INICIAR SESIÓNหลังจากวันนั้นยายของรสิตาก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง และกลางดึกของคืนหนึ่งเธอก็ต้องพายายของเธอไปโรงบาลแบบเร่งด่วนเพราะยายของเธอมีอาการเจ็บหน้าอก และเหนื่อยเพลียอย่างต่อเนื่อง ผลการวินิจฉัยของหมอในครั้งนี้สรุปว่ายายของเธอเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้จะกังวลแต่รสิตาก็ทำตามที่หมอแนะนำคือต้องรักษาโดยการผ่าตัด
หลังผ่าตัดได้สองวันอาการของหญิงชราก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ รสิตายังเทียวไปเทียวมาระหว่างคาสิโนและโรงพยาบาลเพื่อดูแลยายของเธอ
“นายครับ ผมเจอคนไข้คนนึงนามสกุลเดียวกับนังตำรวจคนนั้น...ครับนาย...ผมจะรีบจัดการให้ครับ”
ขณะที่รสิตากำลังเดินผ่านตรงที่บุรุษพยาบาลคนหนึ่ง นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ เธอก็ได้ยินบทสนทนานั้นโดยบังเอิญ จึงรีบก้มหน้าลงแล้วเดินผ่านไป
“คุณหมอคะ ถ้าฉันจะขอย้ายโรงพยาบาลได้มั้ย” รสิตารีบเข้าพบหมอที่เป็นเจ้าของไข้ของหญิงชราทันที
“แล้วแต่ความประสงค์ของญาติเลยค่ะ” หมอพูดขณะที่ดูแฟ้มประวัติของคนไข้ “แต่หมอแนะนำว่าให้ยืดเวลาออกไปก่อน เพราะตอนนี้คนไข้ยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนย้ายเพราะเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาใหม่ๆ”
“แต่ฉันจำเป็นจริงๆ นะคะ”
“ถ้าอย่างนั้นหมอแนะนำให้ญาติติดต่อโรงพยาบาลที่จะพาคนไข้ไปรักษาก่อนนะคะ และก็พูดคุยเรื่องการเคลื่อนย้ายคนไข้ด้วย คงจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
หลังจากออกจากโรงพยาบาลรสิตาก็กลับไปทำงานตามปกติ ท่าทางเหม่อลอยของเธอทำให้เอมิกาสังเกตเห็น
“เป็นอะไร วันนี้ก็เหม่อลอยอีกแล้ว” เอมิกาถามด้วยความเป็นห่วง
“มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยค่ะ”
“เรื่องเจ้านายเหรอ” เอมิกาก็ยังคิดว่าเป็นเพราะรณกร
“เปล่าค่ะ เรื่องยาย”
“อ้าว ยายเป็นอะไรเหรอ”
“พอดียายเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดค่ะ ตอนนี้อาการก็ดีขึ้นแล้ว”
“แล้วไม่สบายใจเรื่องอะไรอีก”
“หนูอยากย้ายโรงพยาบาลให้ยาย เอาที่แบบมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดีนะคะ พี่เฟิร์สรู้จักบ้างมั้ย”
“เดี๋ยวนะพี่ขอนึกดูก่อน” เอมิกาทำท่าครุ่นคิด รสิตาก็รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ “นึกออกแล้ว พอดีมีพี่ที่รู้จักทำงานอยู่ แต่ราคาสูงมากนะ เพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชนระดับต้นๆ ของกรุงเทพเลย” เอมิกาไม่รู้ว่ารสิตาจะไหวไหม แต่เธอก็แนะนำไว้เป็นทางเลือกให้รสิตา
“ขอที่อยู่ให้หนูหน่อยได้มั้ย หนูจะลองไปสอบถามดู” ถึงแม้ว่าจะแพงแต่ถ้ามันปลอดภัยเธอก็จำเป็นต้องย้าย
“ได้สิ”
ณ อาคารร้างย่านชานเมืองเสียงปืนที่เพิ่งสงบลงทำให้คนที่ใช้ผนังอาคารเป็นที่กำบังอยู่ต้องลดปืนลง
“ออกมา!!! กูบอกให้ออกมา”
“ขอโทษครับ ไว้ชีวิตผมด้วยครับ”
“เข้ามาใกล้ ๆ สิ” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่คนฟังกลับรู้สึกหวาดกลัวกับความเรียบนิ่งนี้
“ครับ ๆ” ชายหนุ่มรีบคลานเข้าไปหาคนเรียกทันที
“ฝากไปบอกนายของมึงด้วยว่าถ้ายังไม่หยุดลอบกัด กูจะไปถล่มถึงรัง” มาเฟียหนุ่มหน้าเหี้ยมจนชายหนุ่มรู้สึกกลัว “อ้อ แล้วฝากบอกด้วยว่าข้อตกลงทุกข้อเป็นโมฆะ”
ช่วงนี้เขาไม่มีเวลาได้เข้าไปตรวจความเรียบร้อยในบ่อน เพราะเขาต้องคอยเก็บกวาดเช็ดล้างปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงสนธิสัญญาที่พ่อของเขาได้ทำไว้กับแก๊งเสือดำตั้งแต่เขาเป็นเด็ก แก๊งเสือดำเป็นแก๊งที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลของแก๊งมังกรขาวของเขา
ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ต่างคนต่างอยู่กันมาพักใหญ่ จนมาช่วงหลังๆ ที่หัวหน้าแก๊งเสือดำ แต่งตั้งหัวหน้าคนใหม่ขึ้นมาแทนซึ่งก็เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนั่นเอง หัวหน้าแก๊งเสือดำคนใหม่จึงเริ่มเหิมเกริมกับณรกร คอยส่งลูกน้องมาตลบหลังเขาอยู่หลายครั้ง จนตอนนี้เขาหมดความอดทน
“ไม่ต้องตาม” รณกรยกมือห้ามเมื่อเห็นว่าลูกน้องกำลังจะตามคนที่เขาเพิ่งปล่อยไป
“นายจะปล่อยมันไปจริง ๆ เหรอครับ” สมภพถาม
“อืม”
“งั้นกลับกันเลยมั้ยครับ” เอกสิทธิ์ถามหลังจากที่ใช้บดินทร์ไปเตรียมรถ
รณกรหันไปพยักหน้าให้ลูกน้อง
รถเคลื่อนตัวมาจอดทางด้านหน้าของคาสิโน วันนี้รณกรเลือกที่จะใช้เส้นทางด้านหน้าของร้าน ขณะเดินเข้าไปก็ผ่านผู้คนและโต๊ะต่างๆ เขากวาดสายตามองไปทั่วก็ไม่พบหน้าหญิงสาวที่เขาไม่ได้เจอมาหลายวันแล้ว
รณกรจึงเดินขึ้นไป ก่อนจะจับราวแล้วมองลงมาอีกครั้ง
“นายหาใครอยู่ครับ”
“เปล่า”
“ผมคิดว่ามองหาน้องสาว” เพราะหลายวันก่อนบดินทร์ได้เล่าให้สมภพฟังว่ารณกรเรียกหารสิตา วันนี้เขาเลยคิดว่ารณกรมองหารสิตา
“นั่นน้องสาวแกเหรอ” รณกรเหล่มอง
“มะ...ไม่ใช่ครับ”
“แล้วไปเป็นน้องสาวแกตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็อายุน้อยกว่าผม ผมก็ต้องเรียกน้องสาวสิครับ แถมเธอก็เรียกผมว่าพี่”
“ไอ้ภพ มึงอยากตายหรือไง มึงดูหน้านายก่อน” เอกสิทธิ์กระซิบเตือนสมภพ
สมภพรีบก้มหน้าลงทันที เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของรณกรที่มองมา
วันต่อมารสิตายังขอหยุดงาน เพื่อไปติดต่อโรงพยาบาลที่เอมิกาได้แนะนำไว้
“เธอจะทำยังไงดีรสิตา เงินมากมายขนาดนั้นเธอจะหามาจากที่ไหน เงินเก็บที่มีก็เริ่มหมดแล้ว” เธอพูดกับตัวเองเมื่อออกมาจากโรงพยาบาล
เธอต้องเตรียมเงินไว้อย่างน้อยหนึ่งแสนเพื่อจ่ายค่ารักษาของโรงพยาบาลเดิม ค่ารถสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมไปถึงค่าจ้างพยาบาลพิเศษที่เธอจะให้ดูแลยายในขณะที่อยู่โรงพยาบาลแห่งใหม่ ตลอดไปจนถึงค่าห้องและค่ายาทั้งหมดตลอดการรักษาอยู่ที่นี่
รสิตาย้อนกลับไปโรงพยาบาลที่ยายของเธอรักษาตัวอยู่อีกครั้ง ขณะเดินไปถึงห้องที่ยายของเธอพักรักษาตัวอยู่ก็มีชายหนุ่มที่เธอจำได้ว่าคือคนเดียวกับบุรุษพยาบาลคนนั้น รสิตาจึงทำทีเป็นเปิดอีกห้องเข้าไป
“ขอโทษค่ะ พอดีจำเลขห้องสลับกัน”
ญาติผู้ป่วยในห้องหันมามองเธอเป็นตาเดียว เธอจึงยิ้มแหยๆ ให้พวกเขา
รสิตารีบวิ่งไปยังห้องของยาย เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่ายายนอนดูทีวีอยู่บนเตียง เธอเลยรู้สึกโล่งใจ
“ยาย”
“ทำไมทำท่าตกใจขนาดนั้น” เมื่อเห็นว่าหน้าตาของหลานสาวดูตื่นๆ หญิงชราจึงถามขึ้น
“คนที่เดินออกไป เขาเข้ามาทำไมคะ”
“อ๋อ เมื่อกี้พยาบาลให้เขามาพายายไปเอ็กเรย์ แล้วเขาก็พายายกลับมาส่ง”
“แล้วเขาพูดอะไรกับยายบ้างคะ”
“เขาถามว่าญาติไปไหน ทำไมอยู่คนเดียว”
“แล้วยายบอกว่าไงคะ”
“ยายบอกว่าลูกชายทำงานบริษัท ค่ำ ๆ ถึงได้มาเยี่ยม”
“ยายเก่งมากเลยค่ะ” รสิตารู้สึกโล่งอก อย่างน้อยยายของเธอก็มีไหวพริบที่ดี
“มีอะไรหรือเปล่า” หญิงชราสังเกตเห็นว่าหลานสาวมีหน้าตาที่เคร่งเครียด
“หนูสงสัยว่าเขาจะรู้จักกับภาคภูมิค่ะ”
ภาคภูมิคือนักการเมือง คนบงการที่สั่งให้ลูกน้องตามล่ารสิตากับยายของเธอ
“ตายจริง” หญิงชรามีท่าทีตกใจ
“ยายคะ” รสิตาเลื่อนเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ ยายขอเธอ “หนูจะให้ยายย้ายโรงพยาบาลนะคะ แต่หนูคงไปเยี่ยมบ่อยๆ ไม่ได้”
“ทำไมต้องย้าย อีกไม่กี่วันยายก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”
“แต่หนูรอถึงตอนนั้นไม่ได้ค่ะ หนูติดต่อโรงพยาบาลใหม่แล้วนะ ไกลจากที่นี่หน่อยแต่หนูจะพยายามไปเยี่ยมบ่อย ๆ”
“ถ้านี่เป็นการตัดสินใจของริบบิ้นยายก็ไม่ขัด”
“ขอบคุณยายมากนะคะ ที่เข้าใจหนู อ้อหนูหาพยาบาลมาคอยดูแลยายด้วยนะคะ ยายจะได้มีเพื่อนคุย”
“ไม่ต้องก็ได้ เปลืองเงินเปล่า ๆ”
“ยายไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นค่ะ หนูจัดการเอง”
“เห็นรสิตามั้ยครับ” หลังกลับขึ้นไปไม่นานรณกรก็สั่งให้บดินทร์มาตามรสิตา“ทำไม่เหรอ” จักรพงศ์สงสัยเพราะคิดว่าบดินทร์ถามหาเอง“นายเรียกพบครับ”“ไม่เห็นนะ” จักรพงศ์กวาดสายตามองโดยรอบก่อนจะตอบ “ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวฉันไปดูให้”จักรพงศ์ลองเดินมาจนถึงห้องพักของพนักงาน ก็เห็นว่าไฟในห้องพักของรสิตาเปิดอยู่ เขาเลยมั่นใจว่าเธอต้องอยู่ในห้องแน่ๆก๊อกๆๆๆๆแกร๊ก!!เพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยคนที่อยู่ด้านใน“พี่โจ” รสิตาทำหน้าแปลกใจที่เห็นจักรพงศ์มาอยู่ที่นี่“ทำอะไรน่ะ” จักรพงศ์เอ่ยถามเมื่อเห็นกระเป๋าเป้วางอยู่“เก็บของค่ะ”“จะไปไหน”“ยังไม่รู้เลยค่ะ” ขณะพูดไปเธอก็เก็บของใส่กระเป๋าไป“พี่ไม่เข้าใจ” พอรสิตาตอบแบบนั้นจักรพงศ์ก็เลยสงสัย เขาคิดว่ารสิตาจะไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาลซะอีก“ก็หนูโดนไล่ออกแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“คุณกรยังไม่พูดอะไรสักคำเลย” จักรพงศ์รับรู้ได้ในทันทีว่าคงเป็นตอนที่รณกรพูดกับวันชัยแน่นอน รสิตาตีความไปเองว่ารณกรไล่เธอออก“แต่...”“ช่างเถอะ ตอนนี้คุณกรเรียกพบรีบไปเถอะ”คำว่าโดนเรียกพบทำเธอหายใจไม่ทั่วท้อง ใช่ว่าสามวันมานี้เธอจะลืมเหตุการณ์วันนั้นไป เธอแค่โชคดีที่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่วันนั้
สามวันต่อมา ขณะที่รณกรเข้ามาในคาสิโนเขากวาดสายตามองหาพนักงานสาวที่เขาไม่เจอหน้ามาสามวันแล้ว หลังจากที่เธอได้เงินของเขาไป เขาจึงคิดไปว่าบางทีเธออาจจะเชิดเงินหนีเขาไปแล้ว“เรียกคุณโจมาพบฉันหน่อย” เขาหันไปใช้ลูกน้องขณะกำลังเดินเข้าห้องทำงาน“ครับนาย”เพียงไม่นานจักรพงศ์ก็มาพบรณกรที่ห้อง“สวัสดีครับคุณกร มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”“มีพนักงานคนไหนลาออกไปแล้วบ้าง”“ไม่มีนี่ครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนหยุดงานบ่อย ๆ บ้าง”“ไม่มีครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนที่ไม่มาทำงานติดต่อกันสามวันบ้าง”“คุณกรหมายถึงใครครับ” ตอนนี้จักรพงค์เริ่มเอะใจแล้วว่าคนที่รณกรพยายามพูดถึงใช่คนเดียวกันกับที่เขาคิดหรือเปล่า“เปล่า” รณกรเลือกที่จะไม่พูดออกไป “คุณโจกลับไปทำงานต่อเถอะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว”“ครับคุณกร” จักรพงศ์ตอบรับแบบงง ๆ เขาหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องไป แต่ขณะที่จับลูกบิดประตูเขากลับนึกอะไรขึ้นมาได้ “คุณกรครับ”“ว่าไง” เขาขานรับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง“คือที่คุณเคยสั่งไว้ เรื่องของรสิตา” ขณะพูดก็สังเกตท่าทางของรณกรไปด้วยคราวนี้รณกรละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองจักรพงศ์ แล้วรอฟังว่าจักรพงศ์จะพูออะไรต่อ“เ
“ตัวเธอ” เขาไม่อ้อมค้อมเพราะนี่คือสิ่งที่เขาคิดไว้“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าฉันจะได้เงินก้อนนั้นทันทีหลังจากที่คุณได้ตัวฉันไปแล้ว”รณกรยิ้มมุมปาก จนรสิตาเองก็รู้สึกขนลุกครืด!!เสียงลิ้นชักที่ถูกดึงออกมา ในนั้นมีสมุดเช็คอยู่ รณกรหยิบมันขึ้นมาแล้วเขียนตัวเลขจำนวนหกหลักลงไป ก่อนจะจบด้วยลายเซ็นของเขารสิตามองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว เวลานี้เธอควรจะดีใจหรือเสียดี เธอกำลังได้เงินไปช่วยยาย ในขณะที่ตัวเธอเองก็กำลังจะโดนย่ำยี“มารับไปสิ” เขาชูเช็คในมือขึ้นรสิตานิ่งไป เธอกำมือแน่นสุดท้ายเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้เขาอย่างนั้นเหรอครืด!!เสียงลิ้นชักโดนเปิดออกอีกครั้ง“ถ้าไม่เอาฉันก็จะเก็บ” รณกรขู่เมื่อไม่มีทางเลือกรสิตาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหารณกรตรงเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ท่าทางประหม่าของรสิตาทำให้รณกรยิ้มมุมปาก“นั่งสิ”เมื่อถูกสั่งให้นั่งรสิตาก็หันซ้ายหันขวามองว่าเขาจะให้เธอนั่งตรงไหน“จะไปไหน” เมื่อเห็นว่ารสิตาหมุนตัวจะเดินไป รณกรก็เรียกขึ้น“ไปเอาเก้าอี้ค่ะ”“ฉันหมายถึงนั่งตรงนี้” เขาตบลงไปบนตัก“ทะ...ทำไมต้องนั่งตรงนั้นด้วยล่ะ” รสิตาขยับถอยหนึ่งก้าว หน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอ
ตอนเย็นรสิตากลับมาที่คาสิโนเพื่อเข้างานในกะของเธอ“เป็นไงบ้าง” เอมิกาถามขึ้นเมื่อรสิตาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า“เรียบร้อยดีค่ะ ขาดก็แค่....” รสิตาหน้าเศร้าลง“อะไร”“เงินค่ะ ต้องใช้เงินเยอะเลย”“เอาไงล่ะทีนี้”“พี่เฟิร์สมีที่ไหนแนะนำมั้ยคะ ที่ ๆ หาเงินง่าย ๆ หน่อยภายในคืนนี้ได้ยิ่งดี”“โห คืนนี้เลยเหรอ มันก็มีแหละ แต่...” แต่เธอไม่อยากให้รสิตาทำ“อะไรคะ”“ขายตัวให้เสี่ย” เธอกระซิบ“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยคะ” รสิตาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่เธออยากให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย“ไม่มีหรอก ถ้าต้องการเงินเยอะขนาดนั้น” เอมิกาก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะได้เงินไวเท่าวิธีนี้“หนูจะทำไงดี”“มีอีกวิธี ไม่รู้ว่าริบบิ้นจะกล้ามั้ย” เอมิกานึกขึ้นได้“อะไรคะ” เธอรอคำตอบอย่างมีความหวัง และเหมือนกับว่าเธอกำลังเจอแสงสว่าง“คุณกร...ลองไปขอกู้ดูสิ”“ให้หนูไปตายง่ายกว่ามั้ย” ทันทีทีได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม หน้าตาของรสิตาก็ดูจะสิ้นหวังลง“ไม่ตายหรอกน่า เชื่อพี่ ลึก ๆ คุณกรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ ถึงแม้จะชอบทำหน้าดุ เวลาลูกน้องมีปัญหาก็มักจะยืมมือคุณโจมาช่วยตลอด ไม่ค่อยออกตัวเท่าไหร่ พี่อยากให้เราลองดู”เพราะเอมิ
หลังจากวันนั้นยายของรสิตาก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง และกลางดึกของคืนหนึ่งเธอก็ต้องพายายของเธอไปโรงบาลแบบเร่งด่วนเพราะยายของเธอมีอาการเจ็บหน้าอก และเหนื่อยเพลียอย่างต่อเนื่อง ผลการวินิจฉัยของหมอในครั้งนี้สรุปว่ายายของเธอเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้จะกังวลแต่รสิตาก็ทำตามที่หมอแนะนำคือต้องรักษาโดยการผ่าตัดหลังผ่าตัดได้สองวันอาการของหญิงชราก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ รสิตายังเทียวไปเทียวมาระหว่างคาสิโนและโรงพยาบาลเพื่อดูแลยายของเธอ“นายครับ ผมเจอคนไข้คนนึงนามสกุลเดียวกับนังตำรวจคนนั้น...ครับนาย...ผมจะรีบจัดการให้ครับ”ขณะที่รสิตากำลังเดินผ่านตรงที่บุรุษพยาบาลคนหนึ่ง นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ เธอก็ได้ยินบทสนทนานั้นโดยบังเอิญ จึงรีบก้มหน้าลงแล้วเดินผ่านไป“คุณหมอคะ ถ้าฉันจะขอย้ายโรงพยาบาลได้มั้ย” รสิตารีบเข้าพบหมอที่เป็นเจ้าของไข้ของหญิงชราทันที“แล้วแต่ความประสงค์ของญาติเลยค่ะ” หมอพูดขณะที่ดูแฟ้มประวัติของคนไข้ “แต่หมอแนะนำว่าให้ยืดเวลาออกไปก่อน เพราะตอนนี้คนไข้ยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนย้ายเพราะเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาใหม่ๆ”“แต่ฉันจำเป็นจริงๆ นะคะ”“ถ้าอย่า
หลายวันต่อมา รสิตายังคงไปทำงานปกติ เธอไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องของรณกรก็แค่นั้น เรื่องนี้กวนใจเธออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้รณกรจะเป็นเจ้านายแต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ“เป็นอะไร” เอมิกาเดินเข้ามาถาม “เห็นเอาแต่มองไปด้านบน”“หงุดหงิดค่ะพี่” เมื่อนึกถึงรณกรเธอก็จะหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะเธอโตมาก็เกือบจะ 30 ปี แล้ว ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่กล้าชวนเธอขึ้นเตียงเหมือนมาเฟียหื่นกามคนนี้เลย“เรื่องอะไร”“ก็เจ้าพ่อมาเฟียนั่นนะสิ บ้าอำนาจมาก”“คุณกรทำอะไร” เธอมีท่าทีตกใจ “พี่บอกแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้”“ก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ” รสิตาบอก“อย่าบอกว่าโดนลากขึ้นเตียงแล้ว” เอมิกาเอามือสองข้างปิดปากตัวเอง“คิดไปไกลแล้วพี่” รสิตารีบแย้ง เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เอมิกาเข้าใจอะไรผิด ๆ“รอดมาได้ไง ปกติถ้าอยากนอนกับใครก็ไม่มีใครกล้าขัด”นี่คือความเป็นจริงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ เพราะรณกรไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดมาได้สักครั้ง“ไม่รู้สิ หนูคงไม่ดึงดูดเหมือนสาว ๆ พวกนั้นมั้ง” รสิตาพูดให้เป็นเรื่องตลก เพราะเธอไม่รู้จะหาเหตุผลอ







