LOGINด้านภารัณและปารารินพอเดินออกมาจากห้องอาหารแล้วก็เข้าลิฟท์มา ทั้งสองก็แยกตัวห่างกันทันที ก่อนจะมองหน้ากันอย่างโล่งใจ
“เฮ้อ อะไรจะบังเอิญแบบนี้เนี่ย เราเกือบจะโดนแฟนเก่าคุณจับได้แล้วไหมล่ะ นี่ขนาดเลิกกันไปแล้วนะสายตาความหึงหวงแรงมากอ่ะ ” ปารารินพูดบอกไป เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้ เพราะถึงแฟนเก่าของเขาจะพูดน้อยก็เถอะ แต่สายตาของเธอนี่ดูไม่พอใจเธออย่างชัดเจนเลย “ปิ่นเขาดูหวงผมงั้นเหรอ ผมไม่เห็นเขาจะพูดอะไรเลย” ภารัณถามออกไป เพราะว่าปิ่นแก้วไม่ได้พูดอะไรที่จะสื่อไปว่าเธอหึงหวงเขาเลยสักนิด อีกอย่างเขาและเธอก็เลิกกันมาสามปีแล้ว เธอไม่น่าจะมีความรู้สึกพวกนั้นหลงเหลืออยู่ “ไม่พูดไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึกนิคุณ ผู้หญิงน่ะเข้าใจยากจะตายไป แล้วเขาก็ดูเหมือนจะไม่พอใจที่ฉันเป็นแฟนของคุณเลยอ่ะ ฉันว่าเขาคงจะยังลืมคุณไม่ได้แน่เลย ว่าแต่พวกคุณเลิกกันเพราะอะไรอ่ะ” ปารารินถามออกไปอย่างอยากรู้ “ผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของคุณ นี่มันใช่เรื่องของคุณหรือไง” ภารัณพูดไปก็เมินหน้าหนีไม่ตอบคำถามของเธอ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเอามาพูดบอกใครที่ไม่สนิท “เออ มันไม่ใช่เรื่องของฉันหรอก ถ้าคุณไม่บังเอิญเอาฉันไปเป็นแฟนปลอมๆของคุณ เฮ้อ ช่างเถอะ ฉันอยากจะหลุดพ้นจากเรื่องบ้าๆนี่เต็มทีแล้ว ทีนี้เราแยกย้ายกันได้หรือยัง” ปารารินมองเขาและเบะปากใส่อย่างหมั่นไส้เขาที่ไม่ยอมบอกเธอ “งั้นก็ออกไปคุณสิ จะรอให้ลิฟท์มันงับตัวคุณหรือไง” ภารัณพูดบอกไปแล้วเธอด้วยสายตากวนๆ เพราะตอนนี้ทุกอย่างก็จบลงแล้วและเทาเคชิก็ยังยินยอมเซ็นต์เอกสารให้เขาอย่างเรียบร้อย และเขายังทำให้ทาเคชินั้นรู้ว่าเขามีแฟนแล้วทีนี้เขาก็หวังว่า ทาเคชิจะไม่ยัดเหยียดลูกสาวของตัวเองมาให้เขาอีกต่อไป “อืม ฉันช่วยคุณตามที่คุณขอแล้วก็จบสักทีนะ หวังว่าเรื่องที่คุณจะจับฉันขึ้นโรงพักคุณจะลืมๆมันไปซะนะ อ่อ แล้วเรื่องที่คุณขู่ว่าจะยกเลิกทุนที่มหาวิทยาลัยขอฉันก็ด้วย เพราะฉันก็ช่วยเป็นแฟนให้คุณต่อหน้าคุณทาเคชิแล้วก็แฟนเก่าอะไรของคุณนั่นไปแล้ว แถมฉันยังต้องมาเปลืองตัวให้คุณหอมแก้มอีก เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถือว่าจบ โอเคนะ" ปารารินพูดออกไป เพื่อย้ำให้เขารู้ว่าตอนนี้ทุกอย่างจบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเขาไม่มีสิทธิ์เอาอะไรมาต่อรองกับเธออีก "อืม นี่กระเป๋าของคุณเอากลับคืนไปซะ" ภารัณพูดบอกไปก็หยิบการะเป๋าสตางค์ของเธอที่เขายึดมาให้กับเธอคืนกลับไป เพราะตอนนี้เธอก็ช่วยเขาตามที่ตกลงกันเอาไว้แล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องยื้ออะไรเธออีก "อืม ขอบคุณที่ทำตามสัญญา ฉันไปล่ะและหวังว่าเราอย่าได้เจอกันอีกเลย บาย” ปารารินรับกระเป๋าสตางค์ของตัวเองมา แล้วก็เอ่ยพูดบอกไปทันที ก่อนจะทำท่าจะเดินออกไป “เดี๋ยว มันยังไม่จบ เรายังมีเรื่องที่ต้องคุยกันอีก” ภารัณพูดไปก็รีบเอามือคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ไม่ให้ไป เพราะเขาและเธอยังมีเรื่องทุนที่ถูกสับเปลี่ยนนั่นอยู่ “บอกกันดีๆก็ได้ไหมคุณ ไม่เห็นต้องจับไม้จับมือกันเลย ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้” ปารารินพูดไปก็มองเขาแบบจดจ้อง “ผมก็ไม่ได้อยากจะจับมือคุณนักหรอก ก็แค่อยากจะคุยกับคุณเรื่องทุนที่คุณมากล่าวหาผมนั่นแหละ ผมต้องการรู้ว่าเรื่องนี้อย่างละเอียด เพราะผมไม่ชอบให้ใครมากล่าวหาผมโดยไม่มีหลักฐานแล้วพูดลอยๆแบบนี้” ภารัณพูดบอกไปก็ยอมปล่อยมือของเธอ ก่อนจะมองเธออย่างหมั่นไส้ ผู้หญิงอะไรเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย “ฉันไม่ได้กล่าวหาแต่มันคือเรื่องจริง ก่อนที่จะประกาศผลอาจารย์ที่ฉันสนิทด้วยเขาได้บอกกับฉันแล้วว่าในใบประกาศจะมีชื่อของฉัน แต่พอวันประกาศผลบริษัทของคุณก็ได้เปลี่ยนใบประกาศใหม่พร้อมกับมีการปรับเปลี่ยนรายชื่อ และผู้หญิงที่ได้ทุนแทนฉันไปเขาพูดบอกฉันเองว่าเขานอนกับคุณเพื่อที่จะได้ทุนไปเรียนต่อ แล้วคุณก็ยกทุนของฉันให้กับเขาไปจริงๆ นี่ไงคะหลักฐาน เรื่องมันก็มีแค่นี้แหละ คุณคงไม่คิดว่าฉันจะกล่าวหาคุณลอยๆหรอกนะคะ” ปารารินพูดบอกเขาไปตามตรงๆ และเธอก็มั่นใจในความถูกต้องของตัวเอง ภารัณได้ยินเธอเล่ามาแบบนั้นก็คิดภาพตามแล้วนึกในใจว่าเขากำลังพลาดอะไรไปบางอย่าง และเขาจะต้องทำเรื่องนี้ให้มันถูกต้อง บริษัทของเขาจะมีเรื่องเสื่อมเสียอย่างนี้ไม่ได้ “อืม ผมเข้าใจแล้ว พรุ่งนี้บ่ายๆคุณเข้าไปพบผมที่บริษัทได้เลย ผมจะชี้แจงเรื่องทั้งหมดให้คุณได้รู้ว่าที่ทุนของคุณที่ถูกสับเปลี่ยนไปน่ะใครเป็นคนทำกันแน่ เพราะผมไม่เคยนอนกับนักศึกษาด้วยเรื่องเลวๆแบบนี้ อ่อ แล้วมาให้ตรงเวลาด้วยนะ ผมไม่ได้ว่างมารอคุณทั้งวัน” ภารัณพูดบอกไปก็อามือใส่ในกระเป๋ากางเกงอย่างเท่ห์ๆ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที “หืม ไอ้ขี้เก๊ก ฉันจะคอยดูว่าพรุ่งนี้คุณะแก้ตัวยังไง” ปารารินพูดออกไปแล้วก็ทำหน้าทำตาใส่ภารัณออกไปอย่างอดไมได้ เพราะเธอไม่คิดเลยว่าตัวจริงเขาจะเป็นคนที่กวนโมโหได้มากขนาดนี้ คิดแล้วปารารินก็เดินไปเรียกแท็กซี่ ให้ไปส่งที่ร้านของชงโคและพีชญาทันที เพราะเรื่องนี้ต้องระบาย ณ ร้านกาแฟ พอปารารินมาถึงร้านของเพื่อนสาว เธอก็เข้าไปดึงตัวเพื่อนสาวทั้งสองให้หยุดทำงาน โดยมีพนักคอยทำงานของเพื่อนสาวช่วยทำต่อ แล้วจากนั้นเพื่อนสาวทั้งสองก็มานั่งฟังเรื่องที่เกิดขึ้นกับปารารินในวันนี้แบบจริงจัง และปารารินก็เล่าตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียด “โอ้ มาย ก็อต ยัยปราง เจอกันวันเดียวก็ยอมให้เขาหอมแก้มแล้วเหรอยะ แรดมาก” พีชญาพูดลากเสียงยาวออกไปด้วยเสียงตื่นเต้นที่ได้ฟังเรื่องราวของเพื่อนสาวที่ฟินจนเธออดยิ้มไม่ได้ “ก็สถานการณ์มันพาไปไหมแก แล้วนี่ฉันเล่าไปตั้งเยอะแยะ แกโฟกัสแค่เรื่องนี้เนี่ยนะยัยพีช เฮ้อ” ปารารินพูดไปก็ถอนหายใจก่อนจะเอามือแตะที่หัวแบบเหนื่อยใจ “ก็คิดแล้วมันฟินแทนอ่ะแก แกก็แอบชอบเขามาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ อยู่ๆก็ได้แกล้งเป็นแฟนปลอมๆของเขา แถมเขายังหอมแก้มแกอีก ต้องมีบุญเบอร์ไหนถึงจะโชคดีแบบนี้ยะ ฉันล่ะอิจฉาแกจริงๆยัยปราง” พีชญาพูดตอบเพื่อนสาวไปก็ยิ้มอย่างเพ้อๆ เพราะภารัณนั้นหล่ออย่างกับดาราแบบนั้น เพื่อนสาวของเธอคงจะเขินข่าดู “พอเลยๆ มีบงมีบุญอะไรกันเขาไม่ใช่เทพบุตรสักหน่อย ก็แค่คนกวนประสาทคนนึงเท่านั้นแหละ แล้วที่สำคัญฉันก็ไม่ได้ชอบเขาแล้ว แกลืมไปแล้วหรือไงว่าเขาทำให้ฉันไม่ได้ไปเรียนต่อเมืองนอกน่ะ” ปารารินพูดออกไปแล้วทำหน้าบึ้งออกไปอย่างพยายามไม่คล้อยตามคำพูดของเพื่อนสาว “แต่เขาก็ไม่ยอมรับไม่ใช่เหรอ แถมเขายังจะหาความจริงมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองอีก ถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้ทำจริงๆ แกจะทำยังไงยัยปราง” ชงโคถามออกไปอย่างใช้เหตุผล “ก็จะทำยังไงล่ะแก ฉันก็หน้าแตกน่ะสิที่ไปว่าเขาแบบนั้น แต่ฉันว่าไม่หรอกไม่งั้นยัยพิมมันไม่มั่นหน้าพูดกับฉันอย่างภูมิอกภูมิใจอย่างนั้นหรอก ทุนไปเรียนต่อเมืองนอกนะแก เขาจะไม่รู้เรื่องเลยจริงๆเหรอ ดีไม่ดีๆเขาจะหาแพะรับบาปมารับความผิดแทนเขาก็ได้ใครไปรู้” ปารารินพูดออกไปอย่างไม่อยากปักใจเชื่อว่าเขาจะไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ “ก็ไม่แน่นะแก บางทียัยพิมอะไรนั่นมันอาจพูดเอาเองลอยๆก็ได้ หรือมันอาจมีเรื่องที่ซับซ้อนมากกว่านั้น ใครจะไปรู้ล่ะ ” พีชญาพูดเสริมออกไปอีกคนถึงความน่าจะเป็นไปได้ “จริง ฉันว่าแกรอดูพรุ่งนี้เถอะ ถ้าเขาไม่ไม่ได้ทำอะไรผิดแกรุกเขาเลยนะยัยปราง โอกาศได้ใกล้ชิดตัวเป็นๆกับเขาไม่ได้มีบ่อยๆด้วย แกต้องลุยเลยนะเข้าใจไหม” ชงโคพูดบอกไป เพราะเห็นว่าเพื่อนสาวชอบไอ้หมอนี่มานาน และถ้าเขาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ปารารินจะไม่ชอบเขานิ“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ







