Share

บทที่ 4

Penulis: หวังไจ๋เสี่ยวฉวนโถว
ฉันยกมือขึ้นบังหน้าตัวเองโดยสัญชาตญาณ แล้วเดินตามหลังพวกเขาไป

ผู้คนในบริษัทเห็นจนชินตาแล้ว สายตาหยอกล้อจับจ้องไปที่พวกเขา ถึงขั้นมีคนที่สนิทกับหลินซวงเยว่เอ่ยแซวอย่างเปิดเผยว่า

"ซวงเยว่ ทำงานอยู่กับท่านประธานจอมเผด็จการของคุณอีกแล้วเหรอ?"

หลินซวงเยว่ค้อนขวับคนพูดด้วยความขัดเขิน ไป๋เหิงเห็นดังนั้น ก็ทำเพียงแค่ลูบผมเธออย่างตามใจ

เสียงโห่ร้องแซวของทุกคนก็ยิ่งดังขึ้นไปอีก

ที่แท้พวกเขาก็รู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว

พวกเขาร่วมมือกับไป๋เหิงเล่นละคร ร่วมมือกับเขาแสดงละครฉากใหญ่ พยายามสร้างภาพลวงตานี้ให้ถึงที่สุด

มีแค่ฉันที่เหมือนตัวตลกซึ่งถูกปิดหูปิดตา ซ้ำยังหลงดีใจที่ได้มีคู่ชีวิตแสนดีอย่างไป๋เหิง

หลินซวงเยว่สวมกระโปรงทรงสอบรัดรูป หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มจนแทบจะทะลักออกมา เธออ้างเรื่องงานเพื่อเข้าไปกระซิบกระซาบเป่าลมหายใจรดข้างหูไป๋เหิง

ทุกคนต่างรู้งานและเบือนหน้าหนี หันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ได้เห็นภาพนี้ ฉันคงจะต้องสติแตกเพราะการทรยศของไป๋เหิงแน่ๆ

แต่ตอนนี้ ฉันกลับพบว่าตัวเองในเวลานี้ช่างสงบนิ่งเหลือเกิน

อาจจะเป็นเพราะเวลาที่จะได้อยู่ที่นี่เหลืออีกไม่มากแล้ว ดังนั้นอะไรๆ ก็เลยดูไม่ค่อยสำคัญอีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น ไป๋เหิงก็ถูกฉันคัดชื่อออกจากหัวใจไปตั้งนานแล้ว

คืนนี้ คือคืนสุดท้ายก่อนที่ฉันจะจากไป

ตอนก่อนออกจากบ้าน ไป๋เหิงกอดฉันพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน

"ชิวชิวคนดี วันนี้ก็เป็นวันเกิดของผมแล้ว ทำไมคุณยังไม่ให้ผมแกะของขวัญอีกล่ะ?"

ฉันสบตาเขา แววตาสงบนิ่งจนน่าเหลือเชื่อ

"เดี๋ยวกินข้าวเย็นคืนนี้เราค่อยแกะด้วยกันนะ"

เขาหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจ

ไป๋เหิงไม่รู้หรอกว่า ช่วงบ่ายฉันก็จะไปแล้ว

วันเกิดวันนี้ เขาเลื่อนงานทั้งหมดออกไป และถือโอกาสชดเชยวันเกิดที่ไม่สมบูรณ์ของฉันเมื่อเจ็ดวันก่อนไปด้วยเลย

"อยากไปไหนล่ะ ไปเดินเล่นที่เขาเฟิ่งซานไหม?"

เขาเฟิ่งซานคือสถานที่ที่ฉันกับไป๋เหิงตกลงคบหากันในวัยเด็ก มันมีความหมายลึกซึ้งต่อเราสองคนมาก

ฉันตอบรับเบาๆ พลันนึกขึ้นได้ว่าลืมผ้าพันคอไว้ในห้องนอน จึงยื่นกระเป๋าให้เขาถือไว้เพื่อจะกลับไปหยิบผ้าพันคอ

ไป๋เหิงบีบจมูกฉันเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเอ็นดู

"ชิวชิวติดนิสัยขี้ลืมมาจากผมซะแล้วสิ"

ฉันยิ้มบางๆ

พอกลับมาก็เห็นไป๋เหิงกำมือถือของฉันไว้แน่น สีหน้าบ่งบอกถึงความร้อนรนอย่างชัดเจน

พอเขาเห็นฉันเดินมา ก็รีบเดินโซเซเข้ามาหาฉันทันที

"ชิวชิว เมื่อกี้มีผู้ชายโทรหาคุณ บอกว่า... บอกว่าอย่าลืมขึ้นเครื่องคืนนี้นะ..."

"นี่มันเรื่องอะไรกัน? ผู้ชายคนนี้เป็นใคร? แล้วคืนนี้คุณจะไปไหน?"

ริมฝีปากของเขาสั่นระริก แววตาเผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวอย่างหนัก ราวกับว่าถ้าฉันจากไป เขาก็จะขาดใจตายตามไปด้วย

ฉันกระตุกยิ้มเย้ยหยัน ถ้าเขารักฉันมากขนาดนี้ แล้วทำไมถึงไปมั่วสุมกับผู้ช่วยของตัวเองล่ะ

เมื่อเห็นสีหน้าตึงเครียดของเขา ฉันก็ตอบปัดๆ ไปว่า "น่าจะโทรผิดมั้ง"

พอได้ยินดังนั้น สีหน้าที่ตึงเครียดของไป๋เหิงก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงปิดบังความกังวลไว้ไม่มิด

เขาจับมือฉันไว้แน่น น้ำเสียงเด็ดขาดไม่ยอมให้โต้แย้ง

"ชิวชิว ผมรักคุณมากๆ เลยนะ คุณรู้ไหมว่าเมื่อกี้ตอนที่ได้ยินว่าคุณจะไป หัวใจผมแทบจะหลุดออกมานอกคอเลย ผมสูญเสียคุณไปไม่ได้จริงๆ..."

เขาพูดตะกุกตะกัก ความรู้สึกทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยความรักอันร้อนแรงและลึกซึ้งที่มีต่อฉัน

เขาไม่เพียงแต่เป็นนักแสดงชั้นยอด แต่ยังเป็นปรมาจารย์จอมหลอกลวงอีกด้วย

เขาหลอกได้แม้กระทั่งฉัน และยังหลอกได้แม้กระทั่งตัวเอง

ทั้งที่เปลี่ยนใจไปตั้งนานแล้ว แต่กลับยังคิดว่าฉันคือรักแท้ชั่วชีวิตของเขา

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ หลินซวงเยว่ก็คงไม่โผล่มาหรอก

รถแล่นไปตามทางอย่างรวดเร็ว ไป๋เหิงดูออกว่าฉันกำลังเหม่อลอย ตลอดทางจึงพยายามสรรหาคำพูดหยอกล้อสารพัดมาทำให้ฉันหัวเราะ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะหัวเราะร่าไปกับเขาแล้ว แต่ตอนนี้ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะทำแบบนั้นจริงๆ

เขาอยากจะแสดงละครก็ปล่อยเขาไป ฉันไม่ขอเล่นด้วยแล้ว

เมื่อมาถึงเขาเฟิ่งซาน ไป๋เหิงก็จับมือฉันเดินเล่นไปเรื่อยๆ

ช่วงไม่กี่วันก่อนหิมะตกหนัก ตอนนี้เขาเฟิ่งซานจึงถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลน แม้แต่กิ่งไม้ที่แห้งเหี่ยวก็ยังถูกประดับประดาด้วยเกล็ดหิมะจนดูสวยงาม

ลมหายใจอุ่นๆ ลอยกรุ่นอยู่รอบตัวเรา เขาจับมือฉันไว้ ฉันก็เลยไม่ค่อยรู้สึกหนาวเท่าไหร่

รอบกายเงียบสงัด ท้องฟ้าเริ่มมีหิมะโปรยปรายลงมา เพียงไม่นานก็ร่วงหล่นจนย้อมไหล่ของฉันและไป๋เหิงให้กลายเป็นสีขาว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 10

    หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอไป๋เหิงอีกเลยต่อมาเป็นสวี่อินอินที่บอกฉันว่า ตอนที่เธอเดินผ่านสถานที่แห่งหนึ่ง เห็นไป๋เหิงนั่งขดตัวอยู่ข้างถังขยะพอได้ยินแบบนั้น ในใจของฉันก็รู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูกขึ้นชื่อว่าเคยผูกพันเป็นสามีภรรยากันมา ฉันคงไม่อาจปล่อยปละละเลยเขาได้จริงๆฉันจึงขอที่อยู่จากสวี่อินอินไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน ไป๋เหิงดูซูบผอมลงกว่าเดิมมาก แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงในยามนี้กลับคุดคู้เพราะความหนาวเหน็บบนตัวเขาสวมเพียงเสื้อผ้าตัวบาง แอบซ่อนอยู่ตรงมุมอับลมด้านหลังถังขยะพลางพ่นลมหายใจอุ่นๆ ออกมาไม่หยุดเห็นดังนั้น ฉันก็ลอบถอนหายใจ ยื่นเสื้อคลุมให้เขาตัวหนึ่งร่างกายของไป๋เหิงแข็งทื่อไปวูบหนึ่ง พอรับเสื้อคลุมไปแล้วก็เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาฉันผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้"ตอนนี้สภาพที่ตกอับของผมคงดูไม่ได้เลยใช่ไหม? ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ทิ้งความทรงจำดีๆ ไว้ให้คุณเป็นครั้งสุดท้าย"ฉันค้อนขวับใส่เขาแวบหนึ่ง แล้วยื่นแก้วน้ำอุ่นให้เขา"ทำไมยังไม่กลับประเทศอีก?"เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบา "พาสปอร์ตหายน่ะ บัตรประชาชนกับมือถือก็โดนปล้นไปหมด ภาษาฝร

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 9

    พวกเราดื่มกันอย่างเต็มคราบ พลางบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละคน หัวใจกลับรู้สึกดีขึ้นมากอย่างน่าประหลาดไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ผู้คนในร้านเริ่มบางตาลง ส่วนสวี่อินอินก็เมามายจนไม่ได้สติไปแล้วมองดูสภาพของเธอแล้ว ฉันก็กดโทรศัพท์หาเย่เซิ่งถิงเงียบๆ"พี่เย่ มารับพวกเราหน่อยสิ คืนนี้พวกเราดื่มกันไปเยอะมากเลย"ปลายสายแม้ว่าน้ำเสียงของเย่เซิ่งถิงจะราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ก็ยังสัมผัสได้ว่าเขากับกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่"ได้เลย"กว่าเย่เซิ่งถิงจะมาถึงยังพอมีเวลาอีกสักพัก ฉันจึงเดินออกจากห้องส่วนตัวเพื่อไปสูดอากาศหายใจทว่ากลับเดินสวนกับชายผิวดำคนหนึ่ง เขาเมามายจนโซเซ แถมสายตากระลิ้มกระเหลี่ยหยาบโลนยังจับจ้องมาที่ตัวฉันไม่วางตา"โอ้ แม่สาวน้อยคนสวยมาจากไหนเนี่ย? ไม่เคยเห็นหน้าเลยแฮะ""มาให้พี่ชายจูบสักทีสิ อยากรู้จังว่าจะหวานหอมเหมือนอีหนูคนอื่นไหม"พูดจบ เขาก็ทำท่าจะขยับเข้ามาใกล้ฉันฉันขมวดคิ้ว มือคว้าขวดเหล้าเปล่าที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมาทันทีช่วงเวลาที่อยู่ต่างประเทศนี้ ฉันเองก็พอจะเรียนศิลปะป้องกันตัวมาบ้างแต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ลงมือ ชายผิวดำคนนั้นก็ถูกร่างผอมเพรียวร่างหน

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 8

    ริมฝีปากของเขาสั่นระริก เอ่ยพึมพำอย่างอึกอัก"ชิวชิว คุณให้อภัยผมเถอะนะ ได้ไหม? ความรักสิบห้าปีของเราบอกว่าจะตัดก็ตัดได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?""เราผ่านความยากลำบากมาตั้งมากมาย ก้าวข้ามอุปสรรคมาตั้งเท่าไหร่ กว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน นี่คุณอยากจะตัดขาดจากผมอย่างถาวรจริงๆ เหรอ!""คุณเคยบอกว่าพวกเราจะมีลูกด้วยกัน จะไปเที่ยวด้วยกัน จะบอกรักกันในวันที่มีหิมะตกหนัก พวกเรายังทำอะไรด้วยกันได้อีกตั้งเยอะแยะ เรื่องที่เราสัญญากันไว้ยังทำไม่สำเร็จเลย คุณก็จะทิ้งผมไปแล้วเหรอ?!"เขาเอ่ยออกมาแทบจะเป็นการแผดเสียงตะโกน ร่างกายสั่นเทาไม่หยุดตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยเห็นไป๋เหิงสติแตกขนาดนี้มาก่อนเลยในความทรงจำ เขาเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนโยนละมุนละไมดั่งหยกมาโดยอัธยาศัยดีกับทุกคนและทุกสิ่ง ยิ่งกับฉันก็ยิ่งอ่อนโยนเป็นพิเศษ ไม่เคยหลุดโมโหเลยแม้แต่น้อยที่แท้ความรักก็สามารถเปลี่ยนคนคนหนึ่งได้จริงๆถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ได้เห็นไป๋เหิงในสภาพนี้ ฉันก็อาจจะใจอ่อนแต่ตอนนี้ ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเขามันถูกกัดเซาะจนไม่เหลือชิ้นดีมาตั้งนานแล้วฉันมองดูดวงตาที่แหลกสลายของเขา แล้วเอ่ยออกไปทีละคำอย่างชัดเจน"ไป๋

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 7

    กว่าสิบปีที่ผ่านมา ฉันแทบจะเอาชีวิตทั้งจิตใจและร่างกายไปหมุนรอบตัวไป๋เหิง ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียนหนังสือ ชีวิตทั้งชีวิตหยุดนิ่งอยู่กับที่หยุดพักมานานขนาดนี้ ก็ถึงเวลาต้องเริ่มต้นใหม่เสียทีมื้อนี้พวกเรากินกันอย่างมีความสุขมาก ระหว่างนั้นสวี่อินอินก็คอยคีบอาหารให้ฉันตลอด บรรยากาศบนโต๊ะอาหารพอมีเธออยู่ด้วยก็ราวกับไม่มีวันเงียบเหงาพวกเราถูกชะตากันตั้งแต่แรกพบหลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันก็ไปที่บริษัทกับสองสามีภรรยา และเข้าร่วมหุ้นกับบริษัท sy อย่างเป็นทางการห้องทำงานที่เย่เซิ่งถิงเตรียมไว้ให้ฉันนั้นกว้างขวางและสว่างไสว ส่วนห้องข้างๆ ก็คือสวี่อินอินนอกเวลางาน พวกเรามักจะไปกินข้าวที่ร้านอาหารใต้ตึกบริษัท ไม่ก็ไปจิบเครื่องดื่มเบาๆ ที่บาร์นั่งชิลใกล้ๆบางทีพอคุยกันถูกคอ พวกเราก็จะไปปลดปล่อยกันที่ผับแถวๆ นั้นแต่ก็มักจะถูกเย่เซิ่งถิงจับได้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าประตูไปพอถึงตอนนั้น สวี่อินอินก็มักจะโวยวายอย่างไม่พอใจ"มีจิ่งชิวอยู่เป็นเพื่อนฉันทั้งคน คุณจะกลัวอะไร! ฉันไม่หนีตามคนอื่นไปหรอกน่า!"เย่เซิ่งถิงมือหนึ่งหิ้วคอเสื้อเธอไว้ ส่วนอีกมือก็คอยจิ้มหน้าผากเธอไม่หยุด"ข้างในนั้น

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 6

    จากนั้นก็ถอดซิมการ์ดโทรศัพท์ออก หักครึ่งแล้วโยนทิ้งลงถังขยะเมื่อเครื่องแลนดิ้ง เย่เซิ่งถิงก็มารออยู่ที่สนามบินตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วพอเห็นฉันเดินมา เขาก็ชูช่อดอกลิลลี่ในมือขึ้น"จิ่งชิว ทางนี้!"ฉันได้ยินเสียงเรียกของเขา จึงส่งยิ้มรับสายตาของเขาไม่ได้เจอกันหลายปี เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากฉันยื่นมือออกไปทักทายเขาเย่เซิ่งถิงรับกระเป๋าเดินทางในมือฉันไปถือไว้อย่างกระตือรือร้น"ตั้งแต่เราแยกย้ายกันคราวก่อน นี่ไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้วเนี่ย?"เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ความทรงจำก็ค่อยๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัวฉันกับเย่เซิ่งถิงเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลาย หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เรียนเอกออกแบบแฟชั่นเหมือนกันตอนมัธยมปลายเราเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะที่คอยช่วยเหลือกันและกัน พอเรียนมหาวิทยาลัยเราก็เป็นคู่หูที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชมไอเดียการออกแบบทั้งหมดของฉัน เขาสามารถเข้าใจมันได้อย่างลึกซึ้ง และแนวคิดการออกแบบของเขาก็สอดคล้องกับฉันราวกับนัดกันมาเราคือคนที่มีอุดมการณ์และใจรักในสิ่งเดียวกันอย่างแท้จริงช่วงนั้นฉันกับเย่เซิ่งถิงสนิทกันมาก จนมีเพื่อนหลายคนมาคอยตะล่อมถามเรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับเขา

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 5

    เราทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้สนใจหิมะบนตัวเลยฉันยังคงรอคอยเมื่อก่อนฉันกับไป๋เหิงเคยสัญญากันไว้ว่า ทุกครั้งที่เดินตากหิมะด้วยกัน เราจะต้องบอกรักกันหนึ่งครั้งแต่พอฉันมองดูผู้ชายตรงหน้าที่ยังคงเอาแต่ชื่นชมวิวหิมะตามลำพัง ก็ตระหนักได้อีกครั้งว่า สุดท้ายแล้วเราคงไม่อาจอยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่าได้เสียงกึกก้องดังจากไกลเข้ามาใกล้ จู่ๆ ในใจฉันก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา พอเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ก็เห็นหินก้อนยักษ์กำลังกลิ้งหลุนๆ พุ่งตรงมาทางฉันอย่างรวดเร็วสมองของฉันขาวโพลนไปชั่วขณะ เสียงดัง "ครืน" สนั่นหวั่นไหว วินาทีต่อมา ร่างกายก็รู้สึกราวกับถูกรถบรรทุกทับ"ซี๊ด—"ฉันกุมหน้าอกสูดปากด้วยความเจ็บปวด เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก"ชิวชิว!!"ไป๋เหิงตกใจจนเสียงหลง ขอบตาแดงก่ำในพริบตา น้ำตาร้อนผ่าวไหลอาบแก้ม"ชิวชิว! คุณเป็นยังไงบ้าง? ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!"ฉันมองใบหน้าที่ตื่นตระหนกของเขา แล้วแค่นยิ้มหยันเมื่อกี้ไป๋เหิงยืนอยู่ห่างจากฉันไม่ไกล เขามีเวลาถมเถที่จะดึงฉันเข้าไปหลบในจุดที่ปลอดภัยแต่เมื่อกี้เขามัวแต่ก้มหน้าดูมือถือ จนไม่ได้สนใจแม้กระทั่งเสียงหินยักษ์ที่กลิ้งตกลงมาฉันหลุบ

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 1

    ในคลิปวิดีโอ ผู้หญิงคนนั้นครางออดอ้อนไม่หยุด “อาเหิงเก่งจังเลย”เขาเอาคำหวานที่เราเคยพร่ำบอกกันไปพูดให้ผู้ช่วยคนนั้นฟัง ฉันก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเขาแอบไปมีลูกกับผู้ช่วยคนนั้นลับหลังฉัน ฉันก็ไม่ร้องไห้ฟูมฟายและไม่โวยวายเขาคิดว่าตัวเองปิดบังได้แนบเนียนไร้ที่ติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าฉันเตรียมตัวถอ

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 3

    ฉันกับเขา ไม่มีอะไรจะพูดกันอีกแล้วทันทีที่ก้าวเข้าไปในบริษัท ตั้งแต่พนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าประตู พนักงานต้อนรับที่ล็อบบี้ ไปจนถึงพนักงานที่กำลังเดินขวักไขว่ วินาทีที่เห็นฉัน ทุกคนต่างก็หยุดเดินแล้วโค้งทักทายฉันนี่คือสิ่งที่ไป๋เหิงกำชับไว้เป็นพิเศษ ถึงขั้นเขียนระบุไว้ในกฎระเบียบของบริษัทเลยที

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 2

    ฉันขบคิดประโยคนี้วนไปวนมาในหัว แล้วก็ยิ้มออกมาอีกเจ็ดวันข้างหน้า คือวันเกิดของไป๋เหิงและยิ่งไปกว่านั้น มันคือวันที่ฉันกับเขาจะตัดขาดกันอย่างถาวรเช้าวันต่อมา เสียงกุกกักดังขึ้นจนทำให้ฉันตื่นฉันลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ก็พบว่าเป็นไป๋เหิงที่กำลังจัดเก็บเครื่องสำอางซึ่งวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะเครื่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status