจากการวิ่งตามอันวุ่นวายและการจงใจสร้างความบังเอิญ เวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลงอย่างน่าประหลาดเขาเริ่มชินกับการขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดเพียงลำพังจนดึกดื่น และชินกับการใช้กาแฟกับแซนด์วิชเย็นชืดประทังชีวิตไปมื้อแล้วมื้อเล่าการบำบัดทางจิตวิทยายังคงดำเนินต่อไป ภายในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เขาได้เรียนรู้ที่จะไม่ใช้ความโกรธหรือการหลีกหนีมาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเองอีกต่อไป แต่เริ่มหันมาวิเคราะห์ถึงช่วงเวลาเหล่านั้นที่ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างไปอย่างเงอะงะทว่าจริงจังเขานึกย้อนไปถึงแววตาอันสิ้นหวังของลั่วเซิงครั้งแล้วครั้งเล่า นึกถึงความเพิกเฉยละเลยที่ตนเองเคยมองว่าเป็นเรื่องปกติ และนึกถึงความหยิ่งยโสอันน่าขันที่เคยมั่นใจนักหนาว่าเธอจะไม่มีวันจากไปไหนความเจ็บปวดยังคงทิ่มแทง ทว่าเขาไม่ได้พยายามกลบฝังมันอีกแล้ว แต่เลือกที่

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 21

    ชีวิตของลั่วเซิงถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์แบบและดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบแบบแผนผลการเรียนวิชาเอกของคณะการเต้นยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอในห้องซ้อม เธอยังคงเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกไปเสมอส่วนในชมรม เธอเติบโตจากเด็กใหม่ที่ไม่ประสีประสา กลายเป็นกำลังหลักที่สามารถรับผิดชอบงานใหญ่ได้ด้วยตัวเองกู้อวี่ตั้งใจมอบหมายให้เธอรับผิดชอบงานวางแผนและจัดการมากขึ้น ซึ่งเธอก็ทำมันออกมาได้อย่างไร้ที่ติเสมอ อีกทั้งไอเดียที่เธอนำเสนอยังแปลกใหม่และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เธอจึงได้รับความไว้วางใจและความชื่นชอบจากสมาชิกชมรมอย่างล้นหลามความมั่นใจจากก้นบึ้งของหัวใจที่เกิดจากการได้รับการยอมรับในความสามารถ ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ความรู้สึกมีคุณค่าที่เคยต้องพึ่งพาสายตาของคนอื่นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกู้อวี่ยังคงรักษาระยะห่างในฐานะเพื่อน ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบในช่วงพักจากการพูดคุยเรื่องงานของชมรม พวกเขามักจะคุยกันถึงนิทรรศการหรือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อบังเอิญเจอกันที่โรงอาหารก็จะนั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกันอย่างคุ้นเคย หัวข้อสนทนาลื่นไหลตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 20

    ข่าวการลาออกจากมหาวิทยาลัยหนานจิงของเจียงซื่อเปรียบเสมือนก้อนหินที่โยนลงบนผิวน้ำอันเงียบสงบ ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมออกไปนั้นแผ่ขยายรวดเร็วกว่าที่คิดไว้มากเพียงชั่วเวลาแค่วันสองวัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย และแน่นอนว่าย่อมแพร่สะพัดมาถึงคณะการเต้นที่ลั่วเซิงเรียนอยู่ด้วยช่วงพักเบรกระหว่างคลาสเรียน หญิงสาวหลายคนจับกลุ่มคุยกัน น้ำเสียงที่จงใจกดต่ำนั้นแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นจนปิดไม่มิด“ไปแล้วจริง ๆ หรอ? สุดหล่อคนที่ชอบแวะมาหาลั่วเซิงบ่อย ๆ คนนั้นน่ะเหรอ?”“รายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว จะปลอมได้ยังไง? ได้ยินมาว่าย้ายไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกาเหนือเลยนะ”“โห…กะทันหันขนาดนี้เลยหรอ? ก่อนหน้านี้ยังเห็นว่า…”“ชู่ว! อย่าพูดเลย…”เสียงซุบซิบนินทาเงียบลงกะทันหันทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้อง สายตาหลายคู่ลอบมองมาทางเธออย่างระแวดระวัง แฝงไปด้วยแววตาจับผิดและมีความเห็นใจที่ยากจะสังเกตเห็นซ่อนอยู่ฝีเท้าของลั่วเซิงชะงักไปเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเองด้วยสีหน้าราบเรียบเป็นปกติปลายนิ้วของเธอจิกเกร

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 19

    เจียงซื่อยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่คุ้นตาหน้าตึกหอพักของลั่วเซิง เขายังคงดื้อดึงจ้องมองไปยังหน้าต่างบานที่สว่างไสวด้วยแสงไฟอันอบอุ่นเขารู้ว่าเธออยู่ข้างในนั้นแขนขาของเขาเริ่มชาหนึบ มีเพียงตำแหน่งของหัวใจเท่านั้นที่ยังคงปวดเป็นระลอกอย่างชัดเจน เขานึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน หลังจากที่เขาทำให้เธอโกรธ เขาก็มารออยู่ใต้ตึกแบบนี้เช่นกันในตอนนั้น ไม่ว่าเธอจะโกรธแค่ไหน สุดท้ายก็มักจะใจอ่อน ยอมเดินตาแดงรื้นลงมาข้างล่าง แล้วถูกเขาดึงเข้าไปกอดรัดไว้ในอ้อมแขนแน่นทว่าครั้งนี้ ไม่มีอีกแล้วบรรดานักศึกษาที่ตื่นเช้าต่างกางร่มเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ พวกเขาส่งสายตามองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือเวทนา แล้วก็รีบเดินจากไปทั่วทั้งร่างของเขาเปียกปอน หนาวสั่นจนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างผิดปกติ และรู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นระลอกในที่สุดประตูหอพักก็เปิดออก ทว่าคนที่เดินออกมากลับไม่ใช่ลั่วเซิง แต่เป็นรูมเมทของเธอเธอมองเจียงซื่อที่อยู่ในสภาพทุลักทุเลตรงหน้าด้วยแววตาที่สับสนวุ่นวาย ก่อนจะถอนหายใจออกมาในท้ายที่สุด เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับยื่นร่มแห้ง ๆ คันหนึ่งไปกางเหนือศ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 18

    การแข่งขันเต้นประจำปีของมหาวิทยาลัยหนานจิงเป็นที่จับตามองมาโดยตลอด ภายในหอประชุมจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนไม่มีที่นั่งว่างการแสดงของลั่วเซิงคือระบำร่วมสมัยแบบเดี่ยวในชื่อชุด “ทลายรังไหม”แสงไฟดับลง เหลือเพียงลำแสงสีเย็นเยียบสายหนึ่งสาดส่องลงมากลางเวทีเธออยู่ในชุดสีดำสนิท เรือนร่างพลิ้วไหวอ่อนช้อยทว่าแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นบางอย่างจากภายใน ขยับกายร่ายรำอย่างเชื่องช้าไปตามท่วงทำนองเมื่อถึงท่อนฮุก ดนตรีก็พลันดุดันเร้าใจ ท่วงท่าของเธอก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังตามไปด้วย เธอกระโดดลอยตัว ล้มลง แล้วหยัดยืนขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะจบลงด้วยท่าเอนหลังค้างไว้ซึ่งเป็นท่าที่ยากลำบากยิ่งทว่ากลับงดงามไร้ที่ติแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาทันทีทั่วทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังกระหึ่มกึกก้องราวกับเสียงกัมปนาทลั่วเซิงหอบหายใจเล็กน้อย เธอยืนตัวตรงแล้วโค้งคำนับให้แก่ผู้ชมเบื้องล่างด้านล่างเวที กู้อวี่นั่งอยู่แถวหน้าฝั่งซ้าย เขาปรบมือดังกว่าใครเพื่อน นัยน์ตาฉายแววชื่นชมอย่างไม่อาจปิดบังทว่าในเงามืดแถวหลังสุดของหอประชุม กลับมีอีกร่างหนึ่งยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างโดดเดี่ยว

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 17

    เจียงซื่อยืนอยู่ท่ามกลางม่านฝนใต้ตึกหอพัก หยาดฝนหยดลงมาจากปลายผมจนไหล่เสื้อเปียกชุ่มเขาจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นการรอคอยอย่างไร้ความหมายครั้งที่เท่าไหร่ร่างที่คุ้นเคยนั้นปรากฏตัวขึ้นทีไร ก็มักจะเดินสวนกับเขาไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองต้องเผชิญกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกปฏิเสธอย่างเย็นชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า…แรกเริ่มคือความร้อนรน ความไม่ยินยอม และความโกรธเกรี้ยวทว่าในเวลาต่อมา เขาเริ่มถูกบีบให้ต้องหวนนึกถึงอดีตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในค่ำคืนที่นอนไม่หลับนับครั้งไม่ถ้วนภาพในหัวผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนที่ซูม่านโพสต์โมเมนต์ว่าอารมณ์ไม่ดี เขาก็ทิ้งลั่วเซิงที่กำลังงอนเขาอยู่ แล้วรีบไปโทรศัพท์คุยเป็นเพื่อนซูม่านตลอดทั้งคืนภาพตอนที่เขาปีนกำแพงออกไปซื้อชาน้ำขิงใส่น้ำตาลทรายแดงให้ซูม่าน แต่กลับลืมไปว่าบ่ายวันนั้นตอนที่ลั่วเซิงปวดประจำเดือน เขาทำเพียงแค่บอกปัดให้เธอดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆภาพในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ตอนที่เขาตักแตงโมชิ้นที่หวานที่สุดตรงกลางให้ซูม่านอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าของลั่วเซิงก็ซีดเผือดลงในเสี้ยววินาทีรวมถึงที่บริเวณหน้าบันไดวน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอที่กำลั

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 9

    แม่เจียงกำโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกตัดสายทิ้งไว้แน่น สีหน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวเขียว รู้สึกกระอักกระอ่วนจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อลั่วเซิงเห็นดังนั้น เธอกลับก้าวเข้าไปหาแล้วควงแขนแม่เจียงเบา ๆ “คุณน้าคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เครื่องบินใกล้จะออกแล้ว ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ ในเมื่อเขายุ่งก็ช่างเถอะค่ะ เรื่องมาส่งห

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 8

    ทันใดนั้นโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาบนเพดานก็ร่วงหล่นลงมาตรง ๆ และเบื้องล่างนั้น คือเจียงซื่อกับซูม่านที่กำลังยืนพูดคุยหัวเราะร่ากันอยู่!ในช่วงเวลาความเป็นความตาย เจียงซื่อตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขาหันขวับแล้วใช้ทั้งร่างโอบป้องซูม่านไว้ในอ้อมกอดอย่างมิดชิด!“โครม!”โคมไฟอันหนักอึ้งฟาดกระแทกเข้าที่แ

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 7

    พูดจบ เขาก็ประคองซูม่านที่ยังคงตื่นตระหนกไม่หาย แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ลั่วเซิงค่อย ๆ สูญเสียเรี่ยวแรงไปทีละน้อยในน้ำในทะเลสาบที่ค่อย ๆ เย็นเฉียบลงเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือเพดานสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาลเพื่อนร่วมชั้นหลายคนยืนล้อมอยู่ข้างเตียง พอเห็นเธอฟื้นขึ้นมาก็พากันถอนหาย

  • ลมรักพัดผ่าน คลาดกาลดอกไม้บาน    บทที่ 6

    เธอหันหลังกลับเงียบ ๆ หลีกเลี่ยงพวกเขา แล้วเดินตรงไปยังสวนหลังโรงเรียนที่นั่นมีต้นไทรเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง บนลำต้นเคยมีชื่อของเธอกับเจียงซื่อสลักเอาไว้ ข้างกันยังมีรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ วาดประกอบอยู่ด้วยนั่นคือตอนมัธยมปลายปีหนึ่ง เขาจูงมือเธอมา ใช้มีดพกค่อย ๆ บรรจงสลักลงไปอย่างตั้งใจทีละขีด พร้อมบอกว่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status