Share

ตอนที่ 7

Penulis: g.ghostflying
last update Tanggal publikasi: 2026-07-22 20:57:57

   “เธอจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

   อาเธอร์ย้ำอีกครั้ง มือของเขากำโทรศัพท์ฉันไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยคืนมา ฉันจะวิ่งออกจากบ้านไปทันที

   ฉันไม่ได้ตอบ

   สายตายังคงจับจ้องนาฬิกาข้อมือของพ่อซึ่งวางอยู่บนโต๊ะกลางห้องรับแขก คราบเลือดแห้งติดอยู่ตามขอบหน้าปัด รอยแตกบนกระจกพาดผ่านเข็มนาฬิกาซึ่งหยุดนิ่งอยู่ที่เวลา 01.13 น.

   แม่ร้องไห้อยู่บนโซฟา โดยมีแม่บ้านคอยประคองอยู่ข้าง ๆ

   เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนยืนเฝ้าประตู ขณะที่อาเธอร์โทรแจ้งตำรวจด้วยโทรศัพท์อีกเครื่อง เสียงของเขาเยือกเย็นกว่าปกติ แต่ฉันรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงสิ่งที่เขาใช้ปกปิดความหวาดกลัว

   “มีคนลักพาตัวพ่อผม และเพิ่งโทรมาข่มขู่ครอบครัวเรา”

   เขาพูดกับปลายสาย

   “ไม่ใช่ครับ นี่ไม่ใช่การแกล้งกันเล่นแน่นอน นาฬิกาของพ่อมีเลือดติดอยู่ และเรามีข้อความข่มขู่เป็นลายลักษณ์อักษร”

   ฉันไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตอบว่าอย่างไร แต่อาเธอร์สบถเบา ๆ ก่อนกดวาง

   “ตำรวจกำลังมา”

   เขาวางโทรศัพท์ลง แล้วหันมาหาฉัน

   “ระหว่างนี้ห้ามเธอออกจากบ้านไปไหนทั้งนั้น”

   “ถ้าฉันไม่ไป พ่ออาจตายได้นะ!”

   “ถ้าเธอไป เราอาจต้องเสียทั้งเธอและพ่อ”

   “ผู้หญิงคนนั้นต้องการตัวฉัน”

   “นั่นยิ่งเป็นเหตุผลที่เธอห้ามไป”

   ฉันลุกขึ้นยืนทันที

   “แล้วจะให้ฉันทำอะไร นั่งรอดูว่าพ่อจะถูกฆ่าไหมอย่างนั้นเหรอ!?”

   “ก็ให้ตำรวจทำหน้าที่ของพวกเขาไปก่อนสิ”

    ฉันหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น

   “ตำรวจที่ปล่อยผู้หญิงคนนั้นกลับบ้าน ทั้งที่เธอจุดไฟใส่ฉันน่ะเหรอ!”

    อาเธอร์ชะงัก

   คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงในทันที

   แม่เงยหน้ามองพวกเรา ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้

   “พอเถอะลูก”

   เสียงของเธอสั่น

   “แม่ไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว”

   คำว่า “อีกแล้ว” ทำให้ฉันนิ่งไป

   ฉันรู้ว่าแม่ไม่ได้หมายความว่าพ่อตายแล้ว แต่ในน้ำเสียงของเธอมีความหวาดกลัวบางอย่างซ่อนอยู่ ราวกับการหายตัวไปของพ่อไปแตะต้องความทรงจำที่ครอบครัวพยายามลืมมานาน

   ก่อนฉันจะถาม เสียงรถหลายคันก็แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน

   แสงไฟหน้ารถสาดผ่านผ้าม่าน

   เจ้าหน้าที่ตำรวจห้านายเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าอุปกรณ์ คนแรกคือร้อยตำรวจเอกคีรินทร์

   เขายังคงสวมแว่นกรอบบางเหมือนคืนที่โรงพัก แต่คราวนี้สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ปืนประจำกายเหน็บอยู่ข้างเอว

   ทันทีที่เห็นฉัน เขาก็เดินเข้ามาหา

   “คุณรับสายจากหมายเลขไหนครับ”

   อาเธอร์ยื่นโทรศัพท์ของฉันให้แทน

   “เบอร์แปลก คุณหาพิกัดปลายสายได้ใช่มั้ย?”

   คีรินทร์รับไปตรวจดูประวัติการโทร ก่อนหันไปสั่งเจ้าหน้าที่อีกคนให้นำเครื่องไปเก็บข้อมูล

   จากนั้นเขาสวมถุงมือและเดินไปตรวจนาฬิกาของพ่อกับกระดาษข้อความ

   “ห้ามใครแตะของพวกนี้แล้วนะครับ”

   เขากล่าว

   “พวกคุณถ่ายรูปไว้หรือยัง”

   “ถ่ายแล้ว” อาเธอร์ตอบ “กล้องหน้าบ้านก็มี แต่ตอนเอาของมาวาง ภาพดับไปพอดี”

   คีรินทร์หันมามองทันที

   “ดับช่วงเวลาไหน”

   “ประมาณสองนาที ก่อนเสียงเคาะประตูดัง”

   “กล้องทุกตัวดับพร้อมกันหรือเปล่าครับ?”

   “เฉพาะด้านหน้า ส่วนกล้องข้างบ้านกับหลังบ้านใช้งานได้ แต่ไม่มีภาพคนเข้าออก”

   คีรินทร์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

   เขาเดินไปยังประตูรั้ว ตรวจพื้นปูนและบริเวณโดยรอบด้วยตัวเอง แม้ฝนจะหยุดตกไปแล้ว แต่พื้นยังเปียกชื้นและควรจะเหลือรอยเท้าหรือรอยยางรถอยู่บ้าง

   กลับไม่มีอะไรเลย

   ไม่มีรอยรองเท้า

   ไม่มีรอยลาก

   ไม่มีแม้แต่หยดโคลนบนห่อผ้าสีแดง

   ราวกับมันปรากฏขึ้นตรงนั้นโดยไม่มีใครนำมา

   “มีใครในบ้านรู้รหัสประตูรั้วบ้างครับ” คีรินทร์ถามหลังกลับเข้ามา

   “คนในครอบครัว ยาม แล้วก็แม่บ้านบางคน” อาเธอร์ตอบ

   “มีการเปลี่ยนรหัสหลังเกิดเรื่องที่โรงแรมหรือยังครับ?”

   “เปลี่ยนแล้วสองครั้ง”

   คีรินทร์พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นหันมาทางฉัน

   “ผมต้องฟังเสียงในสายนั้นอีกครั้ง คุณจำได้ทุกคำไหมครับ”

   ฉันพยายามรวบรวมสติ

   “เธอบอกว่า ถ้าอยากช่วยพ่อให้ฉันออกไปหาเธอคนเดียว”

   “บอกสถานที่รึเปล่า”

   “ยังค่ะ เธอตัดสายไปก่อน”

   “มีเสียงอื่นอีกไหม”

   ฉันลังเล

   เพลงในสายยังคงดังวนอยู่ในหัว ทุกจังหวะกลองเหมือนกำลังกระแทกเข้ากลางอก

   “มีเพลงค่ะ”

   “เพลงอะไร”

   “ฉันไม่รู้ แต่ฉันเคยได้ยินมันมาก่อน”

   คีรินทร์เงยหน้าขึ้น

   “เคยได้ยินที่ไหนครับ?”

   “ในฝันค่ะ”

   อาเธอร์ถอนหายใจแรง

   “นาเดียร์”

   “ฉันพูดความจริงนะ!”

   ฉันหันไปมองเขา ก่อนกลับมาสบตาคีรินทร์

   “หลังจากคืนที่โรงแรม ฉันฝันเหมือนเดิมทุกคืน มีคนแต่งตัวเหมือนคนโบราณ เต้นวนรอบเหยื่อ แล้วก็ฆ่าคนไม่ซ้ำกัน ฉันได้ยินเพลงนั้นตลอด”

   เจ้าหน้าที่อีกสองคนที่ยืนอยู่ใกล้กันหันมามอง แต่คีรินทร์กลับไม่แสดงสีหน้าว่ากำลังฟังเรื่องไร้สาระ

   “คุณจำทำนองได้ไหมครับ?”

   ฉันพยักหน้าอย่างไม่มั่นใจ

   “ลองฮัมได้หรือเปล่าครับ”

   ฉันหลับตา

   เสียงกลองในความฝันค่อย ๆ ชัดขึ้น

  ตึก

  ตึก

  ตึก

   ทำนองของคนจำนวนมากดังคลออยู่เบื้องหลัง ฉันพยายามฮัมออกมาเบา ๆ แม้เสียงจะสั่นจนแทบไม่เป็นเพลง

   ยังไม่ทันจบท่อนแรก ปากกาที่อยู่ในมือคีรินทร์ก็หยุดนิ่ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 40 จบ

    เซบาสเตียนแตะใบหน้านาง“เพราะชีวิตหนึ่งซึ่งเจ้ามองข้าเป็นคนแปลกหน้า ยังดีกว่านิรันดร์ที่ไม่มีเจ้าอยู่ในจักรวาล”คีรินทร์ซึ่งยืนฟังอยู่ไม่ไกลเข้าใจในเวลานั้นว่า ผู้เป็นนายกับตนไม่ได้แตกต่างกันเลยเซบาสเตียนยอมให้นางเกิดซ้ำ เพื่อให้มีโอกาสถูกเลือกส่วนคีรินทร์ยอมเฝ้าวงจร เพื่อให้มีโอกาสอยู่ข้างนางก่อนความทรงจำกลับมาชายทั้งสองรู้ว่า การเวียนว่ายจะสร้างความเจ็บปวดแต่ไม่มีใครยอมปล่อยเพราะสำหรับผู้เป็นอมตะ ความสูญเสียไม่ใช่การเห็นคนรักตายเพียงครั้งเดียวมันคือการต้องมีชีวิตต่อไปตลอดกาล โดยรู้ว่าคนคนนั้นเคยมีอยู่ และจะไม่มีวันกลับมาอีกเซบาสเตียนกลัวความว่างเปล่านั้นคีรินทร์ก็เช่นกันจึงไม่มีใครถามอมาเรียว่า ความปรารถนาที่เอ่ยในวันที่สิ้นหวัง ยังเป็นสิ่งที่นางต้องการจริงหรือไม่พวกเขาเพียงเปิดวงจรอีกครั้งชีวิตแรกของการเกิดใหม่จบลงเร็วกว่าที่ทุกคนคาดเมื่อข่าวเรื่องปีศาจแพร่ไปถึงศาสนจักร ครอบครัวของอมาเรียถูกกล่าวหาว่าทำสัญญากับสิ่งชั่วร้ายทหารถูกส่งมาล้อมคฤหาสน์บิดาของนางถูกสังหารขณะปกป้องลูกมารดาถูกจับส่วนน้องชายถูกนำไปเป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้อมาเรียยอมมอบตัวประวัติศาสตร์เริ่ม

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 39

    เซบาสเตียนมองหญิงสาวในอ้อมแขนของคีรินทร์ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมห้อง“ส่งนางมาให้ข้า”คีรินทร์กระชับแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“ร่างของนางยังรับความทรงจำไม่ได้”“เพราะเจ้าปลุกนางเร็วเกินไป”“ข้าเพียงสอนเรื่องอดีต”“เจ้าพูดชื่อข้า?”“นางจำได้เอง”เซบาสเตียนยื่นมือออกมา“ส่งมา”คีรินทร์ไม่ขยับปีศาจผู้เป็นนายมองการต่อต้านของลูกน้องด้วยสีหน้าเย็นชา“เจ้าลืมหน้าที่หรือ”“หน้าที่ของข้าคือปกป้องนาง”“หน้าที่ของเจ้าคือพานางกลับมาหาข้า”“หากท่านแตะต้องตอนนี้ วิญญาณนางอาจแตกสลาย”“ข้ารู้วิธีรักษานางดีกว่าเจ้า”“ท่านรู้วิธีรักษา หรือรู้เพียงวิธีครอบครอง”คำพูดนั้นทำให้เงาทั่วห้องเคลื่อนไหวหน้าต่างทุกบานปิดกระแทกพร้อมกันเซบาสเตียนเข้ามาหยุดตรงหน้า“เจ้ากำลังท้าทายข้าเพราะนาง?”คีรินทร์สบตาผู้เป็นนาย“ข้าไม่ยอมให้นางเจ็บอีก”“เจ้าคิดว่าข้ายอม?”“ท่านคือคนสร้างวงจรนี้”“ตามคำขอของนาง”“เพราะท่านกลัวนางจากไป”ดวงตาสีแดงของเซบาสเตียนเข้มขึ้น“แล้วเจ้าตามหานางเพราะอะไร”คีรินทร์เงียบ“ความภักดี?”เซบาสเตียนถาม“หรือหวังว่า ก่อนความทรงจำจะกลับมา นางจะรักเจ้าเสียก่อน”คำพูดนั้นเปิดเผยความจริงที่คีริน

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 38

    หลังประตูแห่งความมืด ปีศาจผู้เป็นเจ้าของดินแดนนิรันดร์ลืมตาขึ้นจากการหลับใหลหัวใจของเขาไม่ได้เต้นมานานกว่าหนึ่งร้อยปีตั้งแต่วินาทีที่วีวี่สลายไปจากอ้อมแขนแต่ในคืนนั้น เศษพลังที่ฝังอยู่ในวิญญาณของนางส่งเสียงตอบรับกลับมาตุบหัวใจเต้นหนึ่งครั้งพระราชวังทั้งหลังสั่นสะเทือนดอกไม้ที่ไม่เคยร่วงโรยกลับหลุดจากกิ่งพร้อมกันแม่น้ำสีเงินหยุดไหลและประตูบานใหญ่ซึ่งปิดตายมาตลอดศตวรรษก็ปรากฏรอยแยกเล็ก ๆเซบาสเตียนลุกขึ้นจากบัลลังก์“วีวี่…”ชื่อของนางหลุดออกจากริมฝีปากเขาเดินไปยังทะเลสาบแห่งอดีตผิวน้ำสะท้อนภาพเด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินกลับบ้านพร้อมน้องชายใบหน้าไม่ใช่วีวี่แต่ท่าทางเวลาลูบศีรษะเด็กชายเหมือนเดิมรอยยิ้มเวลาถูกน้องชายแกล้งเหมือนเดิมกระทั่งวิธีจับข้อมือตัวเองเมื่อรู้สึกกังวลก็ยังเหมือนเดิมเซบาสเตียนยื่นมือแตะผิวน้ำภาพสะท้อนสั่นไหว“เจ้ากลับมาแล้วจริง ๆ”เขาควรยินดีแต่เมื่อเห็นคีรินทร์ยืนอยู่ห่างออกไปในภาพ ความยินดีกลับปะปนด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยความหึงหวงคีรินทร์สามารถเดินอยู่ในโลกมนุษย์พูดคุยกับนางยืนข้างนางใต้แสงอาทิตย์ส่วนเซบาสเตียนทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่หลังประตูเพ

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 37

    หลายร้อยปีหลังนครเวลลาริสล่มสลาย เด็กหญิงคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวขุนนางแห่งดินแดนอันห่างไกลนางมีเส้นผมสีเข้ม ชอบจับเครื่องมือของบิดามาแยกชิ้นส่วน และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงจ้องมองเฟืองทองเหลืองหมุนอยู่ในนาฬิกาเรือนเก่าบิดาตั้งชื่อให้นางว่า อมาเรียไม่มีใครรู้ว่า ภายในร่างเล็กนั้นมีเศษเสี้ยวของวิญญาณซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ในนครเวลลาริสไม่มีใครรู้ว่าเด็กหญิงคนนี้เคยมีชื่อว่าวีวี่แม้แต่อมาเรียเองก็ไม่รู้นางจำบิดาผู้เป็นช่างทำนาฬิกาไม่ได้จำมารดาที่เสียชีวิตในคุกไม่ได้จำลูซิอัส น้องชายซึ่งสิ้นใจอยู่ในอ้อมแขนไม่ได้และจำปีศาจผู้ยอมฉีกส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์มาฝังไว้ในหัวใจของนางไม่ได้แต่ความทรงจำบางอย่างไม่จำเป็นต้องกลับมาในรูปของภาพหรือถ้อยคำบางครั้งมันกลับมาเป็นความรู้สึกอมาเรียกลัวประตูหินที่ไม่มีลูกบิดเกลียดเสียงสวดของนักบวชร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นเด็กชายเจ็บป่วยและไม่เคยยอมให้นาฬิกาในห้องนอนหยุดเดิน แม้เพียงคืนเดียวนางมักฝันถึงชายสองคนคนแรกมีดวงตาสีแดง เขายืนอยู่อีกฟากของประตูมืดมิดและเรียกชื่อที่นางไม่รู้จักอีกคนสวมเสื้อคลุมสีดำ ยืนอยู่ใต้หน้าต่างห้องนอนทุกคืน แต่ไม่เคย

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 36

    พิธีเกิดขึ้นในวิหารใต้ดินของเวลลาริสเซบาสเตียนสร้างนาฬิกาเรือนแรกจากไม้ของต้นไม้ซึ่งเติบโตอยู่ระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายวีวี่วางมือบนหน้าปัดคีรินทร์ยืนเฝ้าประตูส่วนเซบาสเตียนใช้เลือดของตนวาดวงกลมสามชั้นลงบนพื้นวงแรกแทนอดีตวงที่สองแทนปัจจุบันวงสุดท้ายแทนอนาคตที่ไม่มีวันมาถึง หากผู้ถูกผูกยังไม่ยอมปล่อยมือตรงกลางวงกลมเป็นรูปดวงตาปิดดวงตาของผู้ที่เกิดใหม่โดยไม่รู้ความจริงเซบาสเตียนถามเป็นครั้งสุดท้าย“เจ้าแน่ใจหรือ”วีวี่มองร่างของครอบครัวซึ่งถูกนำมาวางรอบวงพิธี“ข้าอยากพบพวกเขาอีก”“แม้ต้องสูญเสียซ้ำ?”นางหลับตา“อย่างน้อยข้าก็จะได้รักพวกเขาอีกครั้ง”“แม้จะจำข้าไม่ได้?”วีวี่ลืมตาขึ้นและเอื้อมมือแตะใบหน้าของเขา“หากความรักของเราจริง ต่อให้ความทรงจำหายไป หัวใจข้าคงกลับมาหาท่าน”เซบาสเตียนยิ้มเศร้า“นั่นคือความหวังที่โหดร้ายที่สุดที่เจ้าเคยมอบให้ข้า”เขาจูบหน้าผากนางจากนั้นแทงมือเข้าไปในหน้าอกตนเอง และดึงเศษพลังสีดำซึ่งส่องประกายเหมือนแก้วออกมามันคือส่วนหนึ่งของชีวิตนิรันดร์ของปีศาจของขวัญที่ไม่ควรถูกมอบให้มนุษย์เขาฝังมันลงในหัวใจของวีวี่ร่างของนางสว่างขึ้นเส้นเลือดสีทองปร

  • ลวงรักผูกชะตา   ตอนที่ 35

    วิญญาณของนางอาจเดินผ่านประตูสุดท้าย และเขาจะไม่มีวันได้พบอีกระหว่างปล่อยให้คนรักจากไปอย่างสงบ กับกักนางไว้ในโลกเพื่อให้มีโอกาสพบกันอีก—เซบาสเตียนเลือกอย่างเห็นแก่ตัว“ข้าจะทำ”เขากล่าวคีรินทร์หันไปมองเจ้านาย“ท่านรู้หรือไม่ว่าต้องจ่ายด้วยอะไร”“รู้”เซบาสเตียนเดินเข้าไปหาวีวี่“ข้าจะผูกวิญญาณเจ้ากับผู้ที่เจ้ารัก ทุกครั้งที่ประตูแห่งซาเวียร์ถูกเปิด เจ้าจะถือกำเนิดขึ้นในโลกมนุษย์ และวิญญาณของครอบครัวจะถูกดึงมาอยู่ใกล้เจ้า”“ข้าจะจำพวกเขาได้ไหม”“ไม่”“แล้วจะรู้ได้อย่างไร”“หัวใจเจ้าจะรู้”“แล้วท่านล่ะ”เซบาสเตียนนิ่งไป“ข้าจะรออยู่อีกฟาก”วีวี่มองเขาด้วยความเจ็บปวด“ข้าไม่อยากลืมท่าน”“แต่เจ้าต้องลืม มิฉะนั้นวิญญาณจะไม่สามารถเริ่มชีวิตใหม่ได้”“แล้วเมื่อไรจะจำได้”“เมื่อวงจรเข้าใกล้จุดจบ เมื่อเจ้าต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับข้าอีกครั้ง”“เหตุใดต้องเลือก”“เพราะไม่มีวิญญาณใดอยู่ได้ทั้งในโลกของคนเป็นและอาณาจักรของข้าตลอดไป”เซบาสเตียนยื่นมือแตะใบหน้านาง“ทุกชีวิต เจ้าจะมีโอกาสเลือกใหม่”“หากข้าเลือกครอบครัว?”“วงจรจะเริ่มอีกครั้ง”“หากเลือกท่าน?”“เจ้าจะกลับมาอยู่กับข้า และปล่อยพวกเขาเด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status