Masukหญิงสาวยิ้ม
เธอไม่ได้อธิบายอะไรต่อ เพียงเดินเข้ามาประชิดตัวนาเดียร์ ก่อนใช้ปลายนิ้วยกคางของเธอขึ้น แล้วโน้มเข้ามาจูบ
นาเดียร์ตกใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผลักออกทันที
จูบของอีกฝ่ายหนักแน่นขึ้น มือเย็นเฉียบเลื่อนผ่านต้นแขนของเธอ ขณะที่ร่างทั้งสองแนบชิดอยู่หน้าอ่างล้างมือ
กระทั่งกลิ่นบางอย่างลอยเข้าจมูก
กลิ่นไหม้
นาเดียร์ผละออก ก่อนเห็นเปลวไฟเล็ก ๆ ลุกอยู่ตรงปลายแขนเสื้อของตัวเอง
“เฮ้ย!”
เธอตบแขนอย่างรวดเร็ว เปลวไฟจึงดับลงแทบจะทันที
หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจ นาเดียร์เงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้า ซึ่งกำลังถือไฟแช็กสีเงินอยู่ในมือ
“เธอทำบ้าอะไรเนี้ย!?”
อีกฝ่ายเพียงยิ้ม ราวกับมันเป็นเรื่องล้อเล่น
นาเดียร์พยายามปลอบตัวเองว่าหญิงสาวคงเมา หรืออาจถูกอารมณ์บางอย่างกระตุ้นจนเล่นพิเรนทร์เกินขอบเขต
“พอได้แล้ว”
เธอยื่นมือไปคว้าไฟแช็ก แต่หญิงสาวหลบ ก่อนจุดไฟขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้เปลวไฟแตะลงบนชายกระโปรงของนาเดียร์
หญิงสาวรีบตบมันดับ ก่อนถอยไปชนอ่างล้างมือ
“ฉันบอกให้หยุด!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายไม่หายไป
เธอจุดไฟอีกครั้ง
ครั้งแล้วครั้งเล่า
เปลวเพลิงถูกแตะลงตามแขน เสื้อผ้า และปลายเส้นผมของนาเดียร์ ราวกับหญิงสาวกำลังพยายามให้ไฟลุกติดตัวเธอให้ได้
นาเดียร์ทั้งดับไฟ ทั้งปัดป้อง และพยายามแย่งไฟแช็ก ความมึนเมาถูกความหวาดกลัวแทนที่จนแทบหมดสิ้น
“เธอเป็นบ้าไปแล้วรึไง!”
เธอผลักอีกฝ่ายออกอย่างแรง
แผ่นหลังของหญิงสาวชนกับประตูห้องน้ำ แต่เธอกลับไม่แสดงอาการเจ็บ รอยยิ้มบนริมฝีปากกว้างขึ้นช้า ๆ
นาเดียร์หันไปเปิดประตู แต่หญิงสาวพุ่งเข้ามาคว้าเส้นผมของเธอไว้ ก่อนลากกลับไปด้านหลัง
หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ พยายามแกะมือที่บีบอยู่บนศีรษะ
“ปล่อยฉันนะ!”
เธอตะโกนเรียกอาเธอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ภายนอกห้องน้ำกลับไม่มีเสียงตอบรับ
พี่ชายของเธอเมาจนหลับไม่ได้สติ
หญิงสาวชุดแดงกดนาเดียร์เข้ากับผนัง ปลายไฟแช็กเคลื่อนเข้ามาใกล้ลำคอของเธออย่างช้า ๆ
“ไม่ต้องกลัว”
อีกฝ่ายกระซิบ
“นี่เป็นเพียงการทดสอบเท่านั้น”
ทันใดนั้น เปลวไฟก็ลุกโชนไปติดผ้าม่านใกล้อ่างอาบน้ำ
ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ ภายในเวลาไม่กี่วินาที ควันสีดำก็พวยพุ่งขึ้นสู่เพดาน
เสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังไปทั่วทั้งโรงแรม
ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก นาเดียร์ก็พยายามลากอาเธอร์ลงจากเตียง แต่ร่างของพี่ชายหนักเกินกว่าที่เธอจะพาออกไปได้ตามลำพัง กลุ่มควันสีดำเริ่มไหลออกมาจากห้องน้ำ ขณะที่ระบบฉีดน้ำดับเพลิงบนเพดานทำงานจนทุกอย่างเปียกชุ่ม
“ช่วยด้วยค่ะ!”
เธอตะโกนสุดเสียง พร้อมกอดร่างพี่ชายไว้แน่น
ไม่นาน เจ้าหน้าที่โรงแรมพร้อมแขกอีกสองคนก็เข้ามาช่วยกันพาอาเธอร์ออกจากห้อง ส่วนหญิงสาวชุดแดงยังคงยืนอยู่ใกล้ประตูห้องน้ำ ท่ามกลางควันและสายน้ำที่ไหลลงมาตามเส้นผมสีดำ
เธอไม่ได้หลบหนี
ไม่ได้แสดงอาการตกใจ
เพียงมองนาเดียร์ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นสิ่งที่เธอตั้งใจให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมเข้าควบคุมตัวเธอไว้ ก่อนตำรวจจะมาถึงและพาทุกคนไปยังสถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำ
อาเธอร์ถูกส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก่อน หลังจากแพทย์ยืนยันว่าเขาเพียงหมดสติจากแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก เขาจึงถูกพามายังโรงพักพร้อมกับนาเดียร์เมือ่ได้สติ
ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบตีสาม
ห้องรับแจ้งความเต็มไปด้วยเสียงโทรศัพท์ เสียงพิมพ์เอกสาร และเสียงพูดคุยของเจ้าหน้าที่ นาเดียร์นั่งตัวสั่นอยู่บนเก้าอี้พลาสติก มือทั้งสองข้างกำชายเสื้อคลุมที่ตำรวจคนหนึ่งนำมาให้แน่น
รอยไหม้เล็ก ๆ บนแขนยังแสบอยู่ทุกครั้งที่ขยับ
แม้จะไม่มีบาดแผลรุนแรง แต่ภาพเปลวไฟที่ถูกจุดลงบนเสื้อผ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่ายังคงติดอยู่ในความคิดของเธอ
ไม่นาน ประตูสถานีก็เปิดออกอย่างแรง
ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงเดินเข้ามาพร้อมคนติดตามอีกสองคน ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความโกรธ
“นาเดียร์!”
เธอเงยหน้าขึ้นทันที
“พ่อ…”
พ่อของเธอรีบเดินเข้ามาสำรวจร่างกายลูกสาว ก่อนหันไปมองอาเธอร์ที่ยังมีสีหน้าอิดโรยอยู่ข้างกัน
“เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรลูกพ่อ?!”
นาเดียร์ยังไม่ทันตอบ เสียงรองเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหน้าสถานีอีกครั้ง
คราวนี้เป็นชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่ง พร้อมผู้ติดตามจำนวนมากกว่าเดิม ชายผู้เป็นพ่อสวมสูทสีเข้ม ใบหน้าคมเข้มและมีท่าทางสุขุมเย็นชา ส่วนภรรยาของเขาแต่งกายหรูหรา เครื่องประดับทุกชิ้นบนร่างกายดูมีราคาสูงเกินกว่าจะพบเห็นในสถานีตำรวจยามวิกาล
หญิงสาวชุดแดงเดินอยู่ระหว่างทั้งสองคน
เมื่อเปลี่ยนจากชุดเดรสเปียกชุ่มมาเป็นเสื้อคลุมตัวใหม่ เธอก็ดูไม่ต่างจากคุณหนูผู้บอบบางที่บังเอิญเข้าไปพัวพันกับ เหตุการณ์วุ่นวาย
ด้านหลังของเธอยังมีชายหนุ่มอีกคนเดินตามมา
เขามีใบหน้าคล้ายหญิงสาวอยู่หลายส่วน และจากท่าทีที่คอยยืนปกป้องอยู่ข้างกาย ก็คงเป็นพี่ชายของเธอ
“ลูกสาวคุณทำร้ายร่างกายลูกสาวผม!”
พ่อของนาเดียร์ลุกขึ้นทันที
พ่อของหญิงสาวชุดแดงปรายตามองเขาเพียงเล็กน้อย
“คำกล่าวหานั้นรุนแรงเกินไปหรือเปล่าครับ เด็ก ๆ ดื่มกันมาก อาจเล่นกันเกินขอบเขตจนเกิดอุบัติเหตุ”
“อุบัติเหตุ?” พ่อของนาเดียร์ขึ้นเสียง “ร่างกายลูกสาวผมมีแผลไฟไหม้หลายจุด นั่นไม่ใช่อุบัติเหตุ!”
“คุณมีหลักฐานหรือครับ”
“ลูกผมเป็นคนโดนทำร้าย ยังต้องมีหลักฐานอะไรอีก!”
เสียงโต้เถียงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งดังขึ้นเรื่อย ๆ จนตำรวจต้องเข้ามาขอให้แยกกันนั่ง
แต่แม้จะเป็นฝ่ายถูกกล่าวหา ครอบครัวของหญิงสาวกลับไม่มีท่าทีหวาดวิตกเลยแม้แต่น้อย
เซบาสเตียนแตะใบหน้านาง“เพราะชีวิตหนึ่งซึ่งเจ้ามองข้าเป็นคนแปลกหน้า ยังดีกว่านิรันดร์ที่ไม่มีเจ้าอยู่ในจักรวาล”คีรินทร์ซึ่งยืนฟังอยู่ไม่ไกลเข้าใจในเวลานั้นว่า ผู้เป็นนายกับตนไม่ได้แตกต่างกันเลยเซบาสเตียนยอมให้นางเกิดซ้ำ เพื่อให้มีโอกาสถูกเลือกส่วนคีรินทร์ยอมเฝ้าวงจร เพื่อให้มีโอกาสอยู่ข้างนางก่อนความทรงจำกลับมาชายทั้งสองรู้ว่า การเวียนว่ายจะสร้างความเจ็บปวดแต่ไม่มีใครยอมปล่อยเพราะสำหรับผู้เป็นอมตะ ความสูญเสียไม่ใช่การเห็นคนรักตายเพียงครั้งเดียวมันคือการต้องมีชีวิตต่อไปตลอดกาล โดยรู้ว่าคนคนนั้นเคยมีอยู่ และจะไม่มีวันกลับมาอีกเซบาสเตียนกลัวความว่างเปล่านั้นคีรินทร์ก็เช่นกันจึงไม่มีใครถามอมาเรียว่า ความปรารถนาที่เอ่ยในวันที่สิ้นหวัง ยังเป็นสิ่งที่นางต้องการจริงหรือไม่พวกเขาเพียงเปิดวงจรอีกครั้งชีวิตแรกของการเกิดใหม่จบลงเร็วกว่าที่ทุกคนคาดเมื่อข่าวเรื่องปีศาจแพร่ไปถึงศาสนจักร ครอบครัวของอมาเรียถูกกล่าวหาว่าทำสัญญากับสิ่งชั่วร้ายทหารถูกส่งมาล้อมคฤหาสน์บิดาของนางถูกสังหารขณะปกป้องลูกมารดาถูกจับส่วนน้องชายถูกนำไปเป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้อมาเรียยอมมอบตัวประวัติศาสตร์เริ่ม
เซบาสเตียนมองหญิงสาวในอ้อมแขนของคีรินทร์ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมห้อง“ส่งนางมาให้ข้า”คีรินทร์กระชับแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ร่างของนางยังรับความทรงจำไม่ได้”“เพราะเจ้าปลุกนางเร็วเกินไป”“ข้าเพียงสอนเรื่องอดีต”“เจ้าพูดชื่อข้า?”“นางจำได้เอง”เซบาสเตียนยื่นมือออกมา“ส่งมา”คีรินทร์ไม่ขยับปีศาจผู้เป็นนายมองการต่อต้านของลูกน้องด้วยสีหน้าเย็นชา“เจ้าลืมหน้าที่หรือ”“หน้าที่ของข้าคือปกป้องนาง”“หน้าที่ของเจ้าคือพานางกลับมาหาข้า”“หากท่านแตะต้องตอนนี้ วิญญาณนางอาจแตกสลาย”“ข้ารู้วิธีรักษานางดีกว่าเจ้า”“ท่านรู้วิธีรักษา หรือรู้เพียงวิธีครอบครอง”คำพูดนั้นทำให้เงาทั่วห้องเคลื่อนไหวหน้าต่างทุกบานปิดกระแทกพร้อมกันเซบาสเตียนเข้ามาหยุดตรงหน้า“เจ้ากำลังท้าทายข้าเพราะนาง?”คีรินทร์สบตาผู้เป็นนาย“ข้าไม่ยอมให้นางเจ็บอีก”“เจ้าคิดว่าข้ายอม?”“ท่านคือคนสร้างวงจรนี้”“ตามคำขอของนาง”“เพราะท่านกลัวนางจากไป”ดวงตาสีแดงของเซบาสเตียนเข้มขึ้น“แล้วเจ้าตามหานางเพราะอะไร”คีรินทร์เงียบ“ความภักดี?”เซบาสเตียนถาม“หรือหวังว่า ก่อนความทรงจำจะกลับมา นางจะรักเจ้าเสียก่อน”คำพูดนั้นเปิดเผยความจริงที่คีริน
หลังประตูแห่งความมืด ปีศาจผู้เป็นเจ้าของดินแดนนิรันดร์ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลหัวใจของเขาไม่ได้เต้นมานานกว่าหนึ่งร้อยปีตั้งแต่วินาทีที่วีวี่สลายไปจากอ้อมแขนแต่ในคืนนั้น เศษพลังที่ฝังอยู่ในวิญญาณของนางส่งเสียงตอบรับกลับมาตุบหัวใจเต้นหนึ่งครั้งพระราชวังทั้งหลังสั่นสะเทือนดอกไม้ที่ไม่เคยร่วงโรยกลับหลุดจากกิ่งพร้อมกันแม่น้ำสีเงินหยุดไหลและประตูบานใหญ่ซึ่งปิดตายมาตลอดศตวรรษก็ปรากฏรอยแยกเล็ก ๆเซบาสเตียนลุกขึ้นจากบัลลังก์“วีวี่…”ชื่อของนางหลุดออกจากริมฝีปากเขาเดินไปยังทะเลสาบแห่งอดีตผิวน้ำสะท้อนภาพเด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินกลับบ้านพร้อมน้องชายใบหน้าไม่ใช่วีวี่แต่ท่าทางเวลาลูบศีรษะเด็กชายเหมือนเดิมรอยยิ้มเวลาถูกน้องชายแกล้งเหมือนเดิมกระทั่งวิธีจับข้อมือตัวเองเมื่อรู้สึกกังวลก็ยังเหมือนเดิมเซบาสเตียนยื่นมือแตะผิวน้ำภาพสะท้อนสั่นไหว“เจ้ากลับมาแล้วจริง ๆ”เขาควรยินดีแต่เมื่อเห็นคีรินทร์ยืนอยู่ห่างออกไปในภาพ ความยินดีกลับปะปนด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยความหึงหวงคีรินทร์สามารถเดินอยู่ในโลกมนุษย์พูดคุยกับนางยืนข้างนางใต้แสงอาทิตย์ส่วนเซบาสเตียนทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่หลังประตูเพ
หลายร้อยปีหลังนครเวลลาริสล่มสลาย เด็กหญิงคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวขุนนางแห่งดินแดนอันห่างไกลนางมีเส้นผมสีเข้ม ชอบจับเครื่องมือของบิดามาแยกชิ้นส่วน และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงจ้องมองเฟืองทองเหลืองหมุนอยู่ในนาฬิกาเรือนเก่าบิดาตั้งชื่อให้นางว่า อมาเรียไม่มีใครรู้ว่า ภายในร่างเล็กนั้นมีเศษเสี้ยวของวิญญาณซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในนครเวลลาริสไม่มีใครรู้ว่าเด็กหญิงคนนี้เคยมีชื่อว่าวีวี่แม้แต่อมาเรียเองก็ไม่รู้นางจำบิดาผู้เป็นช่างทำนาฬิกาไม่ได้จำมารดาที่เสียชีวิตในคุกไม่ได้จำลูซิอัส น้องชายซึ่งสิ้นใจอยู่ในอ้อมแขนไม่ได้และจำปีศาจผู้ยอมฉีกส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์มาฝังไว้ในหัวใจของนางไม่ได้แต่ความทรงจำบางอย่างไม่จำเป็นต้องกลับมาในรูปของภาพหรือถ้อยคำบางครั้งมันกลับมาเป็นความรู้สึกอมาเรียกลัวประตูหินที่ไม่มีลูกบิดเกลียดเสียงสวดของนักบวชร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นเด็กชายเจ็บป่วยและไม่เคยยอมให้นาฬิกาในห้องนอนหยุดเดิน แม้เพียงคืนเดียวนางมักฝันถึงชายสองคนคนแรกมีดวงตาสีแดง เขายืนอยู่อีกฟากของประตูมืดมิดและเรียกชื่อที่นางไม่รู้จักอีกคนสวมเสื้อคลุมสีดำ ยืนอยู่ใต้หน้าต่างห้องนอนทุกคืน แต่ไม่เคย
พิธีเกิดขึ้นในวิหารใต้ดินของเวลลาริสเซบาสเตียนสร้างนาฬิกาเรือนแรกจากไม้ของต้นไม้ซึ่งเติบโตอยู่ระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายวีวี่วางมือบนหน้าปัดคีรินทร์ยืนเฝ้าประตูส่วนเซบาสเตียนใช้เลือดของตนวาดวงกลมสามชั้นลงบนพื้นวงแรกแทนอดีตวงที่สองแทนปัจจุบันวงสุดท้ายแทนอนาคตที่ไม่มีวันมาถึง หากผู้ถูกผูกยังไม่ยอมปล่อยมือตรงกลางวงกลมเป็นรูปดวงตาปิดดวงตาของผู้ที่เกิดใหม่โดยไม่รู้ความจริงเซบาสเตียนถามเป็นครั้งสุดท้าย“เจ้าแน่ใจหรือ”วีวี่มองร่างของครอบครัวซึ่งถูกนำมาวางรอบวงพิธี“ข้าอยากพบพวกเขาอีก”“แม้ต้องสูญเสียซ้ำ?”นางหลับตา“อย่างน้อยข้าก็จะได้รักพวกเขาอีกครั้ง”“แม้จะจำข้าไม่ได้?”วีวี่ลืมตาขึ้นและเอื้อมมือแตะใบหน้าของเขา“หากความรักของเราจริง ต่อให้ความทรงจำหายไป หัวใจข้าคงกลับมาหาท่าน”เซบาสเตียนยิ้มเศร้า“นั่นคือความหวังที่โหดร้ายที่สุดที่เจ้าเคยมอบให้ข้า”เขาจูบหน้าผากนางจากนั้นแทงมือเข้าไปในหน้าอกตนเอง และดึงเศษพลังสีดำซึ่งส่องประกายเหมือนแก้วออกมามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์ของปีศาจของขวัญที่ไม่ควรถูกมอบให้มนุษย์เขาฝังมันลงในหัวใจของวีวี่ร่างของนางสว่างขึ้นเส้นเลือดสีทองปร
วิญญาณของนางอาจเดินผ่านประตูสุดท้าย และเขาจะไม่มีวันได้พบอีกระหว่างปล่อยให้คนรักจากไปอย่างสงบ กับกักนางไว้ในโลกเพื่อให้มีโอกาสพบกันอีก—เซบาสเตียนเลือกอย่างเห็นแก่ตัว“ข้าจะทำ”เขากล่าวคีรินทร์หันไปมองเจ้านาย“ท่านรู้หรือไม่ว่าต้องจ่ายด้วยอะไร”“รู้”เซบาสเตียนเดินเข้าไปหาวีวี่“ข้าจะผูกวิญญาณเจ้ากับผู้ที่เจ้ารัก ทุกครั้งที่ประตูแห่งซาเวียร์ถูกเปิด เจ้าจะถือกำเนิดขึ้นในโลกมนุษย์ และวิญญาณของครอบครัวจะถูกดึงมาอยู่ใกล้เจ้า”“ข้าจะจำพวกเขาได้ไหม”“ไม่”“แล้วจะรู้ได้อย่างไร”“หัวใจเจ้าจะรู้”“แล้วท่านล่ะ”เซบาสเตียนนิ่งไป“ข้าจะรออยู่อีกฟาก”วีวี่มองเขาด้วยความเจ็บปวด“ข้าไม่อยากลืมท่าน”“แต่เจ้าต้องลืม มิฉะนั้นวิญญาณจะไม่สามารถเริ่มชีวิตใหม่ได้”“แล้วเมื่อไรจะจำได้”“เมื่อวงจรเข้าใกล้จุดจบ เมื่อเจ้าต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับข้าอีกครั้ง”“เหตุใดต้องเลือก”“เพราะไม่มีวิญญาณใดอยู่ได้ทั้งในโลกของคนเป็นและอาณาจักรของข้าตลอดไป”เซบาสเตียนยื่นมือแตะใบหน้านาง“ทุกชีวิต เจ้าจะมีโอกาสเลือกใหม่”“หากข้าเลือกครอบครัว?”“วงจรจะเริ่มอีกครั้ง”“หากเลือกท่าน?”“เจ้าจะกลับมาอยู่กับข้า และปล่อยพวกเขาเด







