Masukตอนเย็นรสิตากลับมาที่คาสิโนเพื่อเข้างานในกะของเธอ
“เป็นไงบ้าง” เอมิกาถามขึ้นเมื่อรสิตาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า
“เรียบร้อยดีค่ะ ขาดก็แค่....” รสิตาหน้าเศร้าลง
“อะไร”
“เงินค่ะ ต้องใช้เงินเยอะเลย”
“เอาไงล่ะทีนี้”
“พี่เฟิร์สมีที่ไหนแนะนำมั้ยคะ ที่ ๆ หาเงินง่าย ๆ หน่อยภายในคืนนี้ได้ยิ่งดี”
“โห คืนนี้เลยเหรอ มันก็มีแหละ แต่...” แต่เธอไม่อยากให้รสิตาทำ
“อะไรคะ”
“ขายตัวให้เสี่ย” เธอกระซิบ
“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยคะ” รสิตาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่เธออยากให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย
“ไม่มีหรอก ถ้าต้องการเงินเยอะขนาดนั้น” เอมิกาก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะได้เงินไวเท่าวิธีนี้
“หนูจะทำไงดี”
“มีอีกวิธี ไม่รู้ว่าริบบิ้นจะกล้ามั้ย” เอมิกานึกขึ้นได้
“อะไรคะ” เธอรอคำตอบอย่างมีความหวัง และเหมือนกับว่าเธอกำลังเจอแสงสว่าง
“คุณกร...ลองไปขอกู้ดูสิ”
“ให้หนูไปตายง่ายกว่ามั้ย” ทันทีทีได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม หน้าตาของรสิตาก็ดูจะสิ้นหวังลง
“ไม่ตายหรอกน่า เชื่อพี่ ลึก ๆ คุณกรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ ถึงแม้จะชอบทำหน้าดุ เวลาลูกน้องมีปัญหาก็มักจะยืมมือคุณโจมาช่วยตลอด ไม่ค่อยออกตัวเท่าไหร่ พี่อยากให้เราลองดู”
เพราะเอมิกาทำงานที่นี่มาก็หลายปี ทำไมเธอจะไม่รู้จักมาเฟียหนุ่มคนนี้
“ถ้าเขายิงหนูทิ้งล่ะ” รสิตาก็ยังไม่มั่นใจ เพราะไม่เคยทำตัวน่ารักเวลาอยู่ต่อหน้ารณกรเลยสักครั้ง
“ไม่เคยมีข่าวยิงพนักงานนะ” เธอพูดความจริง
“หนูอาจจะเป็นคนแรก”
ระหว่างทำงานรสิตาก็มองไปด้านบนอยู่ตลอด เธอลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากรณกร เพราะเธอก็เพิ่งเป็นพนักงานของที่นี่ จะให้ไปขอยืมเงินแบบนั้นก็คงเป็นเรื่องที่ยาก
“ริบบิ้น”
“คะคุณโจ”
“เอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นที” จักรพงศ์ชี้ไปทางโต๊ะที่อยู่ถัดไปอีกสองโต๊ะ
รสิตารับเครื่องดื่มแล้วไปวางยังโต๊ะของผู้ชายที่มีอายุรุ่นราวคราวพ่อของเธอ เธอวางเครื่องดื่มลงแต่ขณะที่เธอกำลังหมุนตัวเพื่อเดินออกมากลับโดนรั้งแขนไว้
“เดี๋ยวสิหนู”
รสิตาหันไปมองด้วยความแปลกใจ
“คืนเท่าไหร่”
“หา!!...อะไรนะคะ” เธอไม่เข้าใจ
“ค่าตัวหนูคืนเท่าไหร่”
“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ หนูเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟค่ะ” เธอพยายามปฏิเสธไปอย่างสุภาพ
“งั้นเหรอ สนใจรับงานมั้ย สวย ๆ แบบหนูเท่าไหร่เท่ากัน” เสี่ยคนดังกล่าวใช้สายตาลวนลามรสิตา เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางกลืนน้ำลาย
รสิตานิ่งไปพักหนึ่ง เธอคิดถึงคำพูดของรณกรเมื่อหลายวันก่อนที่พยายามจ้างให้เธอนอนด้วย
‘อุตส่าห์ปฏิเสธหนุ่มหล่อที่สาว ๆ พร้อมสิโรราบ แล้วจะมารับงานคนแก่คราวพ่อเหรอริบบิ้น’ เธอนึกตลกตัวเอง
“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ หนูไม่รับงานแบบนี้” สุดท้ายเธอก็ปฏิเสธออกไป
“จิ๊ เล่นตัวชิบหาย” เมื่อถูกปฏิเสธลูกค้าคนนี้ก็ยอมปล่อยแขนของรสิต
รสิตายิ้มแหย ๆ แล้วก้มหัวให้ลูกค้านิดหนึ่งก่อนจะปลีกตัวออกมา
พรึ่บ!!!
“ระวังหน่อยสิ ซุ่มซ่ามแบบนี้ลูกค้าก็หายหมดพอดี”
เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้รสิตารู้ในทันทีว่าเธอชนเข้ากับใคร
“ขอโทษค่ะ” เพราะเข้าใจว่าเป็นความผิดของตัวเองรสิตาเลยยอมขอโทษโดยง่าย
จริงๆ ไม่ใช่ความซุ่มซ่ามของรสิตาเลยสักนิ เพราะเธอยืนอยู่เฉยๆ กลับเป็นรณกรเองที่เดินเข้าไปชนเธอจากด้านหลัง
ขณะที่เขาเพิ่งกลับเข้ามาก็เห็นรสิตายืนคุยอยู่กับลูกค้าเฒ่าหัวงู เขาเลยเดินเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมต้องจับมือถือแขน แต่เดินไม่ทันถึงทั้งคู่ก็แยกย้ายกันก่อน
“นายครับ” รณกรหันไปตามเสียงเรียกของลูกน้อง “ขึ้นไปรอด้านบนก่อนครับผมโทรไปบอกไอ้โชคให้แล้ว”
รณกรไม่ได้พูดอะไร เขาหันกลับมามองคนที่เขายังโอบไหล่อยู่ แม้รสิตาจะทำท่าขยับออกมา แต่เขาก็จับไหล่เธอไว้แน่น
“ขอฉันไปเสิร์ฟเครื่องดื่มก่อนนะคะ” รสิตาขอตัวแบบสุภาพ
“ไปสิ” คราวนี้เขาปล่อยรสิตาให้เป็นอิสระ
รสิตาเดินผ่านไปแบบไม่หันมามอง ในใจก็อยากจะพูดตอนนั้นเลย แต่เธอก็ไม่กล้าพอ ขณะที่รณกรเดินขึ้นไปเธอก็มองตามหลังไปจนเขาหายเข้าไปในห้อง
หลังจากที่คิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจขึ้นไปหารณกรที่ห้องทำงานด้านบนของคาสิโน
“ขอพบคุณรณกรหน่อยค่ะ”
“มีธุระอะไร” สมภพถาม
“คือฉัน” รสิตาไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี
“ถ้าไม่มีธุระด่วนก็ห้ามเข้า คุณกรสั่งไว้”
“ขอฉันเข้าไปนะ ฉันมีเรื่องสำคัญจริง ๆ” รสิตาทำหน้าอ้อนวอน
“ก็บอกเรื่องสำคัญมา ฉันจะได้เข้าไปถามให้ว่าอนุญาตหรือเปล่า”
“...” รสิตาเม้มปากเข้าหากัน เธอไม่รู้ว่าต้องบอกลูกน้องของรณกรว่ายังไง ถ้าบอกว่ามาขอความช่วยเหลือแล้วรณกรจะยอมช่วยเธอหรือเปล่า
“ว่าไง...ถ้าไม่มีก็ลงไปทำงานต่อเลยไป นี่เธอกำลังอู้งานใช่มั้ย”
“ไปบอกว่าฉันรสิตายอมรับข้อเสนอ” สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจพูดออกไป
“ข้อเสนออะไร”
“คุณรณกรรู้ดีว่าข้อเสนออะไร พี่อย่าถามมากนะคะขอร้อง ฉันรีบจริงๆ” เธอยกมือไหว้
สมภพเข้าไปไม่นานก็เขาออกมา
“เข้าไปสิ นายอนุญาตแล้ว”
“ค่ะ”
รสิตารีบเดินเข้าไปในห้องทำงานของรณกรอย่างไม่ลังเล แม้ว่าเธอจะเคยเข้ามาในห้องนี้สองครั้งแล้วแต่เธอก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่ดี สาเหตุก็มาจากตาคู่คมที่นั่งไขว่ห้างมองเธอไม่วางตานั่นเอง
“คุณรณกรคะ”
“ว่าไง”
“คือฉันมีเรื่องจะขอรบกวนคุณหน่อยค่ะ”
“อ้าว ไหนสมภพบอกฉันว่าเธอรับข้อเสนอฉันแล้วไง”
“ถ้าฉันไม่พูดแบบนั้นคุณจะอนุญาตให้ฉันเข้ามามั้ยละคะ” สุดท้ายรสิตาก็ทนไม่ไหว เธอต่อปากต่อคำกับเขาอีกแล้ว
“เธอนี่ยังเถียงเก่งตลอดเลยนะ” รณกรลุกออกมาจากเก้าอี้ เขาเดินมาใกล้รสิตาเรื่อยๆ จนเธอต้องรีบก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาคู่นั้น แต่แล้วนิ้วเรียวก็เชยคางของรสิตาให้เงยหน้ามองเขา “ว่ามา”
“ฉันขอยืมเงินคุณหน่อยได้มั้ยคะ” ขณะพูดเธอก็หลับตาแน่นก่อนจะหรี่ตามองเพื่อรอคำตอบ
“เอาไปทำอะไร”
“ฉันต้องย้ายโรงพยาบาลให้ยายค่ะ” เธอบอกไปตามตรง แต่ก็บอกไม่หมดว่าสาเหตุอะไรเธอถึงต้องพายายย้ายโรงพยาบาล
"เอาเท่าไหร่”
“หนึ่งแสนค่ะ” รสิตาตอบโดยไม่ลังเล
“แล้วฉันจะได้อะไร”
“ฉันจะผ่อนจ่ายคุณค่ะ คุณสามารถหักเงินเดือนของฉันได้เลย คือฉันจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้จริง ๆ นะคะ” รสิตาบอกวิธีการชำระเงินคืน
“หักเงินเดือนเธอ อีกกี่ปีกว่าฉันจะได้คืนครบ ไหนจะดอกเบี้ยอีก มันช้าไป”
“ฉันทำงานเพิ่มเป็นสองกะก็ได้นะคะ จนกว่าจะใช้หนี้คุณหมด” รสิตาเสนอ
“เดี๋ยวฉันก็โดนคนบางคนร้องเรียนเรื่องละเมิดสิทธิ์มนุษย์หรอก ไหนจะร้องเรียนกรมแรงงานอีก”
“...” รสิตาเถียงอะไรไม่ออกเพราะคำพูดที่เขาพูดมาจากเธอทั้งนั้น
“ว่าไง มีอะไรมาแลกที่มันเร็วกว่าหักเงินเดือน” เขาเดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้แต่สายตาก็ยังไม่ได้ละจากเธอเลย
“คุณอยากได้อะไรละคะ”
“ตัวเธอ”
บนโต๊ะอาหาร ที่วันนี้พิเศษกว่าทุก ๆ วัน เพราะมีหนุ่มน้อยหน้ามน 4 ชีวิตนั่งเรียงหน้ากันอยู่ฝั่งตรงข้ามของรสิตาและรมิดา แต่เจ้าของบ้านอย่างรณกรไม่ได้รู้สึกพิเศษเลยแม้แต่น้อย มันเป็นความรู้สึกไม่ชอบใจมากกว่าที่มีหนุ่มแปลกหน้าถึงสามคนมานั่งประจันหน้าลูกสาวของเขา “ทานกันเยอะ ๆ เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” รสิตาบอกเด็กหนุ่มทั้งสาม “ครับคุณน้า” “รีบ ๆ กินแล้วก็ขึ้นห้องไปนอนได้แล้ว” รณกรพูดเสียงเข้ม “หะ” สามหนุ่มอุทานออกมาพร้อมกัน แทนที่จะหันมองหน้าคนที่พูดแต่กลับหันไปมองรวิกรเป็นตาเดียวเพื่อขอคำอธิบาย “เอ่อ” รวิกรยิ้มแหย ๆ ให้เพื่อนทั้งสาม เขาเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี อาการหวงลูกสาวของพ่อคงจะกำเริบอีกแล้ว “ยังไม่หนึ่งทุ่มเลยนะครับป๊า” “เมญ่าก็รีบกินแล้วขึ้นไปอ่านหนังสือ” “ป๊า ญ่าปิดเทอมอยู่นะคะ” เธอพูดเตือนสติพ่อของเธอ “อ่านของเทอมหน้าไง” รณกรเฉไฉไปเรื่อย “คุณคะ” “ว่าไงครับ” ทันทีที่ภรรยาเรียก น้ำเสียงของเขาก็ดูเปลี่ยนไป “รีบทานเถอะค่ะ” “ทำไมเหรอ”
ใต้ต้นไม้ใหญ่ ภายในรั้วบ้านตรงม้านั่งสีขาว มีเด็กสาววัย 16 ปีกำลังนั่งอ่านหนังสือ ความน่ารักของเธอทำให้คนที่ได้พบเจอตกหลุมรักอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะเหตุผลนี้การเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านจึงทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก “เมญ่า” เมญ่า หรือรมิดา ลูกสาวคนเล็กของรณกรและรสิตา เธอเป็นเด็กผู้หญิงผิวขาว แก้มป่อง จมูกกับตาได้พ่อส่วนโครงหน้าและปากได้แม่มา เพราะเป็นลูกสาวคนเดียว เธอเลยถูกประคบประหงมเป็นพิเศษ และยิ่งไปกว่านั้นด้วยความที่พ่อหวงมากเธอจึงถูกส่งไปเรียนโรงเรียนหญิงล้วน “คะหม่าม๊า” “ยกขนมไปให้พี่มาร์ตินที่ห้องหน่อย” “ได้ค่ะ” รมิดาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหาแม่ในครวทันที เป็นปิดเทอมแรกในรั้วมหาวิทยาลัยของรวิกร ดูเหมือนเขาจะสนุกกับสิ่งที่ตัวเองเลือก แม้สาขาวิชาที่เขาเรียนจะได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว แต่ทุกคนก็สนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ รมิดาถือจานขนมเดินขึ้นไปยังห้องของพี่ชาย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกวานให้นำขนมมาให้พี่ชาย หลังจากที่เมื่อตอนเธออายุได้ 10 ขวบ ตอนนั้นพี่ชายพาเพื่อนมาที่บ้านเธออาสาถือ
บนชายหาดที่มีแสงแดดอ่อน ๆ และเกลียวคลื่นซัดขึ้นมาบนหาดทราย น้ำทะเลสีฟ้าที่กำลังกระทบแสงทำให้บนผิวน้ำระยิบระยับราวกับมีกลุ่มของดวงดาวอยู่บนนั้น เพราะเลือกมาเที่ยวหาดที่มีความเป็นส่วนตัวสูงจึงทำให้ไม่มีผู้คนพลุกพล่านมากนัก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาเที่ยวกันแบบครอบครัวภาพเด็กน้อยกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ทำคนเป็นปู่ ย่า และทวด ต่างนั่งมองด้วยความสุข ตั้งแต่รสิตาคลอดรวิกรออกมาพวกเขาก็ไม่ยอมเจ็บยอมป่วย คงเป็นเพราะอยากอยู่ชื่นชมเด็กน้อยไปนาน ๆ“ป๊า” เด็กน้อยวิ่งไปหาผู้เป็นพ่อที่กำลังนั่งอาบแดดอยู่ไม่ไกลจากที่เขาวิ่งเล่นมากนักชายหนุ่มที่ใส่เพียงแค่กางเกงขาสั้น ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์ซิกแพ็คก้อนโต แว่นตาแบรนด์ดังที่ประดับอยู่บนใบหน้ายิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ผู้สวมใส่ ไม่พ้นที่ใครเดินผ่านก็ต่างพากันหันมอง แต่กลับไม่มีใครได้อยู่ในสายตาของเขา เพราะแววตาภายใต้แว่นดำนั้นกลับมีแต่ภาพหญิงสาวที่ใส่ชุดว่ายน้ำทูพีชแบบเซ็กซี่เปิดช่วงอก และกลางลำตัว เขาแอบหวงเธออยู่ลึก ๆ ตั้งใจจะห้ามไม่ให้เธอใส่ แต่สุดท้ายก็ข่มใจไว้ ไม่พูดออกไป “ว่าไงครับ” แต่ก็ยังมีคนสำคัญอีกคนที่สามารถทำให้เขาละสายตาจากภร
หลายคนมักจะพูดว่า เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน คำนี้มักจะใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย สำหรับหญิงสาวที่เธอต้องหลับไปพร้อมกับลูกชายมาหลายคืนแล้ว เพราะสามีของเธอไม่ยอมกลับบ้าน โทรไปก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเขามีเรื่องอะไรปิดบังเธอไว้ เธอจะทำอะไรได้หากเขาจะเปลี่ยนไป “ม๊าฮะ” เด็กน้อยวัยสามขวบวิ่งเข้ามาหาผู้เป็นแม่ “ป๊าไปไหนฮะ” “ป๊าไปทำงานครับ” นี่คือคำที่รสิตาบอกลูกชายมาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา “คิดถึงป๊า” “ม๊าก็คิดถึง” เพราะเธอก็คิดถึงพ่อของลูกมากเช่นกัน “ไปหาป๊า” เด็กน้อยชูมือสองข้างขึ้นเพื่อให้ผู้เป็นแม่อุ้ม “คืนนี้มาร์ตินนอนกับย่านะ เดี๋ยวม๊าจะไปพาป๊ากลับมาให้” เธอคิดไว้ว่าถ้าภายในเย็นนี้หากสามีของเธอไม่กลับมา เธอจะไปตามหาเขา “ฮะ” คืนนั้นรสิตาให้แม่ของรณกรเอาหลานไปนอนด้วย พอเวลาสองทุ่มตรงเธอก็จัดการเปลี่ยนชุดแล้วแอบออกไปทางหลังบ้าน เพื่อไม่ให้ลูกน้องเห็น ที่เธอต้องทำแบบนี้ เพราะว่าหลายครั้งที่เธอพยายามออกไปหารณกร ลูกน้องก็มักจะเข้ามาขวางแล้วบอกเธอว่ารณกรสั่งไว้ ไม่อนุญาตให้ออกไปไหน รสิตาไปจนถึงคาสิโน
ณ.ย่านการค้าในตัวเมือง หลังจากที่รณกรเสร็จธุระ เขาสั่งให้ลูกน้องจอดรถในขณะที่กำลังผ่านร้าน ๆ หนึ่ง “นายจะทำอะไรครับ” เอกสิทธิ์ถามด้วยความแปลกใจ “มาจองชุด” เขาตอบขณะกำลังเดินเข้าร้านไป “จองชุด ให้ใครครับ นายจะไปงานแต่งเหรอ” เอกสิทธิ์รีบเดิมตามไป พร้อมยังตั้งคำถามกับเจ้านาย “เปล่า ฉันจะแต่งงาน” “หา!! ตะ...แต่งงาน แต่งกับใครครับ” คำตอบของรณกรทำเอกสิทธิ์ปากค้าง เขาพยายามตั้งสติ นี่เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย “ก็เมียฉันนะสิ” “เมียนาย คนไหนครับ” “มึงอยากตายหรือไง” รณกรหยุดเดินแล้วหันกลับมาทำตาเขียวใส่อกสิทธิ์ “พูดเหมือนฉันมีหลายคน อย่าไปพูดแบบนี้ให้รสิตาได้ยินเป็นอันขาดนะ” “คะ...ครับ” คราวนี้สมภพรู้แล้วว่าเมียที่รณกรหมายถึงคือใคร หลังจากรณกรเข้าไปในร้านได้ไม่นาน สาวๆ พนักงานต่างก็รีบเข้ามาต้อนรับมาเฟียหนุ่ม ความหล่อของเขาทำสาว ๆ ในร้านต่างพากันเพ้อฝัน “คุณลูกค้าหาชุดแบบไหนคะ” “ชุดแต่งงาน” “ถ้าเป็นชุดเจ้าบ่าวเชิญทางนี้ค่ะ” “อยากดูช
หลังส่งลูกน้อยเข้านอน รสิตาก็ขึ้นมานั่งบนเตียงกว้างที่มีผู้เป็นสามีนอนรออยู่ก่อนแล้ว เธอขยับเข้าไปใกล้เขาแล้วซบลงบนอกแกร่งนั้น “เลี้ยงลูกเหนื่อยหรือเปล่า ให้ฉันจ้างคนมาช่วยเลี้ยงมั้ย” นี่เป็นคำถามครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ตั้งแต่เธอคลอดลูกชายให้เขา รณกรมักจะเป็นห่วงสุขภาพของรสิตา กลัวว่าเธอจะพักผ่อนไม่เพียงพอ เขาจึงอยากจ้างคนมาช่วยเลี้ยง แต่รสิตาก็ปฏิเสธตลอด “ไม่ต้องหรอกค่ะ ตอนกลางวันยายของฉันก็อยู่ ไหนจะคุณแม่กับคุณพ่อของคุณที่แวะเวียนมาไม่หยุดอีก กลางวันฉันแทบจะไม่ต้องเลี้ยงเองเลยค่ะ” “เมื่อไหร่ฉันจะได้ของ ๆ ฉันคืน”“ของอะไรคะ” รสิตาเอียงคอถาม เธอไม่เข้าใจว่าของที่สามีพูดถึงคืออะไร “นี่ไง” รณกรจิ้มไปที่อกกลมที่มันใหญ่กว่าเดิมเป็นสองเท่า เพราะรสิตากำลังเป็นคุณแม่ลูกอ่อนที่ต้องให้นมบุตร “นั่นลูกคุณนะคะ” “ลูกก็เถอะ ถ้ามาแย่งของรักของหวงฉันก็ไม่ยอม” “ไม่งอแงนะคะ อีกไม่นานมาร์ตินก็หย่านมแล้ว ถึงตอนนั้นมันก็จะกลับมาเป็นของคุณ” รสิตาพยายามอธบายให้สามีเข้าใจ “แต่ผมอยากได้คืนตอนนี้” “ค







