Short
ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป

ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป

Por:  หวังไจ๋เสี่ยวฉวนโถวCompleto
Idioma: Thai
goodnovel4goodnovel
10Capítulos
768visualizações
Ler
Adicionar à biblioteca

Compartilhar:  

Denunciar
Visão geral
Catálogo
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP

ใครๆ ในแวดวงไฮโซฮ่องกงต่างก็รู้ดีว่า คุณชายตระกูลไป๋ผู้แสนเย็นชา ยอมสละได้แม้กระทั่งวงศ์ตระกูลและชีวิตของตัวเอง เพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ต่อมาเขาก็ได้แต่งงานกับหญิงในดวงใจสมปรารถนา เรื่องราวความรักอันงดงามของพวกเขาถูกเล่าขานไปทั่วทั้งวงการ และผู้หญิงคนนั้นก็คือฉันเอง ฉันเคยคิดว่าเราจะมีความสุขด้วยกันตลอดไป จนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ ก็มีคลิปวิดีโอหนึ่งส่งเข้ามาในมือถือ เป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนัวเนียกันอย่างเร่าร้อน เสียงหายใจหอบถี่ของไป๋เหิงที่พยายามข่มกลั้นดังลอดผ่านลำโพงออกมา “ที่รัก คุณหอมจัง” ฝ่ายหญิงมีท่าทีขัดขืนพองาม พลางส่งเสียงครางออดอ้อนไม่ขาดปาก ฉันกดดับหน้าจอทันที หน้าจอดำสนิทสะท้อนใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาของฉัน ฉันกับไป๋เหิงคบกันตั้งแต่สมัยเรียนจนเข้าสู่ประตูวิวาห์ สิบห้าปีที่ผ่านมาเรารักกันหวานชื่นเหมือนวันแรก จนกลายเป็นคู่สามีภรรยาต้นแบบที่ใครๆ ต่างก็ยกย่อง แต่มีเพียงฉันเท่านั้นที่รู้ว่า หัวใจของไป๋เหิงได้เปลี่ยนไปตั้งนานแล้ว เขาไปตกหลุมรักผู้ช่วยที่ฉันคัดมาให้เขากับมือ ในเมื่อความรักของฉันไม่อาจทนให้มีรอยด่างพร้อยได้แม้แต่นิดเดียว ดังนั้น ในวันเกิดของเขา ของขวัญที่ฉันมอบให้เขาก็คือการจากลาและไม่ขอพบเจอกันอีกตลอดกาล

Ver mais

Capítulo 1

บทที่ 1

ในคลิปวิดีโอ ผู้หญิงคนนั้นครางออดอ้อนไม่หยุด “อาเหิงเก่งจังเลย”

เขาเอาคำหวานที่เราเคยพร่ำบอกกันไปพูดให้ผู้ช่วยคนนั้นฟัง ฉันก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

เขาแอบไปมีลูกกับผู้ช่วยคนนั้นลับหลังฉัน ฉันก็ไม่ร้องไห้ฟูมฟายและไม่โวยวาย

เขาคิดว่าตัวเองปิดบังได้แนบเนียนไร้ที่ติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าฉันเตรียมตัวถอยห่างและพร้อมที่จะจากไปตั้งนานแล้ว

คลิปวิดีโอในมือถือยังคงเล่นต่อไปเรื่อยๆ เสียงหายใจหอบถี่ของชายหนุ่มและเสียงครางแผ่วเบาของหญิงสาวผสานเข้าด้วยกัน ทำให้บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเร่าร้อน

ฉันจ้องเขม็งไปที่เสี้ยวหน้าของไป๋เหิงที่กำลังเหงื่อแตกพลั่กอยู่บนหน้าจอ แล้วจู่ๆ ก็แค่นหัวเราะออกมา

นี่คือสามีที่ฉันรักมาตลอดสิบห้าปี

สามีที่ไปขึ้นเตียงกับผู้หญิงคนอื่นในวันเกิดของฉัน

มือถือส่งเสียงแจ้งเตือนรัวๆ เมื่อมีข้อความเด้งเข้าไม่หยุด พอฉันกดเข้าไปดูก็พบว่าเป็นผู้หญิงคนนั้นที่ส่งมา

ข้อความของหลินซวงเยว่ แค่อ่านตัวอักษรก็จินตนาการออกเลยว่าเธอกำลังทำหน้าตาเย้ยหยันอยู่

“เซี่ยจิ่งชิว นึกไม่ถึงล่ะสิ ต่อให้เป็นผู้ชายที่รักเธอมากแค่ไหน ก็ทนห้ามใจไม่ให้ลักกินขโมยกินไม่ได้หรอก”

“ถึงฉันจะสู้เรื่องหน้าตาและการศึกษาของเธอไม่ได้ แต่ลีลาบนเตียงของฉันเด็ดนะ”

ข้อความของเธอยังคงส่งมารัวๆ เป็นชุด แต่ฉันหมดอารมณ์จะอ่านต่อตั้งนานแล้ว จึงแคปหน้าจอเก็บไว้แล้วปิดมือถือไป

หลินซวงเยว่คือผู้ช่วยที่ฉันเป็นคนคัดมาให้ไป๋เหิงเองกับมือ

เมื่อหนึ่งปีก่อน ผู้ช่วยที่ทำงานกับไป๋เหิงมานานหลายปีขอลาออก เขาเลยคิดจะรับผู้ช่วยคนใหม่

เรซูเม่ที่ผ่านการคัดกรองถูกไป๋เหิงนำมาใส่มือฉัน ตอนนั้นเขามองฉันด้วยแววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข

“ชิวชิว นี่คือคนที่ฝ่ายบุคคลคัดมาแล้วว่าโอเค คุณลองดูสิว่าถูกใจคนไหน ผมก็จะรับคนนั้นแหละ”

ฉันยิ้มอย่างอ่อนใจ

“นี่หาผู้ช่วยให้คุณนะ จะให้ฉันเป็นคนตัดสินใจได้ยังไง?”

เมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“ได้ยังไงกันล่ะ ปกติผู้ช่วยต้องคลุกคลีกับผมบ่อย ถ้าคุณไม่ชอบ ผมก็ไม่เอาหรอก”

พูดจบเขาก็ดึงฉันเข้าไปกอด ราวกับกำลังโอบกอดสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง

ฉันขัดใจเขาไม่ได้ สุดท้ายเลยหยิบเรซูเม่ของหลินซวงเยว่ขึ้นมา

“คนนี้แล้วกัน ดูทะมัดทะแมงทำงานเก่งดี”

คิดไม่ถึงเลยว่าผ่านไปแค่ปีเดียว เธอจะเปลี่ยนจากผู้ช่วยที่ฉันเลือกมากับมือ กลายมาเป็นศัตรูหัวใจ

เค้กบนโต๊ะเริ่มละลายไปบ้างแล้วเพราะไออุ่นจากฮีตเตอร์ เทียนตัวเลข 29 ที่ปักเอาไว้เบี้ยวไปเบี้ยวมา

นี่คือวันเกิดปีแรกที่ไป๋เหิงทิ้งฉันไว้คนเดียว และมันก็จะเป็นวันเกิดปีสุดท้ายของเราสองคนเช่นกัน

มองดูเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดเดินวนรอบแล้วรอบเล่า ในใจฉันก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึกๆ

เผื่อว่าเขาจะกลับมาล่ะ

เขารักฉันมากขนาดนั้น ไม่มีทางลืมวันเกิดของฉันหรอก

แต่จนกระทั่งตีสาม ไป๋เหิงก็หายเข้ากลีบเมฆราวกับระเหยไปจากโลกนี้ ไม่มีแม้แต่ข้อความ ไม่มีสายเรียกเข้า และไม่ได้กลับบ้าน

คิดไปคิดมา ฉันก็ตัดสินใจเปิดหน้าแชตของหลินซวงเยว่ขึ้นมาอีกครั้ง

ในรูปถ่ายล่าสุดที่ส่งมา ผู้หญิงคนนั้นกำลังหนุนนอนอยู่บนแผงอกที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงสีช้ำ

“สามีเธอนี่ดุดันจังเลยนะ”

ที่แท้ศึกบนเตียงก็ดุเดือดขนาดนี้นี่เอง

มิน่าล่ะถึงไม่มีข่าวคราวจากเขาเลย

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มความปวดร้าวที่ตีตื้นขึ้นมาในอก แล้วกวาดอาหารหลากหลายเมนูบนโต๊ะที่ตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือทิ้งลงถังขยะจนหมดเกลี้ยง รวมไปถึงเค้กที่ยังไม่ได้กินเลยสักคำด้วย

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ ฉันก็ต่อสายโทรศัพท์หาคนคนหนึ่ง

“บอสเย่ ก่อนหน้านี้คุณเคยถามฉันว่าอยากเป็นดีไซเนอร์ของบริษัท sy ไหม ฉันตัดสินใจได้แล้ว ช่วยเตรียมตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศสให้ฉันทีนะคะ”

น้ำเสียงของเย่เซิ่งถิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนยินดี

“ในที่สุดคุณก็ตกลง! ตอนที่คุณตัดสินใจวางมือ ผมเป็นคนแรกเลยที่ไม่เห็นด้วย พรสวรรค์ของคุณไม่ควรถูกฝังกลบไปแบบนั้น! แต่ดีที่ตอนนี้คุณคิดตกแล้ว ตั๋วเครื่องบินจองไว้เรียบร้อยแล้ว เดินทางในอีกเจ็ดวันข้างหน้า”

อีกเจ็ดวันข้างหน้า

Expandir
Próximo capítulo
Baixar

Último capítulo

Mais capítulos
Sem comentários
10 Capítulos
บทที่ 1
ในคลิปวิดีโอ ผู้หญิงคนนั้นครางออดอ้อนไม่หยุด “อาเหิงเก่งจังเลย”เขาเอาคำหวานที่เราเคยพร่ำบอกกันไปพูดให้ผู้ช่วยคนนั้นฟัง ฉันก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเขาแอบไปมีลูกกับผู้ช่วยคนนั้นลับหลังฉัน ฉันก็ไม่ร้องไห้ฟูมฟายและไม่โวยวายเขาคิดว่าตัวเองปิดบังได้แนบเนียนไร้ที่ติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าฉันเตรียมตัวถอยห่างและพร้อมที่จะจากไปตั้งนานแล้วคลิปวิดีโอในมือถือยังคงเล่นต่อไปเรื่อยๆ เสียงหายใจหอบถี่ของชายหนุ่มและเสียงครางแผ่วเบาของหญิงสาวผสานเข้าด้วยกัน ทำให้บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเร่าร้อนฉันจ้องเขม็งไปที่เสี้ยวหน้าของไป๋เหิงที่กำลังเหงื่อแตกพลั่กอยู่บนหน้าจอ แล้วจู่ๆ ก็แค่นหัวเราะออกมานี่คือสามีที่ฉันรักมาตลอดสิบห้าปีสามีที่ไปขึ้นเตียงกับผู้หญิงคนอื่นในวันเกิดของฉันมือถือส่งเสียงแจ้งเตือนรัวๆ เมื่อมีข้อความเด้งเข้าไม่หยุด พอฉันกดเข้าไปดูก็พบว่าเป็นผู้หญิงคนนั้นที่ส่งมาข้อความของหลินซวงเยว่ แค่อ่านตัวอักษรก็จินตนาการออกเลยว่าเธอกำลังทำหน้าตาเย้ยหยันอยู่“เซี่ยจิ่งชิว นึกไม่ถึงล่ะสิ ต่อให้เป็นผู้ชายที่รักเธอมากแค่ไหน ก็ทนห้ามใจไม่ให้ลักกินขโมยกินไม่ได้หรอก”“ถึงฉันจะสู้เรื่องหน้า
Ler mais
บทที่ 2
ฉันขบคิดประโยคนี้วนไปวนมาในหัว แล้วก็ยิ้มออกมาอีกเจ็ดวันข้างหน้า คือวันเกิดของไป๋เหิงและยิ่งไปกว่านั้น มันคือวันที่ฉันกับเขาจะตัดขาดกันอย่างถาวรเช้าวันต่อมา เสียงกุกกักดังขึ้นจนทำให้ฉันตื่นฉันลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ก็พบว่าเป็นไป๋เหิงที่กำลังจัดเก็บเครื่องสำอางซึ่งวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งของฉันไม่ได้เจอกันแค่คืนเดียว แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ปิดไม่มิด“ชิวชิว คุณตื่นแล้ว ผมเห็นคุณวางเครื่องสำอางทิ้งไว้ไม่เป็นระเบียบอีกแล้ว ก็เลยช่วยเก็บให้”ฉันมองดูใบหน้าเธอเหลาของเขาอย่างเงียบๆ โดยไม่ส่งเสียงอะไรเขามักจะใส่ใจแบบนี้เสมอเรื่องเล็กๆ อย่างการจัดโต๊ะเครื่องแป้งให้ฉัน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิตและรายละเอียดเล็กน้อยนับไม่ถ้วนที่ฉันละเลย เขาก็มักจะคอยนึกถึงและจัดการแทนฉันได้เป็นอย่างดีสิบห้าปีที่ผ่านมาเขาเป็นแบบนี้เสมอมา เอาเรื่องของฉันมาเป็นอันดับแรกจริงๆแต่ผู้ชายที่คอยคิดเผื่อฉันไปซะทุกเรื่องคนนี้ กลับไปพลอดรักหวานชื่นกับผู้หญิงคนอื่นในวันเกิดของฉันอาจจะเพราะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของฉันที่เปลี่ยนไป เขาจึงล้วงเอากล่องใบเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าไป๋เหิงค
Ler mais
บทที่ 3
ฉันกับเขา ไม่มีอะไรจะพูดกันอีกแล้วทันทีที่ก้าวเข้าไปในบริษัท ตั้งแต่พนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าประตู พนักงานต้อนรับที่ล็อบบี้ ไปจนถึงพนักงานที่กำลังเดินขวักไขว่ วินาทีที่เห็นฉัน ทุกคนต่างก็หยุดเดินแล้วโค้งทักทายฉันนี่คือสิ่งที่ไป๋เหิงกำชับไว้เป็นพิเศษ ถึงขั้นเขียนระบุไว้ในกฎระเบียบของบริษัทเลยทีเดียวเพียงเพราะเมื่อก่อนฉันพื้นเพต่ำต้อย เวลามาที่บริษัทของเขาเลยเคยถูกพนักงานกลั่นแกล้งตอนนั้นฉันกับเขาเพิ่งคบกันได้ไม่นาน ในแต่ละวันล้วนจมดิ่งอยู่กับความงดงามของความรัก แทบจะควักหัวใจออกมาทำดีกับเขาให้หมดเวลาที่เขายุ่งกับงานก็มักจะกินข้าวไม่ตรงเวลา ฉันก็เลยหัดทำกับข้าวและเอาข้าวกล่องไปส่งให้เขาทุกเที่ยงตอนที่ไปครั้งแรกพนักงานต้อนรับไม่รู้จักฉันและฉันก็ไม่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า พอเธอเห็นฉันแต่งตัวซอมซ่อก็เริ่มพูดจาถากถางทันที“นี่ก็พวกอยากจะจับคนรวยอีกคนแล้วสิ ไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างเลยว่าดูไม่ได้ขนาดไหน ท่านประธานของเราแค่มองเธอแวบเดียวยังเป็นเสนียดสายตาเลย!”เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ตกอยู่ในสายตาของไป๋เหิงที่เพิ่งลงลิฟต์มาพอดี เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที จากคนที่ปกติมักจะอ่อนโยนกับผู
Ler mais
บทที่ 4
ฉันยกมือขึ้นบังหน้าตัวเองโดยสัญชาตญาณ แล้วเดินตามหลังพวกเขาไปผู้คนในบริษัทเห็นจนชินตาแล้ว สายตาหยอกล้อจับจ้องไปที่พวกเขา ถึงขั้นมีคนที่สนิทกับหลินซวงเยว่เอ่ยแซวอย่างเปิดเผยว่า"ซวงเยว่ ทำงานอยู่กับท่านประธานจอมเผด็จการของคุณอีกแล้วเหรอ?"หลินซวงเยว่ค้อนขวับคนพูดด้วยความขัดเขิน ไป๋เหิงเห็นดังนั้น ก็ทำเพียงแค่ลูบผมเธออย่างตามใจเสียงโห่ร้องแซวของทุกคนก็ยิ่งดังขึ้นไปอีกที่แท้พวกเขาก็รู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้วพวกเขาร่วมมือกับไป๋เหิงเล่นละคร ร่วมมือกับเขาแสดงละครฉากใหญ่ พยายามสร้างภาพลวงตานี้ให้ถึงที่สุดมีแค่ฉันที่เหมือนตัวตลกซึ่งถูกปิดหูปิดตา ซ้ำยังหลงดีใจที่ได้มีคู่ชีวิตแสนดีอย่างไป๋เหิงหลินซวงเยว่สวมกระโปรงทรงสอบรัดรูป หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มจนแทบจะทะลักออกมา เธออ้างเรื่องงานเพื่อเข้าไปกระซิบกระซาบเป่าลมหายใจรดข้างหูไป๋เหิงทุกคนต่างรู้งานและเบือนหน้าหนี หันไปทำหน้าที่ของตัวเองถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ได้เห็นภาพนี้ ฉันคงจะต้องสติแตกเพราะการทรยศของไป๋เหิงแน่ๆแต่ตอนนี้ ฉันกลับพบว่าตัวเองในเวลานี้ช่างสงบนิ่งเหลือเกินอาจจะเป็นเพราะเวลาที่จะได้อยู่ที่นี่เหลืออีกไม่มากแล้ว ดังนั้นอะ
Ler mais
บทที่ 5
เราทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้สนใจหิมะบนตัวเลยฉันยังคงรอคอยเมื่อก่อนฉันกับไป๋เหิงเคยสัญญากันไว้ว่า ทุกครั้งที่เดินตากหิมะด้วยกัน เราจะต้องบอกรักกันหนึ่งครั้งแต่พอฉันมองดูผู้ชายตรงหน้าที่ยังคงเอาแต่ชื่นชมวิวหิมะตามลำพัง ก็ตระหนักได้อีกครั้งว่า สุดท้ายแล้วเราคงไม่อาจอยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่าได้เสียงกึกก้องดังจากไกลเข้ามาใกล้ จู่ๆ ในใจฉันก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา พอเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ก็เห็นหินก้อนยักษ์กำลังกลิ้งหลุนๆ พุ่งตรงมาทางฉันอย่างรวดเร็วสมองของฉันขาวโพลนไปชั่วขณะ เสียงดัง "ครืน" สนั่นหวั่นไหว วินาทีต่อมา ร่างกายก็รู้สึกราวกับถูกรถบรรทุกทับ"ซี๊ด—"ฉันกุมหน้าอกสูดปากด้วยความเจ็บปวด เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก"ชิวชิว!!"ไป๋เหิงตกใจจนเสียงหลง ขอบตาแดงก่ำในพริบตา น้ำตาร้อนผ่าวไหลอาบแก้ม"ชิวชิว! คุณเป็นยังไงบ้าง? ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!"ฉันมองใบหน้าที่ตื่นตระหนกของเขา แล้วแค่นยิ้มหยันเมื่อกี้ไป๋เหิงยืนอยู่ห่างจากฉันไม่ไกล เขามีเวลาถมเถที่จะดึงฉันเข้าไปหลบในจุดที่ปลอดภัยแต่เมื่อกี้เขามัวแต่ก้มหน้าดูมือถือ จนไม่ได้สนใจแม้กระทั่งเสียงหินยักษ์ที่กลิ้งตกลงมาฉันหลุบ
Ler mais
บทที่ 6
จากนั้นก็ถอดซิมการ์ดโทรศัพท์ออก หักครึ่งแล้วโยนทิ้งลงถังขยะเมื่อเครื่องแลนดิ้ง เย่เซิ่งถิงก็มารออยู่ที่สนามบินตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วพอเห็นฉันเดินมา เขาก็ชูช่อดอกลิลลี่ในมือขึ้น"จิ่งชิว ทางนี้!"ฉันได้ยินเสียงเรียกของเขา จึงส่งยิ้มรับสายตาของเขาไม่ได้เจอกันหลายปี เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากฉันยื่นมือออกไปทักทายเขาเย่เซิ่งถิงรับกระเป๋าเดินทางในมือฉันไปถือไว้อย่างกระตือรือร้น"ตั้งแต่เราแยกย้ายกันคราวก่อน นี่ไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้วเนี่ย?"เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ความทรงจำก็ค่อยๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัวฉันกับเย่เซิ่งถิงเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลาย หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เรียนเอกออกแบบแฟชั่นเหมือนกันตอนมัธยมปลายเราเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะที่คอยช่วยเหลือกันและกัน พอเรียนมหาวิทยาลัยเราก็เป็นคู่หูที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชมไอเดียการออกแบบทั้งหมดของฉัน เขาสามารถเข้าใจมันได้อย่างลึกซึ้ง และแนวคิดการออกแบบของเขาก็สอดคล้องกับฉันราวกับนัดกันมาเราคือคนที่มีอุดมการณ์และใจรักในสิ่งเดียวกันอย่างแท้จริงช่วงนั้นฉันกับเย่เซิ่งถิงสนิทกันมาก จนมีเพื่อนหลายคนมาคอยตะล่อมถามเรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับเขา
Ler mais
บทที่ 7
กว่าสิบปีที่ผ่านมา ฉันแทบจะเอาชีวิตทั้งจิตใจและร่างกายไปหมุนรอบตัวไป๋เหิง ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียนหนังสือ ชีวิตทั้งชีวิตหยุดนิ่งอยู่กับที่หยุดพักมานานขนาดนี้ ก็ถึงเวลาต้องเริ่มต้นใหม่เสียทีมื้อนี้พวกเรากินกันอย่างมีความสุขมาก ระหว่างนั้นสวี่อินอินก็คอยคีบอาหารให้ฉันตลอด บรรยากาศบนโต๊ะอาหารพอมีเธออยู่ด้วยก็ราวกับไม่มีวันเงียบเหงาพวกเราถูกชะตากันตั้งแต่แรกพบหลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันก็ไปที่บริษัทกับสองสามีภรรยา และเข้าร่วมหุ้นกับบริษัท sy อย่างเป็นทางการห้องทำงานที่เย่เซิ่งถิงเตรียมไว้ให้ฉันนั้นกว้างขวางและสว่างไสว ส่วนห้องข้างๆ ก็คือสวี่อินอินนอกเวลางาน พวกเรามักจะไปกินข้าวที่ร้านอาหารใต้ตึกบริษัท ไม่ก็ไปจิบเครื่องดื่มเบาๆ ที่บาร์นั่งชิลใกล้ๆบางทีพอคุยกันถูกคอ พวกเราก็จะไปปลดปล่อยกันที่ผับแถวๆ นั้นแต่ก็มักจะถูกเย่เซิ่งถิงจับได้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าประตูไปพอถึงตอนนั้น สวี่อินอินก็มักจะโวยวายอย่างไม่พอใจ"มีจิ่งชิวอยู่เป็นเพื่อนฉันทั้งคน คุณจะกลัวอะไร! ฉันไม่หนีตามคนอื่นไปหรอกน่า!"เย่เซิ่งถิงมือหนึ่งหิ้วคอเสื้อเธอไว้ ส่วนอีกมือก็คอยจิ้มหน้าผากเธอไม่หยุด"ข้างในนั้น
Ler mais
บทที่ 8
ริมฝีปากของเขาสั่นระริก เอ่ยพึมพำอย่างอึกอัก"ชิวชิว คุณให้อภัยผมเถอะนะ ได้ไหม? ความรักสิบห้าปีของเราบอกว่าจะตัดก็ตัดได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?""เราผ่านความยากลำบากมาตั้งมากมาย ก้าวข้ามอุปสรรคมาตั้งเท่าไหร่ กว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน นี่คุณอยากจะตัดขาดจากผมอย่างถาวรจริงๆ เหรอ!""คุณเคยบอกว่าพวกเราจะมีลูกด้วยกัน จะไปเที่ยวด้วยกัน จะบอกรักกันในวันที่มีหิมะตกหนัก พวกเรายังทำอะไรด้วยกันได้อีกตั้งเยอะแยะ เรื่องที่เราสัญญากันไว้ยังทำไม่สำเร็จเลย คุณก็จะทิ้งผมไปแล้วเหรอ?!"เขาเอ่ยออกมาแทบจะเป็นการแผดเสียงตะโกน ร่างกายสั่นเทาไม่หยุดตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยเห็นไป๋เหิงสติแตกขนาดนี้มาก่อนเลยในความทรงจำ เขาเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนโยนละมุนละไมดั่งหยกมาโดยอัธยาศัยดีกับทุกคนและทุกสิ่ง ยิ่งกับฉันก็ยิ่งอ่อนโยนเป็นพิเศษ ไม่เคยหลุดโมโหเลยแม้แต่น้อยที่แท้ความรักก็สามารถเปลี่ยนคนคนหนึ่งได้จริงๆถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ได้เห็นไป๋เหิงในสภาพนี้ ฉันก็อาจจะใจอ่อนแต่ตอนนี้ ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเขามันถูกกัดเซาะจนไม่เหลือชิ้นดีมาตั้งนานแล้วฉันมองดูดวงตาที่แหลกสลายของเขา แล้วเอ่ยออกไปทีละคำอย่างชัดเจน"ไป๋
Ler mais
บทที่ 9
พวกเราดื่มกันอย่างเต็มคราบ พลางบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละคน หัวใจกลับรู้สึกดีขึ้นมากอย่างน่าประหลาดไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ผู้คนในร้านเริ่มบางตาลง ส่วนสวี่อินอินก็เมามายจนไม่ได้สติไปแล้วมองดูสภาพของเธอแล้ว ฉันก็กดโทรศัพท์หาเย่เซิ่งถิงเงียบๆ"พี่เย่ มารับพวกเราหน่อยสิ คืนนี้พวกเราดื่มกันไปเยอะมากเลย"ปลายสายแม้ว่าน้ำเสียงของเย่เซิ่งถิงจะราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ก็ยังสัมผัสได้ว่าเขากับกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่"ได้เลย"กว่าเย่เซิ่งถิงจะมาถึงยังพอมีเวลาอีกสักพัก ฉันจึงเดินออกจากห้องส่วนตัวเพื่อไปสูดอากาศหายใจทว่ากลับเดินสวนกับชายผิวดำคนหนึ่ง เขาเมามายจนโซเซ แถมสายตากระลิ้มกระเหลี่ยหยาบโลนยังจับจ้องมาที่ตัวฉันไม่วางตา"โอ้ แม่สาวน้อยคนสวยมาจากไหนเนี่ย? ไม่เคยเห็นหน้าเลยแฮะ""มาให้พี่ชายจูบสักทีสิ อยากรู้จังว่าจะหวานหอมเหมือนอีหนูคนอื่นไหม"พูดจบ เขาก็ทำท่าจะขยับเข้ามาใกล้ฉันฉันขมวดคิ้ว มือคว้าขวดเหล้าเปล่าที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมาทันทีช่วงเวลาที่อยู่ต่างประเทศนี้ ฉันเองก็พอจะเรียนศิลปะป้องกันตัวมาบ้างแต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ลงมือ ชายผิวดำคนนั้นก็ถูกร่างผอมเพรียวร่างหน
Ler mais
บทที่ 10
หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอไป๋เหิงอีกเลยต่อมาเป็นสวี่อินอินที่บอกฉันว่า ตอนที่เธอเดินผ่านสถานที่แห่งหนึ่ง เห็นไป๋เหิงนั่งขดตัวอยู่ข้างถังขยะพอได้ยินแบบนั้น ในใจของฉันก็รู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูกขึ้นชื่อว่าเคยผูกพันเป็นสามีภรรยากันมา ฉันคงไม่อาจปล่อยปละละเลยเขาได้จริงๆฉันจึงขอที่อยู่จากสวี่อินอินไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน ไป๋เหิงดูซูบผอมลงกว่าเดิมมาก แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงในยามนี้กลับคุดคู้เพราะความหนาวเหน็บบนตัวเขาสวมเพียงเสื้อผ้าตัวบาง แอบซ่อนอยู่ตรงมุมอับลมด้านหลังถังขยะพลางพ่นลมหายใจอุ่นๆ ออกมาไม่หยุดเห็นดังนั้น ฉันก็ลอบถอนหายใจ ยื่นเสื้อคลุมให้เขาตัวหนึ่งร่างกายของไป๋เหิงแข็งทื่อไปวูบหนึ่ง พอรับเสื้อคลุมไปแล้วก็เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาฉันผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้"ตอนนี้สภาพที่ตกอับของผมคงดูไม่ได้เลยใช่ไหม? ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ทิ้งความทรงจำดีๆ ไว้ให้คุณเป็นครั้งสุดท้าย"ฉันค้อนขวับใส่เขาแวบหนึ่ง แล้วยื่นแก้วน้ำอุ่นให้เขา"ทำไมยังไม่กลับประเทศอีก?"เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบา "พาสปอร์ตหายน่ะ บัตรประชาชนกับมือถือก็โดนปล้นไปหมด ภาษาฝร
Ler mais
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status