LOGINเพราะความจำเป็น ทำให้ภาริดาต้องก้าวเข้าสู่วงการค้ากาม แต่... ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่มาซื้อบริการเธอคนแรก คือคนที่เธอรักจนหมดหัวใจ... “ตกใจเหรอ ที่เห็นฉันมาที่นี่” “คุณเขม คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ แล้วคุณแดน...” “แดน... นั่นมันชื่อที่ไอ้วัชมันตั้งขึ้นมาเท่านั้นแหละ ถ้าฉันไม่เห็นกับตาตัวเอง ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าเธอจะทำอาชีพนี้ ขายมานานแล้วหรือยัง” “คุณเขมไม่ต้องสนใจหรอกค่ะว่าภาขายมานานหรือไม่นาน เพราะภาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามลูกค้า สิ่งที่ภาทำคือการให้บริการลูกค้าให้มีความสุขที่สุดเท่านั้น!” แต่ใครจะรู้ว่าผู้ชายที่แสนดีคนนี้ เบื้องลึกแล้วเร่าร้อนรุนแรงแค่ไหน เพียงครั้งแรกเธอก็แทบคลานออกจากเตียง!
View Moreเด็กสาวมหาวิทยาลัยผมยาวดำสลวยถึงแผ่นหลัง กำลังยืนเงอะๆ งะๆ อยู่หน้าบริษัท ภูษิตธรเอ็นเจียเนียร์ริ่ง จำกัด บริษัทจัดจำหน่ายเครื่องจักรเย็บผ้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย ทั้งนำเข้า ส่งออก คิดค้นนวัตกรรมสำหรับการเย็บผ้าทุกชนิด เธอเลือกบริษัทนี้เพราะอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนัก อีกอย่างหนึ่งคือเธอเช่าหออยู่ใกล้มหาวิทยาลัยในราคาไม่แพง หากจะต้องย้ายไปฝึกงานไกล เธอจะต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการหาหอพัก และขนย้ายข้าวของเครื่องใช้อีก เธอจึงตัดสินใจฝึกงานที่นี่ และเธอคิดว่าตัวเองคงได้ฝึกงานตรงกับสายวิชาที่เรียนมา
เธอยืนรอเพื่อนอีกคนหนึ่งนานแล้ว สุดท้ายได้คำตอบว่าเกิดอุบัติเหตุ ให้เธอเข้าไปยื่นเอกสารฝึกงานก่อน เธอจึงรีบเดินเข้าไปด้านในบริษัทจนไม่ทันได้ระวัง เดินชนกับชายหนุ่มปริศนาที่เดินถือแก้วกาแฟร้อนมาด้วย กาแฟร้อนในมือเขาหกใส่เสื้อนักศึกษาสีขาวสะอาดตา
“ว๊าย!”
“โอ๊ะ! ขอโทษครับ” เขาเอ่ยคำขอโทษอย่างสุภาพ เขารีบประคองร่างหญิงสาวที่เซจนเกือบจะล้ม
“มะ... ไม่เป็นไรค่ะ!” เธอตอบตะกุกตะกัก รู้สึกขัดเขินเพราะเขากำลังโอบประคองเธอเอาไว้อยู่
“เสื้อเลอะหมดเลย ผมขอโทษจริงๆ” เขายังขอโทษเธอไม่หยุด ชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเสื้อของเธอ แต่หญิงสาวกลับผลักมือเขาออกเบาๆ อย่างสุภาพ เนื่องจากคราบกาแฟเลอะเปื้อนเสื้อของเธอลามไปจนเกือบถึงหน้าอก เธอไม่ต้องการให้เขาเช็ดให้
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูไปล้างน้ำเองได้ค่ะ” เธอเงยหน้าตอบอย่างสุภาพ ทันใดนั้นเขาต้องผงะ เพราะหญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้าสะสวย ดูเรียบร้อยน่ารักน่าเอ็นดู เธอสวมเสื้อนักศึกษาขนาดพอดีตัวกับกระโปรงพลีทคลุมเข่า เขาง่ำเงอะไปพักใหญ่
“ขอตัวก่อนนะคะ” ระหว่างที่เขากำลังยืนตะลึงอยู่นั้น เธอก็ถือโอกาสนี้เดินเข้าไปในบริษัท เขามองตามอย่างแสนเสียดาย อยากรู้จัก อยากขอโทษเธอให้มากกว่านี้ คิดได้ดังนั้นสองขาจึงก้าวตามไปไวๆ จึงรู้ว่าเธอมายื่นเอกสารอะไรสักอย่างที่ฝ่ายบุคคล
“พี่จิ๊บ!” เขาเรียกหัวหน้าฝ่ายบุคคลเสียงเบา หลังจากแอบมองเห็นแล้วว่าหญิงสาวคนนั้นเดินออกจากบริษัทไปแล้ว
“ว่าไงคะคุณเขม” หล่อนเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารกองโต พร้อมกับขยับแว่นตาหนาเตอะให้เข้าที่
“เด็กนักศึกษาคนเมื่อกี๊ เค้ามาทำอะไรน่ะ” เขาเลียบๆ เคียงๆ ถามด้วยความอยากรู้ หล่อนหรี่ตามองเจ้านายหนุ่มอย่างสงสัย
“คุณเขมจะอยากรู้ไปทำไมคะ”
“เอ๊า! ก็ผมเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทนี้ ก็ต้องอยากรู้บ้างเป็นธรรมดา ไม่เห็นจะแปลก” เขาเฉไฉไปโน่น จิ๊บส่ายหน้าระอา แค่มองตาเจ้านายหนุ่ม หล่อนก็พอจะรู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร
“มายื่นเอกสารขอฝึกงานค่ะ”
“จริงเหรอ... ไหน... ผมขอดูเอกสารหน่อย” เขาแบมือ จิ๊บเหล่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ
“คุณเขมจะเอาไปทำอะไรคะ”
“เอาไปดูเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอกน่า...” เขาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญแม่เจ้าประคุณหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่มีความเนี๊ยบเต็มที หล่อนปฏิเสธความต้องการของเจ้านายตัวเองไม่ได้ จึงยื่นเอกสารส่วนตัวของเด็กผู้หญิงคนนั้นให้กับเจ้านายหนุ่ม
“ขอบใจมาก” พูดจบเขมกรก็ฉวยเอกสารเดินออกมาทันที ทิ้งให้หัวหน้าฝ่ายบุคคลมองตามด้วยความกังวล
“ภาริดา รักตาภา นักศึกษาฝึกงานชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ ด้านการตลาด เกรดเฉลี่ย... 4.00 โอโห... แม่คุณ เรียนเก่งเหลือเกิน” เขานั่งอ่านประวัติส่วนตัวของเด็กสาวคนสวยที่ชื่อภาริดาอย่างตั้งใจ เขาเห็นเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ ประวัติส่วนตัว ประวัติการเรียนอย่างละเอียดแล้วก็ต้องทึ่ง ดูเหมือนเธอจะมาจากครอบครัวฐานะปานกลาง แต่มีความขยัน เฉลียวฉลาดจนเรียนได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกเทอม เขาปิดแฟ้มเอกสารลง ก่อนจะโทรหาหัวหน้าฝ่ายบุคคล
“ฮัลโหล... พี่จิ๊บครับ พรุ่งนี้เรียกภาริดามาสัมภาษณ์ได้เลยนะ ผมจะให้น้องคนนั้นมาเป็นผู้ช่วยพี่ตา เลขาส่วนตัวของผม” เขากรอกเสียงไปยังโทรศัพท์สำนักงานอย่างอารมณ์ดี แต่ปลายสายได้แต่ขมวดคิ้ว
“แต่น้องภา เค้าเรียนสายการตลาดนะคะ ทำไมคุณเขมถึงไม่ให้น้องเค้าไปฝึกงานฝ่ายการตลาด จะได้มีประสบการณ์มีความรู้มากขึ้น” หล่อนแย้ง
“พอดีว่าตอนนี้งานของพี่ตาเยอะมาก จนไม่มีเวลาว่างมาจัดคิวงานส่วนตัวให้ผม ผมเลยต้องการหาผู้ช่วยให้พี่ตา” เขาพูดปดไปคำโต แต่เหตุผลของเขาก็ทำให้ฟังได้
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พี่จะโทรเรียกน้องเค้ามาสัมภาษณ์ คุณเขมจะให้ใครเป็นคนสัมภาษณ์น้องคะ”
“ผมเนี่ยแหละ จะเป็นคนสัมภาษณ์น้องเค้าเอง!”
ภาริดายืนอยู่หน้าห้องรองประธานบริหารของบริษัท ภูษิตธรเอ็นเจียเนียร์ริ่ง จำกัด อย่างตื่นเต้น เธอไม่คิดว่าผู้บริหารจะเป็นคนสัมภาษณ์เธอด้วยตัวเอง
“น้องภาใช่ไหมคะ” หญิงสาววัยประมาณ 30 กลางๆ เดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยถาม หล่อนมีบุคลิกน่าเกรงขามและดูเจ้าระเบียบอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่ค่ะ”
“พี่ชื่อตา เป็นเลขาของคุณเขม คุณเขมเชิญด้านในค่ะ”
“ค่ะพี่ตา”
ภาริดาเปิดประตูห้องเข้าไปอย่างหวาดๆ เพราะเลขาฯ ของเขมกรไม่ได้เข้ามาด้วย เมื่อเข้าไปถึงเธอก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของผู้บริหาร เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่
“สวัสดีค่ะคุณเขม” เธอยกมือไหว้สวัสดี ฉับพลันชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองสบตา ทำให้ภาริดาเบิกนัยน์ตากว้าง
“คุณ...!?”
“ใช่... ผมเอง เขมกร เรียกว่าคุณเขม พี่เขม อะไรก็ได้” เขาพูดติดตลก ยิ่งเห็นท่าทางตกใจของเธอแล้วยิ่งทำให้เขาขบขันมากกว่าเดิม
“ค่ะ คุณเขม”
เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะออกมา ก่อนจะหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลยื่นให้กับเธอ ภาริดามอง แต่ไม่กล้ารับ
“รับไปสิ”
“อะไรคะ”
“ชุดนักศึกษา เมื่อวานนี้ฉันขอโทษที่เดินไม่ระวัง ทำให้เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนหมดเลย” เขาบอกอย่างใจดี จนทำให้ภาริดารู้สึกเกรงใจ
“อุ้ย... ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ภากลับไปซักเสื้อแล้ว คราบกาแฟก็ออกหมดแล้วด้วยค่ะ”
“รับไปเถอะน่า... ฉันซื้อให้แล้ว” เขาคะยั้นคะยอ ภาริดาจึงยกมือไหว้ขอบคุณและรับมาอย่างเกรงใจ
“ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไร นั่งก่อนสิ ฉันจะได้สอบถามข้อมูลอะไรหน่อย” เขาผายมือ เธอจึงทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามชายหนุ่ม
“ภาริดา รักตาภา นักศึกษาฝึกงานชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ ด้านการตลาด เกรดเฉลี่ย 4.00” เขาอ่านเอกสารที่กรอกข้อมูลประวัติการเรียนแล้วก็เงยหน้ามองหญิงสาว ภาริดาได้แต่ยิ้มเขินๆ ทำหน้าตาไม่ถูก
“ค่ะ”
“เก่งนะ ดูตั้งใจเรียนมาก ฉันยินดีรับเธอเข้าฝึกงานที่นี่โดยให้เงินเดือนเท่ากับพนักงานคนหนึ่ง” เขาบอก แต่นั่นทำให้เธอถึงกับเบิกตากว้างอีกครั้ง
“จริงเหรอคะ” เธอถามอย่างตื่นเต้น
“จริงสิ ถ้าฉันเห็นว่าเธอทำงานดี ฉันจะรับเธอเข้าเป็นพนักงานที่นี่ทันที” เขาเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ ส่วนคนฟังยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงกันเกือบทุกซี่
“ขอบคุณมากนะคะ”
“แต่ก่อนที่จะขอบคุณฉัน... ฉันมีเรื่องจะสารภาพกับเธอ” เขาเบรกความดีใจเอาไว้แค่นี้ ภาริดาหน้าเหวอ
“อะไรเหรอคะ”
“ฉันจะให้เธอมาฝึกงานเป็นผู้ช่วยเลขาส่วนตัวฉัน เพราะตอนนี้งานพี่ตาเยอะมาก เธอจะไม่ได้ฝึกในสายการตลาดนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ภาฝึกงานตรงส่วนไหนก็ได้” ภาริดาบอก ทำให้เขาคลายความกังวลไปได้เยอะ จริงๆ แค่เธอได้เงินค่าจ้างฝึกงาน ก็ดีใจเหลือเกินแล้ว ปกติเด็กฝึกงานมักจะไม่ได้เงินเดือน
“ดีๆ แล้วทางมหาวิทยาลัยจะให้เธอเริ่มฝึกเมื่อไหร่”
“ต้นเดือนหน้าค่ะ”
“ต้นเดือนหน้า... เหลืออีก 15 วัน จะเป็นไรไหมถ้าฉันจะให้เธอมาช่วยงานพี่ตาก่อน ฉันจะจ่ายเงินเดือนให้ครึ่งเดือน” เขายื่นข้อเสนอ และข้อเสนอของเขาทำให้เธอยิ้มออกอีกครั้ง
“ได้ค่ะ ภายินดีที่จะมาทำงานก่อนค่ะคุณเขม” เธอรีบตอบทันทีก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ เขมกรพึงพอใจหญิงสาวมาก ดูเหมือนเธอจะกระตือรือร้นและขยันมากกว่าคนอื่นๆ ที่เขาเคยเจอ
“ถ้าอย่างนั้น... พรุ่งนี้ก็เริ่มงานเลยแล้วกัน” เขาบอก ภาริดายิ้มกว้าง
งานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานเริ่มขึ้นในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขมกรชวนพนักงานบริษัทมาเกือบหมด ใครว่างมาก็มา ใครไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ถือเป็นการกินเลี้ยงแบบครอบครัว ภาริดาได้รับการยอมรับจากคนอื่นมากขึ้น ยกเว้น...“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าเธอไปคบกับคุณเขม” กฤตติกาถามภาริดาอย่างโกรธๆ“ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ...”“ไม่สำคัญได้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนฉัน และคุณเขมก็เป็นผู้บริหารของบริษัท” กฤตติกายังคงโวยวายไม่หยุด เธอมองภาริดาด้วยสายตาโกรธเคือง“เอาน่า... ยังไงเรื่องก็ผ่านมาแล้ว ฉันขอโทษเธอด้วยแล้วกัน” ภาริดายิ้มหวานใส่เพื่อนตรงหน้า แม้จะรู้ว่ากฤตติกาเป็นคนอย่างไร แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อน เธอก็ต้องใส่ใจบ้าง“ฉันให้อภัยก็ได้!” กฤตติกาพูดด้วยน้ำเสียงสะบัดงอนก่อนจะเดินเข้าไปในงานเลี้ยง เขมกรแอบมองดูภาริดาอยู่ห่างๆ ไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากนัก แต่เขาเองก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขมกรพาภาริดากลับมาที่คอนโดช่วงดึก วันนี้เธอเผลอดื่มไวท์ไปแก้วเดียว แต่ทำให้เธอมึนๆ ยืนไม่ค่อยอยู่ พอมาถึงห้องเธอก็ล้มตัวนอนทันที ชายหนุ่มเดินตามไปติดๆ เขาพลิกเธอให้นอนหงาย เรือนร่างบอบบาง แต่อวบอัดในช่วงห
“เปลี่ยนไปยังไง”“คุณเขมอ่อนโยนขึ้น ดีกับภามากขึ้น”“เมื่อก่อนฉันไม่ดีกับเธออย่างนั้นเหรอ”“ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงดังฟังชัด เขมกรหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ“คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ ไม่เห็นจะแปลก”“คุณเขมอย่าให้ความหวังกับภาได้ไหมคะ ภาอยากให้คุณเขมปากร้าย ใจร้ายกับภาเหมือนเดิม ภาจะได้ตัดใจจากคุณเขมง่าย เวลาที่คุณเขมไม่ต้องการภาแล้ว ภาจะได้ไม่เสียใจ” ภาริดาพูดเสียงแผ่วลง เขมกรนิ่งเงียบ รับฟังทุกคำพูดจากหญิงสาว หัวใจของเขาเต้นแรง ตื่นเต้นเมื่อได้รับฟังความรู้สึกของหญิงสาว เขาเงียบ ไม่พูดไม่ตอบอะไรเธอทั้งนั้น ทำให้ภาริดาใจเสียยิ่งกว่าเดิม เธอนั่งเหม่อมองออกนอกหน้าต่างจนถึงคอนโดในค่ำคืนนั้นเขมกรรักภาริดาเต็มที่ เธอสวยงามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เด็กสาวที่มักจะอยู่ในชุดนักศึกษา ไร้เครื่องสำอาง วันนี้กลายมาเป็นนางพญาที่เดินเคียงคู่กับเขา เขมกรเพ่งมองใบหน้าอันงดงามสดใสของเธอแล้วยิ่งตกหลุมรัก เธองามทั้งภายในและภายนอก ทั้งเข้มแข็ง อดทน ขยัน กตัญญูกับบุพการี และไม่เคยอวดอ้างคุณงามความดีเลยสักครั้ง ความดีของเธอทำให้เขาใจอ่อน อยากจะดูแลเธอไปตลอดทั้งชีวิต!ช่วงวันหยุดภาริดายังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือน
“จริงๆ เธอป่วยอยู่แล้ว ไม่ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้”“ภาหายป่วยแล้วค่ะคุณเขม ว่าแต่... คุณเขมซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ” เธอเดินเข้าไปใกล้ เขมกรยื่นถุงจากห้างสรรพสินค้าให้เธอ“ชุดราตรีและรองเท้า ฉันซื้อให้เธอใส่ไปงานเลี้ยงของบริษัทพรุ่งนี้” เขาบอกและยิ้มให้ ภาริดาตาโต“อะไรนะคะ!”“เธอได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันจะให้เธอไปงานเลี้ยงบริษัทคืนพรุ่งนี้พร้อมกับฉัน ไปกับฉันในฐานะแฟน”“คุณเขม!” ภาริดาเรียกเขาอย่างตกใจ เขมกรเห็นใบหน้าที่มีแต่ความตกใจแล้วก็นึกขัน“ตกใจอะไรกัน ไม่เห็นจะน่าตกใจตรงไหนเลย”“คุณเขมกำลังทำอะไรอยู่ รู้ตัวไหมคะ” เธอถามเสียงดัง“รู้สิ ทำไมฉันจะไม่รู้”“คุณเขมจะเปิดตัวภาในฐานะแฟนทำไม ในเมื่อภาอยู่กับคุณเขมในฐานะเมียเก็บ ภาเป็นแค่เมียเก็บคุณเขม ไม่ได้เป็นแฟน คุณเขมไม่จำเป็นจะต้องให้ภาไปเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเรามันพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ได้” เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาและกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เขมกรยิ้มละมุนให้เธอ“แต่นี่จะเป็นทางเดียวที่จะสยบข่าวลือระหว่างเราได้นะ เธอไม่อยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเหรอ”“ภาอยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ แต่ภา... คิดว่าม
“เราสองคนคบกันมานานแล้ว คบกันก่อนที่ภาจะมาฝึกงานที่นี่ แต่ที่ผมต้องปิดบังเพราะไม่อยากให้ภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านและเป็นที่ครหา แต่ในเมื่อเรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป” เขมกรบอกชนิตา เหมือนกับที่เตี๊ยมกับภาริดาไว้ตั้งแต่ตอนแรก ชนิตาได้ยินก็แปลกใจ เพราะเห็นตอนแรกๆ เขมกรทำท่าจะจีบภาริดา ไม่คิดว่าคบกันมาก่อนแล้ว“ค่ะ พี่ก็คิดว่าที่คุณเขมทำแบบนี้ก็เหมาะสมแล้ว แล้วเรื่องที่คนอื่นเขาพูดกันล่ะคะ”“ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไป มันห้ามกันไม่ได้นะเรื่องแบบนี้” เขมกรลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย ภาริดานั่งก้มหน้านิ่ง มือไม้สั่นไปหมด“อีกไม่นานน้องภาก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว ไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก่อนเลย” ชนิตาบ่น“ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะพี่ตา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ภาเตรียมใจรับไว้แล้ว” ภาริดาพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน“ภาฝึกงานเมื่อไหร่ ฉันจะเปิดตัวภาทันที” เขมกรบอก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่ได้บอกภาริดาตั้งแต่แรก นอกจากชนิตาจะแปลกใจแล้ว ยังสร้างความตกใจให้กับภาริดาด้วย“ดีแล้วค่ะ น้องจะได้ไม่เป็นขี้ปากชาวบ้านอีก”ชนิตาและภาริดาออกจากห้องไปแล้ว เขมกรทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา