แชร์

ตอนที่ 3 สมปรารถนา

ผู้เขียน: ฝ้ายสีคราม
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-12 13:14:55

ไอหมอกยามเช้าปกคลุมยอดไม้ในหุบเขา เสียงนกป่าร้องเรียกแผ่วเบาแทรกลอยตามมาพร้อมอากาศเย็นสดชื่น ปลุกให้ซูเหมยหลันลุกจากตั่งไม้เบาๆ ห่มผ้าให้สามีบัณฑิตที่ยังหลับสนิท ก่อนจะหยัดกายลุกออกมาอย่างแผ่วเบา

นางเดินไปที่เรือนหลังเล็กด้านข้าง เตรียมต้มน้ำ เพื่อต้มมันเทศไว้รอเขาตื่นขึ้นมากินเป็นอาหารเช้า

หลังจากตั้งหม้อไว้แล้ว นางจึงหยิบอ่างไม้เตรียมผ้าจะนำไปซักที่ลำธาร ระหว่างค้นหาเสื้อผ้าของหลี่เฉินอวี่ในตะกร้าหวายสะพายหลังของเขา ก็พบห่อผ้าเล็กๆ ที่ม้วนไว้ด้วยเชือกฝ้ายสีซีด

ซูเหมยหลันผ่อนลมหายใจยาว คิดเพียงจะนำเสื้อคลุมของเขาไปซักให้สะอาด แต่เมื่อดึงห่อผ้านั้นออกมา เสื้อผ้าเก่าที่ห่อไว้กลับหล่นลงพร้อมซองจดหมายที่สอดไว้ตรงมุมพับ

มือของนางหยุดนิ่งกลางอากาศ ใจเต้นแรงอย่างประหลาดขณะหยิบซองนั้นขึ้นมา ลายมือในจดหมายเป็นระเบียบ ทว่าข้อความนั้นทะลุทะลวงดวงใจยิ่งกว่ามีดใด

“พี่เฉินอวี่ ข้าได้มอบปิ่นหยกนี้ไว้แทนใจของท่านกับข้า หากท่านสอบเคอจวี่ได้ตำแหน่งใดหรือไม่ ข้าก็จะเต็มใจแต่งงานกับท่าน และรอท่านกลับมาแต่งงานตามสัญญาหมั้นหมาย ... โหรวเอ๋อร์”

ปิ่นหยก... ซูเหมยหลันนึกถึงปิ่นหยกที่นางเสียบมวยผมอยู่ในตอนนี้ หัวใจของนางเหมือนหยุดเต้นไปในวินาทีนั้น

เขาบอกว่านั่นคือของของมารดา เขาบอกว่าจะอยู่กับนางตลอดไป เขาบอกว่าไม่มีใครอีกแล้วในชีวิต แต่จดหมายฉบับนี้มันบ่งบอกว่าเขามีใครอีกคนที่รออยู่

มือของซูเหมยหลันกำแน่น ดวงตาเบิกกว้าง ทั้งตกใจและปวดร้าว อักษรทุกคำยังคงก้องสะท้อนในหัว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ปิ่นหยกนี้เป็นของแทนใจของท่านกับนาง” ริมฝีปากของนางสั่นระริก เก็บจดหมายกลับเข้าที่แล้วก้าวเดินไปยืนมองสามีที่นอนอยู่ อยากปลุกเขาขึ้นมาถามหากแต่ยั้งใจเอาไว้

ภายในห้อง หลี่เฉินอวี่ยังนอนสงบนิ่ง ซูเหมยหลันมองเขาอยู่เช่นนั้น ชายผู้เคยเป็นแสงสุดท้ายในหุบเขาอ้างว้างของนาง บัดนี้กลับเป็นเงามืดที่กัดกินหัวใจจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

เขาแต่งกับนางก่อน แต่กำลังจะกลับไปแต่งอีกคนหนึ่ง ปิ่นที่อยู่ในผมนางไม่ใช่ของมารดาเขา

เป็นของว่าที่เจ้าสาวของเขา

สามวันหลังแต่งงานเขาแทบจะไม่ปล่อยให้นางอยู่ห่างกาย ไม่ว่าเวลาไหนที่เขาเกิดความปรารถนาก็รั้งนางไว้ในอ้อมแขนแล้วจบลงที่ห้องนอนเสียทุกครั้ง หรือว่าเขาตั้งใจมาหลอกนาง หลอกเชยชมด้วยคำหวาน พอสมปรารถนาแล้วก็จะจากไป

‘ไม่หรอก ท่านพี่อาจจะรักข้า และไม่คิดหวนกลับไปแล้ว เขาบอกเองว่าจะอยู่กับข้า’ นางปลอบใจตนเอง บางทีจดหมายนั่นอาจเป็นเพียงสตรีนางนั้นที่รักเขาเพียงฝ่ายเดียว

แต่เหตุใดเล่า เหตุใดต้องโกหกว่าปิ่นนี้เป็นของมารดาเขา แล้วเหตุใดยังเก็บจดหมายนี้เอาไว้

แม้ภายในใจของซูเหมยหลันจะแตกสลายไปแล้วกว่าครึ่ง แต่ใบหน้าของนางยังคงแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นว่าเขางัวเงียลืมตาขึ้นมามองนาง

“ตื่นแต่เช้าอีกแล้ว มาให้ข้านอนกอดอีกหน่อยไม่ได้หรือ” เขาพูดแล้วยิ้มให้แก่นางขณะขยี้ตาให้ตื่นตัว

นางเดินเข้าไปหาแล้วถูกเขาดึงลงไปนั่งตัก มือเย็นเยียบของบัณฑิตหนุ่มสอดเข้าไปในสาบเสื้อของนางแล้วกุมสองเต้าเอาไว้

“อุ่นมือดีจัง เจ้าอยู่ให้ความอบอุ่นข้าอีกสักนิดหรือไม่ ข้าอยากอุ่นทั้งกาย” พูดไปมือของเขาก็ปลุกเร้านางไป บีบหน้าอกของนางจนปลายยอดตั้งชูชัน

“ให้ข้าพักบ้างเถิดท่านพี่ ท่านหิวโหยมาจากไหนกัน แต่งงานสามวันท่านเข้าหอกับข้าไปไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้ง แรงท่านมากขนาดนี้ไปตัดฟืนให้ข้าตามที่เคยพูดไว้เถิด” นางหัวเราะออกมา เขาหลงใหลเรือนร่างนางขนาดนี้ยังต้องระแวงอะไรมาก

“ตัวเจ้าหอมและนุ่มนิ่มอุ่นมือขนาดนี้ จะให้ข้าอดใจไหวได้หรือ เสียงครางของเจ้ายามที่มีความสุข มันทำให้ข้ารู้สึกดี” เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของนาง มืออีกข้างวางที่ต้นขา ลูบไล้แล้วค่อยๆ เลื่อนจะสอดมือเข้าไป แต่ซูเหมยหลันดันตัวลุกขึ้นมาก่อน

“ข้าต้มมันเทศไว้ในครัว จะออกไปซักผ้าก่อน หากไปสายกว่านี้เดี๋ยวจะไม่ทันแดด” นางกล่าวด้วยท่าทางเอียงอาย ตอนนี้ใจชื้นขึ้นมากแล้ว

“จะไปซักผ้าที่ลำธารหรือ” สายตาของเขาเหลือบมองปิ่นปักผมในมวยผมนางก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่ม

“ปิ่นนั้นเจ้าถอดเก็บไว้ที่บ้านเถิด ลำธารหินลื่น หากหล่นหายจะหาไม่ได้อีก”

ซูเหมยหลันชะงักและจุกในอก แต่ก็แสร้งหัวเราะเบาๆ แล้วเอื้อมมือถอดปิ่นออก

“ก็ได้ ท่านหวงของของแม่ท่านนัก ข้าจะเก็บไว้ให้ดี”

นางวางปิ่นลงบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ มือ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากเรือนไป หัวใจหญิงสาวแทบกู่ไม่กลับ แต่ใบหน้ากลับไม่มีแม้แต่รอยสั่นไหว

นางเดินเลยทางไปลำธาร แล้ววกอ้อมกลับมาที่ต้นไม้ใหญ่หลังเรือน จุดที่พอจะมองเห็นหน้าประตูได้ชัดเจน

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ซูเหมยหลันยืนเงียบงันใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ราวรูปปั้นสลักด้วยความเจ็บ เสียงประตูไม้ถูกเปิดออกช้าๆ หลี่เฉินอวี่โผล่ออกมาจากเรือน เขามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง

บนหลังเขาสะพายตะกร้าหวายที่เขาแบกมา มองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ใช้เส้นทางอีกที่โดยไม่ผ่านทางลำธารที่นางไป

หลี่เฉินอวี่ค่อยๆ เร่งฝีเท้า มุ่งหน้าสู่อีกฟากหนึ่งของหุบเขา ทิ้งเรือนไม้ และหญิงที่เขาเพิ่งกราบฟ้าดินร่วมกันไว้เบื้องหลัง

ซูเหมยหลันยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่แน่นตึง

ริมฝีปากสั่นระริกอย่างห้ามไม่ไหว

เขากำลังจะจากไปจริงๆ ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำลา

ไม่แม้แต่จะเหลียวมองกลับมา

แผ่นหลังของชายผู้นั้นที่เคยให้ความอบอุ่นที่สุดในชีวิตนาง บัดนี้ชัดเจนเพียงพอแล้วว่า เขาไม่มีวันหันกลับมาอีกเลย

น้ำตาเม็ดหนึ่งไหลซึมจากหางตาอย่างช้าๆ นางยืนนิ่ง ปล่อยให้ลมหนาวจากภูเขาปะทะใบหน้า ร่างกายสั่นเทิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะอากาศ หากเพราะหัวใจที่กำลังแหลกสลายลงอย่างช้าๆ

************************

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 5 ชีวิตเดียวดายกลางหุบเขา

    หลังเหตุการณ์วันนั้น ซูเหมยหลันกลับมาใช้ชีวิตในเรือนไม้หลังเดิม บ้านที่เคยอบอวลด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนา บัดนี้กลับเหลือเพียงเสียงลม เสียงแมลง และเสียงไม้แห้งแตกระหว่างย่ำเท้านางพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนเดิม ให้เหมือนว่ายังมีเซี่ยนหรงอยู่เคียงข้าง แต่ก็ไม่อาจหลอกหัวใจของตนเองได้ลำธารที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของนางในยามหิว นางใช้ไม้ไผ่ผูกเป็นตาข่ายเล็กๆ ดักปลาไว้ในจุดที่สามีเคยสอน แรกๆ ก็ลำบากอยู่บ้าง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป นางเริ่มจับปลาขนาดพอเหมาะมาได้เรื่อยๆมือของนางที่เคยเนียนนุ่มกลับหยาบกร้าน หลังที่เคยตั้งตรงเริ่มล้าเพราะต้องหาบน้ำ ทำฟืน ปรุงอาหารเองทุกอย่าง แต่แววตานั้นยังคงเงียบเหงาและบังเกิดความเปล่าเปลี่ยวในยามค่ำคืนระหว่างที่นางนั่งปิ้งปลาอยู่หน้ากองไฟ กลิ่นหอมของเนื้อปลาค่อยๆ ลอยฟุ้งไปกับไอควัน แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดลงบนใบหน้าอ่อนเยาว์นั้น ทว่ามันไม่ได้ทำให้นางดูสดใสกลับยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวในแววตานั้นมากขึ้นนางนั่งเงียบ จ้องมองปลายไม้ที่เสียบปลาไว้ ก่อนจะเผลอพึมพำกับตนเองเบาๆ“เจ้าบอกว่าชอบปลาย่างที่หนังเกรียมนิดๆ ข้าก็ทำให้เช่นนั้น แต่เจ้าจะไม่มีวันได

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 4 ก้นหลุมแห่งความลวง

    เสียงฝีเท้าดังกระทบพื้นดินอย่างเร่งร้อน ซูเหมยหลันวิ่งผ่านพงไม้ รวบชายกระโปรงขึ้นแนบตัวด้วยมือทั้งสองข้างภาพของหลี่เฉินอวี่เดินเร่งฝีเท้าไปยังทางลาดต่ำด้านหลังภูเขา ทำให้ใจนางกระตุกวูบ เส้นทางนั้นคือทางที่เซี่ยนหรงสามีคนเก่าของนางเคยวางหลุมพรางไว้สำหรับล่าสัตว์ใหญ่“เฉินอวี่ อย่าไปทางนั้น” นางร้องสุดเสียง แต่เสียงแหบแห้งเพราะวิ่งฝ่าอากาศหนาว เรียกได้ไม่สุดคอเงาของเขาชะงักเพียงครู่ แล้วหันกลับมาเห็นนางกำลังวิ่งตามมา แววตาของเขาเปลี่ยนไป แววระแวงจู่โจมใบหน้าแทบจะทันที“ซูเหมยหลัน เจ้า...เจ้าแอบตามข้ามาทำไม” เขาร้องถาม เสียงเจือด้วยความลนลาน ก่อนที่เขาจะหันตัวกลับแล้วรีบวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม ราวกับกลัวว่านางจะลากตัวเขากลับไปมัดไว้กับเรือน“อย่าเดินไปทางนั้น! หยุดก่อน หลี่เฉินอวี่” นางพยายามตะโกนสุดเสียงอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่รู้ตัว แต่สายเกินไปแล้วพลั่ก! เสียงกิ่งไม้ที่ถมหน้าหลุมแตกหัก ตามด้วยเสียงร่างกายกระแทกลงในโพรงดินลึก ฝุ่นและเศษใบไม้ฟุ้งกระจายซูเหมยหลันรีบวิ่งไปถึงขอบหลุม และมองลงไป เห็นหลี่เฉินอวี่นอนจมอยู่ใต้หลุมลึกประมาณครึ่งตัว แขนขาถูกไม้ไผ่ปลายแหลมบาดเข้าเล็กน้อย เลื

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 3 สมปรารถนา

    ไอหมอกยามเช้าปกคลุมยอดไม้ในหุบเขา เสียงนกป่าร้องเรียกแผ่วเบาแทรกลอยตามมาพร้อมอากาศเย็นสดชื่น ปลุกให้ซูเหมยหลันลุกจากตั่งไม้เบาๆ ห่มผ้าให้สามีบัณฑิตที่ยังหลับสนิท ก่อนจะหยัดกายลุกออกมาอย่างแผ่วเบานางเดินไปที่เรือนหลังเล็กด้านข้าง เตรียมต้มน้ำ เพื่อต้มมันเทศไว้รอเขาตื่นขึ้นมากินเป็นอาหารเช้าหลังจากตั้งหม้อไว้แล้ว นางจึงหยิบอ่างไม้เตรียมผ้าจะนำไปซักที่ลำธาร ระหว่างค้นหาเสื้อผ้าของหลี่เฉินอวี่ในตะกร้าหวายสะพายหลังของเขา ก็พบห่อผ้าเล็กๆ ที่ม้วนไว้ด้วยเชือกฝ้ายสีซีดซูเหมยหลันผ่อนลมหายใจยาว คิดเพียงจะนำเสื้อคลุมของเขาไปซักให้สะอาด แต่เมื่อดึงห่อผ้านั้นออกมา เสื้อผ้าเก่าที่ห่อไว้กลับหล่นลงพร้อมซองจดหมายที่สอดไว้ตรงมุมพับมือของนางหยุดนิ่งกลางอากาศ ใจเต้นแรงอย่างประหลาดขณะหยิบซองนั้นขึ้นมา ลายมือในจดหมายเป็นระเบียบ ทว่าข้อความนั้นทะลุทะลวงดวงใจยิ่งกว่ามีดใด“พี่เฉินอวี่ ข้าได้มอบปิ่นหยกนี้ไว้แทนใจของท่านกับข้า หากท่านสอบเคอจวี่ได้ตำแหน่งใดหรือไม่ ข้าก็จะเต็มใจแต่งงานกับท่าน และรอท่านกลับมาแต่งงานตามสัญญาหมั้นหมาย ... โหรวเอ๋อร์”ปิ่นหยก... ซูเหมยหลันนึกถึงปิ่นหยกที่นางเสียบมวยผมอยู่ในตอนนี้

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 2 สองดวงใจในหุบเขา

    วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในหุบเขาอันเงียบงัน เพียงสามวันนางก็เริ่มยิ้มออกแล้ว เพราะว่าคนที่อยู่ด้วยในตอนนี้นั้นดูแลจนนางหายเศร้าหลี่เฉินอวี่มิได้กล่าวคำหวานหรือแสดงความใคร่ล่วงเกินใดๆ เขาเพียงลงมือช่วยนางดูแลเรือน ซ่อมรั้วไม้ในจุดที่ชำรุด เก็บกิ่งไม้แห้งและตัดไม้ท่อนใหญ่มาไว้กองเต็มห้องครัวหลังเรือนความอบอุ่นเล็กๆ เหล่านั้นกลายเป็นเปลวไฟที่คลายความเย็นในใจหญิงสาวผู้เคยเปล่าเปลี่ยวนางเฝ้ามองเขาอย่างเงียบงันในแต่ละวัน ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่นางรู้สึกว่าตนเองเริ่มชินกับการที่มีเขาอยู่ และกลัวเหลือเกินว่าวันหนึ่งเขาจะจากไป แม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่นางก็มิอาจทำใจได้คืนหนึ่ง ขณะที่หมอกหนาปกคลุมป่า และสายลมเย็นพัดกลิ่นดอกไม้ป่าจากริมหน้าผาเข้ามาในเรือน เขาเรียกนางให้มานั่งตรงหน้าใต้แสงตะเกียงเล็กๆ“แม่นางซู” เขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่นุ่มนวลหวานหูหญิงสาวขยับตัวมานั่งตรงข้าม มือเรียวกำชายเสื้อไว้แน่น ไม่รู้เหตุใดหัวใจจึงเต้นรัวหลี่เฉินอวี่ล้วงจากอกเสื้อออกมาสิ่งหนึ่ง ปิ่นปักผมหยกสีขาวแกะลายเมฆหมอกอย่างบรรจง“นี่คือปิ่นของมารดาข้า นางให้ไว้กับข้าเมื่อคราออกเดินทางจากบ้านเกิด” เขากล่า

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 1 ชายแปลกหน้า

    เสียงสายลมพัดหวิวผ่านลำไผ่ที่ขึ้นเรียงรายแน่นทึบ ลมเยียบเย็นซึมลึกเข้ากระดูก ผืนฟ้าเหนือหุบเขาหม่นมัวด้วยม่านหมอกจางลานกว้างหลังทิวไผ่นั้น ร่างหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งแน่นิ่งอยู่หน้าเนินดินที่เพิ่งถมใหม่ ข้างกายมีพลั่วไม้เก่าแก่เลอะดินเปรอะโคลน ใบหน้างามที่ซีดเผือดเปื้อนหยาดน้ำตา ดวงตาดำสนิทบ่งบอกถึงความเศร้าที่ไม่สิ้นสุด“ท่านพี่ ท่านจากข้าไปแล้วจริงๆ หรือ”นางกระซิบเสียงเบากับป้ายวิญญาณ ดั่งกลัวลมจะพัดพาคำพูดของนางให้จางหาย น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงซอกแก้ม ร่วงหยดลงบนผืนดินตรงหน้าทว่าร่างใต้ดินนั้นไม่อาจเอื้อมมือขึ้นมาปลอบโยน หรือแม้แต่ตอบกลับด้วยเสียงที่เคยอบอุ่นนักซูเหมยหลันวัยยี่สิบสี่ นางกับสามีนามว่าเซี่ยนหรง หนีความวุ่นวายในเมืองหลวงมาปลูกเรือนไม้กลางหุบเขาไร้ชื่อ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลูกผักหาของป่า ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและสมถะแต่ความสงบสุขไม่เคยคงอยู่เนิ่นนาน แค่ฤดูฝนเดียวก็พัดพาเขาไปจากนางตลอดกาลโรคร้ายจากยุงป่าคร่าลมหายใจเขาไปในครึ่งเดือน แม้นางจะต้มยาสมุนไพร เทียวเข้าออกป่าหาหญ้ารากไม้มามากเท่าใด ก็ไม่อาจรั้งมือยมทูตได้สุดท้าย นางฝังเขาด้วยมือตนเอง ณ ที่ตรงนี้หลุมศพไร้ป้ายใต้ต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status