Se connecterบทที่ 3
รำลึกความหลัง (ลึกซึ้ง)
“ทำเป็นเล่นตัว ที่แท้ก็ทำตัวอ่อยอยู่นี่เอง ไม่อยากจะเชื่อว่าห้าปีผ่านไป เธอจะดูยั่วเยเก่งขึ้นนะ!” มุมปากร้ายๆ กระตุกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แต่ก็มิวายหันไปมองร่างกายอวบอิ่มของพรีมลภัสเป็นระยะ
“ว้าย! ไอ้ทุเรศ!” เมื่อเธอรู้ตัวว่าร่างกายที่เปียกชื้นของตัวเองกำลังเป็นที่จับจ้องของผู้ชายหื่นกามอย่างภูวริช ซึ่งเธอรู้ดีว่าตั้งแต่อดีตเขาเป็นผู้ชายเซ็กซ์จัดมากแค่ไหน ความหล่อร้ายของเขาทำเอาเธอที่ไม่ประสาโลกถึงกับอ่อนระทวย ยอมเชื่อฟังเขาทุกอย่าง จนกระทั่งเขาสะบั้นรักอย่างไร้เยื่อใย จนเธอต้องอุ้มท้องตามลำพังท่ามกลางคำนินทาว่าท้องไม่มีพ่อ
“ปิดทำไม ฉันเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไม่ใช่แค่เห็นนะ แต่...” เขาเว้นจังหวะแล้วชำเลืองมองคนตัวเล็กด้วยสายตากรุ้มกริ่ม จนพรีมลภัสแต่ได้ค่อนขอดเขาที่ทำตัวแย่มาก
“จะมายุ่งกับฉันอีกทำไม เรื่องระหว่างเรามันจบไปตั้งห้าปีแล้วนะ ฉันมีชีวิตของฉันแล้ว ปล่อยฉันไปนะ”
“ปล่อยให้เธอไปเสวยสุขกับไอ้หน้าจืดนั่นน่ะเหรอ” เมื่อคิดถึงภาพของเชนธวัชที่ทั้งจับมือทั้งโอบเอวบอบบางก็ทำเอาเลือดในกายของเขาเดือดพล่านอย่างบอกไม่ถูก
“จะมาหวงอะไรตอนนี้ คุณเองไม่ใช่เหรอที่บอกเลิกฉัน ตอนนี้ฉันกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ จะมายุ่งกันอีกทำไม”
“เพราะฉันจะเอาคืนผู้หญิงอย่างเธอที่ทำตัวร่านจนท้องกับผู้ชายคนอื่น ทั้งๆ ที่ยังคบกับฉันนี่ไง”
“มะ...ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ”
“ไม่ใช่แล้วมันอะไร ฉันก็คิดว่าเธอใสซื่อมาตลอด ที่แท้ก็ทำตัวร่าน! ในเมื่อตอนที่เธอคบกับฉันอยู่แล้วไปนอนกับไอ้เวรนั่นจนมีลูกติดท้องมา งั้นฉันจะนอนกับเธอเหมือนกัน เอาให้มันรู้ว่าเวลาโดนสวมเขามันเป็นยังไง!” ภูวริชตะโกนลั่นในห้องโดยสาร ยิ่งรับรู้ว่าเด็กคนนั้นคือลูกของเชนธวัชเขายิ่งเดือดดาล เพราะชื่อพ่อที่หญิงสาวกรอกไปเป็นชื่อของผู้ชายคนนั้น
“มะ...ไม่ใช่แบบนั้น คือน้องลูกพีช...” เสียงหวานถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเธอไม่กล้าบอกความจริงกับผู้ชายคนนี้ เพราะเธอไม่อยากให้เขารับรู้ว่าน้องลูกพีชคือลูกแท้ๆ ของเขา
“ไม่ใช่แล้วมันอะไร อธิบายมาสิ!”
“ช่างมันเถอะ เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับคุณก็แล้วกัน”
“เหอะ...สุดท้ายก็ไม่กล้าพูด เธอมันทำตัวสำส่อนจริงๆ ลูกมันจะคิดยังไงนะว่าแม่ทำตัวสำส่อนนอนกับผู้ชายไปทั่ว!”
“คุณภูวริช!”
เธอเรียกชื่อของชายตรงหน้าอย่างโกรธจัด ก่อนที่เขาจะจอดรถที่ชั้นเดียวกับห้องเพนต์เฮาส์ของตัวเอง จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปกระชากเรียวแขนของพรีมลภัสให้ออกจากรถ เพื่อพาเธอไปยังห้องของเขา ห้องที่เคยเป็นรังรักของเขาและเธอ
“จะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันนะ!” แม้จะพยายามบิดข้อมือออกจากมือใหญ่ แต่ชายหนุ่มกลับบีบมาแรงมากขึ้นราวกับคีมขนาดใหญ่ที่พร้อมจะบดกระดูกของเธอให้แตก
“พาไปรำลึกความหลังของเราไงล่ะ ที่ที่เราเอาทุกที่ทุกตารางนิ้วของห้อง จำไม่ได้หรือไง” ชายหนุ่มว่าพลางบดกรามแน่น ยิ่งเห็นท่าทีและสีหน้าต่อต้านของเธอก็ทำเอาเขาเดือดดาลจนทนไม่ไหว เพราะเธอทำราวกับเขาเป็นตัวเชื้อโรคที่ไม่อยากเข้าใกล้
“ไม่นะ ปล่อย! ช่วยด้วย!” เสียงหวานร้องตะโกนดังลั่น แต่เพราะชั้นนี้มีเพียงไม่กี่ห้อง ทำให้ไม่มีใครสนใจเปิดประตูมาเพื่อช่วยเหลือเธอสักคน
“แหกปากให้ตายก็ไม่มีใครช่วยเธอหรอกพรีมลภัส เข้าไป!” ในที่สุดก็เดินมาถึงห้องเสียที ก่อนที่ชายหนุ่มจะจัดการผลักคนตัวเล็กเข้าไปในห้อง จนเธอถลาล้มเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง
“ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอร้อง อย่าทำแบบนี้เลย”
พรีมลภัสหันไปมองห้องที่เธอเคยอยู่ ไม่อยากจะเชื่อว่าของทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม ไม่มีอะไรถูกย้ายไปตำแหน่งอื่นๆ ราวกับว่านอกจากเขาแล้วไม่มีใครเข้ามา
“ทำเป็นรังเกียจฉันนะ อยากจะรู้นักว่าเธอจะรังเกียจฉันได้สักกี่น้ำ!”
“อย่านะ อย่าทำฉัน ขอร้อง”
“ฉันยกให้เอง ขึ้นไปนั่งบนรถกับลูกซะ” แม้เสียงจะบอกอย่างติดรำคาญ แต่ชายหนุ่มกลับเดินลงมายกกระเป๋าใบใหญ่ของหญิงสาวขึ้นรถไป จากนั้นก็เดินกลับมานั่งประจำที่อีกครั้ง บรรยากาศภายในรถเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของพรีมลภัสผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จนในรถเงียบเชียบอย่างน่าอึดอัด “หิวอะไรไหม” “ไม่ค่ะ” “แต่เธอไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ” เขานึกขึ้นได้ว่าคนตัวเล็กยังไม่ได้กินอะไรเลย เพราะมาถึงเขาก็เปิดประเด็นเรื่องลูกเลย จึงไม่ได้มีเวลาให้เธอกินข้าว “ฉันไม่หิวค่ะ” “เราไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านดีไหม” “ไม่ค่ะ ฉันไม่อยากกินข้าวกับคุณ” คำพูดสั้นๆ ที่ทำให้อารมณ์ชายหนุ่มขาดผึงทันที เขากำพวงมาลัยแน่น แล้วเหยียบคันเร่งเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่น “กินข้าวกับฉันมันจะตายหรือยังไง ทีเมื่อก่อนเธอไม่ใช่เหรอที่รอฉันกินข้าวทุกวัน!” ภูวริชบอกด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นเมื่ออีกฝ่ายกำลังทำท่าทีต่อต้านและแสดงความรังเกียจใส่เขาอย่างชัดเจน “เหมือนคุณจะลืมไปแล้วว่านั่นมันเรื่องอดีต
“เย้ๆ น้องลูกพีชจะมีคุณพ่อจริงๆ แล้วเหรอคะ น้องลูกพีชดีใจที่สุดเลย” ใบหน้ายิ้มแย้มและมีความสุขของลูกสาวกลับทำให้หัวใจของภูวริชกระตุกอย่างแรง ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดที่จะมีลูกเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยแม้แต่จะจริงจังกับคู่นอนคนไหนแม้แต่พรีมลภัส แต่ ณ เวลานี้เขากลับรู้สึกตัวเองเลวเหลือเกินที่ปล่อยให้ลูกสาวของไปมีชีวิตลำบากแบบนี้ “แล้วน้องลูกพีชอยากไปอยู่กับคุณพ่อไหมคะ” เป็นภูวริชที่ถามลูกสาวออกมา เพราะอยากรู้ว่ทาลูกสาวจะคิดยังไง “ไปค่ะ หนูอยากไปอยู่กับคุณพ่อ แต่หนูขอให้คุณแม่ไปด้วยนะคะ หนูอยากให้เราอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก” คำพูดของลูกกลับเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของพรีมลภัสให้กลัดหนองมากขึ้น บาดแผลเดินโดนกรีดซ้ำ เธอเองก็เคยคิดอยากสร้างครอบครัวกับเขา แต่เขากลับมองเธอเป็นเพียงของเล่นที่มีเอาไว้ฆ่าเวลา แต่พอมาตอนนี้เธอคิดว่าสิ่งเดียวที่เธอจะให้ได้คือหน้าที่ของพ่อแม่ลูกเท่านั้น ส่วนคำว่าครอบครัวมันคงไม่มีทางเป็นจริงได้ สภาวะจำยอมทำให้พรีมลภัสตัดสินใจยอมย้ายไปอยู่บ้านของภูวริช แม้ใจจะไม่อยากทำแบบนั้นก็ตาม แต่เพราะคำขู่ที่ว่าเขาจะทำทุกอย่าง
บทที่ 7อยากทวงความเป็นพ่อ หลังจากที่ไปตรวจดีเอ็นเอกันเมื่ออาทิตย์ก่อน วันนี้ผลตรวจก็ออกแล้ว โดยภูวริชตัดสินใจนัดพรีมลภัสมาเจอกันที่ร้านอาหาร คราแรกเขาบอกจะไปรับเธอ แต่คนตัวเล็กกลับปฏิเสธจนเขารู้สึกหงุดหงิดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อผลทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเจ้าของร่างเล็กก็จูงมือลูกน้อยเดินเข้ามาในร้านอาหารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผิดกับเขาที่กำลังดีใจสุดขีด “อันนี้ผลตรวจ” นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเลื่อนซองสีขาวที่มีข้อมูลผลตรวจดีเอ็นเอ แต่พรีมลภัสกลับแค่ปลายตามองมันแต่ไม่ได้หยิบมันขึ้นมาอ่านแต่อย่างใด “ไม่คิดจะอ่านมันหน่อยเหรอ ผลตรวจน่ะ” พรีมลภัสยังคงนิ่ง แล้วพูดบางอย่างกับชายตรงหน้าจนเขากระหยิ่มยิ้มออกมากับความเด็ดขาดของเธอ “คุณต้องการอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ฉันจะได้กลับ” “เหอะ...เธอรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้ว แต่ยังคิดจะต่อต้านฉันเนี่ยนะ” มุมปากหยักของภูวริชยกขึ้น เมื่อคนตรงหน้ายังคงพยายามท้าทายอำนาจของเขา “แล้วยังไงคะ จริงๆ ฉันว่าเราสองคนไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องอะไรกัน
“ปล่อยมือของฉันนะ” “ไม่ปล่อยมีอะไรไหม และถ้าเธอยังดิ้น เกิดรถแหกโค้งขึ้นมา อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” พรีมลภัสนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง แต่ก็มิวายมองมือเล็กที่ถูกมือแกร่งของภูวริชจับเอาไว้ตลอดการเดินทาง และเหมือนว่าชายหนุ่มจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ในขณะที่เธอหน้าบึ้งมาตลอดทาง “ถึงแล้วค่ะ จอดให้ฉันกับลูกลงด้วย” ภูวริชมองบ้านหลังเล็กที่ไม่ได้เก่ามาก เขาเพิ่งรู้ว่าเธอหายไปหลายปีเพราะมาอยู่บ้านหลังนี้ “ห้าปีที่ผ่านมาอยู่ที่นี่มาตลอดเลยเหรอ” “ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องรู้ค่ะ” “อย่ามาประชดประชันฉัน ฉันถามก็ตอบ!” “ใช่ค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะที่คุณอยากรู้” เธอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนกับความเอาแต่ใจของชายตรงหน้า “เล็กยังกับรูหนู อยู่เข้าไปได้ยังไง” “ถึงที่นี่จะเล็กกว่าบ้านของคุณ แต่อย่างน้อยมันก็อบอุ่นและเป็นที่ให้ฉันซุกหัวนอนแล้วกันค่ะ อีกอย่างน้องลูกพีชเองก็มีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่” “แน่ใจเหรอว่าน้องลูกพีชมีความสุข ถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกฉันจริงๆ ฉันจะไม่มีวันยอมให้ลูกต้องมาอยู่บ้
“เธอคิดว่าจะปิดเรื่องนี้กับฉันได้เหรอ ฝันไปเถอะ เพราะถ้าน้องลูกเป็นลูกของฉันจริงๆ คนที่มีแต่ตัวอย่างเธอสู้อะไรคนอย่างฉันได้” ชายร่างสูงบอกอย่างข่มขู่ จนหัวอกคนเป็นแม่เจ็บร้าว เขาก็คือเขาที่ยังคงใจร้ายกับเธอเหมือนเดิม “คุณมันเลวที่สุด เลิกกันแล้วแทนที่จะจบกันไป” “หึ...อะไรที่ฉันอยากได้ก็ต้องได้ ไม่มีใครมาห้ามความต้องการของฉันได้หรอก” “คุณแม่ขา...น้องลูกพีชอิ่มแล้วค่ะ” เสียงเล็กของลูกสาวดังขึ้นขัดบทสนทนาของผู้ใหญ่จนพวกเขาต้องปรับสีหน้าให้กลับมาปกติ เพราะไม่อยากให้เด็กน้อยรู้สึกไม่ดี “อิ่มแล้วเหรอคะ งั้นเรากลับบ้านกันเถอะนะ เดี๋ยวเย็นซะก่อน” “กลับกันค่ะ” “เดี๋ยวลุงไปส่งนะครับ” คำพูดของภูวริชดังขึ้นจนคนที่กำลังจูงมือลูกสาวหันขวับ “คิดจะทำอะไร” “หึ...ฉันก็แค่อยากทำหน้าที่พ่อบ้าง” เขายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เมื่อโดนคนตัวเล็กมองค้อน “หายไปตั้งหลายปี คิดจะมาทำหน้าที่พ่อตอนนี้มันไม่สายไปเหรอ” คนตัวเล็กหลุดพูดออกมาอย่างฟิวส์ขาด เพราะเขากำลังยั่วโมโหให้เธอตบะแตก “ยอมรับเองแล้วเหร
บทที่ 6อยากเป็นพ่อ “งั้นเดี๋ยวถ้าถึงบ้านบอกเชนนะ เชนจะได้ไม่เป็นห่วง” “อืม...ไปเถอะ” เชนธวัชเดินหายไปพร้อมกับพี่ยา ขณะที่พรีมลภัสทำการเก็บของเก็บกระเป๋าเพื่อเดินตามออกไปเช่นเดียวกัน แต่เสียงทุ้มของคนที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นมาดักเสียก่อน “ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ ค่อยกลับสิ” เธอก้มมองอาหารที่ยังไม่ได้ถูกแตะเลย เพราะมัวแต่คุยเรื่องการเซ็นสัญญา ถ้าเชนธวัชยังอยู่เธออาจจะกินมันบ้าง แต่ตอนนี้เหลือเพียงภูวริชมันทำให้เธอไม่อยากที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับเขานานเกินไป “ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันไม่ค่อยหิว” “เธอไม่หิว แต่ลูกเธออาจจะหิวก็ได้ไม่ใช่เหรอ” ภูวริชจ้องมองเด็กน้อยที่ยังคงจับจ้องไปที่อาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ จนพรีมลภัสอดสงสารลูกไม่ได้ เพราะไม่เคยจะได้กินของดีๆ ขนาดนี้มาก่อน “คุณแม่ขา...น้องลูกพีชอยากกิน น้องลูกพีชขอกินก่อนได้ไหมคะ” เสียงอ้อนวอนของน้องลูกพีช ทำให้หัวอกคนเป็นแม่อ่อนยวบ จนยอมทิ้งความกลัวของตัวเองเอาไว้ในใจ และเลือกให้ลูกสาวได้กินข้าวตรงหน้าเสียก่อน “ก็ได้ค่ะ” “ขอบคุ
“ไม่ยอมก็เรื่องของผู้หญิงคนนั้น และถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกของฉันจริง ฉันไม่มีทางปล่อยพรีมลภัสไปแน่ โทษฐานที่ปกปิดเรื่องลูกกับฉันมาตลอดห้าปี” วัฒนาเพียงส่ายหน้าเบาๆ ความรู้สึกสงสารพรีมลภัสท่วมท้นอยู่ในอก หากเด็กน้อยคนนั้นเป็นลูกสาวของภูวริชจริง อย่างน้อยที่สุดเธอก็ไม่ควรต้องมาแบกรับความคลุม
บทที่ 5 อยากรู้ความจริง พรีมลภัสเดินทางกลับบ้านด้วยร่างกายที่อ่อนล้า ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำตาเอ่อล้นออกมาด้วยความเสียใจ เธอไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเขาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เธอจบกับเขามาเกือบห้าปีแล้ว และเมื่อมาเจอกันอีกครั้งชายหนุ่มกลับทำร้ายจิตใจของเธอให้บอบช้ำอีกครั้ง “พรีม
พรีมลภัสรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่ถูกดันเข้ามาจนสุด เธอทั้งเจ็บทั้งจุกและเสียวในเวลาเดียวกัน ความต้องการที่ถูกปิดตาย แต่ในวันนี้กลับถูกเปิดออกครั้งท่ามกลางความร้อนแรงและความปรารถนา “อ๊า...แน่นมาก” เขาจ้องมองจุดเชื่อมของร่างกายที่บอกให้รู้ว่าร่างกายของพรีมลภัสกลับมาเป็นของเขาอีกครั้ง และม
บทที่ 4ไม่มีวันหนีพ้น ร่างบอบบางถูกจับแก้ผ้าจนเปลือยอยู่บนเตียงกว้าง ภูวริชจ้องมองร่างอวบอิ่มอย่างไม่วางตา จนไม่อยากจะเชื่อว่าร่างกายของเธอจะอวบอิ่มเซ็กซี่มากขนาดนี้ การที่เธอมีลูกไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลง มีแต่สวยมากกว่าเดิม “อย่ามองนะ!” มือน้อยยกขึ้นปิดร่างกายสาว เ







