Share

ตอนที่ 6

Penulis: g.ghostflying
last update Tanggal publikasi: 2026-07-22 20:33:10

   กลางวงล้อมมีเด็กชายคนหนึ่งถูกมัดไว้กับเสาไม้

   เขาอายุไม่น่าเกินสิบขวบ

   ใบหน้าของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา เขาร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครสนใจ

   ผู้คนยังคงร้องเพลงด้วยภาษาที่ฉันไม่เคยได้ยิน

   ท่วงทำนองนั้นฟังดูเหมือนเพลงกล่อมเด็ก

   หากถ้อยคำกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

   จากนั้นหญิงชราคนหนึ่งก็เดินออกมาจากกลุ่มคน

   ในมือของเธอถือถ้วยทองเหลือง

   เธอใช้มีดกรีดฝ่ามือของเด็กชาย แล้วปล่อยให้เลือดหยดลงในถ้วยทีละหยด

   เสียงร้องเพลงดังขึ้นเรื่อย ๆ

   ก่อนเปลวไฟจะลุกขึ้นรอบเสาไม้

   ทุกครั้งฉันจะพยายามวิ่งเข้าไปช่วย

   แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้

   ทำได้เพียงยืนมองเด็กคนนั้นถูกไฟกลืนกินทั้งเป็น

   และก่อนที่ฉันจะตื่น เขาจะหันมามองตรงมาที่ฉันเสมอ

   ริมฝีปากดำไหม้ขยับช้า ๆ

   “คนต่อไปคือเธอ”

   คืนก่อนหน้านั้นไม่ใช่เด็กชาย

   แต่เป็นหญิงสาวในชุดเจ้าสาวโบราณ

   อีกคืนเป็นชายชราที่ถูกฝังลงไปในหลุมทั้งเป็น

   คืนก่อนนั้นอีก เป็นหญิงตั้งครรภ์ที่ถูกวางไว้บนแท่นหิน

   คนตายในแต่ละคืนไม่เคยซ้ำกัน

   แต่การละเล่นยังคงเหมือนเดิม

   ผู้คนร้องเพลง

   เต้นวนเป็นวงกลม

   และทุกศพจะหันมามองฉันก่อนตาย

   เหมือนพวกเขารู้ว่าฉันยืนอยู่ตรงนั้น

   เหมือนพวกเขากำลังรอให้ฉันเข้าร่วมด้วย

   “ฉันแค่ฝันเพราะยังตกใจอยู่”

   ฉันบอกอาเธอร์ ทั้งที่ตัวเองไม่เชื่อแม้แต่น้อย

   เขามองฉันด้วยสีหน้าหนักใจ

   “ไปพบจิตแพทย์ไหม พี่จะไปกับเธอเอง”

   “หนูไม่ได้บ้านะ!”

   “พี่ไม่ได้บอกว่าเธอบ้า”

   “ทุกคนมองเหมือนหนูเป็นคนเสียสติ”

   “เพราะเธอไม่กิน ไม่นอน และไม่ยอมออกจากห้องเลยไงล่ะ”

   ฉันเงยหน้าขึ้น

   “ถ้าผู้หญิงคนนั้นกลับมาล่ะ”

   อาเธอร์เงียบไป

   แม้เขาจะพยายามทำเป็นไม่กังวล แต่ฉันรู้ว่าเขาเองก็กลัวไม่ต่างกัน

   เขาจำเหตุการณ์ในโรงแรมแทบไม่ได้ และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด เขาพูดอยู่หลายครั้งว่า หากคืนนั้นไม่เมาจนหมดสติ เรื่องทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น

   “เธอเข้ามาในบ้านเราไม่ได้หรอก”

   เสียงของพ่อดังขึ้นจากประตู

   ฉันกับอาเธอร์หันไปพร้อมกัน

   พ่อยืนอยู่ตรงนั้นในชุดลำลอง แขนเสื้อเชิ้ตถูกพับขึ้นถึงข้อศอก ใบหน้าที่เคยดูเคร่งเครียดในช่วงหลายวันก่อนกลับสงบนิ่งขึ้น

   เขาเดินเข้ามาในห้องแล้วหยุดยืนตรงหน้าฉัน

   “ลูกสาวพ่อ ไม่ต้องกลัวไปนะ”

   พ่อพูดช้า ๆ

   “บ้านเรามีระบบรักษาความปลอดภัย มีกล้องทุกมุม และพ่อเพิ่มคนเฝ้าประตูแล้ว”

   ฉันยังไม่ตอบ

   พ่อจึงย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน

   “ที่บ้านเรามีปืน”

   อาเธอร์ขมวดคิ้วทันที

   “พ่อ”

   “พ่อบอกให้ลูกรู้เพื่อจะได้สบายใจขึ้น”

   พ่อหันกลับมาหาฉัน

   “ตราบใดที่พ่อยังอยู่ จะไม่มีใครเข้ามาทำร้ายลูกสาวของพ่อได้”

   น้ำเสียงของเขาหนักแน่นอย่างที่เป็นมาตลอดชีวิต

   ฉันพยักหน้า แม้ความกลัวในอกจะไม่ได้ลดลงเลยก็ตาม

   พ่อไม่รู้ว่า สิ่งที่ตามหลอกหลอนฉันอาจไม่ใช่คนที่ปืนจะหยุดได้

   หลังจากวันนั้น เขาเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น

   ประตูรั้วถูกล็อกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

   พนักงานรักษาความปลอดภัยผลัดเวรกันเฝ้าด้านหน้า

   กล้องวงจรปิดตัวใหม่ถูกติดตั้งเพิ่มบริเวณกำแพงหลังบ้านและทางเดินข้างสวน

   ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า

   แม้แต่พนักงานส่งของก็ต้องวางพัสดุไว้หน้าประตูเล็ก แล้วรอให้คนในบ้านออกไปรับ

   ทุกอย่างดูเหมือนจะปลอดภัยขึ้น

   จนกระทั่งคืนหนึ่ง เสียงสัญญาณเตือนจากรั้วหลังบ้านดังขึ้นตอนตีสอง

   พวกเราทุกคนตื่นขึ้นพร้อมกัน

   พ่อหยิบปืนจากตู้ล็อกในห้องทำงาน ส่วนอาเธอร์ถือไม้กอล์ฟเดินตามเขาลงไป

   แม่สั่งให้ฉันอยู่ในห้องและล็อกประตู

   ฉันทำตามอยู่ไม่ถึงหนึ่งนาที ก่อนความกังวลจะทำให้ต้องแอบเดินลงมาดูจากชั้นบน

   เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังตรวจบริเวณสวนหลังบ้าน

   ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

   แต่กล้องวงจรปิดจับภาพชายร่างสูงสวมเสื้อคลุมสีดำยืนอยู่หลังกำแพงได้

   เขายืนนิ่งอยู่เป็นเวลานานเกือบสิบนาที

   ก่อนเงยหน้าขึ้นมองกล้อง

   จากนั้นภาพก็ถูกคลื่นรบกวนจนดับไป

   เช้าวันต่อมา พ่อสั่งให้เปลี่ยนกล้องตัวนั้นทันที

   ทุกคนคิดว่าอาจเป็นขโมยที่มาสำรวจบ้าน

   แต่คืนถัดมา มีใครบางคนมาเขย่าประตูรั้วตอนเกือบตีสาม

   มันไม่ได้กดกริ่ง

   ไม่ได้เรียกชื่อใคร

   เพียงใช้มือดึงประตูเหล็กซ้ำไปซ้ำมาอย่างแรง

   เสียงเหล็กกระแทกดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

   เมื่อยามออกไปดู คนผู้นั้นก็วิ่งหนีไปแล้ว

   คืนต่อมา มีรอยมือเปื้อนโคลนปรากฏอยู่บนกระจกชั้นล่าง

   คืนถัดมา มีซากนกถูกแขวนไว้กับต้นไม้หน้าบ้าน

   และในคืนที่ห้า ใครบางคนใช้นิ้วเขียนตัวอักษรไว้บนกระจกหน้าต่างห้องนั่งเล่น

   XAVIER

   ตัวอักษรถูกเขียนจากด้านนอก

   ทั้งที่รั้วบ้านไม่ถูกงัด

   สัญญาณเตือนไม่ดัง

   และไม่มีภาพของผู้บุกรุกปรากฏในกล้องแม้แต่คนเดียว

   ฉันยืนมองคำคำนั้นอยู่หลังบานกระจก ตัวสั่นจนแม่ต้องเข้ามากอด

   พ่อสั่งให้คนลบมันทิ้งทันที

   “ก็แค่เด็กเล่นพิเรนทร์น่ะ”

   เขาพูดเสียงแข็ง

   แต่ไม่มีใครเชื่อ

   หลังจากนั้น เหตุการณ์ก่อกวนก็เกิดขึ้นทุกวัน

   บางครั้งเป็นเสียงคนเดินอยู่บนหลังคา

   บางครั้งเป็นเสียงขูดกำแพงจากนอกบ้าน

   บางคืนมีเสียงเคาะประตูหน้าบ้านเป็นจังหวะสามครั้ง

   เมื่อเปิดกล้องดู กลับไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น

   อาเธอร์พยายามโทรติดต่อตำรวจหลายครั้ง แต่ทุกครั้ง เจ้าหน้าที่จะมาถึงหลังเหตุการณ์สงบไปแล้ว

   พวกเขาตรวจพื้นที่

   รับเรื่อง

   จากนั้นก็กลับไปพร้อมคำแนะนำให้เพิ่มไฟส่องสว่างและล็อกประตูให้แน่นหนา

   มีเพียงคีรินทร์ที่ดูจริงจังกว่าคนอื่น

   เขาโทรมาสอบถามฉันหลังรู้เรื่องข้อความบนกระจก และขอให้ส่งภาพทั้งหมดให้เขา แต่เมื่อถามว่าพบความเชื่อมโยงกับครอบครัวของหญิงสาวชุดแดงหรือไม่ เขากลับตอบเพียงว่า

   “ยังไม่มีหลักฐานพอครับ”

   คำนั้นทำให้ฉันนึกถึงคืนที่โรงพัก

   ไม่มีหลักฐานพอจะควบคุมตัวเธอ

   ไม่มีหลักฐานพอจะกล่าวหาใคร

   ไม่มีหลักฐานพอ แม้ว่าฉันจะถูกจุดไฟใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 40 จบ

    เซบาสเตียนแตะใบหน้านาง“เพราะชีวิตหนึ่งซึ่งเจ้ามองข้าเป็นคนแปลกหน้า ยังดีกว่านิรันดร์ที่ไม่มีเจ้าอยู่ในจักรวาล”คีรินทร์ซึ่งยืนฟังอยู่ไม่ไกลเข้าใจในเวลานั้นว่า ผู้เป็นนายกับตนไม่ได้แตกต่างกันเลยเซบาสเตียนยอมให้นางเกิดซ้ำ เพื่อให้มีโอกาสถูกเลือกส่วนคีรินทร์ยอมเฝ้าวงจร เพื่อให้มีโอกาสอยู่ข้างนางก่อนความทรงจำกลับมาชายทั้งสองรู้ว่า การเวียนว่ายจะสร้างความเจ็บปวดแต่ไม่มีใครยอมปล่อยเพราะสำหรับผู้เป็นอมตะ ความสูญเสียไม่ใช่การเห็นคนรักตายเพียงครั้งเดียวมันคือการต้องมีชีวิตต่อไปตลอดกาล โดยรู้ว่าคนคนนั้นเคยมีอยู่ และจะไม่มีวันกลับมาอีกเซบาสเตียนกลัวความว่างเปล่านั้นคีรินทร์ก็เช่นกันจึงไม่มีใครถามอมาเรียว่า ความปรารถนาที่เอ่ยในวันที่สิ้นหวัง ยังเป็นสิ่งที่นางต้องการจริงหรือไม่พวกเขาเพียงเปิดวงจรอีกครั้งชีวิตแรกของการเกิดใหม่จบลงเร็วกว่าที่ทุกคนคาดเมื่อข่าวเรื่องปีศาจแพร่ไปถึงศาสนจักร ครอบครัวของอมาเรียถูกกล่าวหาว่าทำสัญญากับสิ่งชั่วร้ายทหารถูกส่งมาล้อมคฤหาสน์บิดาของนางถูกสังหารขณะปกป้องลูกมารดาถูกจับส่วนน้องชายถูกนำไปเป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้อมาเรียยอมมอบตัวประวัติศาสตร์เริ่ม

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 39

    เซบาสเตียนมองหญิงสาวในอ้อมแขนของคีรินทร์ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมห้อง“ส่งนางมาให้ข้า”คีรินทร์กระชับแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ร่างของนางยังรับความทรงจำไม่ได้”“เพราะเจ้าปลุกนางเร็วเกินไป”“ข้าเพียงสอนเรื่องอดีต”“เจ้าพูดชื่อข้า?”“นางจำได้เอง”เซบาสเตียนยื่นมือออกมา“ส่งมา”คีรินทร์ไม่ขยับปีศาจผู้เป็นนายมองการต่อต้านของลูกน้องด้วยสีหน้าเย็นชา“เจ้าลืมหน้าที่หรือ”“หน้าที่ของข้าคือปกป้องนาง”“หน้าที่ของเจ้าคือพานางกลับมาหาข้า”“หากท่านแตะต้องตอนนี้ วิญญาณนางอาจแตกสลาย”“ข้ารู้วิธีรักษานางดีกว่าเจ้า”“ท่านรู้วิธีรักษา หรือรู้เพียงวิธีครอบครอง”คำพูดนั้นทำให้เงาทั่วห้องเคลื่อนไหวหน้าต่างทุกบานปิดกระแทกพร้อมกันเซบาสเตียนเข้ามาหยุดตรงหน้า“เจ้ากำลังท้าทายข้าเพราะนาง?”คีรินทร์สบตาผู้เป็นนาย“ข้าไม่ยอมให้นางเจ็บอีก”“เจ้าคิดว่าข้ายอม?”“ท่านคือคนสร้างวงจรนี้”“ตามคำขอของนาง”“เพราะท่านกลัวนางจากไป”ดวงตาสีแดงของเซบาสเตียนเข้มขึ้น“แล้วเจ้าตามหานางเพราะอะไร”คีรินทร์เงียบ“ความภักดี?”เซบาสเตียนถาม“หรือหวังว่า ก่อนความทรงจำจะกลับมา นางจะรักเจ้าเสียก่อน”คำพูดนั้นเปิดเผยความจริงที่คีริน

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 38

    หลังประตูแห่งความมืด ปีศาจผู้เป็นเจ้าของดินแดนนิรันดร์ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลหัวใจของเขาไม่ได้เต้นมานานกว่าหนึ่งร้อยปีตั้งแต่วินาทีที่วีวี่สลายไปจากอ้อมแขนแต่ในคืนนั้น เศษพลังที่ฝังอยู่ในวิญญาณของนางส่งเสียงตอบรับกลับมาตุบหัวใจเต้นหนึ่งครั้งพระราชวังทั้งหลังสั่นสะเทือนดอกไม้ที่ไม่เคยร่วงโรยกลับหลุดจากกิ่งพร้อมกันแม่น้ำสีเงินหยุดไหลและประตูบานใหญ่ซึ่งปิดตายมาตลอดศตวรรษก็ปรากฏรอยแยกเล็ก ๆเซบาสเตียนลุกขึ้นจากบัลลังก์“วีวี่…”ชื่อของนางหลุดออกจากริมฝีปากเขาเดินไปยังทะเลสาบแห่งอดีตผิวน้ำสะท้อนภาพเด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินกลับบ้านพร้อมน้องชายใบหน้าไม่ใช่วีวี่แต่ท่าทางเวลาลูบศีรษะเด็กชายเหมือนเดิมรอยยิ้มเวลาถูกน้องชายแกล้งเหมือนเดิมกระทั่งวิธีจับข้อมือตัวเองเมื่อรู้สึกกังวลก็ยังเหมือนเดิมเซบาสเตียนยื่นมือแตะผิวน้ำภาพสะท้อนสั่นไหว“เจ้ากลับมาแล้วจริง ๆ”เขาควรยินดีแต่เมื่อเห็นคีรินทร์ยืนอยู่ห่างออกไปในภาพ ความยินดีกลับปะปนด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยความหึงหวงคีรินทร์สามารถเดินอยู่ในโลกมนุษย์พูดคุยกับนางยืนข้างนางใต้แสงอาทิตย์ส่วนเซบาสเตียนทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่หลังประตูเพ

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 37

    หลายร้อยปีหลังนครเวลลาริสล่มสลาย เด็กหญิงคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวขุนนางแห่งดินแดนอันห่างไกลนางมีเส้นผมสีเข้ม ชอบจับเครื่องมือของบิดามาแยกชิ้นส่วน และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงจ้องมองเฟืองทองเหลืองหมุนอยู่ในนาฬิกาเรือนเก่าบิดาตั้งชื่อให้นางว่า อมาเรียไม่มีใครรู้ว่า ภายในร่างเล็กนั้นมีเศษเสี้ยวของวิญญาณซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในนครเวลลาริสไม่มีใครรู้ว่าเด็กหญิงคนนี้เคยมีชื่อว่าวีวี่แม้แต่อมาเรียเองก็ไม่รู้นางจำบิดาผู้เป็นช่างทำนาฬิกาไม่ได้จำมารดาที่เสียชีวิตในคุกไม่ได้จำลูซิอัส น้องชายซึ่งสิ้นใจอยู่ในอ้อมแขนไม่ได้และจำปีศาจผู้ยอมฉีกส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์มาฝังไว้ในหัวใจของนางไม่ได้แต่ความทรงจำบางอย่างไม่จำเป็นต้องกลับมาในรูปของภาพหรือถ้อยคำบางครั้งมันกลับมาเป็นความรู้สึกอมาเรียกลัวประตูหินที่ไม่มีลูกบิดเกลียดเสียงสวดของนักบวชร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นเด็กชายเจ็บป่วยและไม่เคยยอมให้นาฬิกาในห้องนอนหยุดเดิน แม้เพียงคืนเดียวนางมักฝันถึงชายสองคนคนแรกมีดวงตาสีแดง เขายืนอยู่อีกฟากของประตูมืดมิดและเรียกชื่อที่นางไม่รู้จักอีกคนสวมเสื้อคลุมสีดำ ยืนอยู่ใต้หน้าต่างห้องนอนทุกคืน แต่ไม่เคย

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 36

    พิธีเกิดขึ้นในวิหารใต้ดินของเวลลาริสเซบาสเตียนสร้างนาฬิกาเรือนแรกจากไม้ของต้นไม้ซึ่งเติบโตอยู่ระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายวีวี่วางมือบนหน้าปัดคีรินทร์ยืนเฝ้าประตูส่วนเซบาสเตียนใช้เลือดของตนวาดวงกลมสามชั้นลงบนพื้นวงแรกแทนอดีตวงที่สองแทนปัจจุบันวงสุดท้ายแทนอนาคตที่ไม่มีวันมาถึง หากผู้ถูกผูกยังไม่ยอมปล่อยมือตรงกลางวงกลมเป็นรูปดวงตาปิดดวงตาของผู้ที่เกิดใหม่โดยไม่รู้ความจริงเซบาสเตียนถามเป็นครั้งสุดท้าย“เจ้าแน่ใจหรือ”วีวี่มองร่างของครอบครัวซึ่งถูกนำมาวางรอบวงพิธี“ข้าอยากพบพวกเขาอีก”“แม้ต้องสูญเสียซ้ำ?”นางหลับตา“อย่างน้อยข้าก็จะได้รักพวกเขาอีกครั้ง”“แม้จะจำข้าไม่ได้?”วีวี่ลืมตาขึ้นและเอื้อมมือแตะใบหน้าของเขา“หากความรักของเราจริง ต่อให้ความทรงจำหายไป หัวใจข้าคงกลับมาหาท่าน”เซบาสเตียนยิ้มเศร้า“นั่นคือความหวังที่โหดร้ายที่สุดที่เจ้าเคยมอบให้ข้า”เขาจูบหน้าผากนางจากนั้นแทงมือเข้าไปในหน้าอกตนเอง และดึงเศษพลังสีดำซึ่งส่องประกายเหมือนแก้วออกมามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์ของปีศาจของขวัญที่ไม่ควรถูกมอบให้มนุษย์เขาฝังมันลงในหัวใจของวีวี่ร่างของนางสว่างขึ้นเส้นเลือดสีทองปร

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 35

    วิญญาณของนางอาจเดินผ่านประตูสุดท้าย และเขาจะไม่มีวันได้พบอีกระหว่างปล่อยให้คนรักจากไปอย่างสงบ กับกักนางไว้ในโลกเพื่อให้มีโอกาสพบกันอีก—เซบาสเตียนเลือกอย่างเห็นแก่ตัว“ข้าจะทำ”เขากล่าวคีรินทร์หันไปมองเจ้านาย“ท่านรู้หรือไม่ว่าต้องจ่ายด้วยอะไร”“รู้”เซบาสเตียนเดินเข้าไปหาวีวี่“ข้าจะผูกวิญญาณเจ้ากับผู้ที่เจ้ารัก ทุกครั้งที่ประตูแห่งซาเวียร์ถูกเปิด เจ้าจะถือกำเนิดขึ้นในโลกมนุษย์ และวิญญาณของครอบครัวจะถูกดึงมาอยู่ใกล้เจ้า”“ข้าจะจำพวกเขาได้ไหม”“ไม่”“แล้วจะรู้ได้อย่างไร”“หัวใจเจ้าจะรู้”“แล้วท่านล่ะ”เซบาสเตียนนิ่งไป“ข้าจะรออยู่อีกฟาก”วีวี่มองเขาด้วยความเจ็บปวด“ข้าไม่อยากลืมท่าน”“แต่เจ้าต้องลืม มิฉะนั้นวิญญาณจะไม่สามารถเริ่มชีวิตใหม่ได้”“แล้วเมื่อไรจะจำได้”“เมื่อวงจรเข้าใกล้จุดจบ เมื่อเจ้าต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับข้าอีกครั้ง”“เหตุใดต้องเลือก”“เพราะไม่มีวิญญาณใดอยู่ได้ทั้งในโลกของคนเป็นและอาณาจักรของข้าตลอดไป”เซบาสเตียนยื่นมือแตะใบหน้านาง“ทุกชีวิต เจ้าจะมีโอกาสเลือกใหม่”“หากข้าเลือกครอบครัว?”“วงจรจะเริ่มอีกครั้ง”“หากเลือกท่าน?”“เจ้าจะกลับมาอยู่กับข้า และปล่อยพวกเขาเด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status