Home / รักโบราณ / ลวงราคะลิขิตสวาท / ตอนที่ 4 ก้นหลุมแห่งความลวง

Share

ตอนที่ 4 ก้นหลุมแห่งความลวง

last update Last Updated: 2026-01-12 13:14:58

เสียงฝีเท้าดังกระทบพื้นดินอย่างเร่งร้อน ซูเหมยหลันวิ่งผ่านพงไม้ รวบชายกระโปรงขึ้นแนบตัวด้วยมือทั้งสองข้าง

ภาพของหลี่เฉินอวี่เดินเร่งฝีเท้าไปยังทางลาดต่ำด้านหลังภูเขา ทำให้ใจนางกระตุกวูบ เส้นทางนั้นคือทางที่เซี่ยนหรงสามีคนเก่าของนางเคยวางหลุมพรางไว้สำหรับล่าสัตว์ใหญ่

“เฉินอวี่ อย่าไปทางนั้น” นางร้องสุดเสียง แต่เสียงแหบแห้งเพราะวิ่งฝ่าอากาศหนาว เรียกได้ไม่สุดคอ

เงาของเขาชะงักเพียงครู่ แล้วหันกลับมาเห็นนางกำลังวิ่งตามมา แววตาของเขาเปลี่ยนไป แววระแวงจู่โจมใบหน้าแทบจะทันที

“ซูเหมยหลัน เจ้า...เจ้าแอบตามข้ามาทำไม” เขาร้องถาม เสียงเจือด้วยความลนลาน ก่อนที่เขาจะหันตัวกลับแล้วรีบวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม ราวกับกลัวว่านางจะลากตัวเขากลับไปมัดไว้กับเรือน

“อย่าเดินไปทางนั้น! หยุดก่อน หลี่เฉินอวี่” นางพยายามตะโกนสุดเสียงอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่รู้ตัว แต่สายเกินไปแล้ว

พลั่ก!  เสียงกิ่งไม้ที่ถมหน้าหลุมแตกหัก ตามด้วยเสียงร่างกายกระแทกลงในโพรงดินลึก ฝุ่นและเศษใบไม้ฟุ้งกระจาย

ซูเหมยหลันรีบวิ่งไปถึงขอบหลุม และมองลงไป เห็นหลี่เฉินอวี่นอนจมอยู่ใต้หลุมลึกประมาณครึ่งตัว แขนขาถูกไม้ไผ่ปลายแหลมบาดเข้าเล็กน้อย เลือดซึมออกจากต้นแขน

ริมฝีปากเขาเม้มแน่นก่อนจะแหงนหน้ามองนาง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว สิ่งหนึ่งที่นางสังเกตเห็นคือ ปิ่นหยกที่หล่นจากถุงผ้าขณะเขาพลัดตกลงมา มันตกอยู่ข้างเท้านางบนขอบหลุม

ซูเหมยหลันก้มลงเก็บมันขึ้นมา ใช้ปลายนิ้วลูบมันอย่างแผ่วเบา ดวงตานิ่งสงบ ราวสายน้ำก่อนพายุใหญ่ นางเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ

“ฮูหยิน ช่วยข้าด้วย” เขาร้องขอความช่วยเหลือจากนาง หญิงสาวสะท้อนในอก เขาเรียกนางเช่นนี้เพียงเพราะต้องการให้นางช่วยเหลือเท่านั้น

“ข้าร้องเรียกให้ท่านระวังกับดักนี้ แต่ท่านกลับวิ่งหนีข้า... ท่านจะไปไหนหรือ” นางถามเสียงเย็น

หลี่เฉินอวี่สะอึก ใบหน้าซีดเผือด เขาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเครือแต่พยายามมั่นคง

“ข้า... ข้าตั้งใจจะกลับไปบอกบิดามารดาเพื่อกลับมาสู่ขอเจ้าอย่างถูกต้อง”

ซูเหมยหลันหัวเราะแผ่ว เสียงหัวเราะที่แฝงด้วยความเจ็บลึกแสบถึงทรวง มือบีบปิ่นหยกจนแทบหัก

“ไหนบอกว่าท่านไม่เหลือญาติที่ไหนแล้ว หรือว่าท่านมีอะไรที่ปิดบังข้าอีก” นางกล่าวถาม อยากรู้ความจริงจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี

หลี่เฉินอวี่อ้าปากจะพูด แต่ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมา เขาเพียงแต่เบือนหน้าหลบ ไม่กล้าสบตานาง

ซูเหมยหลันก้มลงช้าๆ วางปิ่นหยกไว้ริมปากหลุมตรงจุดที่เขามองเห็นได้ชัด แล้วพูดเสียงเบาแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

“อยู่ในหลุมนั้นให้ดีเถิด หลี่เฉินอวี่ วันนี้อากาศเย็นจะได้มีเวลาคิดทบทวนเรื่องของเจ้าให้มากพอ แล้วเย็นนี้ข้าจะมาฟังคำตอบ หากท่านพูดความจริงกับข้า ข้าจะช่วยท่านขึ้นมา”

เขาเบิกตากว้าง “เจ้าจะทิ้งข้าไว้ที่นี่ ซูเหมยหลัน เจ้าใจร้ายถึงเพียงนี้เองหรือ”

“ใจร้ายหรือ” นางย้อนเสียงเบา น้ำตายังคงไหลไม่หยุด

“แล้วท่านล่ะ ท่านทำกับข้าไว้แบบไหนกัน”

นางไม่รอคำตอบใดอีก ซูเหมยหลันหันหลังให้ชายในหลุมนั้น แล้วเดินกลับเรือนไม้ช้าๆ เสียงฝีเท้าเบาบางบนใบไม้แห้ง แต่บีบหัวใจของบัณฑิตหนุ่มยิ่งนัก

************************

ในตอนเย็นของวันนั้นสายลมหนาวเย็นพัดกรรโชก เสียงฝนกระหน่ำดังลั่นทั่วหุบเขา ฟ้าร้องครืนๆ ดั่งเสียงเทพเจ้ากำลังต่อว่าฟ้าดิน

ซูเหมยหลันนั่งซุกตัวอยู่ข้างเตาไฟในเรือนไม้

เสื้อคลุมหนาแนบไหล่ ร่างกายสั่นเล็กน้อยด้วยความคิดในใจที่ห่วงใยสามีไหลย้อนกลับมาไม่หยุด

“เขาจะหนาวหรือไม่ เขาเจ็บมากหรือเปล่า หรือว่าเขาจะเกลียดข้าไปแล้ว” นางกัดริมฝีปากตนเอง สะกดเสียงสะอื้นที่แทบระเบิดออกมา แต่ทุกคราเมื่อจะก้าวเท้าออกจากประตู ความโกรธ ความเสียใจ ความอับอายก็พัดพาให้นางถอยกลับเข้ามา

‘ข้าจะไปช่วยเขาทำไมกันในเมื่อเขาจะหนีข้า’ นางคิดด้วยความโกรธ ศักดิ์ศรีของนางถูกเหยียบย่ำด้วยคำลวง

นางไม่ได้ฝ่าสายฝนออกไปดูเขาที่หลุม คืนนั้นซูเหมยหลันไม่ได้นอนแม้แต่นิด นางนั่งฟังเสียงฝนตกอย่างบ้าคลั่ง ลมหอบหนึ่งพัดให้บานหน้าต่างไม้เปิดผางออก สาดละอองฝนเข้ามาโดนเตาไฟจนควันพวยพุ่ง แต่นางกลับไม่รู้สึกอะไรเลย

จนกระทั่งรุ่งเช้า ฟ้ายังครึ้ม ท้องฟ้าเป็นสีเทา ซูเหมยหลันก้าวออกจากเรือน ฝ่าโคลนและใบไม้เปียกชื้น เดินตรงไปยังหลุมที่เขาตกลงไปเมื่อคืน

แต่พอไปถึง หัวใจของนางแทบหยุดเต้น พื้นดินบริเวณนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยโคลนถล่ม ก้อนดินขนาดใหญ่จากไหล่เขาได้ถล่มลงมาปิดปากหลุมอย่างสมบูรณ์

ไม่มีแม้แต่ช่องให้มองลงไป ไม่มีแม้แต่รอยดิ้นรนของใครที่พยายามปีนออกมา

นางก้าวถอยหลังไปสองก้าว มือสั่นระริก ดวงตากลอกไปมาราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

สายตาของนางเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่ง ปิ่นหยกยังคงวางนิ่งอยู่บนพื้นดินด้านข้าง ฝุ่นโคลนเปื้อนเล็กน้อย แต่ไม่มีรอยว่าเคยมีใครมาแตะต้องมันเลย

หากเขาหนีรอดไปได้เขาคงไม่ทิ้งของสำคัญเช่นนี้ไว้แน่นอน

มือของซูเหมยหลันยื่นไปหยิบมันขึ้นมา

ริมฝีปากสั่นระริกก่อนจะทรุดเข่าลงข้างกองดินนั้น นางปล่อยเสียงสะอื้นออกมาเต็มที่ไม่อาจเก็บงำได้อีก

“ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าเพียงอยากให้เจ้ารู้สึกผิดเพียงคืนเดียว เหตุใดเจ้าต้องจากข้าไปเหมือนเขาด้วย”

น้ำตาไหลเปียกแก้ม เส้นผมที่หลุดลู่แนบติดใบหน้า ซูเหมยหลันไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

แต่ในหัวใจของนางรู้คำตอบอยู่เต็มอก

เขาจากนางไปอีกคน ไม่ใช่เพราะโชคชะตา

แต่เพราะนางเอง

นางหยิบปิ่นหยกนั้นปักเข้าที่มวยผม ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน ก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบา

“ข้าเป็นภรรยาของท่านเพียงสามวัน แต่สามวันที่ผ่านมา ท่านก็ทำให้ข้ารู้สึกมีความสุข แม้ว่าทุกอย่างเป็นเพียงคำลวงก็ตาม”

สายลมพัดโชยอย่างอ่อนโยน ขับกลิ่นดินเปียกฝนให้ฟุ้งไปทั่ว นางหันหลังกลับอย่างช้าๆ

ซูเหมยหลันได้กลายเป็นแม่หม้ายเป็นครั้งที่สอง

แม้ครั้งนี้จะไม่มีพิธีฝังศพ แต่บาดแผลในใจกลับลึกเสียยิ่งกว่าเดิมนัก

หรือชีวิตของนางนั้นไม่เหมาะที่จะมีความรัก ไม่เหมาะสมจะเป็นภรรยาของใคร

“ท่านพี่เซี่ยนหรง คงมีแต่ท่านผู้เดียวที่รักข้าด้วยใจจริง จากนี้ไปข้าคงไม่ถวิลหาชายใดอีกแล้ว” นางเดินไปที่หลุมศพของสามีคนแรก มือลูบแผ่นป้ายที่หน้าหลุมศพด้วยความโศกเศร้า

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 5 ชีวิตเดียวดายกลางหุบเขา

    หลังเหตุการณ์วันนั้น ซูเหมยหลันกลับมาใช้ชีวิตในเรือนไม้หลังเดิม บ้านที่เคยอบอวลด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนา บัดนี้กลับเหลือเพียงเสียงลม เสียงแมลง และเสียงไม้แห้งแตกระหว่างย่ำเท้านางพยายามใช้ชีวิตให้เหมือนเดิม ให้เหมือนว่ายังมีเซี่ยนหรงอยู่เคียงข้าง แต่ก็ไม่อาจหลอกหัวใจของตนเองได้ลำธารที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของนางในยามหิว นางใช้ไม้ไผ่ผูกเป็นตาข่ายเล็กๆ ดักปลาไว้ในจุดที่สามีเคยสอน แรกๆ ก็ลำบากอยู่บ้าง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป นางเริ่มจับปลาขนาดพอเหมาะมาได้เรื่อยๆมือของนางที่เคยเนียนนุ่มกลับหยาบกร้าน หลังที่เคยตั้งตรงเริ่มล้าเพราะต้องหาบน้ำ ทำฟืน ปรุงอาหารเองทุกอย่าง แต่แววตานั้นยังคงเงียบเหงาและบังเกิดความเปล่าเปลี่ยวในยามค่ำคืนระหว่างที่นางนั่งปิ้งปลาอยู่หน้ากองไฟ กลิ่นหอมของเนื้อปลาค่อยๆ ลอยฟุ้งไปกับไอควัน แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดลงบนใบหน้าอ่อนเยาว์นั้น ทว่ามันไม่ได้ทำให้นางดูสดใสกลับยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวในแววตานั้นมากขึ้นนางนั่งเงียบ จ้องมองปลายไม้ที่เสียบปลาไว้ ก่อนจะเผลอพึมพำกับตนเองเบาๆ“เจ้าบอกว่าชอบปลาย่างที่หนังเกรียมนิดๆ ข้าก็ทำให้เช่นนั้น แต่เจ้าจะไม่มีวันได

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 4 ก้นหลุมแห่งความลวง

    เสียงฝีเท้าดังกระทบพื้นดินอย่างเร่งร้อน ซูเหมยหลันวิ่งผ่านพงไม้ รวบชายกระโปรงขึ้นแนบตัวด้วยมือทั้งสองข้างภาพของหลี่เฉินอวี่เดินเร่งฝีเท้าไปยังทางลาดต่ำด้านหลังภูเขา ทำให้ใจนางกระตุกวูบ เส้นทางนั้นคือทางที่เซี่ยนหรงสามีคนเก่าของนางเคยวางหลุมพรางไว้สำหรับล่าสัตว์ใหญ่“เฉินอวี่ อย่าไปทางนั้น” นางร้องสุดเสียง แต่เสียงแหบแห้งเพราะวิ่งฝ่าอากาศหนาว เรียกได้ไม่สุดคอเงาของเขาชะงักเพียงครู่ แล้วหันกลับมาเห็นนางกำลังวิ่งตามมา แววตาของเขาเปลี่ยนไป แววระแวงจู่โจมใบหน้าแทบจะทันที“ซูเหมยหลัน เจ้า...เจ้าแอบตามข้ามาทำไม” เขาร้องถาม เสียงเจือด้วยความลนลาน ก่อนที่เขาจะหันตัวกลับแล้วรีบวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม ราวกับกลัวว่านางจะลากตัวเขากลับไปมัดไว้กับเรือน“อย่าเดินไปทางนั้น! หยุดก่อน หลี่เฉินอวี่” นางพยายามตะโกนสุดเสียงอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่รู้ตัว แต่สายเกินไปแล้วพลั่ก! เสียงกิ่งไม้ที่ถมหน้าหลุมแตกหัก ตามด้วยเสียงร่างกายกระแทกลงในโพรงดินลึก ฝุ่นและเศษใบไม้ฟุ้งกระจายซูเหมยหลันรีบวิ่งไปถึงขอบหลุม และมองลงไป เห็นหลี่เฉินอวี่นอนจมอยู่ใต้หลุมลึกประมาณครึ่งตัว แขนขาถูกไม้ไผ่ปลายแหลมบาดเข้าเล็กน้อย เลื

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 3 สมปรารถนา

    ไอหมอกยามเช้าปกคลุมยอดไม้ในหุบเขา เสียงนกป่าร้องเรียกแผ่วเบาแทรกลอยตามมาพร้อมอากาศเย็นสดชื่น ปลุกให้ซูเหมยหลันลุกจากตั่งไม้เบาๆ ห่มผ้าให้สามีบัณฑิตที่ยังหลับสนิท ก่อนจะหยัดกายลุกออกมาอย่างแผ่วเบานางเดินไปที่เรือนหลังเล็กด้านข้าง เตรียมต้มน้ำ เพื่อต้มมันเทศไว้รอเขาตื่นขึ้นมากินเป็นอาหารเช้าหลังจากตั้งหม้อไว้แล้ว นางจึงหยิบอ่างไม้เตรียมผ้าจะนำไปซักที่ลำธาร ระหว่างค้นหาเสื้อผ้าของหลี่เฉินอวี่ในตะกร้าหวายสะพายหลังของเขา ก็พบห่อผ้าเล็กๆ ที่ม้วนไว้ด้วยเชือกฝ้ายสีซีดซูเหมยหลันผ่อนลมหายใจยาว คิดเพียงจะนำเสื้อคลุมของเขาไปซักให้สะอาด แต่เมื่อดึงห่อผ้านั้นออกมา เสื้อผ้าเก่าที่ห่อไว้กลับหล่นลงพร้อมซองจดหมายที่สอดไว้ตรงมุมพับมือของนางหยุดนิ่งกลางอากาศ ใจเต้นแรงอย่างประหลาดขณะหยิบซองนั้นขึ้นมา ลายมือในจดหมายเป็นระเบียบ ทว่าข้อความนั้นทะลุทะลวงดวงใจยิ่งกว่ามีดใด“พี่เฉินอวี่ ข้าได้มอบปิ่นหยกนี้ไว้แทนใจของท่านกับข้า หากท่านสอบเคอจวี่ได้ตำแหน่งใดหรือไม่ ข้าก็จะเต็มใจแต่งงานกับท่าน และรอท่านกลับมาแต่งงานตามสัญญาหมั้นหมาย ... โหรวเอ๋อร์”ปิ่นหยก... ซูเหมยหลันนึกถึงปิ่นหยกที่นางเสียบมวยผมอยู่ในตอนนี้

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 2 สองดวงใจในหุบเขา

    วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในหุบเขาอันเงียบงัน เพียงสามวันนางก็เริ่มยิ้มออกแล้ว เพราะว่าคนที่อยู่ด้วยในตอนนี้นั้นดูแลจนนางหายเศร้าหลี่เฉินอวี่มิได้กล่าวคำหวานหรือแสดงความใคร่ล่วงเกินใดๆ เขาเพียงลงมือช่วยนางดูแลเรือน ซ่อมรั้วไม้ในจุดที่ชำรุด เก็บกิ่งไม้แห้งและตัดไม้ท่อนใหญ่มาไว้กองเต็มห้องครัวหลังเรือนความอบอุ่นเล็กๆ เหล่านั้นกลายเป็นเปลวไฟที่คลายความเย็นในใจหญิงสาวผู้เคยเปล่าเปลี่ยวนางเฝ้ามองเขาอย่างเงียบงันในแต่ละวัน ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่นางรู้สึกว่าตนเองเริ่มชินกับการที่มีเขาอยู่ และกลัวเหลือเกินว่าวันหนึ่งเขาจะจากไป แม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่นางก็มิอาจทำใจได้คืนหนึ่ง ขณะที่หมอกหนาปกคลุมป่า และสายลมเย็นพัดกลิ่นดอกไม้ป่าจากริมหน้าผาเข้ามาในเรือน เขาเรียกนางให้มานั่งตรงหน้าใต้แสงตะเกียงเล็กๆ“แม่นางซู” เขาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่นุ่มนวลหวานหูหญิงสาวขยับตัวมานั่งตรงข้าม มือเรียวกำชายเสื้อไว้แน่น ไม่รู้เหตุใดหัวใจจึงเต้นรัวหลี่เฉินอวี่ล้วงจากอกเสื้อออกมาสิ่งหนึ่ง ปิ่นปักผมหยกสีขาวแกะลายเมฆหมอกอย่างบรรจง“นี่คือปิ่นของมารดาข้า นางให้ไว้กับข้าเมื่อคราออกเดินทางจากบ้านเกิด” เขากล่า

  • ลวงราคะลิขิตสวาท   ตอนที่ 1 ชายแปลกหน้า

    เสียงสายลมพัดหวิวผ่านลำไผ่ที่ขึ้นเรียงรายแน่นทึบ ลมเยียบเย็นซึมลึกเข้ากระดูก ผืนฟ้าเหนือหุบเขาหม่นมัวด้วยม่านหมอกจางลานกว้างหลังทิวไผ่นั้น ร่างหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งแน่นิ่งอยู่หน้าเนินดินที่เพิ่งถมใหม่ ข้างกายมีพลั่วไม้เก่าแก่เลอะดินเปรอะโคลน ใบหน้างามที่ซีดเผือดเปื้อนหยาดน้ำตา ดวงตาดำสนิทบ่งบอกถึงความเศร้าที่ไม่สิ้นสุด“ท่านพี่ ท่านจากข้าไปแล้วจริงๆ หรือ”นางกระซิบเสียงเบากับป้ายวิญญาณ ดั่งกลัวลมจะพัดพาคำพูดของนางให้จางหาย น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงซอกแก้ม ร่วงหยดลงบนผืนดินตรงหน้าทว่าร่างใต้ดินนั้นไม่อาจเอื้อมมือขึ้นมาปลอบโยน หรือแม้แต่ตอบกลับด้วยเสียงที่เคยอบอุ่นนักซูเหมยหลันวัยยี่สิบสี่ นางกับสามีนามว่าเซี่ยนหรง หนีความวุ่นวายในเมืองหลวงมาปลูกเรือนไม้กลางหุบเขาไร้ชื่อ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลูกผักหาของป่า ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและสมถะแต่ความสงบสุขไม่เคยคงอยู่เนิ่นนาน แค่ฤดูฝนเดียวก็พัดพาเขาไปจากนางตลอดกาลโรคร้ายจากยุงป่าคร่าลมหายใจเขาไปในครึ่งเดือน แม้นางจะต้มยาสมุนไพร เทียวเข้าออกป่าหาหญ้ารากไม้มามากเท่าใด ก็ไม่อาจรั้งมือยมทูตได้สุดท้าย นางฝังเขาด้วยมือตนเอง ณ ที่ตรงนี้หลุมศพไร้ป้ายใต้ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status