Home / รักโบราณ / ลวงราคะลิขิตสวาท / ตอนที่ 2 สองดวงใจในหุบเขา

Share

ตอนที่ 2 สองดวงใจในหุบเขา

last update Last Updated: 2026-01-12 13:14:52

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในหุบเขาอันเงียบงัน เพียงสามวันนางก็เริ่มยิ้มออกแล้ว เพราะว่าคนที่อยู่ด้วยในตอนนี้นั้นดูแลจนนางหายเศร้า

หลี่เฉินอวี่มิได้กล่าวคำหวานหรือแสดงความใคร่ล่วงเกินใดๆ เขาเพียงลงมือช่วยนางดูแลเรือน ซ่อมรั้วไม้ในจุดที่ชำรุด เก็บกิ่งไม้แห้งและตัดไม้ท่อนใหญ่มาไว้กองเต็มห้องครัวหลังเรือน

ความอบอุ่นเล็กๆ เหล่านั้นกลายเป็นเปลวไฟที่คลายความเย็นในใจหญิงสาวผู้เคยเปล่าเปลี่ยว

นางเฝ้ามองเขาอย่างเงียบงันในแต่ละวัน ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่นางรู้สึกว่าตนเองเริ่มชินกับการที่มีเขาอยู่ และกลัวเหลือเกินว่าวันหนึ่งเขาจะจากไป แม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่นางก็มิอาจทำใจได้

คืนหนึ่ง ขณะที่หมอกหนาปกคลุมป่า และสายลมเย็นพัดกลิ่นดอกไม้ป่าจากริมหน้าผาเข้ามาในเรือน เขาเรียกนางให้มานั่งตรงหน้าใต้แสงตะเกียงเล็กๆ

“แม่นางซู” เขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่นุ่มนวลหวานหู

หญิงสาวขยับตัวมานั่งตรงข้าม มือเรียวกำชายเสื้อไว้แน่น ไม่รู้เหตุใดหัวใจจึงเต้นรัว

หลี่เฉินอวี่ล้วงจากอกเสื้อออกมาสิ่งหนึ่ง ปิ่นปักผมหยกสีขาวแกะลายเมฆหมอกอย่างบรรจง

“นี่คือปิ่นของมารดาข้า นางให้ไว้กับข้าเมื่อคราออกเดินทางจากบ้านเกิด” เขากล่าวพลางวางปิ่นนั้นลงบนฝ่ามือของนาง

“ข้าไม่เหลือผู้ใดในโลกอีกแล้ว และหากท่านไม่รังเกียจ ข้าขออยู่ดูแลเจ้าที่นี่ตลอดไปได้หรือไม่” ดวงตาของเขามั่นคง ดุจคำสัตย์ของบุรุษที่มิคิดหวนกลับบ้านเกิดอีกครั้ง

ซูเหมยหลันมองปิ่นในมือ คล้ายหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ปิ่นนั้นงดงาม ทว่ามิใช่ด้วยค่าเงินทอง หากเป็นความหมายในสิ่งที่ชายตรงหน้ามอบให้ ความจริงใจ และคำสัญญาว่าจะอยู่กับนางที่นี่

น้ำตาของนางรื้นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มิใช่เพราะความโศกเศร้า

“ท่านหมายถึง”

“เป็นภรรยาของข้าเถิด ข้าจะขอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กับเจ้า และดูแลเจ้าให้ดี” เขาขอนางเป็นภรรยาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

“ข้าตกลง” นางตอบรับแล้วยิ้มกลับไป สามวันเท่านั้นที่ได้อยู่ร่วมกัน แต่เป็นสามวันที่นางวางใจในตัวเขา มันไม่เร็วเกินไปเลยสำหรับคนที่เข้ามาเติมเต็มในช่วงเวลาที่นางต้องต่อสู้กับการจากลาตามลำพัง

“หากท่านไม่คิดกลับใจ ข้าจะจัดพิธีไหว้ฟ้าดินกับท่าน พรุ่งนี้เช้าที่ใต้ต้นหลิวหน้าหลุมศพสามีข้า ให้ฟ้าดินรับรู้ว่าหลังจากนี้ ข้าจะเป็นของท่านเพียงผู้เดียว” นางเอ่ยเสียงสั่น

หลี่เฉินอวี่พยักหน้าช้าๆ ดวงตาสะท้อนความยินดีและอ่อนโยน

“ข้ายินดี” เขากล่าวถ้อยคำสั้นๆ ความจริงบางอย่างซ่อนอยู่ในแววตา ความปรารถนาต่อสตรีตรงหน้านั้นรุนแรงจนทำให้เขาละทิ้งความตั้งใจเดิม และแผนการบางอย่างก็คิดมาดีแล้ว ไม่คิดเสียใจในสิ่งที่ทำ

************************

ยามเช้าในหุบเขาเงียบสงบ ดวงตะวันเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า แสงสีทองอ่อนสาดผ่านม่านหมอกที่คลอเคลียยอดไม้

ใต้ต้นหลิวใหญ่เบื้องหน้าหลุมศพเซี่ยนหรง มีเพียงโต๊ะไม้เตี้ยหนึ่งตัว วางถ้วยน้ำชาและกระถางธูปเรียงเป็นแถวเรียบร้อย ใบหน้าของซูเหมยหลันนิ่งสงบ สวมชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนที่ซักสะอาดแล้วอย่างประณีต เกล้าผมเรียบพร้อมปิ่นหยกปักผมที่ชายตรงหน้ามอบให้เมื่อวาน

หลี่เฉินอวี่ในชุดใหม่ที่นางเย็บให้จากชุดเดิมของอดีตสามี เขาก้มศีรษะลงพร้อมนาง โดยมิได้มีเหล่าแขกเหรื่อหรือเสียงแตรกลอง มีเพียงเสียงลม เสียงใบไม้ และกลิ่นหอมของธูปที่ลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า

“ฟ้าดินเป็นพยาน” หลี่เฉินอวี่เอ่ยเสียงหนักแน่น

“ข้าหลี่เฉินอวี่ สาบานว่าจะไม่ละทิ้งนาง ไม่ทรยศ ไม่หวนกลับคำตราบจนลมหายใจสุดท้าย”

ซูเหมยหลันหลุบตาลง น้ำตาคลอในห้วงตา

“ข้าซูเหมยหลัน สาบานจะยึดมั่นในชายตรงหน้า ขอมีเพียงเขาในหทัยตราบชีวิตจะสิ้น”

ทั้งสองกราบลงพร้อมกันกราบฟ้า กราบดิน และกราบไหว้กันและกัน มีเพียงคำสัตย์ที่ฝากไว้กับผืนดินและฟากฟ้าเหนือหุบเขา

คืนนั้นอากาศเย็นจัด แต่อุ่นไอในเรือนกลับเต็มเปี่ยม หลี่เฉินอวี่ก่อไฟไว้กลางห้อง แล้วกลับมาที่ข้างตั่งไม้ที่ปูด้วยผ้าผืนสะอาด กลิ่นอ่อนๆ ของสมุนไพรลอยปะปนกับกลิ่นหอมของหญิงสาวที่นั่งรอเขาอยู่แล้ว

นางหลบสายตาเมื่อเขาเข้ามาใกล้

“เจ้าจะเขินไปไย” เขากระซิบเสียงเบา ก่อนจะวางมือแผ่วเบาบนหลังมือของนาง “เรากราบฟ้าดินกันแล้วคืนนี้เจ้าก็คือภรรยาข้า”

นางเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสั่นไหววาบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเบาๆ

“หากท่านผิดคำสาบานฟ้าดินจะลงโทษท่านแทนข้า”

หลี่เฉินอวี่ขยับเข้ามาใกล้วางมือบนแก้มนาง แล้วพยักหน้า “ข้ายินดีรับ”

ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ความเย็นเฉียบบนใบหน้าอ่อนโยนของนาง ก่อนจะประคองให้นอนเอนลงช้าๆ ท่ามกลางไออุ่นของผ้าห่ม และไฟที่ลุกไหวในตะเกียง

ซูเหมยหลันหลับตาลง ปล่อยให้ความไว้วางใจและความรักเติมเต็มช่องว่างในใจที่เคยอ้างว้าง

เขาค่อยๆ โน้มลงไปบรรจงจุมพิตลงไปอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากหนากดริมฝีปากล่างของเจ้าสาว  ปลายลิ้นแทรกเข้าไปในริมฝีปากอวบอิ่ม แล้วกวาดลิ้นไปทั่วโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดดูดรัดปลายลิ้นเล็กจนชาหนึบ

บัณฑิตหลงทางดึงอาภรณ์ของนางลงจากไหล่ทั้งสองข้าง อกอวบเด้งออกมาเชิญชวนให้เขาละสายตาไปไม่ได้ ริมฝีปากอุ่นเลื่อนลงไปที่ลำคอ สูดดมกลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นก่อนที่จะเลื่อนลงไปหาเนินอกอิ่ม มือทั้งสองบีบเคล้นสองเต้าขึ้นมาแล้วมองซอกนมที่ล้นออกมาจากซอกนิ้วด้วยความกระหาย ริมฝีปากอ้างับจุกชูชัน แล้วห่อปากดูดดึงจนจุกยืดขึ้นมาตามริมฝีปาก

ซูเหมยหลันครางเบาๆ ในลำคอ ความรู้สึกที่เขากำลังปลุกเร้า มันทำให้นางแทบหลอมละลายภายใต้ร่างของบุรุษสูงเจ็ดฉื่อผู้นี้

เขาลุกขึ้นแล้วถอดอาภรณ์ของตนออกไป เผยให้เห็นร่างเปลือยที่กำยำและส่วนนั้นที่แข็งขืนผงาดอยู่ต่อหน้า

เจ้าบ่าวถอดอาภรณ์ที่คาอยู่ที่เอวของนางออกไปให้พ้นทาง ก้มลงมองเรือนร่างที่ไร้เครื่องนุ่งห่มแล้วยิ้มมองอย่างพึงพอใจ

จากนั้นก็โน้มหน้าลงไปซุกที่อกอวบอีกครั้ง สองมือบีบเคล้นอย่างเต็มแรงมือ ดูดสองเต้าอวบอีกครั้งด้วยอารมณ์ที่ดุดันขึ้น จากนั้นปลายลิ้นชื้นก็ลากไล้ลงไปที่เนินอูบด้านล่าง ไล้ปลายนิ้วบดเบียดถูไถที่กลางกายสาวเพื่อปลุกเร้าให้นางยิ่งตื่นเต้น

เสียงครางของหญิงสาวแข่งกับสายฝน ขณะที่เขาแทรกกายเข้าหาแล้วหลอมรวมเข้ากับร่างอรชรนั้นอย่างเต็มแรงรัก

ซูเหมยหลันครางเสียงกระเส่า แอ่นสะโพกรับลีลาสวาทนั้นอย่างเต็มใจ

คืนนั้นบ้านไม้กลางป่าเต็มไปด้วยเสียงครางของคู่บ่าวสาวที่ครางรับกันอย่างหฤหรรษ์ ในขณะที่หลุมดินกลบใหม่ใต้ต้นหลิวนั้นสงบเงียบ มีเพียงใบไม้ที่ปลิวหล่นลงมาราวกับว่ากำลังจะปิดบังหลุมศพให้เลือนหายไป

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 5 ชีวิตเดียวดายกลางหุบเขา

    หลังเหตุการณ์วันนั้น ซูเหมยหลันกลับมาใช้ชีวิตในเรือนไม้หลังเดิม บ้านที่เคยอบอวลด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนา บัดนี้กลับเหลือเพียงเสียงลม เสียงแมลง และเสียงไม้แห้งแตกระหว่างย่ำเท้านางพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนเดิม ให้เหมือนว่ายังมีเซี่ยนหรงอยู่เคียงข้าง แต่ก็ไม่อาจหลอกหัวใจของตนเองได้ลำธารที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของนางในยามหิว นางใช้ไม้ไผ่ผูกเป็นตาข่ายเล็กๆ ดักปลาไว้ในจุดที่สามีเคยสอน แรกๆ ก็ลำบากอยู่บ้าง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป นางเริ่มจับปลาขนาดพอเหมาะมาได้เรื่อยๆมือของนางที่เคยเนียนนุ่มกลับหยาบกร้าน หลังที่เคยตั้งตรงเริ่มล้าเพราะต้องหาบน้ำ ทำฟืน ปรุงอาหารเองทุกอย่าง แต่แววตานั้นยังคงเงียบเหงาและบังเกิดความเปล่าเปลี่ยวในยามค่ำคืนระหว่างที่นางนั่งปิ้งปลาอยู่หน้ากองไฟ กลิ่นหอมของเนื้อปลาค่อยๆ ลอยฟุ้งไปกับไอควัน แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดลงบนใบหน้าอ่อนเยาว์นั้น ทว่ามันไม่ได้ทำให้นางดูสดใสกลับยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวในแววตานั้นมากขึ้นนางนั่งเงียบ จ้องมองปลายไม้ที่เสียบปลาไว้ ก่อนจะเผลอพึมพำกับตนเองเบาๆ“เจ้าบอกว่าชอบปลาย่างที่หนังเกรียมนิดๆ ข้าก็ทำให้เช่นนั้น แต่เจ้าจะไม่มีวันได

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 4 ก้นหลุมแห่งความลวง

    เสียงฝีเท้าดังกระทบพื้นดินอย่างเร่งร้อน ซูเหมยหลันวิ่งผ่านพงไม้ รวบชายกระโปรงขึ้นแนบตัวด้วยมือทั้งสองข้างภาพของหลี่เฉินอวี่เดินเร่งฝีเท้าไปยังทางลาดต่ำด้านหลังภูเขา ทำให้ใจนางกระตุกวูบ เส้นทางนั้นคือทางที่เซี่ยนหรงสามีคนเก่าของนางเคยวางหลุมพรางไว้สำหรับล่าสัตว์ใหญ่“เฉินอวี่ อย่าไปทางนั้น” นางร้องสุดเสียง แต่เสียงแหบแห้งเพราะวิ่งฝ่าอากาศหนาว เรียกได้ไม่สุดคอเงาของเขาชะงักเพียงครู่ แล้วหันกลับมาเห็นนางกำลังวิ่งตามมา แววตาของเขาเปลี่ยนไป แววระแวงจู่โจมใบหน้าแทบจะทันที“ซูเหมยหลัน เจ้า...เจ้าแอบตามข้ามาทำไม” เขาร้องถาม เสียงเจือด้วยความลนลาน ก่อนที่เขาจะหันตัวกลับแล้วรีบวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม ราวกับกลัวว่านางจะลากตัวเขากลับไปมัดไว้กับเรือน“อย่าเดินไปทางนั้น! หยุดก่อน หลี่เฉินอวี่” นางพยายามตะโกนสุดเสียงอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่รู้ตัว แต่สายเกินไปแล้วพลั่ก! เสียงกิ่งไม้ที่ถมหน้าหลุมแตกหัก ตามด้วยเสียงร่างกายกระแทกลงในโพรงดินลึก ฝุ่นและเศษใบไม้ฟุ้งกระจายซูเหมยหลันรีบวิ่งไปถึงขอบหลุม และมองลงไป เห็นหลี่เฉินอวี่นอนจมอยู่ใต้หลุมลึกประมาณครึ่งตัว แขนขาถูกไม้ไผ่ปลายแหลมบาดเข้าเล็กน้อย เลื

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 3 สมปรารถนา

    ไอหมอกยามเช้าปกคลุมยอดไม้ในหุบเขา เสียงนกป่าร้องเรียกแผ่วเบาแทรกลอยตามมาพร้อมอากาศเย็นสดชื่น ปลุกให้ซูเหมยหลันลุกจากตั่งไม้เบาๆ ห่มผ้าให้สามีบัณฑิตที่ยังหลับสนิท ก่อนจะหยัดกายลุกออกมาอย่างแผ่วเบานางเดินไปที่เรือนหลังเล็กด้านข้าง เตรียมต้มน้ำ เพื่อต้มมันเทศไว้รอเขาตื่นขึ้นมากินเป็นอาหารเช้าหลังจากตั้งหม้อไว้แล้ว นางจึงหยิบอ่างไม้เตรียมผ้าจะนำไปซักที่ลำธาร ระหว่างค้นหาเสื้อผ้าของหลี่เฉินอวี่ในตะกร้าหวายสะพายหลังของเขา ก็พบห่อผ้าเล็กๆ ที่ม้วนไว้ด้วยเชือกฝ้ายสีซีดซูเหมยหลันผ่อนลมหายใจยาว คิดเพียงจะนำเสื้อคลุมของเขาไปซักให้สะอาด แต่เมื่อดึงห่อผ้านั้นออกมา เสื้อผ้าเก่าที่ห่อไว้กลับหล่นลงพร้อมซองจดหมายที่สอดไว้ตรงมุมพับมือของนางหยุดนิ่งกลางอากาศ ใจเต้นแรงอย่างประหลาดขณะหยิบซองนั้นขึ้นมา ลายมือในจดหมายเป็นระเบียบ ทว่าข้อความนั้นทะลุทะลวงดวงใจยิ่งกว่ามีดใด“พี่เฉินอวี่ ข้าได้มอบปิ่นหยกนี้ไว้แทนใจของท่านกับข้า หากท่านสอบเคอจวี่ได้ตำแหน่งใดหรือไม่ ข้าก็จะเต็มใจแต่งงานกับท่าน และรอท่านกลับมาแต่งงานตามสัญญาหมั้นหมาย ... โหรวเอ๋อร์”ปิ่นหยก... ซูเหมยหลันนึกถึงปิ่นหยกที่นางเสียบมวยผมอยู่ในตอนนี้

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 2 สองดวงใจในหุบเขา

    วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในหุบเขาอันเงียบงัน เพียงสามวันนางก็เริ่มยิ้มออกแล้ว เพราะว่าคนที่อยู่ด้วยในตอนนี้นั้นดูแลจนนางหายเศร้าหลี่เฉินอวี่มิได้กล่าวคำหวานหรือแสดงความใคร่ล่วงเกินใดๆ เขาเพียงลงมือช่วยนางดูแลเรือน ซ่อมรั้วไม้ในจุดที่ชำรุด เก็บกิ่งไม้แห้งและตัดไม้ท่อนใหญ่มาไว้กองเต็มห้องครัวหลังเรือนความอบอุ่นเล็กๆ เหล่านั้นกลายเป็นเปลวไฟที่คลายความเย็นในใจหญิงสาวผู้เคยเปล่าเปลี่ยวนางเฝ้ามองเขาอย่างเงียบงันในแต่ละวัน ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่นางรู้สึกว่าตนเองเริ่มชินกับการที่มีเขาอยู่ และกลัวเหลือเกินว่าวันหนึ่งเขาจะจากไป แม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่นางก็มิอาจทำใจได้คืนหนึ่ง ขณะที่หมอกหนาปกคลุมป่า และสายลมเย็นพัดกลิ่นดอกไม้ป่าจากริมหน้าผาเข้ามาในเรือน เขาเรียกนางให้มานั่งตรงหน้าใต้แสงตะเกียงเล็กๆ“แม่นางซู” เขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่นุ่มนวลหวานหูหญิงสาวขยับตัวมานั่งตรงข้าม มือเรียวกำชายเสื้อไว้แน่น ไม่รู้เหตุใดหัวใจจึงเต้นรัวหลี่เฉินอวี่ล้วงจากอกเสื้อออกมาสิ่งหนึ่ง ปิ่นปักผมหยกสีขาวแกะลายเมฆหมอกอย่างบรรจง“นี่คือปิ่นของมารดาข้า นางให้ไว้กับข้าเมื่อคราออกเดินทางจากบ้านเกิด” เขากล่า

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 1 ชายแปลกหน้า

    เสียงสายลมพัดหวิวผ่านลำไผ่ที่ขึ้นเรียงรายแน่นทึบ ลมเยียบเย็นซึมลึกเข้ากระดูก ผืนฟ้าเหนือหุบเขาหม่นมัวด้วยม่านหมอกจางลานกว้างหลังทิวไผ่นั้น ร่างหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งแน่นิ่งอยู่หน้าเนินดินที่เพิ่งถมใหม่ ข้างกายมีพลั่วไม้เก่าแก่เลอะดินเปรอะโคลน ใบหน้างามที่ซีดเผือดเปื้อนหยาดน้ำตา ดวงตาดำสนิทบ่งบอกถึงความเศร้าที่ไม่สิ้นสุด“ท่านพี่ ท่านจากข้าไปแล้วจริงๆ หรือ”นางกระซิบเสียงเบากับป้ายวิญญาณ ดั่งกลัวลมจะพัดพาคำพูดของนางให้จางหาย น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงซอกแก้ม ร่วงหยดลงบนผืนดินตรงหน้าทว่าร่างใต้ดินนั้นไม่อาจเอื้อมมือขึ้นมาปลอบโยน หรือแม้แต่ตอบกลับด้วยเสียงที่เคยอบอุ่นนักซูเหมยหลันวัยยี่สิบสี่ นางกับสามีนามว่าเซี่ยนหรง หนีความวุ่นวายในเมืองหลวงมาปลูกเรือนไม้กลางหุบเขาไร้ชื่อ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลูกผักหาของป่า ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและสมถะแต่ความสงบสุขไม่เคยคงอยู่เนิ่นนาน แค่ฤดูฝนเดียวก็พัดพาเขาไปจากนางตลอดกาลโรคร้ายจากยุงป่าคร่าลมหายใจเขาไปในครึ่งเดือน แม้นางจะต้มยาสมุนไพร เทียวเข้าออกป่าหาหญ้ารากไม้มามากเท่าใด ก็ไม่อาจรั้งมือยมทูตได้สุดท้าย นางฝังเขาด้วยมือตนเอง ณ ที่ตรงนี้หลุมศพไร้ป้ายใต้ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status