Beranda / รักโบราณ / ลวงราคะลิขิตสวาท / ตอนที่ 3 สมปรารถนา

Share

ตอนที่ 3 สมปรารถนา

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-12 13:14:55

ไอหมอกยามเช้าปกคลุมยอดไม้ในหุบเขา เสียงนกป่าร้องเรียกแผ่วเบาแทรกลอยตามมาพร้อมอากาศเย็นสดชื่น ปลุกให้ซูเหมยหลันลุกจากตั่งไม้เบาๆ ห่มผ้าให้สามีบัณฑิตที่ยังหลับสนิท ก่อนจะหยัดกายลุกออกมาอย่างแผ่วเบา

นางเดินไปที่เรือนหลังเล็กด้านข้าง เตรียมต้มน้ำ เพื่อต้มมันเทศไว้รอเขาตื่นขึ้นมากินเป็นอาหารเช้า

หลังจากตั้งหม้อไว้แล้ว นางจึงหยิบอ่างไม้เตรียมผ้าจะนำไปซักที่ลำธาร ระหว่างค้นหาเสื้อผ้าของหลี่เฉินอวี่ในตะกร้าหวายสะพายหลังของเขา ก็พบห่อผ้าเล็กๆ ที่ม้วนไว้ด้วยเชือกฝ้ายสีซีด

ซูเหมยหลันผ่อนลมหายใจยาว คิดเพียงจะนำเสื้อคลุมของเขาไปซักให้สะอาด แต่เมื่อดึงห่อผ้านั้นออกมา เสื้อผ้าเก่าที่ห่อไว้กลับหล่นลงพร้อมซองจดหมายที่สอดไว้ตรงมุมพับ

มือของนางหยุดนิ่งกลางอากาศ ใจเต้นแรงอย่างประหลาดขณะหยิบซองนั้นขึ้นมา ลายมือในจดหมายเป็นระเบียบ ทว่าข้อความนั้นทะลุทะลวงดวงใจยิ่งกว่ามีดใด

“พี่เฉินอวี่ ข้าได้มอบปิ่นหยกนี้ไว้แทนใจของท่านกับข้า หากท่านสอบเคอจวี่ได้ตำแหน่งใดหรือไม่ ข้าก็จะเต็มใจแต่งงานกับท่าน และรอท่านกลับมาแต่งงานตามสัญญาหมั้นหมาย ... โหรวเอ๋อร์”

ปิ่นหยก... ซูเหมยหลันนึกถึงปิ่นหยกที่นางเสียบมวยผมอยู่ในตอนนี้ หัวใจของนางเหมือนหยุดเต้นไปในวินาทีนั้น

เขาบอกว่านั่นคือของของมารดา เขาบอกว่าจะอยู่กับนางตลอดไป เขาบอกว่าไม่มีใครอีกแล้วในชีวิต แต่จดหมายฉบับนี้มันบ่งบอกว่าเขามีใครอีกคนที่รออยู่

มือของซูเหมยหลันกำแน่น ดวงตาเบิกกว้าง ทั้งตกใจและปวดร้าว อักษรทุกคำยังคงก้องสะท้อนในหัว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ปิ่นหยกนี้เป็นของแทนใจของท่านกับนาง” ริมฝีปากของนางสั่นระริก เก็บจดหมายกลับเข้าที่แล้วก้าวเดินไปยืนมองสามีที่นอนอยู่ อยากปลุกเขาขึ้นมาถามหากแต่ยั้งใจเอาไว้

ภายในห้อง หลี่เฉินอวี่ยังนอนสงบนิ่ง ซูเหมยหลันมองเขาอยู่เช่นนั้น ชายผู้เคยเป็นแสงสุดท้ายในหุบเขาอ้างว้างของนาง บัดนี้กลับเป็นเงามืดที่กัดกินหัวใจจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

เขาแต่งกับนางก่อน แต่กำลังจะกลับไปแต่งอีกคนหนึ่ง ปิ่นที่อยู่ในผมนางไม่ใช่ของมารดาเขา

เป็นของว่าที่เจ้าสาวของเขา

สามวันหลังแต่งงานเขาแทบจะไม่ปล่อยให้นางอยู่ห่างกาย ไม่ว่าเวลาไหนที่เขาเกิดความปรารถนาก็รั้งนางไว้ในอ้อมแขนแล้วจบลงที่ห้องนอนเสียทุกครั้ง หรือว่าเขาตั้งใจมาหลอกนาง หลอกเชยชมด้วยคำหวาน พอสมปรารถนาแล้วก็จะจากไป

‘ไม่หรอก ท่านพี่อาจจะรักข้า และไม่คิดหวนกลับไปแล้ว เขาบอกเองว่าจะอยู่กับข้า’ นางปลอบใจตนเอง บางทีจดหมายนั่นอาจเป็นเพียงสตรีนางนั้นที่รักเขาเพียงฝ่ายเดียว

แต่เหตุใดเล่า เหตุใดต้องโกหกว่าปิ่นนี้เป็นของมารดาเขา แล้วเหตุใดยังเก็บจดหมายนี้เอาไว้

แม้ภายในใจของซูเหมยหลันจะแตกสลายไปแล้วกว่าครึ่ง แต่ใบหน้าของนางยังคงแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นว่าเขางัวเงียลืมตาขึ้นมามองนาง

“ตื่นแต่เช้าอีกแล้ว มาให้ข้านอนกอดอีกหน่อยไม่ได้หรือ” เขาพูดแล้วยิ้มให้แก่นางขณะขยี้ตาให้ตื่นตัว

นางเดินเข้าไปหาแล้วถูกเขาดึงลงไปนั่งตัก มือเย็นเยียบของบัณฑิตหนุ่มสอดเข้าไปในสาบเสื้อของนางแล้วกุมสองเต้าเอาไว้

“อุ่นมือดีจัง เจ้าอยู่ให้ความอบอุ่นข้าอีกสักนิดหรือไม่ ข้าอยากอุ่นทั้งกาย” พูดไปมือของเขาก็ปลุกเร้านางไป บีบหน้าอกของนางจนปลายยอดตั้งชูชัน

“ให้ข้าพักบ้างเถิดท่านพี่ ท่านหิวโหยมาจากไหนกัน แต่งงานสามวันท่านเข้าหอกับข้าไปไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้ง แรงท่านมากขนาดนี้ไปตัดฟืนให้ข้าตามที่เคยพูดไว้เถิด” นางหัวเราะออกมา เขาหลงใหลเรือนร่างนางขนาดนี้ยังต้องระแวงอะไรมาก

“ตัวเจ้าหอมและนุ่มนิ่มอุ่นมือขนาดนี้ จะให้ข้าอดใจไหวได้หรือ เสียงครางของเจ้ายามที่มีความสุข มันทำให้ข้ารู้สึกดี” เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของนาง มืออีกข้างวางที่ต้นขา ลูบไล้แล้วค่อยๆ เลื่อนจะสอดมือเข้าไป แต่ซูเหมยหลันดันตัวลุกขึ้นมาก่อน

“ข้าต้มมันเทศไว้ในครัว จะออกไปซักผ้าก่อน หากไปสายกว่านี้เดี๋ยวจะไม่ทันแดด” นางกล่าวด้วยท่าทางเอียงอาย ตอนนี้ใจชื้นขึ้นมากแล้ว

“จะไปซักผ้าที่ลำธารหรือ” สายตาของเขาเหลือบมองปิ่นปักผมในมวยผมนางก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่ม

“ปิ่นนั้นเจ้าถอดเก็บไว้ที่บ้านเถิด ลำธารหินลื่น หากหล่นหายจะหาไม่ได้อีก”

ซูเหมยหลันชะงักและจุกในอก แต่ก็แสร้งหัวเราะเบาๆ แล้วเอื้อมมือถอดปิ่นออก

“ก็ได้ ท่านหวงของของแม่ท่านนัก ข้าจะเก็บไว้ให้ดี”

นางวางปิ่นลงบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ มือ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากเรือนไป หัวใจหญิงสาวแทบกู่ไม่กลับ แต่ใบหน้ากลับไม่มีแม้แต่รอยสั่นไหว

นางเดินเลยทางไปลำธาร แล้ววกอ้อมกลับมาที่ต้นไม้ใหญ่หลังเรือน จุดที่พอจะมองเห็นหน้าประตูได้ชัดเจน

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ซูเหมยหลันยืนเงียบงันใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ราวรูปปั้นสลักด้วยความเจ็บ เสียงประตูไม้ถูกเปิดออกช้าๆ หลี่เฉินอวี่โผล่ออกมาจากเรือน เขามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง

บนหลังเขาสะพายตะกร้าหวายที่เขาแบกมา มองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ใช้เส้นทางอีกที่โดยไม่ผ่านทางลำธารที่นางไป

หลี่เฉินอวี่ค่อยๆ เร่งฝีเท้า มุ่งหน้าสู่อีกฟากหนึ่งของหุบเขา ทิ้งเรือนไม้ และหญิงที่เขาเพิ่งกราบฟ้าดินร่วมกันไว้เบื้องหลัง

ซูเหมยหลันยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่แน่นตึง

ริมฝีปากสั่นระริกอย่างห้ามไม่ไหว

เขากำลังจะจากไปจริงๆ ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำลา

ไม่แม้แต่จะเหลียวมองกลับมา

แผ่นหลังของชายผู้นั้นที่เคยให้ความอบอุ่นที่สุดในชีวิตนาง บัดนี้ชัดเจนเพียงพอแล้วว่า เขาไม่มีวันหันกลับมาอีกเลย

น้ำตาเม็ดหนึ่งไหลซึมจากหางตาอย่างช้าๆ นางยืนนิ่ง ปล่อยให้ลมหนาวจากภูเขาปะทะใบหน้า ร่างกายสั่นเทิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะอากาศ หากเพราะหัวใจที่กำลังแหลกสลายลงอย่างช้าๆ

************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 30 ตอนจบ

    ย่างเข้าเดือนที่ห้าแล้วที่อู๋หมิงอยู่กับซูเหมยหลันที่บ้านไม้หลังเล็กกลางป่าเขา ค่ำคืนนั้นเป็นคืนที่อากาศอบอุ่นผิดกับวันก่อนๆ ภายในเรือนเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมที่พัดยอดไม้อยู่ด้านนอกอู๋หมิงนั่งอยู่ข้างเตียง มองดูซูภรรยาที่กำลังนั่งหวีผมอยู่ โดยไม่รู้ว่าสายตาเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลและอ่อนโยนเพียงใดเมื่อนางเอนตัวลงนอน เขาก็เอนกายตาม พลิกตัวเข้าหา วางมือลูบแขนเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มเบา“คืนนี้เจ้าก็งดงามอย่างเช่นเคย” มือเขาประคองใบหน้านาง แววตาสื่อความรักลึกซึ้ง แต่ก่อนที่ริมฝีปากเขาจะสัมผัส ทว่านางกลับดันอกเขาเบาๆ แล้วเบี่ยงหน้าหนีอู๋หมิงชะงัก สายตาแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลทันที“ข้าทำผิดอะไรไปหรือ”ซูเหมยหลันส่ายหน้า ช้อนสายตาขึ้นสบตาเขา ก่อนจะหลุบลง“เจ้ามิได้ทำผิด ข้าแค่... ระดูขาดไปสองเดือนแล้ว อาจจะกำลังตั้งครรภ์”ความเงียบพาดผ่านเพียงชั่วอึดใจ แต่ก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางอกของอู๋หมิง แววตาของเขาเปล่งประกายทันที ราวกับเด็กชายที่ได้ยินข่าวดี เขายกมือประคองมือนางไว้แน่น“จริงหรืออาเหมย เจ้าอาจกำลังมีลูกของเรา”“ข้ายังไม่แน่ใจ…” นางเอ่ยเสียงเบา ที่ผ่านมากับสามีทั้งสี่คน นางไม่เคยตั้งครรภ์

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 29 ความผิดฝังใจ

    ฤดูหนาวผ่านพ้นไปแล้ว ซูเหมยหลันเริ่มคิดการณ์ไกล การใช้ชีวิตอย่างถาวรบนภูเขาสูง แม้จะลำบาก แต่นางคุ้นเคยกับมันดี ทว่าอู๋หมิงนั้นต่างออกไปแม้เขาไม่เคยบ่น ไม่เคยเอ่ยว่าเหนื่อยหรืออยากกลับลงเขา แต่แววตาของเขายามที่ต้องกินเผือกหรือหัวมันต้มซ้ำๆ หลายวัน ก็ทำให้ซูเหมยหลันอดรู้สึกผิดไม่ได้นางจึงเอ่ยกับเขาในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งลับมีดอยู่ข้างหลังเรือน“พรุ่งนี้เราลงเขากันเถอะ ข้าจะเอาสมุนไพรที่เก็บไว้ไปขาย แล้วซื้อข้าวสาร กับเครื่องปรุง ตั้งแต่ข้าวสารหมดเราก็กินเผือกมันมาร่วมเดือนแล้ว”“ข้าอยู่ได้ เจ้าไม่ต้องลำบากลงไปก็ได้” อู๋หมิงเลิกคิ้วเล็กน้อย“ข้าไม่ได้ลำบาก ข้ากลัวเจ้าจะเบื่อเผือกต้มมากกว่า อีกอย่าง ข้าอยากซื้อเครื่องเทศเพิ่มด้วย จะได้ทำกับข้าวให้อร่อยขึ้น” นางหัวเราะเบาๆ“ข้ารู้นะว่าเจ้าไม่ได้อยากได้ข้าวสารหรอก แต่เจ้ารู้ว่าข้ายังไม่ชินกับอาหารบนเขามากกว่า เจ้าน่ะ จะทำเพื่อข้ามากไปแล้ว”“ใครใช้ให้ข้ารักเจ้าล่ะ” นางบอกเขาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความจริงใจอู๋หมิงมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก เขาคิดถูกแล้วที่เลือกใช้ชีวิตสงบสุขอยู่กับนาง ไม่กลับไปแต่งงานกับสตรีที่ไม่

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 28 ทิ้งอดีตเบื้องหลัง

    อู๋หมิงเปิดประตูเรือนเข้ามา ซูเหมยหลันนั่งอยู่ริมเตาไฟ สีหน้านางไม่สามารถซ่อนความรู้สึกไว้ได้ทัน หันมามองเขาด้วยสายตาที่สั่นระริกเล็กน้อยอู๋หมิงยิ้ม แล้วเดินเข้ามานั่งลงข้างนาง กุมมือนางเอาไว้แน่น“ยังไม่นอนอีกหรือ”“เจ้าไปไหนมา ข้าคิดว่าเจ้าจะไปสอบถามอดีตจากคนพวกนั้น” นางถามเสียงสั่นด้วยความใจหาย“ข้าไปจริง แค่ไปถามว่าพวกเขาจะอยู่ที่นี่ต่ออีกนานหรือไม่ พวกเขาบอกว่าพรุ่งนี้ก็จะออกเดินทางแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลว่าจะถูกพวกเขารบกวน” เขาไม่ได้บอกสิ่งที่เกิดขึ้นให้นางฟัง“เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าตัวเองเป็นใคร บางทีความจำที่หายไปของเจ้า อาจจะเกี่ยวข้องกับซื่อจื่อผู้นั้น เจ้าอาจเป็นเขา เจ้าอย่าลืมสิว่ามีคนจำหน้าเจ้าได้” ซูเหมยหลันเม้มปาก นางไม่อยากรั้งเขาเอาไว้หากต้องการจะไป แต่ลึกๆ ก็ไม่อยากให้เขาไปจากนาง ไปจากความทรงจำที่มีร่วมกัน“ข้าไม่สนใจหรอก อีกอย่างข้าคืออู๋หมิงของเจ้าเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว”“แล้วพวกเขาจะไม่ย้อนกลับมาอีกหรือ พวกเขาจำเจ้าได้ พวกเขาต้องไม่รามือแน่” นางถามเสียงแผ่ว นางรู้ว่าเขาคือซื่อจื่อผู้นั้น และรู้ว่าเขาเองก็ต้องสงสัยตัวเองเช่นกัน“ไม่กลับมาหรอก ข้าบอกพวกเขาว่าข้าอย

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 27 จำคนไม่ผิด

    ในเช้าวันหนึ่ง ขณะซูเหมยหลันกำลังจัดการเสื้อผ้าที่ตากไว้ให้เขา อู๋หมิงเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับตะกร้าใส่ฟืนที่เพิ่งเก็บมา แสงแดดยามสายส่องกระทบใบหน้าคมเข้มของเขา เงาจางของเคราที่เริ่มยาวแตะขอบกรามทำให้นางเงยหน้ามองเขาด้วยคิ้วขมวด“เคราเจ้าขึ้นมากแล้วนะ”“อืม ข้ารู้แล้ว” เขาขานรับเรียบๆ ขณะหยิบไม้เล็กๆ ออกมาจัดเรียงไว้เตรียมไว้ใช้หุงหาอาหาร“แล้วทำไมไม่โกนออกล่ะ ดูเคร่งขรึมเกินไป ไม่เหมาะกับเจ้าเลย” นางว่าเสียงจริงจัง พลางยื่นมือไปแตะเคราของเขาเบาๆ“ข้าไม่อยากตัด” อู๋หมิงตอบพร้อมยิ้มมุมปาก แววตาซุกซนฉายแววแกล้ง“เครานี่มีประโยชน์หลายอย่าง เจ้ารู้หรือไม่”“ประโยชน์อะไร ทำให้หน้าดูแก่ขึ้นหรือ” นางกล่าวพลางส่ายหน้ายิ้มๆ“เปล่า เอาไว้ถูแก้มถูคอให้เจ้าหัวเราะ” เขาว่าพลางโน้มหน้าลงใกล้ แล้วถูเคราบนแก้มนางเบาๆนางสะดุ้งทันที ร้องเสียงหลงแล้วหัวเราะออกมาด้วยความจั๊กจี้“บ้า! อย่าเล่นอะไรแบบนี้นะ”“แต่เจ้ายิ้มนี่” เขาหัวเราะตาม แล้วแกล้งซบหน้าลงบนไหล่นางถูเครากับซอกคอเบาๆ ทำให้นางดิ้นพรวดพร้อมเสียงหัวเราะ“อู๋หมิง!”“อืม ข้าอยากได้ยินเสียงเจ้าหัวเราะทุกวัน ต่อให้ต้องไว้เคราไว้แกล้งเจ้าตลอดชี

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 26 สงบสุข

    ในตอนเช้า ซูเหมยหลันตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม เมื่อคืนนี้เขาเข้าหอกับนางถึงสามหน ครั้งแรกอู๋หมิงตื่นเต้นจนถึงจุดหมายไปก่อนนาง เขาจึงขอแก้ตัวในรอบที่สอง จากนั้นก็ต่อรอบที่สามจนนางขาสั่นไปหมดเมื่อนางกำลังจะลุกไปทำอาหารเช้า มือของเขาก็คว้าแขนของนางเอาไว้ก่อน“เจ้าจะไปไหน”“เข้าครัวหุงหาอาหารให้เจ้าอย่างไรเล่า... สามี” นางเรียกเขาเสียงเบา อู๋หมิงยิ้มกว้างแล้วดึงนางลงมากอดแนบอก“ข้าต้องเรียกเข้าว่าฮูหยินได้แล้วใช่หรือไม่”“กระดากหูนัก เรียกข้าอาเหมยอย่างเดิมดีแล้ว ข้าก็จะเรียกเจ้าว่าอาหมิง เช่นนี้ดีกว่า” นางพูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ“จะเรียกอย่างไรก็ช่าง ข้าตามใจเจ้า” เขาบอกแล้วพลิกตัวมาคร่อมอยู่บนตัวนาง“เจ้ายังไม่พออีกหรือ” นางถามแล้วเม้มปากแน่น หลบสายตาที่ปรารถนาของเขา“เจ้าเปิดใจให้ข้าเช่นนี้ อ่อนหวานและงดงามปานนี้ ข้าจะอดใจไหวหรือ”นางไม่ทันได้อ้าปากต่อว่า ก็ถูกความร่างกำยำทาบทับ มือหนาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของนาง ริมฝีปากหยักพรมจูบไปทั่วกรอบหน้าด้วยความหลงใหลปลายลิ้นเรียกแยกริมฝีปากของนางออกแล้วแทรกเข้าไปต้อนปลายลิ้นจูบเกี่ยวกันอย่างดูดดื่ม หญิงสาวครางในลำคอด้วยห้วงจูบที่ดำดิ่งจนนางห

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 25 ความทรงจำที่เลือก

    ลำธารสายเล็กที่เคยไหลรินที่กลายเป็นผืนน้ำแข็งบางๆ เมื่ออากาศอุ่นขึ้นน้ำแข็งก็เริ่มละลายแล้วอู๋หมิงนั่งยองๆ อยู่ริมตลิ่ง มือเปลือยเปล่าจุ่มลงไปใต้ผืนเย็น นิ้วแข็งชา แต่ยังคงมุ่งมั่นจับปลาที่แหวกว่ายใต้ความหนาวเหน็บนั้นเขาขยับตัวเพียงนิดเดียว แผ่นหินที่เหยียบอยู่กลับลื่นเกินคาด ร่างเขาเซไปข้างหน้า หัวกระแทกกับโขดหินริมลำธาร จนเขามึนงงไปชั่วครู่เขานิ่งงันไป ร่างยังไม่ล้มแต่ดวงตาเบิกกว้าง ภาพบางภาพแวบผ่านห้วงคิด แสงเทียนในห้องใหญ่ กลิ่นกำยาน เสื้อคลุมผ้าเนื้อดี และเสียงของคนบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังพูดด้วยน้ำเสียงที่มีอำนาจเขากะพริบตาถี่ สูดลมหายใจลึก แล้วจับปลาสองตัวขึ้นมา หัวใจยังเต้นแรงกับภาพแปลกประหลาดในหัว แต่เขาเก็บงำทุกอย่างไว้ในแววตา แล้วเดินกลับเรือนด้วยรอยยิ้มปกติเมื่อเขาเปิดประตูบ้านเข้ามา เสียงฝีเท้าที่ลากผ่านพื้นไม้ทำให้ซูเหมยหลันหันขวับมาทันที นางไม่แม้แต่จะมองปลาที่เขาถืออยู่ รีบถลาเข้ามาหาแทน“เกิดอะไรขึ้นกับหัวเจ้า”เสียงของนางสั่นพร่า มองเห็นรอยถลอกแดงที่ขมับของเขาชัดเจน นางรีบดึงเขานั่งลงที่ขอบเตียง ค้นหาผ้าสะอาดกับน้ำอุ่นมาเช็ดแผลให้“ลื่นนิดหน่อย ไม่เป็นไรหรอก” เขายิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status