Blood curse: Awakening คำสาปแห่งเลือด

Blood curse: Awakening คำสาปแห่งเลือด

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
โดย:  AliceINwonderer อัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
21บท
0views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ไลร่า แวนซ์ คือเด็กสาวที่มองเห็นปีศาจจากต่างมิติมาตลอดชีวิต แต่เมื่อวันเกิดครบรอบ 16 ปีมาถึง เธอได้รู้เข้ากับความลับที่ติดตัวมาชั่วชีวิตซึ่งจะทำให้โชคชะตาของไลร่าก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

บทนำ

สายฝนที่เพิ่งซาลงทำให้มวลไอความชื้นในอากาศพุ่งสูงจนผู้คนที่สัญจรไปมาสัมผัสได้ถึงอากาศที่ทั้งฉ่ำเย็นและหม่นหมองของเดือนพฤษภา 

กลิ่นกาวจากลังกระดาษเก่าๆและกลิ่นอับของเสื้อผ้าที่ถูกซักด้วยยาซักผ้าถูกๆ ที่ไม่ใส่แม้แต่น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยซ้ำ คือกลิ่นอายประจำตัวของบ้านเด็กกำพร้า ‘เซนต์โฮบส์’ สถานที่ที่ราวกับถูกหลงลืมไว้ในมุมอับของโลกใบนี้ มันตั้งอยู่ในย่านชานเมืองอันเปล่าเปลี่ยวที่ไม่มีผู้คนสัญจรไปมามากนัก แวดล้อมด้วยอาคารพาณิชย์ร้างๆที่เงียบเหงา ที่นี่ไม่ใช่บ้านในอุดมคติที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหรืออ้อมกอดอันอบอุ่นของครอบครัว แต่มันคืออาคารที่มีบุคลิกเหมือนคุณลุงผู้เย็นชา สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เด็กๆในเซนต์โฮบส์อาศัยนั้นเป็นตึกสีขาวที่หม่นหมอง สีลอกล่อนไปตามกาลเวลา อัดแน่นไปด้วยเด็กน้อยหลากหลายวัย ส่งเสียงร้องระงมและแย่งชิงเศษเสี้ยวความสนใจราวกับฝูงลูกนกในรังที่หิวโหย

สำหรับไลร่า แวนซ์แล้ว บ้านหลังนี้เปรียบเสมือนกรงขังที่ตีตราความเงียบงันและโดดเดี่ยวลงบนตัวของเธอ

เด็กสาววัยสิบหกปีในชุดนักเรียนสีซีด นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงสองชั้นเหล็กขึ้นสนิมที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งยามขยับตัว ห้องพักรวมขนาดเล็กที่อัดแน่นไปด้วยเตียงนอนหกเตียงนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เด็กบางคนกำลังส่งเสียงหัวเราะคิกคักกับโทรศัพท์มือถือราคาถูก บางคนกำลังทะเลาะกันเรื่องของใช้ส่วนตัว แต่ไม่มีใครหันมามองไลร่าเลยสักคน เธอเป็นเหมือนอากาศธาตุ เป็นเงาจางๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาในสายตาของคนอื่น ซึ่งสำหรับไลร่า... นั่นคือสิ่งที่เธอพึงพอใจมากที่สุดแล้ว

เพราะถ้าไม่มีใครมองเห็นเธอ... ก็จะไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งที่เธอ ‘มองเห็น’

ดวงตากลมโตสีดำสนิทกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับมุมห้องมืดๆ ใกล้ตู้เสื้อผ้า ที่ซึ่งเงาสีดำทะมึนรูปร่างบิดเบี้ยวไร้โครงสร้างที่แน่นอนกำลังขดตัวอยู่ มันไม่มีตา ไม่มีปาก มีเพียงรอยแยกสีแดงฉานคล้ายรอยแผลฉีกขาดที่ส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความหิวกระหาย เงาประหลาดนั้นขยับตัวช้าๆ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากสัตว์ลอยมาแตะจมูก

ไลร่าเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอหลับตาลงช้าๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจมานานนับปี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นพวกมัน ปีศาจและภูติผีรูปร่างอัปลักษณ์เหล่านี้มักจะคอยติดตามผู้คน ห้อยโหนอยู่ตามระเบียงตึก หรือแม้แต่เดินปะปนไปกับฝูงชนบนท้องถนนโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว มีเพียงไลร่าคนเดียวที่มองเห็นโลกอีกใบที่ซ้อนทับอยู่บนโลกความเป็นจริง—โลกที่เต็มไปด้วยความมืดมิด ความเจ็บปวด และความน่าสะพรึงกลัวที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจจินตนาการถึง

การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ทำให้ไลร่ากลายเป็นเด็กเก็บกดและเย็นชา เธอเรียนรู้ที่จะเงียบ เรียนรู้ที่จะก้มหน้ามองพื้น และเรียนรู้ที่จะไม่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาเมื่อปีศาจตนนั้นยื่นกรงเล็บอันยาวเฟื้อยมาเฉียดผ่านใบหน้าของเธอในยามค่ำคืน

ความหวาดกลัวกลายเป็นความคุ้นชิน ความโดดเดี่ยวกลายเป็นเกราะป้องกันตัว แต่ในความมืดมนอันยาวนานนั้น กลับมีแสงสว่างอบอุ่นเพียงน้อยนิดที่คอยประคับประคองจิตใจอันบอบช้ำของเธอไว้ 

“ไลร่า เหม่ออะไรอยู่เหรอ?”

เสียงหวานที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ ที่แตะลงบนไหล่เบาๆ ไลร่าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง หญิงสาวที่ยืนอยู่าตรงนั้นคือ วิเวียน รีด อาจารย์ประจำชั้นวิชาประวัติศาสตร์และเป็นครูแนะแนวของไลร่า อาจารย์วิเวียนมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนเสมอ เธอมักใช้เวลายามว่างเว้นจากงานมาเยี่ยมไลร่า ทั้งคู่พบกันตั้งแต่ไลร่ายังเด็ก  แววตาของวิเวียนนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่จริงใจเสมอ นอกจากความจริงใจแล้วยังมีความเชื่อมั่นแฝงอยู่ ไม่ใช่ความเวทนาสงสารที่แสนน่าสังเวชแบบที่ผู้ดูแลในสถานสงเคราะห์ชอบแสดงออก 

“หนูแค่นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่น่ะค่ะ” ไลร่าตอบเสียงเบา พยายามซ่อนความเหนื่อยล้าและความตื่นตระหนกไว้ใต้แพขนตางอน

อาจารย์วิเวียนมองสำรวจใบหน้าซีดเซียวของเด็กสาวด้วยความกังวล เธอยื่นกล่องขนมปังไส้ครีมชิ้นเล็กๆ ที่เพิ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อให้ “วันนี้วันเกิดเธอไม่ใช่เหรอ? สิบหกปีเต็มแล้วนะเด็กน้อย โตเป็นสาวแล้วนะเรา ถึงไม่มีงานเลี้ยงใหญ่โต แต่อย่างน้อยก็ต้องกินอะไรอร่อยๆ ฉลองวันเกิดให้กับตัวเองหน่อยสิ”

ไลร่ารับกล่องขนมปังมาถือไว้ ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของอาจารย์วิเวียนแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชาของเด็กสาว “ขอบคุณค่ะ... อาจารย์ใจดีกับหนูเสมอเลยนะคะ”

“ก็เธอน่ารักและเป็นเด็กดีนี่นา มีอะไรไม่สบายใจก็มาปรึกษาอาจารย์ได้เสมอนะ” อาจารย์วิเวียนเอ่ยอย่างสบายๆก่อนจะยิ้มบางๆ มือบางเอื้อมมือมาจัดสร้อยคอเส้นเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้คอเสื้อของเด็กสาวให้เข้าที่จนไลร่าได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ “จำที่อาจารย์เคยบอกได้ใช่ไหม? ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามถอดสร้อยเส้นนี้เด็ดขาดนะ”

“ค่ะอาจารย์” ไลร่าพยักหน้ารับเบาๆ แม้เธอจะไม่เข้าใจว่าสร้อยเงินธรรมดาที่มีจี้หินสีดำทึบนี้มีความสำคัญอย่างไร แต่อาจารย์วิเวียนเป็นคนมอบมันให้เธาตั้งแต่เธอจำความได้ และย้ำนักย้ำหนาว่ามันคือสมบัติชิ้นเดียวที่เธอมีและเธอห้ามถอดมันออก

แต่วันนั้น... เป็นวันที่อากาศแปรปรวนที่สุดในรอบปี ท้องฟ้าครึ้มฝนตั้งแต่ช่วงบ่าย ไลร่าเดินกลับจากโรงเรียนมายังบ้านเด็กกำพร้าตามลำพัง ลมหนาวพัดโชยมาปะทะผิวจนขนลุกซู่ รอบตัวเธอบบนท้องถนน มีเงาดำประหลาดเดินขวักไขว่มากกว่าปกติ ราวกับพวกมันกำลังถูกดึงดูดด้วยพลังงานประหลาดบางอย่างที่ไลร่าเองก็อธิบายไม่ถูก

ขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าขึ้นบันไดหน้าบ้านพักเด็กกำพร้า จู่ๆ หัวใจของเธอก็เต้นรัวแรงอย่างไร้สาเหตุ ความรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออกพุ่งพล่านขึ้นมา ร่างกายสั่นเทิบท่ามกลางสายลมที่เริ่มพัดกระโชกแรง ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนจากสีเทาหม่นกลายเป็นสีแดงก่ำราวกับถูกย้อมด้วยเลือดสดๆ

เปรี๊ยะ...

เสียงบางอย่างแตกออกจากกันดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบงัน ไลร่าก้มมองลงที่ลำคอของตัวเอง สร้อยคอเงินเก่าแก่ที่เธอสวมติดตัวมาตลอดชีวิต สร้อยที่อาจารย์วิเวียนเคยสั่งนักสั่งหนา บัดนี้จี้หินสีดำสนิทได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินร่วงหล่นลงกระทบพื้นคอนกรีตแตกละเอียดเป็นผุยผง

ทันทีที่สร้อยเส้นนั้นแตกออก... เสียงกรีดร้องโหยหวนนับร้อยนับพันดังอื้ออึงอยู่ในโสตประสาทของไลร่าราวกับเขื่อนกั้นน้ำขนาดยักษ์ที่พังทลายลงมาอย่างไร้การควบคุม จนเธอต้องทรุดตัวลงยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ราวกับศีรษะกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

“อ๊ะ... ปวดหัว... เจ็บ...เจ็บจัง…”

ไลราร้องครางออกมาด้วยความทรมาน โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง ถนนเบื้องหน้าไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยปีศาจรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวนับสิบตนที่หันขวับมามองเธอพร้อมกัน ดวงตาสีแดงฉานนับคู่จ้องมองมาที่เด็กสาวราวกับเจออาหารอันโอชะ กลิ่นอายความหิวโหยและความชั่วร้ายแผ่พุ่งเข้าใส่เธอยิ่งกว่าพายุเฮอร์ริเคน

ปีศาจตนหนึ่งที่มีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนเงายักษ์ มีกรงเล็บแหลมคมยาวเฟื้อยพุ่งตรงเข้ามาหากลางอกของเธอด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะมองทัน!

“กรี๊ดดด!”

ไลร่าส่งเสียงกรีดร้องออกมาสุดเสียง เธอพยายามจะลุกหนีแต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรง เงาดำมืดพุ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของเธออย่างจัง แรงปะทะรุนแรงราวกับถูกรถบรรทุกชนด้วยความเร็วสูง ร่างของเธอกระเด็นลอยไปกระแทกกับผนังปูนอย่างแรงก่อนจะทรุดฮวบลงนอนจมกองเลือดสดๆ ที่ไหลทะลักออกมาจากศีรษะและหัวไหล่ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลงในความมืดมิดอันไร้ก้นบึง

เมื่อไลร่าลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นแรกที่แตะจมูกไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของบ้านเด็กกำพร้า หรือกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพจากพวกปีศาจ แต่เป็นกลิ่นหอมสะอาดของยาฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ และผ้าปูที่นอนสีขาวบริสุทธิ์

แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดไฟนีออนบนเพดานส่องกระทบเปลือกตาจนเธอต้องหรี่ตาลงเพื่อปรับโฟกัส ร่างกายระบมไปหมดทุกสัดส่วน ราวกับถูกแยกชิ้นส่วนแล้วนำมาประกอบใหม่ หัวไหล่ข้างขวามีผ้าพันแผลสีขาวพันไว้อย่างหนาแน่น พร้อมกับสายน้ำเกลือที่ระโยงระยางอยู่ที่หลังมือ

“ฟื้นแล้วเหรอไลร่า?”

เสียงหวานนุ่มคุ้นเคยเอ่ยขึ้นข้างเตียง ไลร่าหันไปมองช้าๆ พบอาจารย์วิเวียนนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีขาว สีหน้าของอาจารย์ดูอิดโรยและเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยแดงก่ำคล้ายคนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง

“อาจารย์คะ... หนู...” ไลร่าพยายามจะเอ่ยปากพูด แต่เสียงของเธอกลับแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน

อาจารย์วิเวียนรีบยื่นแก้วน้ำมาจ่อริมฝีปากให้เธอจิบเล็กน้อย ก่อนจะวางมือลงบนกลุ่มผมนิ่มของเด็กสาวด้วยความทะนุถนอม “ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอกนะ พักผ่อนก่อน... เธอปลอดภัยแล้ว ที่นี่คือห้องพยาบาลของโรงเรียน”

ไลร่ากวาดสายตามองไปรอบห้องพยาบาลที่เงียบสงบ ไม่มีเงาดำ ไม่มีปีศาจ และไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงความเงียบงันและความจริงที่ว่า... เธอรอดตายมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

แต่อาจารย์วิเวียนกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แววตาที่มองมาที่เด็กสาวเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งความสงสาร ความกังวล และความหวาดกลัวที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกๆ ภายใต้ใบหน้าอันสุขุม

“สร้อยเส้นนั้น... แตกแล้วสินะ” อาจารย์วิเวียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับทำให้หัวใจของไลร่ากระตุกวูบ ดิ่งลงสู่เหวลึกแห่งความจริงที่เธอกำลังจะต้องเผชิญหน้าต่อจากนี้ไปตลอดกาล ว่าชีวิตอันสงบสุขจอมปลอมของเธอนั้น ได้จบลงอย่างเป็นทางการแล้วในวันเกิดอายุครบสิบหกปีนี้

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
21
บทที่ 1 รอยประทับแห่งความมืดและคำสัญญาของแม่มด
แสงสีส้มอมแดงของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องพยาบาล ทอดเงายาวทับถมลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นอายของยามเย็นที่เงียบสงบช่างตัดกับความปั่นป่วนภายในจิตใจของ ไลร่าอย่างสิ้นเชิง เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายที่เคยระบมจากแรงกระแทกอันรุนแรงเมื่อช่วงบ่ายบัดนี้กลับรู้สึกเบาสบายขึ้นอย่างน่าประหลาด ราวกับมีพลังงานลึกลับบางอย่างคอยเยียวยาบาดแผลและรอยช้ำตามร่างกายให้หายไปในชั่วพริบตาแต่ความเจ็บปวดทางกายที่จางหายไปนั้น ไม่ได้ช่วยให้ความหวาดกลัวในใจของเธอลดลงเลยแม้แต่น้อยดวงตากลมโตสีดำสนิทกวาดมองไปรอบห้องพยาบาลที่ว่างเปล่า ไม่มีเสียงฝีเท้าของนักเรียนคนอื่น ไม่มีเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวจากสนามฟุตบอลเบื้องล่าง มีเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด และเสียงถอนหายใจแผ่วเบาของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างเตียงวิเวียน รีด อาจารย์ประจำชั้นผู้ใจดีและอบอุ่นเสมอในสายตาของเด็กนักเรียนทุกคน บัดนี้แววตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววอ่อนโยนแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว รังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวของอาจารย์วิเวียนทำให้ไลร้ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งอยู่ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง มันไม่ได้เหมือนกับปีศาจน่าเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 รอยแผลแห่งอดีต
เสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัลบนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบงันในห้องพักขนาดเล็กคับแคบ บรรยากาศยามเช้าของอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ในย่านเสื่อมโทรมของเมืองใหญ่ไม่มีอะไรน่าดึงดูดใจ แสงแดดสีส้มซีดๆ ส่องผ่านกระจกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นสะสมกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความอ่อนล้าเคเลบ ไรเดอร์ สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทรา ดวงตาสีฟ้าเข้มคู่คมกวาดมองไปรอบห้องด้วยความคุ้นชิน ความฝันเดิมๆ เล่นซ้ำวนเวียนอยู่ในหัวสมอง—เสียงกรีดร้อง เปลวเพลิงสีฟ้าครามที่แผดเผาความมืด และภาพร่างของใครบางคนที่ร่วงหล่นลงตรงหน้าโดยที่เขาไม่อาจเอื้อมมือไปคว้าไว้ได้ทันชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นเสยผมสีดำสนิทที่ปรกลงมาเคล้าคลอใบหน้า ร่างกายกำยำสมส่วนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาตั้งแต่เด็กบัดนี้กลับรู้สึกหนักอึ้ง ราวกับร่างกายนี่ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปเขาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปเปิดก๊อกน้ำในห้องน้ำเก่าๆ แล้วกวักน้ำเย็นจัดล้างหน้าเพื่อเรียกสติ หยดน้ำเกาะพราวบนสันจมูกโด่งเป็นสันและแนวขากรรไกรที่ชัดเจน เคเลบมองเงาของตัวเองในกระจกเงาที่แตกเป็นรอยร้าวเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 การพบกันใต้เงาอสูร
ท้องฟ้ายามเย็นเหนือเขตเมืองชั้นในถูกย้อมด้วยสีเทาหม่นของเมฆฝนที่ตั้งเค้าทะมึน ลมหนาวพัดกรรโชกแรงผ่านซอกตึกสูงระฟ้า พาเอาฝุ่นละออง เม็ดฝนปรอยๆ และกลิ่นอายความชื้นอันน่าอึดอัดลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ย่านการค้าชานเมืองในยามนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเร่งรีบเดินเท้าเพื่อหลบหนีความหนาวเย็นและมวลอากาศที่แปรปรวน บรรยากาศโดยรอบมีความกดดันบางอย่างซ่อนอยู่ราวกับออกซิเจนในบรรยากาศกำลังเบาบางลงทีละน้อยณ ร้านคาเฟ่เล็กๆ สไตล์มินิมอลที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนอันเงียบสงบไลร่า แวนซ์ กำลังนั่งจับแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ อยู่กับเพื่อนสนิททั้งสองคนอย่าง โซฟี เทย์เลอร์ และมีอา เดวิสเสียงหัวเราะคิกคัก บทสนทนาไร้สาระเกี่ยวกับเรื่องการบ้านวิชาประวัติศาสตร์ และการนินทาอาจารย์ฝ่ายจดทะเบียนช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ช่วยดึงให้จิตใจของไลร่าหลุดพ้นจากความหวาดกลัวเรื่องปีศาจและรอยประทับลึกลับที่หัวไหล่ได้ชั่วขณะ“นี่ ไลร่า ช่วงนี้เธอดูลอยๆ เหม่อๆ ไปนะ หรือว่านอนไม่พออีกแล้ว?” โซฟีเอ่ยถามด้วยความห่วงใย พร้อมกับเลื่อนจานเค้กช็อกโกแลตมาตรงหน้าเพื่อนสาว “ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุวันนั้น ดูเธอจะแปลกไปนะ มีอะไรไม่สบายใจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 เงาที่ตามติด
บรรยากาศยามเช้าของวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยแสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างห้องเรียนมัธยมปลาย หลังเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ร้านคาเฟ่ในวันนั้น แม้ว่าความทรงจำของคนส่วนใหญ่รวมถึงเพื่อนสนิททั้งสองคนจะถูกลบเลือนและถูกทดแทนด้วยอุบัติเหตุแก๊สระเบิดจอมปลอม แต่มันก็ทิ้งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไว้ในความสัมพันธ์ของพวกเธอโซฟีและมีอาเริ่มรู้สึกเป็นห่วงไลร่ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โซฟีสังเกตเห็นมาโดยตลอดว่าบ้านพักเด็กกำพร้าเซนต์โฮบส์ที่ไลร่าอาศัยอยู่นั้น ทั้งเก่า ทรุดโทรม และไร้ซึ่งความอบอุ่น บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและผู้ดูแลที่เพิกเฉยต่อเด็กๆในคาบพักกลางวัน ขณะที่พวกเธอนำกล่องข้าวมานั่งกินด้วยกันที่ม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ โซฟีก็ตัดสินใจเอ่ยปากชวนเพื่อนสาวคนสนิทด้วยความจริงใจ“นี่ ไลร่า... ถ้าเธอไม่ว่าอะไร ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่หอพักของฉันดีไหม?” โซฟีเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น “ห้องพักของฉันถึงจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก เป็นแค่อพาร์ตเมนต์ห้องสตูดิโอเก่าๆ ใกล้โรงเรียนที่พ่อแม่เช่าไว้ให้ตอนฉันสอบเข้าได้ แต่ก็มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับเราสองคนนะ ดีกว่าต้องทนอยู่ไอ้บ้านเด็กกำพร้าคร่ำครึนั่นตั้งเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5: รอยแตกร้าวของโลกสองใบ
ความมืดมิดของค่ำคืนในย่านชานเมืองถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงัดที่น่าสะพรึงกลัว แสงไฟสีเหลืองนวลจากเสาไฟฟ้าริมทางกะพริบไหวราวกับจะดับแหล่ไม่ดับแหล่ เงาทอดยาวของตึกแถวเก่าๆ สะท้อนลงบนพื้นถนนยางมะตอยที่เปียกชื้นจากละอองฝนในช่วงหัวค่ำ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันที่แม้แต่สายลมก็ยังไม่กล้าพัดผ่าน ร่างสูงโปรดในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน ซ่อนตัวอยู่หลังมุมตึกมืดทึบห่างออกไปราวสิบเมตรเคเลบ ไรเดอร์ใช้สายตาสีฟ้าคมกริบกวาดมองผ่านความมืดไปยังเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้า ร่างบอบบางของเด็กสาวผมยาวในชุดไปรเวทสบายๆ ที่กำลังเดินมุ่งหน้ากลับหอพักตามลำพังตลอดหลายวันที่ผ่านมา นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ร้านคาเฟ่ เคเลบไม่เคยปล่อยให้ไลร่า แวนซ์คลาดสายตาเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้สมองส่วนหนึ่งจะพยายามบอกตัวเองว่าเขาเป็นแค่อดีตนักล่าที่สูญเสียพลังและถูกขับไล่ออกจากองค์กรไปแล้ว ไม่มีหน้าที่ต้องมาคอยปกป้องเด็กสาวแปลกหน้าคนนี้ แต่สัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทุกครั้งยามที่เขาอยู่ใกล้เธอ กลับกรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรงว่า... มีบางอย่างกำลังจ้องจะกลืนกินเธออยู่ตลอดเวลาและในคืนนี้... ลางสังหรณ์
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6: เงาดำใต้พื้นพิภพ
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าในสัปดาห์ต่อมาสาดส่องลงมายังสนามหญ้าสีเขียวขจีของโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังใจกลางเมือง บรรยากาศโดยรอบดูเผินๆ เหมือนจะกลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยตามปกติ ข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและโทรทัศน์ทุกช่องต่างรายงานตรงกันว่า เหตุการณ์ความเสียหายเมื่อไม่กี่คืนก่อนในย่านชานเมืองนั้นเกิดจาก "อุบัติเหตุท่อส่งก๊าซธรรมชาติใต้ดินระเบิดครั้งใหญ่" ซึ่งแม้จะสร้างความตื่นตระหนกและทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้บ้าง แต่หน่วยงานรัฐก็เข้ามาจัดการพื้นที่และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วสำหรับโซฟีมีอา ความทรงจำของพวกเธอเกี่ยวกับปีศาจและเหตุการณ์เฉียดตายถูกพลังเวทมนตร์ของอาจารย์วิเวียนบิดเบือนและลบเลือนออกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความทรงจำสีเทาจางๆ ว่ามันเป็นเพียงเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่ทำให้พวกเธอตกใจกลัวเท่านั้น ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนสนิทระหว่างพวกเธอกับไลร่า จึงยังคงแน่นแฟ้นและอบอุ่นเช่นเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทว่า... ชีวิตของไลร่าไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วหลังจากเหตุการณ์คืนนั้น อาจารย์วิเวียนได้ใช้อำนาจทางกฎหมายและเครือข่ายลับเข้ามารับรองสถานะของไลร่าอย่างเป็นทางการ โดยการทำ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7: ความคลุ้มคลั่งใต้เงาจันทรา
ความมืดมิดอันหนาทึบแผ่ปกคลุมไปทั่วห้องโถงใต้ดินโบราณที่ตั้งลึกลงไปใต้ซากปรักหักพังของโรงงานอุตสาหกรรมร้างนอกเมือง บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกำมะถัน กลิ่นคาวเลือดที่แห้งกรัง และไอน้ำมนต์ดำที่ลอยวนเวียนอยู่เหนือกองกระดูกสัตว์ประหลาด บนผนังหินชื้นแฉะสลักด้วยอักขระเวทมนตร์โบราณที่ส่องแสงเรืองรองเป็นสีแดงฉานยามเมื่อพลังงานชั่วร้ายกระเพื่อมไหวตรงกลางห้องโถง มีเก้าอี้หินแกะสลักลวดลายประหลาดตั้งตระหง่านอยู่ บนนั้น... ร่างของใครบางคนภายใต้ผ้าคลุมศีรษะสีดำสนิทลึกจนมองไม่เห็นใบหน้า กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางกระสับกระส่าย นิ้วมือเรียวยาวที่สวมแหวนอัญมณีสีดำสนิทเคาะพนักพิงเกร็งถี่รัวด้วยความหงุดหงิดเบื้องล่างพื้นหินเย็นเฉียบ เงาดำรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายสัตว์เลื้อยคลานกำลังหมอบอยู่ด้วยความหวาดกลัว เงารับใช้ผู้ทำหน้าที่ส่งสารและคอยควบคุมฝูงปีศาจจากเบื้องหลัง“ว่าไงนะ...?” เสียงทุ้มแหบพร่าและเย็นเยียบราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรกดังขึ้นจากใต้ผ้าคลุม “แกกล้าดียังไงถึงมารายงานข้าด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้?”เงารับใช้สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวจนหัวแทบติดพื้น “ทะ... ท่านครับ โปรดอภัยให้ข้าด้วย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8: วันหยุดฤดูร้อนที่ถูกเหงื่อและเวทมนตร์ขโมยไป
ตลอดช่วงเวลาหลายสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญในโรงเรียน ทุกอย่างกลับเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด ไม่มีเสียงคำรามของปีศาจ ไม่มีเงาดำปริบตัวบิดเบี้ยวโผล่มาจู่โจม และไม่มีร่องรอยความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นอีกเลย ราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำได้สลายตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอย การเรียนในห้องเรียนดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเพื่อนฝูง จนกระทั่งวันสุดท้ายของภาคเรียนเดินทางมาถึง การประกาศปิดเทอมภาคฤดูร้อนที่นักเรียนทุกคนต่างเฝ้ารอคอยสำหรับ ไลร่า แวนซ์ ปิดเทอมหน้าร้อนนี้ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง หลังจากที่เธอต้องเผชิญกับความหวาดกลัวและการไล่ล่ามาโดยตลอดบ้านพักส่วนตัวของอาจารย์วิเวียน ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเขตป่าอาคมชานเมือง กลายเป็นสถานที่พักพิงอันปลอดภัยของเธอ ตัวบ้านเป็นเรือนไม้กึ่งกระจกสไตล์โมเดิร์นที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น มีสายลมเย็นพัดผ่านตลอดเวลา และไม่มีปีศาจตนไหนกล้าล้ำเส้นเขตอาคมเข้ามาได้แม้แต่ก้าวเดียวในเช้าวันแรกของวันหยุดฤดูร้อน ไลร่าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง เธอคิดว่าในที่สุดเธอก็จะได้ใช้ชีวิตแบบเด็กสาวมัธยมปลายธร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9: บททดสอบของแม่มด
แสงแดดยามเช้าในสัปดาห์ต่อมาส่องทะลุผ่านกลุ่มใบไม้หนาทึบของผืนป่ารอบบ้านพักอาคม ทอดเงายาวเป็นลวดลายระยิบระยับลงบนลานฝึกซ้อมด้านหลังบ้าน อากาศยามเช้าอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความชื้นจากดิน กลิ่นหอมจางๆ ของสนป่า และไอเย็นที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากค่ำคืนที่ผ่านมาไลร่า แวนซ์ยืนหอบหายใจเบาๆ อยู่กลางลานฝึก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าและไรผม เสื้อผ้าสำหรับฝึกซ้อมชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แม้ร่างกายจะยังคงมีความปวดเมื่อยหลงเหลืออยู่บ้างจากบทเรียนอันโหดเหี้ยมของวันก่อนๆ แต่ความรู้สึกหนักอึ้งในจิตใจกลับเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววความมุ่งมั่นและมั่นใจมากกว่าเดิมหลายเท่าที่ริมขอบลานฝึกเคเลบยืนกอดอกพิงลำต้นสนใหญ่ ดวงตาสีฟ้าคมกริบกวาดมองประเมินท่าทางของเด็กสาวด้วยความเงียบเชียบ ขณะที่บนระเบียงชั้นสองของบ้านพัก วิเวียนแม่มดผู้ดูแลเขตแดนกำลังยืนจิบชาสมุนไพรจากแก้วเซรามิกสีขาว ทอดสายตามองลงมายังลานฝึกด้วยแววตาครุ่นคิด“ดูเหมือนว่าการเคี่ยวเข็ญช่วงที่ผ่านมาจะเริ่มออกผลแล้วสินะ เคเลบ” อาจารย์วิเวียนเอ่ยขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กังวานพอที่จะส่งมาถึงลานฝึกเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-26
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status