Masuk“ค่ะ แล้วภาจะต้องเข้างานกี่โมง อะไรยังไงบ้างคะ” ภาริดารีบถาม เขาหัวเราะเชิงเอ็นดู เพราะเธอตื่นเต้นจนปิดไม่มิด
“เริ่มงาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น โต๊ะทำงานของเธอจะอยู่ข้างๆ พี่ตา เธอมีหน้าที่เตรียมกาแฟ และอาหารเช้าให้ฉันก่อน 9 โมงเช้า เพราะฉันจะมาทานมื้อเช้าที่ทำงานทุกวัน นอกจากนี้ก็ช่วยพี่ตาจัดทำเอกสารการประชุม เวลามีประชุมก็จดรายละเอียดการประชุม บางครั้งต้องแกะเทปห้องประชุมเพื่อมาทำเป็นรายงานสรุปผลการประชุม ถ่ายเอกสาร แล้วก็ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ พี่ตา” เขมกรอธิบายขอบเขตงานคร่าวๆ ให้ภาริดาฟัง เธอหยิบสมุดและปากกาขึ้นมาจดทันที
“ค่ะ”
“เอาล่ะ... วันนี้ก็มีเท่านี้ ลงไปกินกาแฟกันนะ” เขาปิดแฟ้มเอกสารแล้วลุกขึ้นยืน ภาริดารีบลุกตาม เธออึกอัก รู้สึกเกรงใจเขาอย่างบอกไม่ถูก
“ภาไม่ดื่มกาแฟค่ะ”
“ไม่ดื่มกาแฟก็ไม่เป็นไร มีเครื่องดื่มอย่างอื่นเยอะแยะ ไปๆ ไม่ต้องเกรงใจ” เขาเดินนำเธอไปที่ประตู ภาริดารีบเดินตามเขาต้อยๆ ลงไปร้านกาแฟชั้นล่างของบริษัททันที
เมื่อถึงร้านกาแฟ ภาริดาสั่งนมเย็น เขมกรเห็นเธอมีท่าทีเกรงใจจึงสั่งขนมเค้กให้เธออีก เขาลอบมองเธออยู่บ่อยครั้ง เธอมีใบหน้าขาวใสน่ารัก ดวงตากลมโตแจ๋ว มองยังไงก็ไม่เบื่อ
“ตอนนี้เธอพักอยู่ที่ไหน” เขาเริ่มบทสนทนา หลังเห็นเธอเกร็งๆ ไม่กล้าเงยหน้าสบตาเขา จ้องมองแต่แก้วชานมอยู่อย่างนั้น
“อยู่หอหญิงข้างมหาวิทยาลัยค่ะ”
“ใกล้กับบริษัทเลย แล้วบ้านเธอล่ะ อยู่ที่ไหนเหรอ” เขาถามอีก เขมกรต้องการทราบข้อมูลส่วนตัวเธอให้ได้มากที่สุด
“อยู่แถวนนทบุรีค่ะ”
“อ้อ... ถ้าอยู่บ้านก็เดินทางลำบากพอสมควร”
“ใช่ค่ะ ลำบากมาก รถก็ติด” เธอแอบบ่นเบาๆ เขมกรยิ้มอย่างเอ็นดู
“เธอมีพี่น้องกี่คน อยู่กับใครบ้างเหรอ” เขาถามอีก ภาริดาเงยหน้ามองว่าที่เจ้านายด้วยสายตาแปลกๆ เป็นเชิงสงสัย ว่าทำไมเขมกรถึงอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเธอนัก
“มีน้องชายคนเดียวค่ะ ที่บ้านก็อยู่กันกับแม่และน้องชาย ส่วนพ่อเสียไปตั้งแต่ภาอายุ 10 ขวบแล้วค่ะ” แม้ว่าเธอจะสงสัย แต่ก็ยอมตอบคำถามเขมกร เพราะเธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก
“อืม...” เขาครางต่ำๆ แล้วก็ก้มมองนาฬิกา แม้ว่าตอนนี้จะใกล้ถึงเวลาเข้าประชุมแล้ว แต่เขายังอยู่นั่งมองหน้าเธออยู่อย่างนั้นอีกสักพัก เสียแต่ว่าจู่ๆ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และทำสีหน้ายุ่งยาก
“คุณเขมคะ ภาต้องขอตัวก่อนนะคะ ลืมไปเลยว่าบ่ายนี้มีนัดกับเพื่อน” เธอรีบบอกเขมกร เขางุนงงกับท่าทางเร่งรีบแบบผิดปกติของเธอ ในใจก็นึกอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอมีนัดกับเพื่อน หรือว่าเธอนัดกับแฟนเอาไว้
“โอเค ยังไงพรุ่งนี้เจอกันนะ”
“ค่ะ ขอบคุณสำหรับขนมวันนี้มากนะคะ” เธอรีบยกมือไหว้ และรีบเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งให้เขมกรยืนมองเธอไปจนลับสายตา ในใจนึกเพียงแค่ว่าขออย่าให้เธอมีแฟนเลย เขาพร้อมที่จะดูแลเด็กผู้หญิงคนนี้มากที่สุด
ผ่านไป 1 เดือนแล้วที่ภาริดาเข้ามาฝึกงานที่บริษัท ระหว่างนี้เขมกรพยายามหยอด เล่นมุกจีบหลายอย่าง แต่ดูเหมือนว่าภาริดาจะไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย จนเขาแทบจะท้อถอยเสียแล้ว
แต่เมื่อพูดถึงเรื่องงาน เขมกรยอมรับเลยว่าภาริดาเก่ง เรียนรู้เร็วและขยันมาก เธอจะมาทำงานเช้าในทุกวัน ดูจากเวลาสแกนนิ้วเข้างานแล้ว เขาพบว่าภาริดาจะมาถึงบริษัทก่อน 8 โมงเช้าเสมอ และเธอเองก็เตรียมอาหารเช้ากับกาแฟให้เขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมยังจัดหาผลไม้ให้ด้วย เธอชอบพูดว่าเขาไม่ค่อยกินผัก ผลไม้ เกรงว่าจะขาดสารอาหาร จึงเตรียมมื้อเช้าที่มีโภชนาการครบ 5 หมู่ไว้เสมอ ทำให้เขาประทับใจเธอมากกว่าเดิมอีก
“ขออนุญาตค่ะ” และวันนี้ก็เช่นเดิม ภาริดาเดินยกถาดอาหารเข้ามาในห้องทำงานของเขา เขมกรเงยหน้ามองหญิงสาวอย่างชื่นชม นอกจากเรื่องทำงานแล้วเขายังประทับใจในเรื่องการวางตัวอีกด้วย ภาริดาวางตัวกับพนักงานคนอื่นๆ ได้ดีทุกคน แม้ว่าจะมีพนักงานบางกลุ่มพูดจาจิกกัดเพราะหมั่นไส้ที่เธอได้ทำงานใกล้ชิดเขามากกว่าคนอื่นก็ตาม แต่ก็ไม่ส่งผลให้เธอทำงานแย่ลงหรือนอยส์กับเรื่องที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้เธอยังแต่งกายเรียบร้อย ทั้งเสื้อนักศึกษาที่ไม่รัดรูปและเธอมักจะใส่กระโปรงพลีท บางวันเธอก็เปลี่ยนมาใส่กระโปรงทรงเอ แต่ก็มีความยาวคลุมเข่าเสมอ
วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ภาริดาเคาะประตูห้อง ก่อนจะเดินเข้ามา เธอแต่งกายน่ารักเรียบร้อยเหมือนเช่นทุกวัน กระโปรงพลีทคลุมเข่าสีดำสนิทกับเสื้อนักศึกษาพอดีตัว ผมยาวๆ ถูกปล่อยสยายไปจนถึงกลางหลัง
เขาไม่เคยเห็นเธอแต่งหน้าเลยสักครั้ง เห็นเพียงช่วงพักกลางวันที่เธอมักจะหยิบแป้งเด็กขึ้นมาทาบางๆ กับลิปสติกสีชมพูอ่อน
เธอถือถาดใส่อาหารมื้อเช้าและกาแฟมาให้เขาตามปกติ วันนี้เธอจัดข้าวต้มปลา ผลไม้หลายชนิด ขนมปังทาเนย และกาแฟสดแบบง่ายๆ มาให้เขา เขามองเธออย่างเอ็นดู
“ขอบคุณมากนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอยิ้มรับอย่างอ่อนหวาน ขณะที่เธอกำลังหยิบแก้วกาแฟยกให้เขา เขมกรฉวยโอกาสกุมมือเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา ภาริดาตาโต มือสั่นระริกกับความอบอุ่นของอุ้งมือชายหนุ่ม เขมกรหัวเราะเสียงเบากับท่าทางหวาดกลัวของกระต่ายน้อยตรงหน้า
“คุณเขม...”
“มาทำงานแต่เช้าทุกวัน กลับก็หลังสุด ไม่เหนื่อยหรือไง”
“มะ... ไม่ค่ะ” เธอตอบอ้อมแอ้ม หลบสายตาเป็นพัลวัน เขายังไม่ยอมปล่อยมือเธอออก
“ถ้าเหนื่อยก็บอกนะ เธอจะหยุดพักก็ได้ ฉันอนุญาต”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณเขม ภาไม่เหนื่อยเลย เอ่อ... คุณเขมปล่อยมือภาก่อนนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” เธอเตือนเขาเสียงเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ เขมกรถือวิสาสะลูบๆ คลำๆ มืออย่างนึกแสนเสียดายอยู่ครามครัน ยังไม่ทันที่เขาจะปล่อยมือเธอ ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดโดยเพื่อนสนิทที่ไม่รู้จักมารยาท
“ไอ้เขม!” วัชระเดินเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ เขาชะงักฝีเท้าทันทีที่เห็นเพื่อนรักกำลังแต๊ะอั๋งเด็กฝึกงาน
“ฮะ...แฮ่ม... ขอโทษที่ขัดจังหวะ” วัชระพูดแก้เก้อ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเจอภาริดา ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาวัชระมาหาเขมกรที่ทำงานบ่อยครั้ง และมักจะเห็นเขมกรลอบๆ มองๆ เด็กสาวคนนี้อยู่เสมอ
“รู้ตัวก็ดี...” เขมกรพูดด้วยความอารมณ์เสีย เขาเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างเซ็งๆ
“เที่ยงนี้น้องภามีนัดไปกินข้าวกับใครหรือเปล่าครับ พี่ว่าจะชวนไป...”
“ไอ้วัช!” วัชระไม่ทันพูดจบ เขมกรก็พูดสวนขึ้นมาทันที เขามองเพื่อนตาขวาง
“อะไรล่ะไอ้เขม ขัดจังหวะทำไม ฉันจะคุยกับน้องเค้า” วัชระแสร้งตีหน้าซื่อ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ต่างจากเขมกรที่เริ่มเดือดปุดๆ
“ภา... มีงานอะไรก็ไปทำ” เขมกรโบกมือไล่หญิงสาว ภาริดาก้มหน้ารับคำสั่งแล้วรีบเดินออกจากห้องไปทันที เพราะเธอเองก็ไม่ค่อยชอบเพื่อนเจ้านายคนนี้เท่าไหร่ วัชระชอบมองเธอด้วยสายตาจาบจ้วงอยู่เสมอ
“เฮ้ย... ไอ้เขม... ฉันยังคุยกับน้องเค้าไม่จบเลย”
“คุย... คุยทำไม แกมีธุระอะไรจะต้องคุยกับน้องเค้าวะ” เขมกรทำหน้าจริงจังใส่
“ก็น้องเค้าน่ารักดี ฉันอยากรู้จักเป็นการส่วนตัว” วัชระสารภาพ
“ไม่ได้! น้องภายังเด็กอยู่ แล้วอีกอย่างแกก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว” เขมกรรีบดักทาง ทำให้เพื่อนอย่างวัชระกรอกตามองบนอย่างเซ็งๆ
“แฟนฉัน ฉันเอาไว้บนหิ้งโว้ย!”
“น้องภาเป็นเด็กน่ารัก เรียบร้อย นิสัยดี มีน้ำใจ ขยันขันแข็ง ไม่เหมาะที่จะเป็นของเล่นให้แก” เขมกรชี้หน้า วัชระถึงกับยิ้มที่มุมปาก
“ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าจะจีบน้องเค้า ฉันแค่อยากรู้จักน้องเค้าเฉยๆ”
งานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานเริ่มขึ้นในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขมกรชวนพนักงานบริษัทมาเกือบหมด ใครว่างมาก็มา ใครไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ถือเป็นการกินเลี้ยงแบบครอบครัว ภาริดาได้รับการยอมรับจากคนอื่นมากขึ้น ยกเว้น...“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าเธอไปคบกับคุณเขม” กฤตติกาถามภาริดาอย่างโกรธๆ“ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ...”“ไม่สำคัญได้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนฉัน และคุณเขมก็เป็นผู้บริหารของบริษัท” กฤตติกายังคงโวยวายไม่หยุด เธอมองภาริดาด้วยสายตาโกรธเคือง“เอาน่า... ยังไงเรื่องก็ผ่านมาแล้ว ฉันขอโทษเธอด้วยแล้วกัน” ภาริดายิ้มหวานใส่เพื่อนตรงหน้า แม้จะรู้ว่ากฤตติกาเป็นคนอย่างไร แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อน เธอก็ต้องใส่ใจบ้าง“ฉันให้อภัยก็ได้!” กฤตติกาพูดด้วยน้ำเสียงสะบัดงอนก่อนจะเดินเข้าไปในงานเลี้ยง เขมกรแอบมองดูภาริดาอยู่ห่างๆ ไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากนัก แต่เขาเองก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขมกรพาภาริดากลับมาที่คอนโดช่วงดึก วันนี้เธอเผลอดื่มไวท์ไปแก้วเดียว แต่ทำให้เธอมึนๆ ยืนไม่ค่อยอยู่ พอมาถึงห้องเธอก็ล้มตัวนอนทันที ชายหนุ่มเดินตามไปติดๆ เขาพลิกเธอให้นอนหงาย เรือนร่างบอบบาง แต่อวบอัดในช่วงห
“เปลี่ยนไปยังไง”“คุณเขมอ่อนโยนขึ้น ดีกับภามากขึ้น”“เมื่อก่อนฉันไม่ดีกับเธออย่างนั้นเหรอ”“ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงดังฟังชัด เขมกรหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ“คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ ไม่เห็นจะแปลก”“คุณเขมอย่าให้ความหวังกับภาได้ไหมคะ ภาอยากให้คุณเขมปากร้าย ใจร้ายกับภาเหมือนเดิม ภาจะได้ตัดใจจากคุณเขมง่าย เวลาที่คุณเขมไม่ต้องการภาแล้ว ภาจะได้ไม่เสียใจ” ภาริดาพูดเสียงแผ่วลง เขมกรนิ่งเงียบ รับฟังทุกคำพูดจากหญิงสาว หัวใจของเขาเต้นแรง ตื่นเต้นเมื่อได้รับฟังความรู้สึกของหญิงสาว เขาเงียบ ไม่พูดไม่ตอบอะไรเธอทั้งนั้น ทำให้ภาริดาใจเสียยิ่งกว่าเดิม เธอนั่งเหม่อมองออกนอกหน้าต่างจนถึงคอนโดในค่ำคืนนั้นเขมกรรักภาริดาเต็มที่ เธอสวยงามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เด็กสาวที่มักจะอยู่ในชุดนักศึกษา ไร้เครื่องสำอาง วันนี้กลายมาเป็นนางพญาที่เดินเคียงคู่กับเขา เขมกรเพ่งมองใบหน้าอันงดงามสดใสของเธอแล้วยิ่งตกหลุมรัก เธองามทั้งภายในและภายนอก ทั้งเข้มแข็ง อดทน ขยัน กตัญญูกับบุพการี และไม่เคยอวดอ้างคุณงามความดีเลยสักครั้ง ความดีของเธอทำให้เขาใจอ่อน อยากจะดูแลเธอไปตลอดทั้งชีวิต!ช่วงวันหยุดภาริดายังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือน
“จริงๆ เธอป่วยอยู่แล้ว ไม่ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้”“ภาหายป่วยแล้วค่ะคุณเขม ว่าแต่... คุณเขมซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ” เธอเดินเข้าไปใกล้ เขมกรยื่นถุงจากห้างสรรพสินค้าให้เธอ“ชุดราตรีและรองเท้า ฉันซื้อให้เธอใส่ไปงานเลี้ยงของบริษัทพรุ่งนี้” เขาบอกและยิ้มให้ ภาริดาตาโต“อะไรนะคะ!”“เธอได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันจะให้เธอไปงานเลี้ยงบริษัทคืนพรุ่งนี้พร้อมกับฉัน ไปกับฉันในฐานะแฟน”“คุณเขม!” ภาริดาเรียกเขาอย่างตกใจ เขมกรเห็นใบหน้าที่มีแต่ความตกใจแล้วก็นึกขัน“ตกใจอะไรกัน ไม่เห็นจะน่าตกใจตรงไหนเลย”“คุณเขมกำลังทำอะไรอยู่ รู้ตัวไหมคะ” เธอถามเสียงดัง“รู้สิ ทำไมฉันจะไม่รู้”“คุณเขมจะเปิดตัวภาในฐานะแฟนทำไม ในเมื่อภาอยู่กับคุณเขมในฐานะเมียเก็บ ภาเป็นแค่เมียเก็บคุณเขม ไม่ได้เป็นแฟน คุณเขมไม่จำเป็นจะต้องให้ภาไปเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเรามันพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ได้” เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาและกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เขมกรยิ้มละมุนให้เธอ“แต่นี่จะเป็นทางเดียวที่จะสยบข่าวลือระหว่างเราได้นะ เธอไม่อยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเหรอ”“ภาอยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ แต่ภา... คิดว่าม
“เราสองคนคบกันมานานแล้ว คบกันก่อนที่ภาจะมาฝึกงานที่นี่ แต่ที่ผมต้องปิดบังเพราะไม่อยากให้ภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านและเป็นที่ครหา แต่ในเมื่อเรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป” เขมกรบอกชนิตา เหมือนกับที่เตี๊ยมกับภาริดาไว้ตั้งแต่ตอนแรก ชนิตาได้ยินก็แปลกใจ เพราะเห็นตอนแรกๆ เขมกรทำท่าจะจีบภาริดา ไม่คิดว่าคบกันมาก่อนแล้ว“ค่ะ พี่ก็คิดว่าที่คุณเขมทำแบบนี้ก็เหมาะสมแล้ว แล้วเรื่องที่คนอื่นเขาพูดกันล่ะคะ”“ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไป มันห้ามกันไม่ได้นะเรื่องแบบนี้” เขมกรลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย ภาริดานั่งก้มหน้านิ่ง มือไม้สั่นไปหมด“อีกไม่นานน้องภาก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว ไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก่อนเลย” ชนิตาบ่น“ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะพี่ตา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ภาเตรียมใจรับไว้แล้ว” ภาริดาพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน“ภาฝึกงานเมื่อไหร่ ฉันจะเปิดตัวภาทันที” เขมกรบอก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่ได้บอกภาริดาตั้งแต่แรก นอกจากชนิตาจะแปลกใจแล้ว ยังสร้างความตกใจให้กับภาริดาด้วย“ดีแล้วค่ะ น้องจะได้ไม่เป็นขี้ปากชาวบ้านอีก”ชนิตาและภาริดาออกจากห้องไปแล้ว เขมกรทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้เลยจริงๆ ภา... ฉันผิดหวังในตัวเธอมาก” กฤตติกาเดินเข้ามาหาภาริดา หญิงสาวยืนนิ่ง ไม่พูดไม่จา ไม่แก้ข่าว ไม่ปฏิเสธ ไม่อะไรทั้งนั้น ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เธอเม้มริมฝีปากแน่นและหันหลังเดินออกไป ท่ามกลางเสียงนินทาของผู้คนที่ทำงานในบริษัท“ภา พี่มีเรื่องจะถาม!” ชนิตาลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นภาริดาเดินมา ภาริดามีสีหน้านิ่งเรียบ เหมือนกับทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น“อะไรเหรอคะพี่ตา”“คนในบริษัทเม้าท์กับว่าภาเป็นไซด์ไลน์ เอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงานกับคุณเขมเหรอ” ชนิตาถามไปตามตรงตามสไตล์ผู้หญิงตรงไปตรงมา ภาริดามองพี่เลี้ยงฝึกงานอย่างชั่งใจ“พี่ตาคิดกับเรื่องนี้ยังไงคะ เรื่องที่ภาเอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงาน” ภาริดาไม่ตอบคำถาม เธอย้อนถามกลับ“พี่ก็งงว่าไปเอามาจากไหนกัน เพราะคนที่เป็นคนกรอกคะแนนฝึกงานคือพี่เอง ไม่ใช่คุณเขม และคุณเขมก็ไม่ได้มากำชับอะไรกับพี่ด้วย ถ้าคะแนนฝึกงานของภาจะมากกว่าคนอื่นๆ ก็ไม่แปลก เพราะภามาทำงานก่อนเวลา กลับทีหลัง ทำงานดีไม่มีที่ติ ก็สมควรจะได้คะแนนเยอะอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคุณเขม...” ชนิตายั้งปากอย่างช่างใจ เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือไม่“ภาไม่อยากพูดอะไรท
“คุณเขมไม่น่าไปนั่งกินข้าวกับภาที่โรงอาหารเลยนะคะ” ภาริดาบอก หลังกลับมาถึงคอนโด เธอมีสีหน้าเครียดๆ“ทำไมล่ะ”“คนอื่นมองคุณเขมกับภาไม่ดี พนักงานในบริษัทน่าจะรู้เรื่องของเราหมดแล้ว”“ช่างมันสิ อยากจะรู้ก็ให้รู้กันไป จะไปสนใจทำไม” เขายังนอนอยู่บนเตียงอย่างไม่ยีหระ ต่างจากหญิงสาวที่นั่งลงและถอนหายใจ คืนนี้เธอสวมชุดนอนที่เขาซื้อให้ เป็นชุดสายเดี่ยวเนื้อผ้านุ่มลื่น เผยให้เห็นถึงหน้าอกอวบอิ่มและเรียวขาสวย“คุณเขม...” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร เสียงไลน์ในโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้นรัวๆ เธอหยิบโทรศัพท์จะเปิดดู แต่เขมกรก็คว้าเอาไว้เสียก่อน เขาให้เธอปลดล็อกรหัสให้และเข้าไปดู เห็นอนุทัตส่งข้อความมาถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขมกร ชายหนุ่มที่นอนบนเตียงหัวเราะในลำคอและยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการชั่วร้ายเขมกรอ่านแต่ไม่ตอบ ส่วนคนต้นทางได้แต่ว้าวุ่นใจ อนุทัตจึงตัดสินใจโทรหาภาริดา เขมกรจึงใช้โอกาสนี้รับสายโทรศัพท์เสียเอง“น้องภา ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบพี่ล่ะครับ” อนุทัตถาม เขมกรจึงเปิดลำโพงเพราะต้องการให้ภาริดาได้ยินด้วย เธอทำหน้าปั้นยาก“น้องภาเข้าห้องน้ำ มีอะไรฝากไว้ไหม” เขาตอบ ภาริดารีบส่ายหน้า และพยายามแย่ง







