เข้าสู่ระบบ“ภา ฉันว่าเธอกลับไปคิดให้ดีๆ ก่อนนะ ว่าจะทำงานนี้จริงๆ หรือเปล่า แม้ว่าจะมีเงินใช้ไม่ขาดมือ แต่มันก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่เธอคิด เธอรับได้เหรอถ้าจะต้องมีอะไรกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า เธอจะรับได้เหรอถ้าวันหนึ่งเธอเจอแขกที่มีรสนิยมทางเพศรุนแรง ที่สำคัญคือ... เธอเคยมีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าแล้วหรือยัง” กานต์มณีถามเป็นชุด เพราะลึกๆ แล้วไม่ต้องการให้เพื่อนที่แสนดีต้องเข้าสู่วังวนแห่งกามารมณ์
“ฉันคิดดีแล้ว ตอนนี้ฉันไม่เกี่ยงงานอะไรทั้งนั้น คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้แม่กลับมาหายดี ฉันทนไม่ได้หรอกที่จะเห็นแม่ต้องทุกข์ทรมาน ไม่ได้รับการรักษา ทั้งๆ ที่ฉันพอมีหนทางจะช่วยแม่ได้ และฉันก็ทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นน้องชายหมดอนาคตเพราะไม่มีเงินเรียน” ภาริดาเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาจนจมูกแดงไปหมด
“สังคมไทยก็แบบนี้แหละ มีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนเยอะเหลือเกิน แม้จะรักษาโรงพยาบาลรัฐบาลแต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูงมาก กระบวนการยุติธรรมก็ล่าช้าจนน่าสังเวช คนใช้ชีวิตไม่มีจิตสำนึกก็ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไร้ความรับผิดชอบ พอจะเข้าถึงระบบการศึกษา ก็มีค่าใช้จ่ายตามมามหาศาล เรียนจบไปสุดท้ายทำงานได้เงินเดือน 15,000 บางทีชีวิตเราก็ไม่มีทางเลือกอะไรมากมายนักหรอก” กานต์มณีบ่น ซึ่งภาริดาก็คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงที่น่าเจ็บปวดมาก
“กานต์ เธอช่วยแนะนำฉันหน่อยสิ ว่าฉันควรจะเริ่มทำงานนี้ได้ยังไงบ้าง”
“ภา ฉันเป็นห่วงเธอจริงๆ นะ ฉันไม่อยาก...”
“ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก ตอนนี้ฉันจะต้องทำทุกอย่างเพื่อประคับประคองครอบครัวให้อยู่ได้”
“ถ้าเธอคิดดีแล้ว ฉันจะแนะนำให้นะ และฉันจะดูแลทุกอย่างให้เธอเอง แต่เธอจะต้องรับเงินช่วยเหลือจากฉันไปก่อน เอาไปใช้ก่อนแสนนึง ถ้าไม่พอค่อยว่ากัน เงินก้อนนี้เธอไม่ต้องรีบใช้คืนนะ เอาไปก่อน” กานต์มณีบอกพร้อมกับควักเงินในกระเป๋าให้ ตอนแรกหล่อนจะนำเงินก้อนนี้ไปฝากธนาคาร แต่พอมาเจอเพื่อนเลยเปลี่ยนใจเอามาให้เพื่อนใช้ก่อน
“กานต์ ฉัน...”
“เอาน่า... รับไปซะ อย่าคิดมาก ตอนนี้เธอคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องรอด ชีวิตของเธอและครอบครัวจะต้องอยู่รอดภายใต้สังคมที่โหดร้ายนี้!” กานต์มณีย้ำกับเพื่อน ในที่สุดภาริดาก็จำใจรับเงินก้อนนั้นมา
พอนึกถึงตรงนี้แล้วภาริดาน้ำตาไหลลงมาอย่างสุดกลั้น เธอทอดสายตามองหน้าต่างอย่างเหนื่อยล้ากับการต่อสู้ที่ทรมานเหลือเกิน ก่อนหน้านี้เธอทำงานพาร์ทไทม์หลังจากเสร็จงานที่บริษัทแล้ว แต่เงินที่ได้ก็ยังไม่เพียงพอ
กานต์มณีสอนงานเธอทุกอย่าง แม้จะเป็นเรื่องบนเตียงที่เธอไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ กานต์มณีก็มักจะส่งลิ้งค์เว็บไซด์หนังโป๊ให้ดูบ่อยๆ รวมทั้งสอนจริตจะก้านในการเอาอกเอาใจผู้ชาย วิธีการป้องกันอย่างละเอียดรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นการสวมถุงยางอนามัย การกินยาคุมป้องกันอีกทาง เพื่อให้ไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นทั้งโรคทางเพศสัมพันธ์และความเสี่ยงในการมีลูก ซึ่งเธอได้เรียนรู้และจดจำได้ดี
ระหว่างที่เธอเหม่อมองแสงไฟที่ส่องสว่างในเมืองหลวงที่แออัดไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาหางาน หาอนาคต เธอเห็นเงาสะท้อนในกระจก เป็นชายหนุ่มที่เปิดประตูและเดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วเบิกกว้างมากยิ่งขึ้น เมื่อภาพนั้นเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่แสนคุ้นเคยทำให้ภาริดาหายใจไม่ทั่วท้อง ทันใดนั้นเธอรีบลุกขึ้นและหันกลับไปด้านหลังทันที!
เขมกรยืนมองเรือนร่างบางแต่อวบอัดภายใต้ชุดนักศึกษารัดติ้ว เห็นส่วนเว้าโค้งนูนเด่นเรียกความกระสันจากบรรดาชายหนุ่มที่เห็นได้เป็นอย่างดี เขากวาดสายตามองหญิงสาวตั้งแต่ใบหน้าจรดปลายเท้า วันนี้เธอแต่งหน้าเข้ม ทาริมฝีปากสีแดงสด ต่างจากที่เห็นในทุกๆ วัน สายตาของเขาฉายประกายดูถูกดูแคลนอย่างปิดไม่มิด
“ตกใจเหรอ ที่เห็นฉันมาที่นี่” เขมกรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์และความรู้สึก
“คุณเขม คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ แล้วคุณแดน...”
“แดน... นั่นมันชื่อที่ไอ้วัชมันตั้งขึ้นมาเท่านั้นแหละ ถ้าฉันไม่เห็นกับตาตัวเอง ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าเธอจะทำอาชีพนี้” เขมกรมองเธอด้วยสายตาที่ผิดหวังแกมสมเพช
“คุณเขม...” ภาริดาเอ่ยชื่อชายหนุ่มเสียงเบา เธอน้ำตาคลอหน่วย
“ขายมานานแล้วหรือยัง” เขมกรถาม ภาริดาเม้มริมฝีปากแน่น แม้ในใจจะเจ็บปวดรวดร้าวจนอยากที่จะบรรยายก็ตาม
“ฉันถามทำไมเธอไม่ตอบ” เขาทวงคำตอบ ภาริดาฝืนยิ้มบางๆ
“คุณเขมไม่ต้องสนใจหรอกค่ะว่าภาขายมานานหรือไม่นาน เพราะภาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามลูกค้า สิ่งที่ภาทำคือการให้บริการลูกค้าเท่านั้น” ภาริดาตอบปัด เขมกรยิ้มเยาะที่มุมปาก
“เข้าใจพูด... ถ้าให้ฉันทาย เธอคงจะทำอาชีพนี้มานานแล้วสินะ ที่ผ่านมาคงจะใช้มารยาหลอกล่อผู้ชายให้ตกหลุมพรางแบบฉันมาหลายคน ผู้ชายที่รักและหลงเธอหัวปักหัวปำนี่เปย์เงินให้เธอใช้เดือนละเท่าไหร่ล่ะ ฉันจะให้เป็นสองเท่า เพราะฉันเองก็หลงเสน่ห์เธอไปแล้ว คิดว่าเธอจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวาน อ่อนต่อโลก ที่ไหนได้... เธอมันก็แค่ผู้หญิงแพศยา ใช้มารยาหลอกล่อผู้ชายเพื่อหวังเงิน” เขมกรต่อว่าหญิงสาวด้วยถ้อยคำแสบสัน
ภาริดาใจสั่นสะท้าน เจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหว เธอเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกดีกับชายหนุ่ม เขาทำให้เธอหวั่นไหวและรู้สึกดีด้วย แต่เธอเองที่เป็นฝ่ายไม่กล้าคิดไปไกล ด้วยสถานะห่างไกล ต่างชนชั้นคงไม่คู่ควร
ภาริดาแปลกใจไม่น้อยที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านี้จากเขา ปกติเขมกรจะเป็นผู้ชายสุภาพ อ่อนโยนกับเธอมากที่สุดคนหนึ่ง เธอมองเขาด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
แต่เมื่อดึงสติขึ้นมาได้ เธอก็ปัดความคิดเหล่านั้นออก ในเมื่อเธอเลือกที่จะเดินเส้นทางนี้แล้ว ก็ไม่ควรเอาความรู้สึกใดๆ เข้ามาขัดขวางการทำงาน ความรักคงไม่มีจริงบนโลกใบนี้ สิ่งที่เธอจะต้องทำคือการหาเงินเพื่อนำไปรักษาแม่ให้ได้มากที่สุด
“ฉันอยากรู้นักว่าผู้หญิงที่มีท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์อย่างเธอ จะร้อนแรงเรื่องบนเตียงแค่ไหน เรามาเริ่มกันเลยไหม” เขมกรเริ่มปลดกระดุมเสื้อ ท่าทางของเขาทำให้ภาริดาสั่นสะท้าน เธอเริ่มรู้สึกหวาดกลัว แม้ตอนแรกจะทำใจไว้แล้วก็ตาม
“ภาได้หมดค่ะ คุณเขมพร้อมแล้วใช่ไหมล่ะคะ” เธอกลั้นใจพูดไปอย่างนั้น ทำใจดีสู้เสือ และพยายามนึกถึงท่วงท่าลีลารักที่เคยดูจากคลิปวีดิโอ รวมทั้งคำสอนของกานต์มณี
“พร้อมยิ่งกว่าพร้อม แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันค่อนข้างซาดิสม์และมีอารมณ์ทางเพศที่รุนแรง” เขมกรสารภาพ ทำให้หญิงสาวตาเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม
“คุณเขม!”
“ฉันไม่รู้ว่าเธอจะรับไหวไหม แต่เธอรับงานฉันแล้ว และฉันก็ให้เงินเธอมากกว่าคนอื่นหลายเท่า... กว่าเธอจะได้เงินมหาศาลเท่านี้ เธอต้องรับแขกอีกหลายคนเลยนะ” เขมกรยักคิ้วให้ สายตาของเขาเริ่มโลมเลียเนื้อตัวหญิงสาว จนภาริดารู้สึกอาย เขาจับจ้องไปที่หน้าอกของเธอเนิ่นนาน
“ภารับได้ค่ะ” เธอเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ เมื่อเข้าไปประชิดตัวเธอก็ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยขึ้นมาเตะจมูก
“ดี!”
“คุณเขมดื่มเหล้ามาเหรอคะ”
“ใช่ หรือเธอต้องการจะดื่มก่อนจะเมคเลิฟน่ะ” เขาดึงเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แล้วลูบๆ คลำๆ ที่สะโพก ก่อนจะฟาดฝ่ามือไปที่ก้นนุ่มเด้งแรงๆ หนึ่งครั้ง ภาริดาสะดุ้งวาบ หัวใจเต้นเร็วแรงจนแทบจะกระเด็นออกนอกอก ประสบการณ์ครั้งแรกของเธอคงไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่นัก
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอปฏิเสธ
งานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานเริ่มขึ้นในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขมกรชวนพนักงานบริษัทมาเกือบหมด ใครว่างมาก็มา ใครไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ถือเป็นการกินเลี้ยงแบบครอบครัว ภาริดาได้รับการยอมรับจากคนอื่นมากขึ้น ยกเว้น...“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าเธอไปคบกับคุณเขม” กฤตติกาถามภาริดาอย่างโกรธๆ“ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ...”“ไม่สำคัญได้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนฉัน และคุณเขมก็เป็นผู้บริหารของบริษัท” กฤตติกายังคงโวยวายไม่หยุด เธอมองภาริดาด้วยสายตาโกรธเคือง“เอาน่า... ยังไงเรื่องก็ผ่านมาแล้ว ฉันขอโทษเธอด้วยแล้วกัน” ภาริดายิ้มหวานใส่เพื่อนตรงหน้า แม้จะรู้ว่ากฤตติกาเป็นคนอย่างไร แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อน เธอก็ต้องใส่ใจบ้าง“ฉันให้อภัยก็ได้!” กฤตติกาพูดด้วยน้ำเสียงสะบัดงอนก่อนจะเดินเข้าไปในงานเลี้ยง เขมกรแอบมองดูภาริดาอยู่ห่างๆ ไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากนัก แต่เขาเองก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขมกรพาภาริดากลับมาที่คอนโดช่วงดึก วันนี้เธอเผลอดื่มไวท์ไปแก้วเดียว แต่ทำให้เธอมึนๆ ยืนไม่ค่อยอยู่ พอมาถึงห้องเธอก็ล้มตัวนอนทันที ชายหนุ่มเดินตามไปติดๆ เขาพลิกเธอให้นอนหงาย เรือนร่างบอบบาง แต่อวบอัดในช่วงห
“เปลี่ยนไปยังไง”“คุณเขมอ่อนโยนขึ้น ดีกับภามากขึ้น”“เมื่อก่อนฉันไม่ดีกับเธออย่างนั้นเหรอ”“ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงดังฟังชัด เขมกรหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ“คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ ไม่เห็นจะแปลก”“คุณเขมอย่าให้ความหวังกับภาได้ไหมคะ ภาอยากให้คุณเขมปากร้าย ใจร้ายกับภาเหมือนเดิม ภาจะได้ตัดใจจากคุณเขมง่าย เวลาที่คุณเขมไม่ต้องการภาแล้ว ภาจะได้ไม่เสียใจ” ภาริดาพูดเสียงแผ่วลง เขมกรนิ่งเงียบ รับฟังทุกคำพูดจากหญิงสาว หัวใจของเขาเต้นแรง ตื่นเต้นเมื่อได้รับฟังความรู้สึกของหญิงสาว เขาเงียบ ไม่พูดไม่ตอบอะไรเธอทั้งนั้น ทำให้ภาริดาใจเสียยิ่งกว่าเดิม เธอนั่งเหม่อมองออกนอกหน้าต่างจนถึงคอนโดในค่ำคืนนั้นเขมกรรักภาริดาเต็มที่ เธอสวยงามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เด็กสาวที่มักจะอยู่ในชุดนักศึกษา ไร้เครื่องสำอาง วันนี้กลายมาเป็นนางพญาที่เดินเคียงคู่กับเขา เขมกรเพ่งมองใบหน้าอันงดงามสดใสของเธอแล้วยิ่งตกหลุมรัก เธองามทั้งภายในและภายนอก ทั้งเข้มแข็ง อดทน ขยัน กตัญญูกับบุพการี และไม่เคยอวดอ้างคุณงามความดีเลยสักครั้ง ความดีของเธอทำให้เขาใจอ่อน อยากจะดูแลเธอไปตลอดทั้งชีวิต!ช่วงวันหยุดภาริดายังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือน
“จริงๆ เธอป่วยอยู่แล้ว ไม่ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้”“ภาหายป่วยแล้วค่ะคุณเขม ว่าแต่... คุณเขมซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ” เธอเดินเข้าไปใกล้ เขมกรยื่นถุงจากห้างสรรพสินค้าให้เธอ“ชุดราตรีและรองเท้า ฉันซื้อให้เธอใส่ไปงานเลี้ยงของบริษัทพรุ่งนี้” เขาบอกและยิ้มให้ ภาริดาตาโต“อะไรนะคะ!”“เธอได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันจะให้เธอไปงานเลี้ยงบริษัทคืนพรุ่งนี้พร้อมกับฉัน ไปกับฉันในฐานะแฟน”“คุณเขม!” ภาริดาเรียกเขาอย่างตกใจ เขมกรเห็นใบหน้าที่มีแต่ความตกใจแล้วก็นึกขัน“ตกใจอะไรกัน ไม่เห็นจะน่าตกใจตรงไหนเลย”“คุณเขมกำลังทำอะไรอยู่ รู้ตัวไหมคะ” เธอถามเสียงดัง“รู้สิ ทำไมฉันจะไม่รู้”“คุณเขมจะเปิดตัวภาในฐานะแฟนทำไม ในเมื่อภาอยู่กับคุณเขมในฐานะเมียเก็บ ภาเป็นแค่เมียเก็บคุณเขม ไม่ได้เป็นแฟน คุณเขมไม่จำเป็นจะต้องให้ภาไปเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเรามันพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ได้” เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาและกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เขมกรยิ้มละมุนให้เธอ“แต่นี่จะเป็นทางเดียวที่จะสยบข่าวลือระหว่างเราได้นะ เธอไม่อยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเหรอ”“ภาอยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ แต่ภา... คิดว่าม
“เราสองคนคบกันมานานแล้ว คบกันก่อนที่ภาจะมาฝึกงานที่นี่ แต่ที่ผมต้องปิดบังเพราะไม่อยากให้ภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านและเป็นที่ครหา แต่ในเมื่อเรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป” เขมกรบอกชนิตา เหมือนกับที่เตี๊ยมกับภาริดาไว้ตั้งแต่ตอนแรก ชนิตาได้ยินก็แปลกใจ เพราะเห็นตอนแรกๆ เขมกรทำท่าจะจีบภาริดา ไม่คิดว่าคบกันมาก่อนแล้ว“ค่ะ พี่ก็คิดว่าที่คุณเขมทำแบบนี้ก็เหมาะสมแล้ว แล้วเรื่องที่คนอื่นเขาพูดกันล่ะคะ”“ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไป มันห้ามกันไม่ได้นะเรื่องแบบนี้” เขมกรลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย ภาริดานั่งก้มหน้านิ่ง มือไม้สั่นไปหมด“อีกไม่นานน้องภาก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว ไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก่อนเลย” ชนิตาบ่น“ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะพี่ตา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ภาเตรียมใจรับไว้แล้ว” ภาริดาพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน“ภาฝึกงานเมื่อไหร่ ฉันจะเปิดตัวภาทันที” เขมกรบอก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่ได้บอกภาริดาตั้งแต่แรก นอกจากชนิตาจะแปลกใจแล้ว ยังสร้างความตกใจให้กับภาริดาด้วย“ดีแล้วค่ะ น้องจะได้ไม่เป็นขี้ปากชาวบ้านอีก”ชนิตาและภาริดาออกจากห้องไปแล้ว เขมกรทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้เลยจริงๆ ภา... ฉันผิดหวังในตัวเธอมาก” กฤตติกาเดินเข้ามาหาภาริดา หญิงสาวยืนนิ่ง ไม่พูดไม่จา ไม่แก้ข่าว ไม่ปฏิเสธ ไม่อะไรทั้งนั้น ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เธอเม้มริมฝีปากแน่นและหันหลังเดินออกไป ท่ามกลางเสียงนินทาของผู้คนที่ทำงานในบริษัท“ภา พี่มีเรื่องจะถาม!” ชนิตาลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นภาริดาเดินมา ภาริดามีสีหน้านิ่งเรียบ เหมือนกับทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น“อะไรเหรอคะพี่ตา”“คนในบริษัทเม้าท์กับว่าภาเป็นไซด์ไลน์ เอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงานกับคุณเขมเหรอ” ชนิตาถามไปตามตรงตามสไตล์ผู้หญิงตรงไปตรงมา ภาริดามองพี่เลี้ยงฝึกงานอย่างชั่งใจ“พี่ตาคิดกับเรื่องนี้ยังไงคะ เรื่องที่ภาเอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงาน” ภาริดาไม่ตอบคำถาม เธอย้อนถามกลับ“พี่ก็งงว่าไปเอามาจากไหนกัน เพราะคนที่เป็นคนกรอกคะแนนฝึกงานคือพี่เอง ไม่ใช่คุณเขม และคุณเขมก็ไม่ได้มากำชับอะไรกับพี่ด้วย ถ้าคะแนนฝึกงานของภาจะมากกว่าคนอื่นๆ ก็ไม่แปลก เพราะภามาทำงานก่อนเวลา กลับทีหลัง ทำงานดีไม่มีที่ติ ก็สมควรจะได้คะแนนเยอะอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคุณเขม...” ชนิตายั้งปากอย่างช่างใจ เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือไม่“ภาไม่อยากพูดอะไรท
“คุณเขมไม่น่าไปนั่งกินข้าวกับภาที่โรงอาหารเลยนะคะ” ภาริดาบอก หลังกลับมาถึงคอนโด เธอมีสีหน้าเครียดๆ“ทำไมล่ะ”“คนอื่นมองคุณเขมกับภาไม่ดี พนักงานในบริษัทน่าจะรู้เรื่องของเราหมดแล้ว”“ช่างมันสิ อยากจะรู้ก็ให้รู้กันไป จะไปสนใจทำไม” เขายังนอนอยู่บนเตียงอย่างไม่ยีหระ ต่างจากหญิงสาวที่นั่งลงและถอนหายใจ คืนนี้เธอสวมชุดนอนที่เขาซื้อให้ เป็นชุดสายเดี่ยวเนื้อผ้านุ่มลื่น เผยให้เห็นถึงหน้าอกอวบอิ่มและเรียวขาสวย“คุณเขม...” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร เสียงไลน์ในโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้นรัวๆ เธอหยิบโทรศัพท์จะเปิดดู แต่เขมกรก็คว้าเอาไว้เสียก่อน เขาให้เธอปลดล็อกรหัสให้และเข้าไปดู เห็นอนุทัตส่งข้อความมาถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขมกร ชายหนุ่มที่นอนบนเตียงหัวเราะในลำคอและยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการชั่วร้ายเขมกรอ่านแต่ไม่ตอบ ส่วนคนต้นทางได้แต่ว้าวุ่นใจ อนุทัตจึงตัดสินใจโทรหาภาริดา เขมกรจึงใช้โอกาสนี้รับสายโทรศัพท์เสียเอง“น้องภา ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบพี่ล่ะครับ” อนุทัตถาม เขมกรจึงเปิดลำโพงเพราะต้องการให้ภาริดาได้ยินด้วย เธอทำหน้าปั้นยาก“น้องภาเข้าห้องน้ำ มีอะไรฝากไว้ไหม” เขาตอบ ภาริดารีบส่ายหน้า และพยายามแย่ง







