LOGIN“อื้อ... อ๊า... อ๊า...!” เสียงร้องครวญครางของหญิงสาวได้ยินแล้วแทบจะขาดใจแทน เขมกรสูดลมหายใจลึกขึ้นเรื่อยๆ แรงบีบรัดของเธอทำให้เขาไม่สามารถกลั้นน้ำรักได้อีกต่อไป แม้ว่าปกติเขาจะเป็นคนเสร็จช้าก็ตาม แต่เธอคับแน่นไม่เหมือนหญิงบริการคนอื่นที่เคยเจอ สุดท้ายเขมกรก็ปล่อยน้ำรักออกมาจนหมดสิ้น
“อ๊า!” เสียงครางสุดท้ายของเธอยาวเหยียด เขมกรทิ้งกายทาบทับหญิงสาวทันที เขาจูบเธอเบาๆ และฟุบหน้าลงไปที่ซอกคอ ภาริดาหลับตาสนิท เรือนร่างของเธอเกร็งกระตุกอีกครั้ง เนื้อนุ่มตอดรัดเขาถี่ยิบแม้ว่าเขาจะเสร็จไปแล้วก็ตาม
เขมกรหายเหนื่อยแล้วเขาก็ลุกขึ้นและดึงร่างของตัวเองออกมาทันที เขาหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดและรวบดึงถุงยางอนามัยที่เขาสวมออกมาด้วย ทันใดนั้นเขาก็ต้องแปลกใจ เมื่อกระดาษทิชชูมีรอยเลือดติดอยู่ เขาจึงมองไปที่ผ้าปูที่นอน บริเวณใกล้กับสะโพกของเธอ เขาเห็นเลือดสีแดงสดหยดอยู่หลายจุด หัวใจเขากระตุกวูบ ต้องเงยหน้าไปจ้องหน้าเธอ
ภาริดาพลิกกายนอนตะแคง ไม่สู้หน้าชายหนุ่ม แต่เขาเห็นแผ่นหลังของเธอสะท้านขึ้นลงเป็นจังหวะ เขมกรรู้สึกสับสนไปหมด เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ในช่วงชีวิตวัย 30 ปี ผ่านผู้หญิงขายบริการมามาก เขาจึงรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนแรกของภาริดา แต่อคติที่เขามีต่อเธอนั้นไม่ได้ลดน้อยลง ในเมื่อเธอเลือกเดินเส้นทางนี้แล้วก็ต้องยอมรับให้ได้ เขมกรลุกขึ้นจากเตียงและตรงไปอาบน้ำ ไม่ได้นอนกอดก่ายเธออย่างที่ควรจะทำ!
ภาริดานอนกอดตัวเองด้วยความเสียใจ แม้ตอนแรกจะทำใจไว้บ้างแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนี้มันเกินความคาดหมายของเธอทั้งสิ้น เธอไม่นึกเลยว่าลูกค้าคนแรกจะเป็นเขมกร ชายหนุ่มที่แสนดีกับเธอมาตลอดเวลาที่ผ่านมา และเธอก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะไม่อ่อนโยนกับเธอแบบนี้ เขาทำกับเธอเหมือนเธอไม่มีชีวิตและหัวใจ ทั้งยังใช้คำพูดตอกย้ำซ้ำเติมความด้อยค่าของเธออีก
“ไปอาบน้ำซะ!”
เขมกรออกมาจากห้องน้ำ เขาโยนผ้าขนหนูใส่ตัวเธอ ภาริดารีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้า เธอพยายามพยุงตัวให้ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ตอนนี้เธอเจ็บบริเวณกลางร่างกาย เจ็บจนไม่อยากจะขยับเขยื้อนเนื้อตัว
“ค่ะ” เธอทำตามอย่างว่าง่าย ถึงแม้ตัวจะไม่ไหว แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของลูกค้า เธอก็ต้องทำตาม เขมกรมองเรือนร่างหญิงสาวที่ถูกเขาจาบจ้วงไปเมื่อครู่อย่างย่ามใจ สภาพของเธอตอนนี้ดูไม่ค่อยได้ ผมเผ้ารุงรังไปหมด ใบหน้าก็มีแต่น้ำตา จมูกโด่งรั้นแดงก่ำ
“อาบน้ำเร็วๆ คืนนี้ฉันยังจะต้องใช้บริการเธอให้คุ้มกับเงินที่เสียไป” เขาสำทับ หลังเห็นเธอค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ภาริดาเดินเซเกือบล้ม แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะเข้าไปช่วยเหลือหรือประคองใดๆ ทั้งสิ้น
“ค่ะ”
ภาริดาพยายามฝืนตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ ขาทั้งสองข้างของเธอสั่นระริก มือเล็กเปิดฝักบัวให้น้ำมันไหลผ่านร่างกายของตัวเอง แม้จะรู้ว่ามันไม่สามารถลบล้างรอยมลทินออกจากเนื้อตัวของเธอได้ก็ตาม
เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ดังออกไปนอกห้องน้ำ มือบางถูตัวเองแรงๆ จนมันเป็นรอยแดงเถือกไปหมด ภาริดาสมเพชตัวเองยิ่งนัก แม้ว่าคืนแรกจะเป็นชายหนุ่มที่เธอรัก แต่เขาก็ไม่ปราณีเธอเลย เธอร้องไห้ออกมาพักใหญ่ ก่อนจะสำนึกได้ว่าเธอจะต้องทำตามหน้าที่ตัวเอง เพื่อเงินที่จะได้นำไปใช้รักษาแม่ ค่าเทอมของตัวเองและของน้อง รวมทั้งเอาเงินไปไถ่บ้านที่จำนองไว้ด้วย
“เสร็จแล้วเหรอ” เขมกรถามขณะที่นอนพิงพนักเตียงและเปิดโทรศัพท์ดูอะไรเรื่อยเปื่อย เธอออกมาด้วยผ้าขนหนูสีขาวพันตัว เขาละสายตาจากโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมอง เห็นหญิงสาวตาแดงช้ำ ผมยาวถูกรวบเป็นมวยขึ้นสูง ใบหน้าสวยไม่มีเครื่องสำอางใดๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อเห็นแล้วก็ยังกระตุ้นอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี
“ค่ะ”
“มานี่ มาใกล้ๆ ฉัน” เขาออกคำสั่งและตบมือไปที่เตียงนุ่มเบาๆ ภาริดาเดินเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่าย จากนั้นเขาก็ปลดผ้าขนหนูของตัวเองออก เผยให้เห็นถึงความเป็นชายที่ใหญ่โตผงาดกล้าพร้อมรบ ภาริดามองแล้วก็รีบเบือนหน้าไปทางอื่น
“อมสิ...” เขาบอก ภาริดากลืนน้ำลาย เธอไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อน ไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร แม้ว่าจะเคยเห็นจากในคลิปวีดิโอแล้วก็ตาม
“คะ...?!”
“ฉันบอกให้อมไงล่ะ” เขาสั่งอีก ภาริดารีบพยักหน้า เธอก้มลงหาความแข็งแกร่งนั่งทันที มือเล็กลูบๆ คลำๆ ไปที่ความเป็นชายของเขา มันอุ่นวาบและแข็งขึงเหลือเกิน
ภาริดาค่อยๆ จรดริมฝีปากลงไปบริเวณตอนปลาย เธอแลบลิ้นเลียอย่างช้าๆ เขมกรสูดปากแรงๆ เอามือจับท้ายทอยหญิงสาว เมื่อถึงจังหวะที่เธออ้าปากกว้าง เขาก็กดศีรษะเธอลงไปทันที ภาริดาร้องในลำคอ เพราะโพรงปากได้ครอบครองความเป็นชายทั้งหมดแล้ว เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจและหายใจไม่ออก แต่เขมกรไม่ฟังเสียง เขาขยับสะโพกเข้าออกรัวเร็ว
“อื้อ... อุ... อื้อ...” ภาริดาพยายามเอามือดันต้นขาทั้งสองข้างเอาไว้ แต่แรงเขาก็เยอะเหลือเกิน เขากระแทกกายเข้าหาเธอหลายครั้งจนพอใจแล้วจึงเอาแก่นกายออกมา
“คุณเขม...” ภาริดาเรียกชื่อเขาเสียงโหย น้ำลายไหลออกมาจากริมฝีปากหญิงสาว เขมกรดึงผ้าขนหนูออกจากร่างของเธอ เขาแยกเรียวขาเล็กออกจากกันแล้วแทรกกายเข้าไปในร่างของเธอทันที เขาไม่ได้รอให้เธอพรักพร้อมก่อน
“อ๊า!” เสียงกรีดร้องของเธอดังขึ้น ความใหญ่โตของเขาเข้ามาหาเธออีกครั้ง ทำให้โพรงสวาทเจ็บแสบไม่ต่างจากตอนแรกเลย เขาเห็นสีหน้าอันบิดเบี้ยวของเธอแล้วก็นึกสงสารขึ้นมาในใจ จึงก้มลงดูดเลียหัวนมทั้งสองข้างที่แข็งเป็นไตอย่างช้าๆ เขาสัมผัสได้ว่าขนในกายของเธอลุกชันไปหมด
“อื้อ... อ่าส์...” ภาริดาเริ่มร้องครวญครางดังขึ้นมาเรื่อยๆ ตามจังหวะรักที่เขามอบให้ มือหนาฟ้อนเฟ้นนวดคลึงหน้าอกอวบทั้งสองข้างปนกับการดูดเลียหัวนม เขาทำอย่างนั้นเนิ่นนานก่อนจะเปลี่ยนมาจูบริมฝีปากหญิงสาว
ภาริดาเกาะแขนทั้งสองข้างของเขาไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์วาบหวามที่เกิดขึ้น
“คืนนี้ฉันจัดหนักนะ ครั้งนี้แค่ครั้งที่ 2 แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะพอ...” เขมกรขู่เธออีก ภาริดามีสีหน้าตกใจ เพราะการร่วมรักในแต่ละครั้ง เขาใช้เวลาไม่น้อยเลย ต่างจากที่เธอได้ยินจากปากเพื่อนสนิทว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะเก็บกด เมื่อมาถึงก็จะเสร็จเร็ว แตกเร็ว แต่กับเขาไม่ใช่เลยสักนิด
“ค่ะ”
“ลุกขึ้นโยกบ้างไหม” เขาถามต่อ ภาริดาเม้มปากและส่ายหน้า เพราะตอนนี้เธอหมดเรี่ยวแรงจะเล่นท่าอย่างที่เคยโฆษณาไว้ตอนแรกแล้ว
“ไหนว่าลีลาเด็ด ทำให้ฉันเห็นหน่อยไม่ได้หรือไง” เขมกรกระเซ้าต่อ ภาริดาหลบสายตา เธอหลับตาแน่น ไม่อยากสบตาชายหนุ่มแล้ว เขมกรเห็นท่าทางของเธอก็ยิ้มเยาะ เพราะเขารู้ดีว่าเธอทำไม่เป็นและไม่มีแรง ครั้งแรกสำหรับเธอมันคงจะหนักหน่วงไปหน่อย แต่ทำไงได้ เขาเสียเงินกับเธอไปเยอะก็ต้องเอาให้คุ้ม เขาจะไม่มานั่งใส่ใจความรู้สึกของเธออีกต่อไปแล้ว
“200,000 ที่ฉันเสียไป ฉันเอาก้นเธอด้วยนะ” เขาบอก ภาริดารีบลืมตาขึ้น และมองเขาอย่างตกใจ
“อะไรนะคะ!”
“อย่างที่เธอได้ยิน ฉันไม่ชอบพูดซ้ำ”
งานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานเริ่มขึ้นในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขมกรชวนพนักงานบริษัทมาเกือบหมด ใครว่างมาก็มา ใครไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ถือเป็นการกินเลี้ยงแบบครอบครัว ภาริดาได้รับการยอมรับจากคนอื่นมากขึ้น ยกเว้น...“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าเธอไปคบกับคุณเขม” กฤตติกาถามภาริดาอย่างโกรธๆ“ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ...”“ไม่สำคัญได้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนฉัน และคุณเขมก็เป็นผู้บริหารของบริษัท” กฤตติกายังคงโวยวายไม่หยุด เธอมองภาริดาด้วยสายตาโกรธเคือง“เอาน่า... ยังไงเรื่องก็ผ่านมาแล้ว ฉันขอโทษเธอด้วยแล้วกัน” ภาริดายิ้มหวานใส่เพื่อนตรงหน้า แม้จะรู้ว่ากฤตติกาเป็นคนอย่างไร แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อน เธอก็ต้องใส่ใจบ้าง“ฉันให้อภัยก็ได้!” กฤตติกาพูดด้วยน้ำเสียงสะบัดงอนก่อนจะเดินเข้าไปในงานเลี้ยง เขมกรแอบมองดูภาริดาอยู่ห่างๆ ไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากนัก แต่เขาเองก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขมกรพาภาริดากลับมาที่คอนโดช่วงดึก วันนี้เธอเผลอดื่มไวท์ไปแก้วเดียว แต่ทำให้เธอมึนๆ ยืนไม่ค่อยอยู่ พอมาถึงห้องเธอก็ล้มตัวนอนทันที ชายหนุ่มเดินตามไปติดๆ เขาพลิกเธอให้นอนหงาย เรือนร่างบอบบาง แต่อวบอัดในช่วงห
“เปลี่ยนไปยังไง”“คุณเขมอ่อนโยนขึ้น ดีกับภามากขึ้น”“เมื่อก่อนฉันไม่ดีกับเธออย่างนั้นเหรอ”“ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงดังฟังชัด เขมกรหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ“คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ ไม่เห็นจะแปลก”“คุณเขมอย่าให้ความหวังกับภาได้ไหมคะ ภาอยากให้คุณเขมปากร้าย ใจร้ายกับภาเหมือนเดิม ภาจะได้ตัดใจจากคุณเขมง่าย เวลาที่คุณเขมไม่ต้องการภาแล้ว ภาจะได้ไม่เสียใจ” ภาริดาพูดเสียงแผ่วลง เขมกรนิ่งเงียบ รับฟังทุกคำพูดจากหญิงสาว หัวใจของเขาเต้นแรง ตื่นเต้นเมื่อได้รับฟังความรู้สึกของหญิงสาว เขาเงียบ ไม่พูดไม่ตอบอะไรเธอทั้งนั้น ทำให้ภาริดาใจเสียยิ่งกว่าเดิม เธอนั่งเหม่อมองออกนอกหน้าต่างจนถึงคอนโดในค่ำคืนนั้นเขมกรรักภาริดาเต็มที่ เธอสวยงามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เด็กสาวที่มักจะอยู่ในชุดนักศึกษา ไร้เครื่องสำอาง วันนี้กลายมาเป็นนางพญาที่เดินเคียงคู่กับเขา เขมกรเพ่งมองใบหน้าอันงดงามสดใสของเธอแล้วยิ่งตกหลุมรัก เธองามทั้งภายในและภายนอก ทั้งเข้มแข็ง อดทน ขยัน กตัญญูกับบุพการี และไม่เคยอวดอ้างคุณงามความดีเลยสักครั้ง ความดีของเธอทำให้เขาใจอ่อน อยากจะดูแลเธอไปตลอดทั้งชีวิต!ช่วงวันหยุดภาริดายังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือน
“จริงๆ เธอป่วยอยู่แล้ว ไม่ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้”“ภาหายป่วยแล้วค่ะคุณเขม ว่าแต่... คุณเขมซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ” เธอเดินเข้าไปใกล้ เขมกรยื่นถุงจากห้างสรรพสินค้าให้เธอ“ชุดราตรีและรองเท้า ฉันซื้อให้เธอใส่ไปงานเลี้ยงของบริษัทพรุ่งนี้” เขาบอกและยิ้มให้ ภาริดาตาโต“อะไรนะคะ!”“เธอได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันจะให้เธอไปงานเลี้ยงบริษัทคืนพรุ่งนี้พร้อมกับฉัน ไปกับฉันในฐานะแฟน”“คุณเขม!” ภาริดาเรียกเขาอย่างตกใจ เขมกรเห็นใบหน้าที่มีแต่ความตกใจแล้วก็นึกขัน“ตกใจอะไรกัน ไม่เห็นจะน่าตกใจตรงไหนเลย”“คุณเขมกำลังทำอะไรอยู่ รู้ตัวไหมคะ” เธอถามเสียงดัง“รู้สิ ทำไมฉันจะไม่รู้”“คุณเขมจะเปิดตัวภาในฐานะแฟนทำไม ในเมื่อภาอยู่กับคุณเขมในฐานะเมียเก็บ ภาเป็นแค่เมียเก็บคุณเขม ไม่ได้เป็นแฟน คุณเขมไม่จำเป็นจะต้องให้ภาไปเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเรามันพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ได้” เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาและกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เขมกรยิ้มละมุนให้เธอ“แต่นี่จะเป็นทางเดียวที่จะสยบข่าวลือระหว่างเราได้นะ เธอไม่อยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเหรอ”“ภาอยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ แต่ภา... คิดว่าม
“เราสองคนคบกันมานานแล้ว คบกันก่อนที่ภาจะมาฝึกงานที่นี่ แต่ที่ผมต้องปิดบังเพราะไม่อยากให้ภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านและเป็นที่ครหา แต่ในเมื่อเรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป” เขมกรบอกชนิตา เหมือนกับที่เตี๊ยมกับภาริดาไว้ตั้งแต่ตอนแรก ชนิตาได้ยินก็แปลกใจ เพราะเห็นตอนแรกๆ เขมกรทำท่าจะจีบภาริดา ไม่คิดว่าคบกันมาก่อนแล้ว“ค่ะ พี่ก็คิดว่าที่คุณเขมทำแบบนี้ก็เหมาะสมแล้ว แล้วเรื่องที่คนอื่นเขาพูดกันล่ะคะ”“ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไป มันห้ามกันไม่ได้นะเรื่องแบบนี้” เขมกรลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย ภาริดานั่งก้มหน้านิ่ง มือไม้สั่นไปหมด“อีกไม่นานน้องภาก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว ไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก่อนเลย” ชนิตาบ่น“ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะพี่ตา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ภาเตรียมใจรับไว้แล้ว” ภาริดาพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน“ภาฝึกงานเมื่อไหร่ ฉันจะเปิดตัวภาทันที” เขมกรบอก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่ได้บอกภาริดาตั้งแต่แรก นอกจากชนิตาจะแปลกใจแล้ว ยังสร้างความตกใจให้กับภาริดาด้วย“ดีแล้วค่ะ น้องจะได้ไม่เป็นขี้ปากชาวบ้านอีก”ชนิตาและภาริดาออกจากห้องไปแล้ว เขมกรทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้เลยจริงๆ ภา... ฉันผิดหวังในตัวเธอมาก” กฤตติกาเดินเข้ามาหาภาริดา หญิงสาวยืนนิ่ง ไม่พูดไม่จา ไม่แก้ข่าว ไม่ปฏิเสธ ไม่อะไรทั้งนั้น ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เธอเม้มริมฝีปากแน่นและหันหลังเดินออกไป ท่ามกลางเสียงนินทาของผู้คนที่ทำงานในบริษัท“ภา พี่มีเรื่องจะถาม!” ชนิตาลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นภาริดาเดินมา ภาริดามีสีหน้านิ่งเรียบ เหมือนกับทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น“อะไรเหรอคะพี่ตา”“คนในบริษัทเม้าท์กับว่าภาเป็นไซด์ไลน์ เอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงานกับคุณเขมเหรอ” ชนิตาถามไปตามตรงตามสไตล์ผู้หญิงตรงไปตรงมา ภาริดามองพี่เลี้ยงฝึกงานอย่างชั่งใจ“พี่ตาคิดกับเรื่องนี้ยังไงคะ เรื่องที่ภาเอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงาน” ภาริดาไม่ตอบคำถาม เธอย้อนถามกลับ“พี่ก็งงว่าไปเอามาจากไหนกัน เพราะคนที่เป็นคนกรอกคะแนนฝึกงานคือพี่เอง ไม่ใช่คุณเขม และคุณเขมก็ไม่ได้มากำชับอะไรกับพี่ด้วย ถ้าคะแนนฝึกงานของภาจะมากกว่าคนอื่นๆ ก็ไม่แปลก เพราะภามาทำงานก่อนเวลา กลับทีหลัง ทำงานดีไม่มีที่ติ ก็สมควรจะได้คะแนนเยอะอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคุณเขม...” ชนิตายั้งปากอย่างช่างใจ เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือไม่“ภาไม่อยากพูดอะไรท
“คุณเขมไม่น่าไปนั่งกินข้าวกับภาที่โรงอาหารเลยนะคะ” ภาริดาบอก หลังกลับมาถึงคอนโด เธอมีสีหน้าเครียดๆ“ทำไมล่ะ”“คนอื่นมองคุณเขมกับภาไม่ดี พนักงานในบริษัทน่าจะรู้เรื่องของเราหมดแล้ว”“ช่างมันสิ อยากจะรู้ก็ให้รู้กันไป จะไปสนใจทำไม” เขายังนอนอยู่บนเตียงอย่างไม่ยีหระ ต่างจากหญิงสาวที่นั่งลงและถอนหายใจ คืนนี้เธอสวมชุดนอนที่เขาซื้อให้ เป็นชุดสายเดี่ยวเนื้อผ้านุ่มลื่น เผยให้เห็นถึงหน้าอกอวบอิ่มและเรียวขาสวย“คุณเขม...” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร เสียงไลน์ในโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้นรัวๆ เธอหยิบโทรศัพท์จะเปิดดู แต่เขมกรก็คว้าเอาไว้เสียก่อน เขาให้เธอปลดล็อกรหัสให้และเข้าไปดู เห็นอนุทัตส่งข้อความมาถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขมกร ชายหนุ่มที่นอนบนเตียงหัวเราะในลำคอและยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการชั่วร้ายเขมกรอ่านแต่ไม่ตอบ ส่วนคนต้นทางได้แต่ว้าวุ่นใจ อนุทัตจึงตัดสินใจโทรหาภาริดา เขมกรจึงใช้โอกาสนี้รับสายโทรศัพท์เสียเอง“น้องภา ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบพี่ล่ะครับ” อนุทัตถาม เขมกรจึงเปิดลำโพงเพราะต้องการให้ภาริดาได้ยินด้วย เธอทำหน้าปั้นยาก“น้องภาเข้าห้องน้ำ มีอะไรฝากไว้ไหม” เขาตอบ ภาริดารีบส่ายหน้า และพยายามแย่ง