INICIAR SESIÓNตอนเย็นรสิตากลับมาที่คาสิโนเพื่อเข้างานในกะของเธอ
“เป็นไงบ้าง” เอมิกาถามขึ้นเมื่อรสิตาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า
“เรียบร้อยดีค่ะ ขาดก็แค่....” รสิตาหน้าเศร้าลง
“อะไร”
“เงินค่ะ ต้องใช้เงินเยอะเลย”
“เอาไงล่ะทีนี้”
“พี่เฟิร์สมีที่ไหนแนะนำมั้ยคะ ที่ ๆ หาเงินง่าย ๆ หน่อยภายในคืนนี้ได้ยิ่งดี”
“โห คืนนี้เลยเหรอ มันก็มีแหละ แต่...” แต่เธอไม่อยากให้รสิตาทำ
“อะไรคะ”
“ขายตัวให้เสี่ย” เธอกระซิบ
“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยคะ” รสิตาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่เธออยากให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย
“ไม่มีหรอก ถ้าต้องการเงินเยอะขนาดนั้น” เอมิกาก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะได้เงินไวเท่าวิธีนี้
“หนูจะทำไงดี”
“มีอีกวิธี ไม่รู้ว่าริบบิ้นจะกล้ามั้ย” เอมิกานึกขึ้นได้
“อะไรคะ” เธอรอคำตอบอย่างมีความหวัง และเหมือนกับว่าเธอกำลังเจอแสงสว่าง
“คุณกร...ลองไปขอกู้ดูสิ”
“ให้หนูไปตายง่ายกว่ามั้ย” ทันทีทีได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม หน้าตาของรสิตาก็ดูจะสิ้นหวังลง
“ไม่ตายหรอกน่า เชื่อพี่ ลึก ๆ คุณกรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ ถึงแม้จะชอบทำหน้าดุ เวลาลูกน้องมีปัญหาก็มักจะยืมมือคุณโจมาช่วยตลอด ไม่ค่อยออกตัวเท่าไหร่ พี่อยากให้เราลองดู”
เพราะเอมิกาทำงานที่นี่มาก็หลายปี ทำไมเธอจะไม่รู้จักมาเฟียหนุ่มคนนี้
“ถ้าเขายิงหนูทิ้งล่ะ” รสิตาก็ยังไม่มั่นใจ เพราะไม่เคยทำตัวน่ารักเวลาอยู่ต่อหน้ารณกรเลยสักครั้ง
“ไม่เคยมีข่าวยิงพนักงานนะ” เธอพูดความจริง
“หนูอาจจะเป็นคนแรก”
ระหว่างทำงานรสิตาก็มองไปด้านบนอยู่ตลอด เธอลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากรณกร เพราะเธอก็เพิ่งเป็นพนักงานของที่นี่ จะให้ไปขอยืมเงินแบบนั้นก็คงเป็นเรื่องที่ยาก
“ริบบิ้น”
“คะคุณโจ”
“เอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นที” จักรพงศ์ชี้ไปทางโต๊ะที่อยู่ถัดไปอีกสองโต๊ะ
รสิตารับเครื่องดื่มแล้วไปวางยังโต๊ะของผู้ชายที่มีอายุรุ่นราวคราวพ่อของเธอ เธอวางเครื่องดื่มลงแต่ขณะที่เธอกำลังหมุนตัวเพื่อเดินออกมากลับโดนรั้งแขนไว้
“เดี๋ยวสิหนู”
รสิตาหันไปมองด้วยความแปลกใจ
“คืนเท่าไหร่”
“หา!!...อะไรนะคะ” เธอไม่เข้าใจ
“ค่าตัวหนูคืนเท่าไหร่”
“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ หนูเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟค่ะ” เธอพยายามปฏิเสธไปอย่างสุภาพ
“งั้นเหรอ สนใจรับงานมั้ย สวย ๆ แบบหนูเท่าไหร่เท่ากัน” เสี่ยคนดังกล่าวใช้สายตาลวนลามรสิตา เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางกลืนน้ำลาย
รสิตานิ่งไปพักหนึ่ง เธอคิดถึงคำพูดของรณกรเมื่อหลายวันก่อนที่พยายามจ้างให้เธอนอนด้วย
‘อุตส่าห์ปฏิเสธหนุ่มหล่อที่สาว ๆ พร้อมสิโรราบ แล้วจะมารับงานคนแก่คราวพ่อเหรอริบบิ้น’ เธอนึกตลกตัวเอง
“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ หนูไม่รับงานแบบนี้” สุดท้ายเธอก็ปฏิเสธออกไป
“จิ๊ เล่นตัวชิบหาย” เมื่อถูกปฏิเสธลูกค้าคนนี้ก็ยอมปล่อยแขนของรสิต
รสิตายิ้มแหย ๆ แล้วก้มหัวให้ลูกค้านิดหนึ่งก่อนจะปลีกตัวออกมา
พรึ่บ!!!
“ระวังหน่อยสิ ซุ่มซ่ามแบบนี้ลูกค้าก็หายหมดพอดี”
เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้รสิตารู้ในทันทีว่าเธอชนเข้ากับใคร
“ขอโทษค่ะ” เพราะเข้าใจว่าเป็นความผิดของตัวเองรสิตาเลยยอมขอโทษโดยง่าย
จริงๆ ไม่ใช่ความซุ่มซ่ามของรสิตาเลยสักนิ เพราะเธอยืนอยู่เฉยๆ กลับเป็นรณกรเองที่เดินเข้าไปชนเธอจากด้านหลัง
ขณะที่เขาเพิ่งกลับเข้ามาก็เห็นรสิตายืนคุยอยู่กับลูกค้าเฒ่าหัวงู เขาเลยเดินเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมต้องจับมือถือแขน แต่เดินไม่ทันถึงทั้งคู่ก็แยกย้ายกันก่อน
“นายครับ” รณกรหันไปตามเสียงเรียกของลูกน้อง “ขึ้นไปรอด้านบนก่อนครับผมโทรไปบอกไอ้โชคให้แล้ว”
รณกรไม่ได้พูดอะไร เขาหันกลับมามองคนที่เขายังโอบไหล่อยู่ แม้รสิตาจะทำท่าขยับออกมา แต่เขาก็จับไหล่เธอไว้แน่น
“ขอฉันไปเสิร์ฟเครื่องดื่มก่อนนะคะ” รสิตาขอตัวแบบสุภาพ
“ไปสิ” คราวนี้เขาปล่อยรสิตาให้เป็นอิสระ
รสิตาเดินผ่านไปแบบไม่หันมามอง ในใจก็อยากจะพูดตอนนั้นเลย แต่เธอก็ไม่กล้าพอ ขณะที่รณกรเดินขึ้นไปเธอก็มองตามหลังไปจนเขาหายเข้าไปในห้อง
หลังจากที่คิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจขึ้นไปหารณกรที่ห้องทำงานด้านบนของคาสิโน
“ขอพบคุณรณกรหน่อยค่ะ”
“มีธุระอะไร” สมภพถาม
“คือฉัน” รสิตาไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี
“ถ้าไม่มีธุระด่วนก็ห้ามเข้า คุณกรสั่งไว้”
“ขอฉันเข้าไปนะ ฉันมีเรื่องสำคัญจริง ๆ” รสิตาทำหน้าอ้อนวอน
“ก็บอกเรื่องสำคัญมา ฉันจะได้เข้าไปถามให้ว่าอนุญาตหรือเปล่า”
“...” รสิตาเม้มปากเข้าหากัน เธอไม่รู้ว่าต้องบอกลูกน้องของรณกรว่ายังไง ถ้าบอกว่ามาขอความช่วยเหลือแล้วรณกรจะยอมช่วยเธอหรือเปล่า
“ว่าไง...ถ้าไม่มีก็ลงไปทำงานต่อเลยไป นี่เธอกำลังอู้งานใช่มั้ย”
“ไปบอกว่าฉันรสิตายอมรับข้อเสนอ” สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจพูดออกไป
“ข้อเสนออะไร”
“คุณรณกรรู้ดีว่าข้อเสนออะไร พี่อย่าถามมากนะคะขอร้อง ฉันรีบจริงๆ” เธอยกมือไหว้
สมภพเข้าไปไม่นานก็เขาออกมา
“เข้าไปสิ นายอนุญาตแล้ว”
“ค่ะ”
รสิตารีบเดินเข้าไปในห้องทำงานของรณกรอย่างไม่ลังเล แม้ว่าเธอจะเคยเข้ามาในห้องนี้สองครั้งแล้วแต่เธอก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่ดี สาเหตุก็มาจากตาคู่คมที่นั่งไขว่ห้างมองเธอไม่วางตานั่นเอง
“คุณรณกรคะ”
“ว่าไง”
“คือฉันมีเรื่องจะขอรบกวนคุณหน่อยค่ะ”
“อ้าว ไหนสมภพบอกฉันว่าเธอรับข้อเสนอฉันแล้วไง”
“ถ้าฉันไม่พูดแบบนั้นคุณจะอนุญาตให้ฉันเข้ามามั้ยละคะ” สุดท้ายรสิตาก็ทนไม่ไหว เธอต่อปากต่อคำกับเขาอีกแล้ว
“เธอนี่ยังเถียงเก่งตลอดเลยนะ” รณกรลุกออกมาจากเก้าอี้ เขาเดินมาใกล้รสิตาเรื่อยๆ จนเธอต้องรีบก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาคู่นั้น แต่แล้วนิ้วเรียวก็เชยคางของรสิตาให้เงยหน้ามองเขา “ว่ามา”
“ฉันขอยืมเงินคุณหน่อยได้มั้ยคะ” ขณะพูดเธอก็หลับตาแน่นก่อนจะหรี่ตามองเพื่อรอคำตอบ
“เอาไปทำอะไร”
“ฉันต้องย้ายโรงพยาบาลให้ยายค่ะ” เธอบอกไปตามตรง แต่ก็บอกไม่หมดว่าสาเหตุอะไรเธอถึงต้องพายายย้ายโรงพยาบาล
"เอาเท่าไหร่”
“หนึ่งแสนค่ะ” รสิตาตอบโดยไม่ลังเล
“แล้วฉันจะได้อะไร”
“ฉันจะผ่อนจ่ายคุณค่ะ คุณสามารถหักเงินเดือนของฉันได้เลย คือฉันจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้จริง ๆ นะคะ” รสิตาบอกวิธีการชำระเงินคืน
“หักเงินเดือนเธอ อีกกี่ปีกว่าฉันจะได้คืนครบ ไหนจะดอกเบี้ยอีก มันช้าไป”
“ฉันทำงานเพิ่มเป็นสองกะก็ได้นะคะ จนกว่าจะใช้หนี้คุณหมด” รสิตาเสนอ
“เดี๋ยวฉันก็โดนคนบางคนร้องเรียนเรื่องละเมิดสิทธิ์มนุษย์หรอก ไหนจะร้องเรียนกรมแรงงานอีก”
“...” รสิตาเถียงอะไรไม่ออกเพราะคำพูดที่เขาพูดมาจากเธอทั้งนั้น
“ว่าไง มีอะไรมาแลกที่มันเร็วกว่าหักเงินเดือน” เขาเดินกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้แต่สายตาก็ยังไม่ได้ละจากเธอเลย
“คุณอยากได้อะไรละคะ”
“ตัวเธอ”
“เห็นรสิตามั้ยครับ” หลังกลับขึ้นไปไม่นานรณกรก็สั่งให้บดินทร์มาตามรสิตา“ทำไม่เหรอ” จักรพงศ์สงสัยเพราะคิดว่าบดินทร์ถามหาเอง“นายเรียกพบครับ”“ไม่เห็นนะ” จักรพงศ์กวาดสายตามองโดยรอบก่อนจะตอบ “ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวฉันไปดูให้”จักรพงศ์ลองเดินมาจนถึงห้องพักของพนักงาน ก็เห็นว่าไฟในห้องพักของรสิตาเปิดอยู่ เขาเลยมั่นใจว่าเธอต้องอยู่ในห้องแน่ๆก๊อกๆๆๆๆแกร๊ก!!เพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยคนที่อยู่ด้านใน“พี่โจ” รสิตาทำหน้าแปลกใจที่เห็นจักรพงศ์มาอยู่ที่นี่“ทำอะไรน่ะ” จักรพงศ์เอ่ยถามเมื่อเห็นกระเป๋าเป้วางอยู่“เก็บของค่ะ”“จะไปไหน”“ยังไม่รู้เลยค่ะ” ขณะพูดไปเธอก็เก็บของใส่กระเป๋าไป“พี่ไม่เข้าใจ” พอรสิตาตอบแบบนั้นจักรพงศ์ก็เลยสงสัย เขาคิดว่ารสิตาจะไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาลซะอีก“ก็หนูโดนไล่ออกแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“คุณกรยังไม่พูดอะไรสักคำเลย” จักรพงศ์รับรู้ได้ในทันทีว่าคงเป็นตอนที่รณกรพูดกับวันชัยแน่นอน รสิตาตีความไปเองว่ารณกรไล่เธอออก“แต่...”“ช่างเถอะ ตอนนี้คุณกรเรียกพบรีบไปเถอะ”คำว่าโดนเรียกพบทำเธอหายใจไม่ทั่วท้อง ใช่ว่าสามวันมานี้เธอจะลืมเหตุการณ์วันนั้นไป เธอแค่โชคดีที่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่วันนั้
สามวันต่อมา ขณะที่รณกรเข้ามาในคาสิโนเขากวาดสายตามองหาพนักงานสาวที่เขาไม่เจอหน้ามาสามวันแล้ว หลังจากที่เธอได้เงินของเขาไป เขาจึงคิดไปว่าบางทีเธออาจจะเชิดเงินหนีเขาไปแล้ว“เรียกคุณโจมาพบฉันหน่อย” เขาหันไปใช้ลูกน้องขณะกำลังเดินเข้าห้องทำงาน“ครับนาย”เพียงไม่นานจักรพงศ์ก็มาพบรณกรที่ห้อง“สวัสดีครับคุณกร มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”“มีพนักงานคนไหนลาออกไปแล้วบ้าง”“ไม่มีนี่ครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนหยุดงานบ่อย ๆ บ้าง”“ไม่มีครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนที่ไม่มาทำงานติดต่อกันสามวันบ้าง”“คุณกรหมายถึงใครครับ” ตอนนี้จักรพงค์เริ่มเอะใจแล้วว่าคนที่รณกรพยายามพูดถึงใช่คนเดียวกันกับที่เขาคิดหรือเปล่า“เปล่า” รณกรเลือกที่จะไม่พูดออกไป “คุณโจกลับไปทำงานต่อเถอะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว”“ครับคุณกร” จักรพงศ์ตอบรับแบบงง ๆ เขาหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องไป แต่ขณะที่จับลูกบิดประตูเขากลับนึกอะไรขึ้นมาได้ “คุณกรครับ”“ว่าไง” เขาขานรับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง“คือที่คุณเคยสั่งไว้ เรื่องของรสิตา” ขณะพูดก็สังเกตท่าทางของรณกรไปด้วยคราวนี้รณกรละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองจักรพงศ์ แล้วรอฟังว่าจักรพงศ์จะพูออะไรต่อ“เ
“ตัวเธอ” เขาไม่อ้อมค้อมเพราะนี่คือสิ่งที่เขาคิดไว้“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าฉันจะได้เงินก้อนนั้นทันทีหลังจากที่คุณได้ตัวฉันไปแล้ว”รณกรยิ้มมุมปาก จนรสิตาเองก็รู้สึกขนลุกครืด!!เสียงลิ้นชักที่ถูกดึงออกมา ในนั้นมีสมุดเช็คอยู่ รณกรหยิบมันขึ้นมาแล้วเขียนตัวเลขจำนวนหกหลักลงไป ก่อนจะจบด้วยลายเซ็นของเขารสิตามองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว เวลานี้เธอควรจะดีใจหรือเสียดี เธอกำลังได้เงินไปช่วยยาย ในขณะที่ตัวเธอเองก็กำลังจะโดนย่ำยี“มารับไปสิ” เขาชูเช็คในมือขึ้นรสิตานิ่งไป เธอกำมือแน่นสุดท้ายเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้เขาอย่างนั้นเหรอครืด!!เสียงลิ้นชักโดนเปิดออกอีกครั้ง“ถ้าไม่เอาฉันก็จะเก็บ” รณกรขู่เมื่อไม่มีทางเลือกรสิตาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหารณกรตรงเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ท่าทางประหม่าของรสิตาทำให้รณกรยิ้มมุมปาก“นั่งสิ”เมื่อถูกสั่งให้นั่งรสิตาก็หันซ้ายหันขวามองว่าเขาจะให้เธอนั่งตรงไหน“จะไปไหน” เมื่อเห็นว่ารสิตาหมุนตัวจะเดินไป รณกรก็เรียกขึ้น“ไปเอาเก้าอี้ค่ะ”“ฉันหมายถึงนั่งตรงนี้” เขาตบลงไปบนตัก“ทะ...ทำไมต้องนั่งตรงนั้นด้วยล่ะ” รสิตาขยับถอยหนึ่งก้าว หน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอ
ตอนเย็นรสิตากลับมาที่คาสิโนเพื่อเข้างานในกะของเธอ“เป็นไงบ้าง” เอมิกาถามขึ้นเมื่อรสิตาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า“เรียบร้อยดีค่ะ ขาดก็แค่....” รสิตาหน้าเศร้าลง“อะไร”“เงินค่ะ ต้องใช้เงินเยอะเลย”“เอาไงล่ะทีนี้”“พี่เฟิร์สมีที่ไหนแนะนำมั้ยคะ ที่ ๆ หาเงินง่าย ๆ หน่อยภายในคืนนี้ได้ยิ่งดี”“โห คืนนี้เลยเหรอ มันก็มีแหละ แต่...” แต่เธอไม่อยากให้รสิตาทำ“อะไรคะ”“ขายตัวให้เสี่ย” เธอกระซิบ“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยคะ” รสิตาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่เธออยากให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย“ไม่มีหรอก ถ้าต้องการเงินเยอะขนาดนั้น” เอมิกาก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะได้เงินไวเท่าวิธีนี้“หนูจะทำไงดี”“มีอีกวิธี ไม่รู้ว่าริบบิ้นจะกล้ามั้ย” เอมิกานึกขึ้นได้“อะไรคะ” เธอรอคำตอบอย่างมีความหวัง และเหมือนกับว่าเธอกำลังเจอแสงสว่าง“คุณกร...ลองไปขอกู้ดูสิ”“ให้หนูไปตายง่ายกว่ามั้ย” ทันทีทีได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม หน้าตาของรสิตาก็ดูจะสิ้นหวังลง“ไม่ตายหรอกน่า เชื่อพี่ ลึก ๆ คุณกรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ ถึงแม้จะชอบทำหน้าดุ เวลาลูกน้องมีปัญหาก็มักจะยืมมือคุณโจมาช่วยตลอด ไม่ค่อยออกตัวเท่าไหร่ พี่อยากให้เราลองดู”เพราะเอมิ
หลังจากวันนั้นยายของรสิตาก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง และกลางดึกของคืนหนึ่งเธอก็ต้องพายายของเธอไปโรงบาลแบบเร่งด่วนเพราะยายของเธอมีอาการเจ็บหน้าอก และเหนื่อยเพลียอย่างต่อเนื่อง ผลการวินิจฉัยของหมอในครั้งนี้สรุปว่ายายของเธอเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้จะกังวลแต่รสิตาก็ทำตามที่หมอแนะนำคือต้องรักษาโดยการผ่าตัดหลังผ่าตัดได้สองวันอาการของหญิงชราก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ รสิตายังเทียวไปเทียวมาระหว่างคาสิโนและโรงพยาบาลเพื่อดูแลยายของเธอ“นายครับ ผมเจอคนไข้คนนึงนามสกุลเดียวกับนังตำรวจคนนั้น...ครับนาย...ผมจะรีบจัดการให้ครับ”ขณะที่รสิตากำลังเดินผ่านตรงที่บุรุษพยาบาลคนหนึ่ง นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ เธอก็ได้ยินบทสนทนานั้นโดยบังเอิญ จึงรีบก้มหน้าลงแล้วเดินผ่านไป“คุณหมอคะ ถ้าฉันจะขอย้ายโรงพยาบาลได้มั้ย” รสิตารีบเข้าพบหมอที่เป็นเจ้าของไข้ของหญิงชราทันที“แล้วแต่ความประสงค์ของญาติเลยค่ะ” หมอพูดขณะที่ดูแฟ้มประวัติของคนไข้ “แต่หมอแนะนำว่าให้ยืดเวลาออกไปก่อน เพราะตอนนี้คนไข้ยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนย้ายเพราะเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาใหม่ๆ”“แต่ฉันจำเป็นจริงๆ นะคะ”“ถ้าอย่า
หลายวันต่อมา รสิตายังคงไปทำงานปกติ เธอไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องของรณกรก็แค่นั้น เรื่องนี้กวนใจเธออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้รณกรจะเป็นเจ้านายแต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ“เป็นอะไร” เอมิกาเดินเข้ามาถาม “เห็นเอาแต่มองไปด้านบน”“หงุดหงิดค่ะพี่” เมื่อนึกถึงรณกรเธอก็จะหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะเธอโตมาก็เกือบจะ 30 ปี แล้ว ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่กล้าชวนเธอขึ้นเตียงเหมือนมาเฟียหื่นกามคนนี้เลย“เรื่องอะไร”“ก็เจ้าพ่อมาเฟียนั่นนะสิ บ้าอำนาจมาก”“คุณกรทำอะไร” เธอมีท่าทีตกใจ “พี่บอกแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้”“ก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ” รสิตาบอก“อย่าบอกว่าโดนลากขึ้นเตียงแล้ว” เอมิกาเอามือสองข้างปิดปากตัวเอง“คิดไปไกลแล้วพี่” รสิตารีบแย้ง เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เอมิกาเข้าใจอะไรผิด ๆ“รอดมาได้ไง ปกติถ้าอยากนอนกับใครก็ไม่มีใครกล้าขัด”นี่คือความเป็นจริงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ เพราะรณกรไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดมาได้สักครั้ง“ไม่รู้สิ หนูคงไม่ดึงดูดเหมือนสาว ๆ พวกนั้นมั้ง” รสิตาพูดให้เป็นเรื่องตลก เพราะเธอไม่รู้จะหาเหตุผลอ







