LOGINคนตัวเล็กยกมือตีร่างใหญ่เป็นพัลวัน แต่เรี่ยวแรงของเธอกลับสู้อะไรชายหนุ่มไม่ได้ เขาจัดการรวบคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด จากนั้นก็เหวี่ยงเธอขึ้นไปบนเตียงทันที จนที่นอนของเขาเปียกชื้นจากร่างกายที่ถูกฝนเทราดรดลงมา
“อ๊ะ...จุกนะ”
ยังไม่ทันที่ร่างใหญ่ของภูวริชจะก้าวขึ้นมาบนเตียง เสียงโทรศัพท์ของพรีมลภัสก็ดังขึ้น ก่อนที่เธอจะโถมตัวไปคว้ามันขึ้นมาเพื่อกดรับ แต่ชายหนุ่มกลับไวกว่า จากนั้นเขาก็มองหน้าจอเป็นชื่อของเชนธวัช ทำเอาเลือดในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านทันที เมื่อนึกถึงมือไม้ของมันที่มาแตะต้องร่างกายของหญิงสาว
“อย่ารับนะ ขอร้อง...” เธอบอกอย่างวิงวอน ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจกดรับเพราะอยากจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะพูดอะไรกับหญิงสาว
ติ๊ด!
(พรีม...อยู่ไหนครับ หากระเป๋าเจอหรือยัง) เสียงทุ้มของเชนธวัชถามด้วยความเป็นห่วง จนภูวริชถึงกับของขึ้นกับเสียงอ่อนเสียงหวานของพรีมลภัสที่พูดกับมัน
“คะ...คือพรีม...”
“บอกมันไปว่ามีธุระต้องไปทำต่อ วันนี้จะไม่กลับ” ภูวริชกระซิบข้างหูของพรีมลภัสจนเธอกำมือแน่น
“อึก...ไม่”
“ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะเย...เธอให้มันได้ยินเสียงครางเธอดีไหม”
“ยะ...อย่านะ”
“งั้นก็พูด ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับคนอย่างเธอ” เขาบอกอย่างข่มขู่ จนพรีมลภัสจำใจต้องโกหกอีกครั้ง
“คะ...คือเชน...พรีมมีธุระนิดหน่อย คืนนี้ฝากดูน้องลูกพีชก่อนได้ไหม” เธอบอกเสียงสั่นเพราะกลัวเชนธวัชจะจับได้
“ธุระอะไร ทำไมมันกะทันหันจังพรีม มีอะไรให้เชนช่วยไหม” เขาถามอย่างเป็นห่วงเพราะปกติหญิงสาวไม่เคยที่จะไม่กลับบ้านเลยสักครั้งเพราะเป็นห่วงลูกสาว
“มะ...ไม่มี งั้นแค่นี้ก่อนนะ ฝากลูกคืนหนึ่งนะ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะกลับไปเล่าให้ฟัง” เธอบอกแค่นั้นก็รีบตัดสายเชนธวัชเพราะไม่อยากให้เขามาได้ยินเสียงอันน่าเกลียดของเธอ
“อืมๆ งั้นรีบไปรีบกลับนะ ถ้ากลับเองไม่ได้บอกฉันเผื่อฉันขับไปรับ”
“อืม...ขอบคุณนะ”
“สำหรับเชน พรีมสำคัญที่สุดอยู่แล้ว” ถ้อยคำห่วงใยของเชนธวัชทำให้คนฟังที่ยืนฟังอยู่ถึงกับเดือดดาลกับความหน้าด้านหน้าทนของเชนธวัช
“เชน...” ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบอะไรกลับ หน้าโทรศัพท์ของเธอก็ถูกกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นภูวริชก็เหวี่ยงมันลงพื้นอย่างแรง
ปึก!!
พรีมลภัสมองโทรศัพท์มือถือของตัวเที่นอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นเพราะฝีมือคนเกรี้ยวกราดอย่างภูวริช
“ทำแบบนี้ทำไม!”
“ดูรักกันดีเหลือเกินนะ”
น้ำเสียงอ่อนโยนที่เชนธวัชบอกกับพรีมลภัสทำเอาเขารู้สึกเดือดพล่าน ความรักที่ทั้งสองมีให้กัน จนเขารู้สึกตัวเองเป็นอากาศธาตุขึ้นมาทันที
“ค่ะ อย่างน้อยๆ เชนก็รักฉันมาก ทำทุกอย่างเพื่อฉัน แล้วมันผิดอะไรถ้าฉันจะรักเขากลับ”
“พรีมลภัส!”
เขาขบกรามแน่นเมื่อหญิงสาวกำลังบอกว่ารักผู้ชายคนนั้นต่อหน้าเขา จนอกแกร่งร้อนรุ่มราวกับไฟ
“ดี! รักมันมากๆ นะ อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้ามันรู้ว่าเธอนอนกับผัวเก่าอย่างฉัน มันจะยังรักเธอลงไหม”
“มะ…ไม่นะอย่าทำแบบนี้ เราสองคนเลิกกันแล้วนะ”
“เลิกกันแล้วก็เอากันได้ แบบเป็นคู่นอนกันไง มาสนุกๆ กันไม่ดีกว่าเหรอ หรือถ้ากลัวมันรู้ว่าเธอมาเอากับผัวเก่า ฉันจะไม่บอกมัน แต่เธอต้องมาให้ฉันเอาตามที่ฉันต้องการ”
“ไอ้คนทุเรศ ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะมีความคิดแบบนี้!”
“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ เมื่อก่อนเธอก็รักไม่ใช่หรือไง”
“ก็แค่อดีตเคยรัก แต่ตอนนี้ฉันรักคนอื่นไปแล้ว จนทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่น่าเสียเวลารักคนอย่างคุณมาตั้งนานเลย” ถ้อยคำแทงใจของพรีมลภัสเหมือนกองเพลิงที่ทำให้เขาเดือดพล่านจนทนไม่ไหว
“ดี! รักมันให้มากนะ อยากจะรู้นักว่าตอนโดนฉันตอก เธอจะครางชื่อฉันหรือมันกันแน่”
แควก!
เสียงเสื้อผ้าขาดวิ่นของพรีมลภัสดังขึ้น จนเธอตกใจก้มมือเสื้อตัวสวยที่โดนมือหนาของภูวริชฉีกกระชากไม่เหลือชิ้นดี
“กรี๊ด!!” คนตัวเล็กกรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อมือสากของภูวริชฉีกกระชากชุดสวยของหญิงสาวจนเผยให้เห็นอกอวบอิ่มที่มีชั้นในลูกไม้สีดำปกปิดเอาไว้
ลมหายใจของภูวริชติดขัดเมื่อเห็นเต้าสวยขนาดใหญ่ที่ถูกโอบอุ้มด้วยชั้นในสีดำเซ็กซี่ ใครจะไปคิดว่าห้าปีผ่านไปจะเปลี่ยนผู้หญิงร่างเล็กบางอย่างพรีมลภัสให้มีรูปร่างอวบอิ่มเซ็กซี่มากขนาดนี้
“อย่าทำแบบนี้ ออกไป”
“แน่ใจเหรอ ฉันจำได้นะว่าเธอติดใจเซ็กซ์ของฉันมากแค่ไหน ไม่อย่างนั้นเธอจะหลงฉันหัวปักหัวปำเหรอ”
“แค่อดีต คุณมั่นใจได้ยังไงว่าลีลาของคุณมันดีสุด ฉันจะบอกเลยนะว่ารสชาติเซ็กซ์ของคุณมันห่วยแตกที่สุด” เธอปรามาสเขาเพราะหวังให้ชายหนุ่มเสียความมั่นใจ แต่นั่นกลับทำให้ภูวริชฟิวส์ขาดทันที
“เออดี งั้นเดี๋ยววันนี้ลองชิมรสเซ็กซ์ห่วยๆ ของฉันแล้วเอาไปเปรียบเทียบกับผัวใหม่เธอดูว่าใครเด็ดกว่ากัน”
ชายหนุ่มบอกแค่นั้นก็ก้าวขึ้นมาบนเตียง ซึ่งยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะพลิกตัวหนี เขากฺจับข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ แล้วจัดการจับแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ด! ปล่อยขาฉันนะ”
“ปากดีท้าทายเองไม่ใช่เหรอ คิดว่าจะหนีไปง่ายๆ หรือไง บอกเลยอย่าฝัน”
ภาพที่คนตัวเล็กหัวเราะมีความสุขกับเชนธวัชมันทำให้เขารุ่มร้อนจนแทบระเบิด จนอยากจะรู้ว่าตลอดห้าปีที่ห่างหายกันไป เธอลึกซึ้งกับผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน
“ฉันยกให้เอง ขึ้นไปนั่งบนรถกับลูกซะ” แม้เสียงจะบอกอย่างติดรำคาญ แต่ชายหนุ่มกลับเดินลงมายกกระเป๋าใบใหญ่ของหญิงสาวขึ้นรถไป จากนั้นก็เดินกลับมานั่งประจำที่อีกครั้ง บรรยากาศภายในรถเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของพรีมลภัสผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จนในรถเงียบเชียบอย่างน่าอึดอัด “หิวอะไรไหม” “ไม่ค่ะ” “แต่เธอไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ” เขานึกขึ้นได้ว่าคนตัวเล็กยังไม่ได้กินอะไรเลย เพราะมาถึงเขาก็เปิดประเด็นเรื่องลูกเลย จึงไม่ได้มีเวลาให้เธอกินข้าว “ฉันไม่หิวค่ะ” “เราไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านดีไหม” “ไม่ค่ะ ฉันไม่อยากกินข้าวกับคุณ” คำพูดสั้นๆ ที่ทำให้อารมณ์ชายหนุ่มขาดผึงทันที เขากำพวงมาลัยแน่น แล้วเหยียบคันเร่งเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่น “กินข้าวกับฉันมันจะตายหรือยังไง ทีเมื่อก่อนเธอไม่ใช่เหรอที่รอฉันกินข้าวทุกวัน!” ภูวริชบอกด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นเมื่ออีกฝ่ายกำลังทำท่าทีต่อต้านและแสดงความรังเกียจใส่เขาอย่างชัดเจน “เหมือนคุณจะลืมไปแล้วว่านั่นมันเรื่องอดีต
“เย้ๆ น้องลูกพีชจะมีคุณพ่อจริงๆ แล้วเหรอคะ น้องลูกพีชดีใจที่สุดเลย” ใบหน้ายิ้มแย้มและมีความสุขของลูกสาวกลับทำให้หัวใจของภูวริชกระตุกอย่างแรง ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดที่จะมีลูกเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยแม้แต่จะจริงจังกับคู่นอนคนไหนแม้แต่พรีมลภัส แต่ ณ เวลานี้เขากลับรู้สึกตัวเองเลวเหลือเกินที่ปล่อยให้ลูกสาวของไปมีชีวิตลำบากแบบนี้ “แล้วน้องลูกพีชอยากไปอยู่กับคุณพ่อไหมคะ” เป็นภูวริชที่ถามลูกสาวออกมา เพราะอยากรู้ว่ทาลูกสาวจะคิดยังไง “ไปค่ะ หนูอยากไปอยู่กับคุณพ่อ แต่หนูขอให้คุณแม่ไปด้วยนะคะ หนูอยากให้เราอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก” คำพูดของลูกกลับเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของพรีมลภัสให้กลัดหนองมากขึ้น บาดแผลเดินโดนกรีดซ้ำ เธอเองก็เคยคิดอยากสร้างครอบครัวกับเขา แต่เขากลับมองเธอเป็นเพียงของเล่นที่มีเอาไว้ฆ่าเวลา แต่พอมาตอนนี้เธอคิดว่าสิ่งเดียวที่เธอจะให้ได้คือหน้าที่ของพ่อแม่ลูกเท่านั้น ส่วนคำว่าครอบครัวมันคงไม่มีทางเป็นจริงได้ สภาวะจำยอมทำให้พรีมลภัสตัดสินใจยอมย้ายไปอยู่บ้านของภูวริช แม้ใจจะไม่อยากทำแบบนั้นก็ตาม แต่เพราะคำขู่ที่ว่าเขาจะทำทุกอย่าง
บทที่ 7อยากทวงความเป็นพ่อ หลังจากที่ไปตรวจดีเอ็นเอกันเมื่ออาทิตย์ก่อน วันนี้ผลตรวจก็ออกแล้ว โดยภูวริชตัดสินใจนัดพรีมลภัสมาเจอกันที่ร้านอาหาร คราแรกเขาบอกจะไปรับเธอ แต่คนตัวเล็กกลับปฏิเสธจนเขารู้สึกหงุดหงิดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อผลทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเจ้าของร่างเล็กก็จูงมือลูกน้อยเดินเข้ามาในร้านอาหารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผิดกับเขาที่กำลังดีใจสุดขีด “อันนี้ผลตรวจ” นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเลื่อนซองสีขาวที่มีข้อมูลผลตรวจดีเอ็นเอ แต่พรีมลภัสกลับแค่ปลายตามองมันแต่ไม่ได้หยิบมันขึ้นมาอ่านแต่อย่างใด “ไม่คิดจะอ่านมันหน่อยเหรอ ผลตรวจน่ะ” พรีมลภัสยังคงนิ่ง แล้วพูดบางอย่างกับชายตรงหน้าจนเขากระหยิ่มยิ้มออกมากับความเด็ดขาดของเธอ “คุณต้องการอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ฉันจะได้กลับ” “เหอะ...เธอรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้ว แต่ยังคิดจะต่อต้านฉันเนี่ยนะ” มุมปากหยักของภูวริชยกขึ้น เมื่อคนตรงหน้ายังคงพยายามท้าทายอำนาจของเขา “แล้วยังไงคะ จริงๆ ฉันว่าเราสองคนไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องอะไรกัน
“ปล่อยมือของฉันนะ” “ไม่ปล่อยมีอะไรไหม และถ้าเธอยังดิ้น เกิดรถแหกโค้งขึ้นมา อย่ามาโทษฉันก็แล้วกัน” พรีมลภัสนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง แต่ก็มิวายมองมือเล็กที่ถูกมือแกร่งของภูวริชจับเอาไว้ตลอดการเดินทาง และเหมือนว่าชายหนุ่มจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ในขณะที่เธอหน้าบึ้งมาตลอดทาง “ถึงแล้วค่ะ จอดให้ฉันกับลูกลงด้วย” ภูวริชมองบ้านหลังเล็กที่ไม่ได้เก่ามาก เขาเพิ่งรู้ว่าเธอหายไปหลายปีเพราะมาอยู่บ้านหลังนี้ “ห้าปีที่ผ่านมาอยู่ที่นี่มาตลอดเลยเหรอ” “ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องรู้ค่ะ” “อย่ามาประชดประชันฉัน ฉันถามก็ตอบ!” “ใช่ค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะที่คุณอยากรู้” เธอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนกับความเอาแต่ใจของชายตรงหน้า “เล็กยังกับรูหนู อยู่เข้าไปได้ยังไง” “ถึงที่นี่จะเล็กกว่าบ้านของคุณ แต่อย่างน้อยมันก็อบอุ่นและเป็นที่ให้ฉันซุกหัวนอนแล้วกันค่ะ อีกอย่างน้องลูกพีชเองก็มีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่” “แน่ใจเหรอว่าน้องลูกพีชมีความสุข ถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกฉันจริงๆ ฉันจะไม่มีวันยอมให้ลูกต้องมาอยู่บ้
“เธอคิดว่าจะปิดเรื่องนี้กับฉันได้เหรอ ฝันไปเถอะ เพราะถ้าน้องลูกเป็นลูกของฉันจริงๆ คนที่มีแต่ตัวอย่างเธอสู้อะไรคนอย่างฉันได้” ชายร่างสูงบอกอย่างข่มขู่ จนหัวอกคนเป็นแม่เจ็บร้าว เขาก็คือเขาที่ยังคงใจร้ายกับเธอเหมือนเดิม “คุณมันเลวที่สุด เลิกกันแล้วแทนที่จะจบกันไป” “หึ...อะไรที่ฉันอยากได้ก็ต้องได้ ไม่มีใครมาห้ามความต้องการของฉันได้หรอก” “คุณแม่ขา...น้องลูกพีชอิ่มแล้วค่ะ” เสียงเล็กของลูกสาวดังขึ้นขัดบทสนทนาของผู้ใหญ่จนพวกเขาต้องปรับสีหน้าให้กลับมาปกติ เพราะไม่อยากให้เด็กน้อยรู้สึกไม่ดี “อิ่มแล้วเหรอคะ งั้นเรากลับบ้านกันเถอะนะ เดี๋ยวเย็นซะก่อน” “กลับกันค่ะ” “เดี๋ยวลุงไปส่งนะครับ” คำพูดของภูวริชดังขึ้นจนคนที่กำลังจูงมือลูกสาวหันขวับ “คิดจะทำอะไร” “หึ...ฉันก็แค่อยากทำหน้าที่พ่อบ้าง” เขายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เมื่อโดนคนตัวเล็กมองค้อน “หายไปตั้งหลายปี คิดจะมาทำหน้าที่พ่อตอนนี้มันไม่สายไปเหรอ” คนตัวเล็กหลุดพูดออกมาอย่างฟิวส์ขาด เพราะเขากำลังยั่วโมโหให้เธอตบะแตก “ยอมรับเองแล้วเหร
บทที่ 6อยากเป็นพ่อ “งั้นเดี๋ยวถ้าถึงบ้านบอกเชนนะ เชนจะได้ไม่เป็นห่วง” “อืม...ไปเถอะ” เชนธวัชเดินหายไปพร้อมกับพี่ยา ขณะที่พรีมลภัสทำการเก็บของเก็บกระเป๋าเพื่อเดินตามออกไปเช่นเดียวกัน แต่เสียงทุ้มของคนที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นมาดักเสียก่อน “ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ ค่อยกลับสิ” เธอก้มมองอาหารที่ยังไม่ได้ถูกแตะเลย เพราะมัวแต่คุยเรื่องการเซ็นสัญญา ถ้าเชนธวัชยังอยู่เธออาจจะกินมันบ้าง แต่ตอนนี้เหลือเพียงภูวริชมันทำให้เธอไม่อยากที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับเขานานเกินไป “ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันไม่ค่อยหิว” “เธอไม่หิว แต่ลูกเธออาจจะหิวก็ได้ไม่ใช่เหรอ” ภูวริชจ้องมองเด็กน้อยที่ยังคงจับจ้องไปที่อาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ จนพรีมลภัสอดสงสารลูกไม่ได้ เพราะไม่เคยจะได้กินของดีๆ ขนาดนี้มาก่อน “คุณแม่ขา...น้องลูกพีชอยากกิน น้องลูกพีชขอกินก่อนได้ไหมคะ” เสียงอ้อนวอนของน้องลูกพีช ทำให้หัวอกคนเป็นแม่อ่อนยวบ จนยอมทิ้งความกลัวของตัวเองเอาไว้ในใจ และเลือกให้ลูกสาวได้กินข้าวตรงหน้าเสียก่อน “ก็ได้ค่ะ” “ขอบคุ
“ไม่ยอมก็เรื่องของผู้หญิงคนนั้น และถ้าน้องลูกพีชเป็นลูกของฉันจริง ฉันไม่มีทางปล่อยพรีมลภัสไปแน่ โทษฐานที่ปกปิดเรื่องลูกกับฉันมาตลอดห้าปี” วัฒนาเพียงส่ายหน้าเบาๆ ความรู้สึกสงสารพรีมลภัสท่วมท้นอยู่ในอก หากเด็กน้อยคนนั้นเป็นลูกสาวของภูวริชจริง อย่างน้อยที่สุดเธอก็ไม่ควรต้องมาแบกรับความคลุม
บทที่ 5 อยากรู้ความจริง พรีมลภัสเดินทางกลับบ้านด้วยร่างกายที่อ่อนล้า ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำตาเอ่อล้นออกมาด้วยความเสียใจ เธอไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเขาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เธอจบกับเขามาเกือบห้าปีแล้ว และเมื่อมาเจอกันอีกครั้งชายหนุ่มกลับทำร้ายจิตใจของเธอให้บอบช้ำอีกครั้ง “พรีม
พรีมลภัสรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่ถูกดันเข้ามาจนสุด เธอทั้งเจ็บทั้งจุกและเสียวในเวลาเดียวกัน ความต้องการที่ถูกปิดตาย แต่ในวันนี้กลับถูกเปิดออกครั้งท่ามกลางความร้อนแรงและความปรารถนา “อ๊า...แน่นมาก” เขาจ้องมองจุดเชื่อมของร่างกายที่บอกให้รู้ว่าร่างกายของพรีมลภัสกลับมาเป็นของเขาอีกครั้ง และม
บทที่ 4ไม่มีวันหนีพ้น ร่างบอบบางถูกจับแก้ผ้าจนเปลือยอยู่บนเตียงกว้าง ภูวริชจ้องมองร่างอวบอิ่มอย่างไม่วางตา จนไม่อยากจะเชื่อว่าร่างกายของเธอจะอวบอิ่มเซ็กซี่มากขนาดนี้ การที่เธอมีลูกไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลง มีแต่สวยมากกว่าเดิม “อย่ามองนะ!” มือน้อยยกขึ้นปิดร่างกายสาว เ







