LOGIN“เธอจะบอกว่าเธอดื่มไม่เป็นอย่างนั้นสิ ภา... มันหมดเวลาที่เธอจะมาทำตัวใสซื่อบริสุทธิ์กับฉันแล้ว เปิดเผยตัวตนของเธอออกมาเลยดีกว่า” เขากระซิบเสียงเครียด และจ้องตาเธอเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ จนเธอต้องก้มหน้าหลบ ไม่กล้าสบสายตา
“ภาจะไม่พูดอะไรทั้งนั้นค่ะ คุณเขมอยากคิดอะไรก็คิดไปได้เลย” ภาริดาบอก เธอค่อยๆ ปลดกระดุมของเขาออกทีละเม็ด จนกระทั่งหมด จากนั้นเธอจึงแหวกสาบเสื้อออกจากกัน เผยให้เห็นถึงหน้าอกหนาที่ปกคลุมไปด้วยไรขนสีดำสนิท เธอค่อยๆ จรดริมฝีปากไปที่หัวนมของเขาและใช้ปลายลิ้นเลีย เขมกรหลับตาลงช้าๆ สัมผัสจากเธอนั้นดีไม่น้อย แต่มันไม่ใช่ความต้องการของเขา
เขมกรใช้มือทั้งสองข้างขยำก้นนุ่มของเธอ เขาออกแรงเคล้นแบบหนักหน่วงและฟาดมือลงไปหลายครั้ง ภาริดาร้องอุทานด้วยความเจ็บ แต่ก็กลั้นใจ เขาดันร่างของเธอออกแล้วกระชากเสื้อนักศึกษาอย่างแรงจนกระดุมหลุดไปทั้งแผง
“กรี๊ด!” เธออดกรีดร้องด้วยความตกใจไม่ได้ ด้วยสัญชาตญาณ เธอรีบเอามือทั้งสองข้างกุมหน้าอกเอาไว้ด้วยความอาย
“ฉันเตือนเธอแล้ว ว่าฉันมีอารมณ์ทางเพศที่รุนแรง โดยเฉพาะกับผู้หญิงขายตัว เพราะฉันไม่จำเป็นจะต้องมาเสียเวลาเมคเลิฟให้เธอมีอารมณ์ร่วม เธอมันก็แค่เครื่องมือระบายอารมณ์สำหรับฉันเท่านั้น!”
เขมกรบอกพร้อมกับถอดเสื้อตัวเองออก แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขมกรที่เคยเป็นสุภาพบุรุษและอ่อนโยนได้หายไปแล้ว เหลือเพียงชายฉกรรจ์ที่มีอารมณ์รุนแรงและพร้อมจะขย้ำเธอได้ทุกเมื่อ วินาทีนี้เองภาริดาตัดสินใจถอยหลังกรูด หวังจะหนีออกมา
เธอทำงานนี้ไม่ได้! เธอกลัวและใจไม่แข็งพอที่จะรองรับอารมณ์ของชายหนุ่ม เธอไม่ได้โชคดีเหมือนกานต์มณีที่เจอแขกสุภาพและเป็นกันเอง แต่เธอกลับเจอเสือโหยที่อดอยาก!
ภาริดาถอยหลังแล้วหันหลังจะวิ่งหนี แต่เขมกรไวกว่าคว้าเธอกลับมาได้ทัน เขามองเธอด้วยสายตาโมโห และกระชากเสื้อชั้นในเธอจนขาดวิ่น ภาริดาร้องไห้ออกมา แต่เขมกรไม่สนใจ เขากดริมฝีปากบดจูบอย่างรุนแรงจนเธอหายใจแทบไม่ออก
“อื้อ... อึก... อื้อ...” เธอพยายามทุบตีเขา แต่เขาไม่สะทกสะท้าน เขมกรลากฝ่ามือไปทั่วเนื้อตัวหญิงสาว ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มดังขึ้นตามแรงกระสัน ตัวตนของเขาผงาดกล้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ภาริดาเป็นผู้หญิงที่เขาเฝ้าปรารถนามาเนิ่นนาน ครั้งแรกเขาคิดว่าหลังจากสารภาพรัก และคบหากับเธอได้สักพัก เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เขาจะอ่อนโยนกับเธอให้มากที่สุด แต่ในเมื่อเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้ เขาไม่จำเป็นจะต้องอ่อนโยนกับเธอทั้งสิ้น เขาจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาให้เธอได้รู้ ว่าเขาสามารถเป็นได้ทั้งเทพบุตรและซาตาน!
“คุณเขม! อย่าค่ะ... อย่า... ภาไม่ขอรับงานคุณแล้วค่ะ!” ภาริดาร้องเสียงหลง หลังจากที่เขาละริมฝีปากออกมา และใช้มือหนาขยำหน้าอกอวบทั้งสองข้างอย่างรุนแรง เขมกรได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่วน
“ไม่ทันแล้วภา! เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธฉันแล้ว” พูดจบเขาก็โยนร่างบางไปที่เตียงนอนทันที ภาริดาถอยหลังร่น แต่เขาก็คว้าข้อเท้าเธอได้เสียก่อน เขมกรดึงร่างเธอเข้ามาใกล้และฉีกกระโปรงนักศึกษาจนมันขาด
ภาริดากรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เขาเห็นชั้นในสีดำ ก็ฉีกมันจนขาดไปอีกตัว ตอนนี้เรือนร่างของเธอเปลือยเปล่า ไร้สิ่งปกปิด เนื้อตัวขาวผ่องอวบอิ่มเปิดเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม
เขมกรมองร่างหญิงสาวอย่างกระหาย เธอไม่เพียงมีหน้าตาสะสวยเท่านั้น แต่เรือนร่างภายในเธอยังสวยไปหมดทั้งตัว เขารีบปลดกางเกงของตัวเองออก แล้วจับเธออ้าขากว้าง เขาไม่รอช้ารีบแทรกกายเข้าหาเธอทันที
“กรี๊ด!” ภาริดากรีดร้องเสียงดัง แม้ว่าช่องทางรักจะมีน้ำหวานไหลออกมาบ้าง แต่มันก็ไม่สามารถทำให้ความเป็นชายของเขาแทรกเข้าไปได้จนสุดท้าง ตรงกันข้ามเขาเข้าไปหาเธอได้เพียงแค่ครึ่งเท่านั้น แม้ว่าเขาจะรุนแรงกับเธอก็ตาม
ทันใดนั้นเขมกรชะงักนิ่ง จ้องหน้าหญิงสาวอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อครู่เขาเพิ่งผ่านเยื่อบางและความคับแน่นอย่างที่หญิงสาวขายบริการไม่ควรมี ใบหน้าหล่อเหลามองเธอเป็นเชิงถาม แต่ภาริดากลับหลับตาแน่น เธอกัดริมฝีปากจนเจ็บไปหมด น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง
“ภา!” เขมกรเรียกเธออีกครั้ง ภาริดาส่ายหน้า เธอพยายามผลักเขาออกห่าง แต่เขมกรไม่ยอม เขาตรึงมือเธอทั้งสองข้างไว้ติดที่นอน
“ภา! ลืมตามองฉัน!” เขมกรออกคำสั่ง เธอส่ายหน้าเหมือนเดิม ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด เธอเจ็บปวดรวดร้าวแทบขาดใจ ความเจ็บปวดที่เขามอบให้ช่างทรมานที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะเผชิญ เธอร้องไห้ออกมา ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของชายหนุ่มหวั่นไหว
ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีคำอ้อนวอนใดๆ ออกจากปากเธอ ภาริดาอดทนกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ เขมกรแปลกใจ เขาอยากจะดึงเธอลุกขึ้นมาคุยให้เคลียร์ แต่ความต้องการของตัวเองก็มีมากจนทนไม่ไหว เนื้อกายสาวรัดรึงความแข็งแกร่งจนปวดร้าว จะเดินหน้าก็ยากลำบาก จะถอยหลังกลับก็ทำไม่ได้
เขมกรก้มลงจูบริมฝีปากเธออีก จนเธอเริ่มเคลิบเคลิ้มตามเขาไป เขาสัมผัสได้ว่าช่องทางรักของเธอมีน้ำหวานออกมาเพิ่มมากขึ้น เขาจึงค่อยๆ ดันร่างเข้าไปหาเธอจนสุดทาง
ภาริดาร้องครางออกมา มันทั้งเจ็บและเสียวซ่านในเวลาเดียวกัน ยามนี้เธอสับสนมึนงงไปหมด เขาผ่อนคลายความรุนแรงกับเธอลงไปเล็กน้อย ตอนนี้เขาหยัดกายขึ้นตรง จับขาทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นและแยกกว้างออกจากกัน เขากระแทกกายเข้าหาเธอหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเธอแทบขาดใจ
“คุณเขม! อ๊าๆๆๆ” ภาริดากลั้นเสียงร้องของตัวเองไม่ไหว ความเจ็บและความเสียวซ่านมันมาพร้อมกันจนเธอรวนเรไปหมด เธอเหมือนถูกจับเหวี่ยงท่ามกลางอากาศ หายใจไม่ออก ความใหญ่โตของเขาคับแน่นในกายเธอ ยามเขาถอดสะโพก เนื้อตัวของเธอก็ตามติด ไม่สามารถละกายออกห่างจากเขาได้ ความรู้สึกนี้ทำให้เธอทรมานเหลือคณา
“โอ้ว... อู้ว...” เขมกรร้องคำราม
เขาเอามือกุมหน้าอกทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่น ภาริดาเอามือจิกไปที่แขนของชายหนุ่ม เล็บของเธอจิกแขนเขาจนเจ็บและแสบไปหมด แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขากระสันซ่านมากขึ้น
เขมกรจ้องตาหญิงสาวที่มองเขาด้วยความทรมาน ริมฝีปากบางร้องครวญครางทั้งเจ็บและเสียวในคราวเดียวกัน ตอนนี้น้ำตาของเธอหยุดไหลแล้ว แต่ใบหน้านวลยังคงแดงก่ำลามไปจนถึงลำคอ เขาโหมกายเข้าหาเธออย่างแรงจนกายสาวโยกคลอนไปตามจังหวะ จนกระทั่งภาริดาตัวสั่นเกร็งสะท้านหมดเรี่ยวแรง
วินาทีนั้นภาริดาเพิ่งได้เรียนรู้จักคำว่าขึ้นสวรรค์เป็นครั้งแรก แม้เขาจะไม่อ่อนโยนกับเธอ แต่แปลกที่เขาสามารถทำให้ความรู้สึกเธอพุ่งพล่านได้ดี เธอนอนระทวยหมดแรง หายใจหอบสะท้าน ดวงตาค่อยๆ ไล่มองเรือนร่างเปล่าเปลือยของชายหนุ่มอย่างหวาดๆ
เขมกรพอใจที่เห็นเธอเสร็จสม เขาจับขาเธอยกขึ้นสูงและขยับกายขึ้นลงอีกครั้ง ภาริดาร้องเสียงดัง เพราะเขายกสะโพกเธอขึ้นสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เธอเจ็บและจุกแน่นไปหมดทั่วทั้งท้องน้อย เขมกรคำรามเสียงต่ำอีกครั้ง เหงื่อของเขาไหลลงมาตามไรผม
“อ๊า... คุณเขม... ไม่ค่ะ!”
ภาริดาร้องลั่น รู้สึกว่าท่วงท่านี้ช่างทรมานเธอเหลือเกิน แต่เขาไม่ฟังเสียงและยอมหยุดอะไรทั้งนั้น เขมกรกระแทกร่างเข้าหาเธอหนักหน่วงขึ้น น้ำตาของเธอไหลลงมาจากหางตา เธอทั้งเสียวและเจ็บไปหมด เมื่อเขารักเธอท่านี้จนพอใจ เขาก็จับขาเธอแยกออก และยังคงยกสะโพกเธอขึ้นสูง ท่านี้ทำให้ตัวตนของเขาเข้าไปหาเธอได้ลึกสุดทาง
งานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานเริ่มขึ้นในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขมกรชวนพนักงานบริษัทมาเกือบหมด ใครว่างมาก็มา ใครไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ถือเป็นการกินเลี้ยงแบบครอบครัว ภาริดาได้รับการยอมรับจากคนอื่นมากขึ้น ยกเว้น...“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าเธอไปคบกับคุณเขม” กฤตติกาถามภาริดาอย่างโกรธๆ“ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ...”“ไม่สำคัญได้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนฉัน และคุณเขมก็เป็นผู้บริหารของบริษัท” กฤตติกายังคงโวยวายไม่หยุด เธอมองภาริดาด้วยสายตาโกรธเคือง“เอาน่า... ยังไงเรื่องก็ผ่านมาแล้ว ฉันขอโทษเธอด้วยแล้วกัน” ภาริดายิ้มหวานใส่เพื่อนตรงหน้า แม้จะรู้ว่ากฤตติกาเป็นคนอย่างไร แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อน เธอก็ต้องใส่ใจบ้าง“ฉันให้อภัยก็ได้!” กฤตติกาพูดด้วยน้ำเสียงสะบัดงอนก่อนจะเดินเข้าไปในงานเลี้ยง เขมกรแอบมองดูภาริดาอยู่ห่างๆ ไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากนัก แต่เขาเองก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขมกรพาภาริดากลับมาที่คอนโดช่วงดึก วันนี้เธอเผลอดื่มไวท์ไปแก้วเดียว แต่ทำให้เธอมึนๆ ยืนไม่ค่อยอยู่ พอมาถึงห้องเธอก็ล้มตัวนอนทันที ชายหนุ่มเดินตามไปติดๆ เขาพลิกเธอให้นอนหงาย เรือนร่างบอบบาง แต่อวบอัดในช่วงห
“เปลี่ยนไปยังไง”“คุณเขมอ่อนโยนขึ้น ดีกับภามากขึ้น”“เมื่อก่อนฉันไม่ดีกับเธออย่างนั้นเหรอ”“ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงดังฟังชัด เขมกรหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ“คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ ไม่เห็นจะแปลก”“คุณเขมอย่าให้ความหวังกับภาได้ไหมคะ ภาอยากให้คุณเขมปากร้าย ใจร้ายกับภาเหมือนเดิม ภาจะได้ตัดใจจากคุณเขมง่าย เวลาที่คุณเขมไม่ต้องการภาแล้ว ภาจะได้ไม่เสียใจ” ภาริดาพูดเสียงแผ่วลง เขมกรนิ่งเงียบ รับฟังทุกคำพูดจากหญิงสาว หัวใจของเขาเต้นแรง ตื่นเต้นเมื่อได้รับฟังความรู้สึกของหญิงสาว เขาเงียบ ไม่พูดไม่ตอบอะไรเธอทั้งนั้น ทำให้ภาริดาใจเสียยิ่งกว่าเดิม เธอนั่งเหม่อมองออกนอกหน้าต่างจนถึงคอนโดในค่ำคืนนั้นเขมกรรักภาริดาเต็มที่ เธอสวยงามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เด็กสาวที่มักจะอยู่ในชุดนักศึกษา ไร้เครื่องสำอาง วันนี้กลายมาเป็นนางพญาที่เดินเคียงคู่กับเขา เขมกรเพ่งมองใบหน้าอันงดงามสดใสของเธอแล้วยิ่งตกหลุมรัก เธองามทั้งภายในและภายนอก ทั้งเข้มแข็ง อดทน ขยัน กตัญญูกับบุพการี และไม่เคยอวดอ้างคุณงามความดีเลยสักครั้ง ความดีของเธอทำให้เขาใจอ่อน อยากจะดูแลเธอไปตลอดทั้งชีวิต!ช่วงวันหยุดภาริดายังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือน
“จริงๆ เธอป่วยอยู่แล้ว ไม่ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้”“ภาหายป่วยแล้วค่ะคุณเขม ว่าแต่... คุณเขมซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ” เธอเดินเข้าไปใกล้ เขมกรยื่นถุงจากห้างสรรพสินค้าให้เธอ“ชุดราตรีและรองเท้า ฉันซื้อให้เธอใส่ไปงานเลี้ยงของบริษัทพรุ่งนี้” เขาบอกและยิ้มให้ ภาริดาตาโต“อะไรนะคะ!”“เธอได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันจะให้เธอไปงานเลี้ยงบริษัทคืนพรุ่งนี้พร้อมกับฉัน ไปกับฉันในฐานะแฟน”“คุณเขม!” ภาริดาเรียกเขาอย่างตกใจ เขมกรเห็นใบหน้าที่มีแต่ความตกใจแล้วก็นึกขัน“ตกใจอะไรกัน ไม่เห็นจะน่าตกใจตรงไหนเลย”“คุณเขมกำลังทำอะไรอยู่ รู้ตัวไหมคะ” เธอถามเสียงดัง“รู้สิ ทำไมฉันจะไม่รู้”“คุณเขมจะเปิดตัวภาในฐานะแฟนทำไม ในเมื่อภาอยู่กับคุณเขมในฐานะเมียเก็บ ภาเป็นแค่เมียเก็บคุณเขม ไม่ได้เป็นแฟน คุณเขมไม่จำเป็นจะต้องให้ภาไปเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเรามันพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ได้” เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาและกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เขมกรยิ้มละมุนให้เธอ“แต่นี่จะเป็นทางเดียวที่จะสยบข่าวลือระหว่างเราได้นะ เธอไม่อยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเหรอ”“ภาอยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ แต่ภา... คิดว่าม
“เราสองคนคบกันมานานแล้ว คบกันก่อนที่ภาจะมาฝึกงานที่นี่ แต่ที่ผมต้องปิดบังเพราะไม่อยากให้ภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านและเป็นที่ครหา แต่ในเมื่อเรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป” เขมกรบอกชนิตา เหมือนกับที่เตี๊ยมกับภาริดาไว้ตั้งแต่ตอนแรก ชนิตาได้ยินก็แปลกใจ เพราะเห็นตอนแรกๆ เขมกรทำท่าจะจีบภาริดา ไม่คิดว่าคบกันมาก่อนแล้ว“ค่ะ พี่ก็คิดว่าที่คุณเขมทำแบบนี้ก็เหมาะสมแล้ว แล้วเรื่องที่คนอื่นเขาพูดกันล่ะคะ”“ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไป มันห้ามกันไม่ได้นะเรื่องแบบนี้” เขมกรลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย ภาริดานั่งก้มหน้านิ่ง มือไม้สั่นไปหมด“อีกไม่นานน้องภาก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว ไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก่อนเลย” ชนิตาบ่น“ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะพี่ตา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ภาเตรียมใจรับไว้แล้ว” ภาริดาพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน“ภาฝึกงานเมื่อไหร่ ฉันจะเปิดตัวภาทันที” เขมกรบอก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่ได้บอกภาริดาตั้งแต่แรก นอกจากชนิตาจะแปลกใจแล้ว ยังสร้างความตกใจให้กับภาริดาด้วย“ดีแล้วค่ะ น้องจะได้ไม่เป็นขี้ปากชาวบ้านอีก”ชนิตาและภาริดาออกจากห้องไปแล้ว เขมกรทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้เลยจริงๆ ภา... ฉันผิดหวังในตัวเธอมาก” กฤตติกาเดินเข้ามาหาภาริดา หญิงสาวยืนนิ่ง ไม่พูดไม่จา ไม่แก้ข่าว ไม่ปฏิเสธ ไม่อะไรทั้งนั้น ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เธอเม้มริมฝีปากแน่นและหันหลังเดินออกไป ท่ามกลางเสียงนินทาของผู้คนที่ทำงานในบริษัท“ภา พี่มีเรื่องจะถาม!” ชนิตาลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นภาริดาเดินมา ภาริดามีสีหน้านิ่งเรียบ เหมือนกับทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น“อะไรเหรอคะพี่ตา”“คนในบริษัทเม้าท์กับว่าภาเป็นไซด์ไลน์ เอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงานกับคุณเขมเหรอ” ชนิตาถามไปตามตรงตามสไตล์ผู้หญิงตรงไปตรงมา ภาริดามองพี่เลี้ยงฝึกงานอย่างชั่งใจ“พี่ตาคิดกับเรื่องนี้ยังไงคะ เรื่องที่ภาเอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงาน” ภาริดาไม่ตอบคำถาม เธอย้อนถามกลับ“พี่ก็งงว่าไปเอามาจากไหนกัน เพราะคนที่เป็นคนกรอกคะแนนฝึกงานคือพี่เอง ไม่ใช่คุณเขม และคุณเขมก็ไม่ได้มากำชับอะไรกับพี่ด้วย ถ้าคะแนนฝึกงานของภาจะมากกว่าคนอื่นๆ ก็ไม่แปลก เพราะภามาทำงานก่อนเวลา กลับทีหลัง ทำงานดีไม่มีที่ติ ก็สมควรจะได้คะแนนเยอะอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคุณเขม...” ชนิตายั้งปากอย่างช่างใจ เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือไม่“ภาไม่อยากพูดอะไรท
“คุณเขมไม่น่าไปนั่งกินข้าวกับภาที่โรงอาหารเลยนะคะ” ภาริดาบอก หลังกลับมาถึงคอนโด เธอมีสีหน้าเครียดๆ“ทำไมล่ะ”“คนอื่นมองคุณเขมกับภาไม่ดี พนักงานในบริษัทน่าจะรู้เรื่องของเราหมดแล้ว”“ช่างมันสิ อยากจะรู้ก็ให้รู้กันไป จะไปสนใจทำไม” เขายังนอนอยู่บนเตียงอย่างไม่ยีหระ ต่างจากหญิงสาวที่นั่งลงและถอนหายใจ คืนนี้เธอสวมชุดนอนที่เขาซื้อให้ เป็นชุดสายเดี่ยวเนื้อผ้านุ่มลื่น เผยให้เห็นถึงหน้าอกอวบอิ่มและเรียวขาสวย“คุณเขม...” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร เสียงไลน์ในโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้นรัวๆ เธอหยิบโทรศัพท์จะเปิดดู แต่เขมกรก็คว้าเอาไว้เสียก่อน เขาให้เธอปลดล็อกรหัสให้และเข้าไปดู เห็นอนุทัตส่งข้อความมาถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขมกร ชายหนุ่มที่นอนบนเตียงหัวเราะในลำคอและยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการชั่วร้ายเขมกรอ่านแต่ไม่ตอบ ส่วนคนต้นทางได้แต่ว้าวุ่นใจ อนุทัตจึงตัดสินใจโทรหาภาริดา เขมกรจึงใช้โอกาสนี้รับสายโทรศัพท์เสียเอง“น้องภา ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบพี่ล่ะครับ” อนุทัตถาม เขมกรจึงเปิดลำโพงเพราะต้องการให้ภาริดาได้ยินด้วย เธอทำหน้าปั้นยาก“น้องภาเข้าห้องน้ำ มีอะไรฝากไว้ไหม” เขาตอบ ภาริดารีบส่ายหน้า และพยายามแย่ง







