FAZER LOGINใครๆ ในแวดวงไฮโซฮ่องกงต่างก็รู้ดีว่า คุณชายตระกูลไป๋ผู้แสนเย็นชา ยอมสละได้แม้กระทั่งวงศ์ตระกูลและชีวิตของตัวเอง เพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ต่อมาเขาก็ได้แต่งงานกับหญิงในดวงใจสมปรารถนา เรื่องราวความรักอันงดงามของพวกเขาถูกเล่าขานไปทั่วทั้งวงการ และผู้หญิงคนนั้นก็คือฉันเอง ฉันเคยคิดว่าเราจะมีความสุขด้วยกันตลอดไป จนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ ก็มีคลิปวิดีโอหนึ่งส่งเข้ามาในมือถือ เป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนัวเนียกันอย่างเร่าร้อน เสียงหายใจหอบถี่ของไป๋เหิงที่พยายามข่มกลั้นดังลอดผ่านลำโพงออกมา “ที่รัก คุณหอมจัง” ฝ่ายหญิงมีท่าทีขัดขืนพองาม พลางส่งเสียงครางออดอ้อนไม่ขาดปาก ฉันกดดับหน้าจอทันที หน้าจอดำสนิทสะท้อนใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาของฉัน ฉันกับไป๋เหิงคบกันตั้งแต่สมัยเรียนจนเข้าสู่ประตูวิวาห์ สิบห้าปีที่ผ่านมาเรารักกันหวานชื่นเหมือนวันแรก จนกลายเป็นคู่สามีภรรยาต้นแบบที่ใครๆ ต่างก็ยกย่อง แต่มีเพียงฉันเท่านั้นที่รู้ว่า หัวใจของไป๋เหิงได้เปลี่ยนไปตั้งนานแล้ว เขาไปตกหลุมรักผู้ช่วยที่ฉันคัดมาให้เขากับมือ ในเมื่อความรักของฉันไม่อาจทนให้มีรอยด่างพร้อยได้แม้แต่นิดเดียว ดังนั้น ในวันเกิดของเขา ของขวัญที่ฉันมอบให้เขาก็คือการจากลาและไม่ขอพบเจอกันอีกตลอดกาล
Ver maisหลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอไป๋เหิงอีกเลยต่อมาเป็นสวี่อินอินที่บอกฉันว่า ตอนที่เธอเดินผ่านสถานที่แห่งหนึ่ง เห็นไป๋เหิงนั่งขดตัวอยู่ข้างถังขยะพอได้ยินแบบนั้น ในใจของฉันก็รู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูกขึ้นชื่อว่าเคยผูกพันเป็นสามีภรรยากันมา ฉันคงไม่อาจปล่อยปละละเลยเขาได้จริงๆฉันจึงขอที่อยู่จากสวี่อินอินไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน ไป๋เหิงดูซูบผอมลงกว่าเดิมมาก แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงในยามนี้กลับคุดคู้เพราะความหนาวเหน็บบนตัวเขาสวมเพียงเสื้อผ้าตัวบาง แอบซ่อนอยู่ตรงมุมอับลมด้านหลังถังขยะพลางพ่นลมหายใจอุ่นๆ ออกมาไม่หยุดเห็นดังนั้น ฉันก็ลอบถอนหายใจ ยื่นเสื้อคลุมให้เขาตัวหนึ่งร่างกายของไป๋เหิงแข็งทื่อไปวูบหนึ่ง พอรับเสื้อคลุมไปแล้วก็เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาฉันผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้"ตอนนี้สภาพที่ตกอับของผมคงดูไม่ได้เลยใช่ไหม? ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ทิ้งความทรงจำดีๆ ไว้ให้คุณเป็นครั้งสุดท้าย"ฉันค้อนขวับใส่เขาแวบหนึ่ง แล้วยื่นแก้วน้ำอุ่นให้เขา"ทำไมยังไม่กลับประเทศอีก?"เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบา "พาสปอร์ตหายน่ะ บัตรประชาชนกับมือถือก็โดนปล้นไปหมด ภาษาฝร
พวกเราดื่มกันอย่างเต็มคราบ พลางบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละคน หัวใจกลับรู้สึกดีขึ้นมากอย่างน่าประหลาดไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ผู้คนในร้านเริ่มบางตาลง ส่วนสวี่อินอินก็เมามายจนไม่ได้สติไปแล้วมองดูสภาพของเธอแล้ว ฉันก็กดโทรศัพท์หาเย่เซิ่งถิงเงียบๆ"พี่เย่ มารับพวกเราหน่อยสิ คืนนี้พวกเราดื่มกันไปเยอะมากเลย"ปลายสายแม้ว่าน้ำเสียงของเย่เซิ่งถิงจะราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ก็ยังสัมผัสได้ว่าเขากับกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่"ได้เลย"กว่าเย่เซิ่งถิงจะมาถึงยังพอมีเวลาอีกสักพัก ฉันจึงเดินออกจากห้องส่วนตัวเพื่อไปสูดอากาศหายใจทว่ากลับเดินสวนกับชายผิวดำคนหนึ่ง เขาเมามายจนโซเซ แถมสายตากระลิ้มกระเหลี่ยหยาบโลนยังจับจ้องมาที่ตัวฉันไม่วางตา"โอ้ แม่สาวน้อยคนสวยมาจากไหนเนี่ย? ไม่เคยเห็นหน้าเลยแฮะ""มาให้พี่ชายจูบสักทีสิ อยากรู้จังว่าจะหวานหอมเหมือนอีหนูคนอื่นไหม"พูดจบ เขาก็ทำท่าจะขยับเข้ามาใกล้ฉันฉันขมวดคิ้ว มือคว้าขวดเหล้าเปล่าที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมาทันทีช่วงเวลาที่อยู่ต่างประเทศนี้ ฉันเองก็พอจะเรียนศิลปะป้องกันตัวมาบ้างแต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ลงมือ ชายผิวดำคนนั้นก็ถูกร่างผอมเพรียวร่างหน
ริมฝีปากของเขาสั่นระริก เอ่ยพึมพำอย่างอึกอัก"ชิวชิว คุณให้อภัยผมเถอะนะ ได้ไหม? ความรักสิบห้าปีของเราบอกว่าจะตัดก็ตัดได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?""เราผ่านความยากลำบากมาตั้งมากมาย ก้าวข้ามอุปสรรคมาตั้งเท่าไหร่ กว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน นี่คุณอยากจะตัดขาดจากผมอย่างถาวรจริงๆ เหรอ!""คุณเคยบอกว่าพวกเราจะมีลูกด้วยกัน จะไปเที่ยวด้วยกัน จะบอกรักกันในวันที่มีหิมะตกหนัก พวกเรายังทำอะไรด้วยกันได้อีกตั้งเยอะแยะ เรื่องที่เราสัญญากันไว้ยังทำไม่สำเร็จเลย คุณก็จะทิ้งผมไปแล้วเหรอ?!"เขาเอ่ยออกมาแทบจะเป็นการแผดเสียงตะโกน ร่างกายสั่นเทาไม่หยุดตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยเห็นไป๋เหิงสติแตกขนาดนี้มาก่อนเลยในความทรงจำ เขาเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนโยนละมุนละไมดั่งหยกมาโดยอัธยาศัยดีกับทุกคนและทุกสิ่ง ยิ่งกับฉันก็ยิ่งอ่อนโยนเป็นพิเศษ ไม่เคยหลุดโมโหเลยแม้แต่น้อยที่แท้ความรักก็สามารถเปลี่ยนคนคนหนึ่งได้จริงๆถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ได้เห็นไป๋เหิงในสภาพนี้ ฉันก็อาจจะใจอ่อนแต่ตอนนี้ ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเขามันถูกกัดเซาะจนไม่เหลือชิ้นดีมาตั้งนานแล้วฉันมองดูดวงตาที่แหลกสลายของเขา แล้วเอ่ยออกไปทีละคำอย่างชัดเจน"ไป๋
กว่าสิบปีที่ผ่านมา ฉันแทบจะเอาชีวิตทั้งจิตใจและร่างกายไปหมุนรอบตัวไป๋เหิง ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียนหนังสือ ชีวิตทั้งชีวิตหยุดนิ่งอยู่กับที่หยุดพักมานานขนาดนี้ ก็ถึงเวลาต้องเริ่มต้นใหม่เสียทีมื้อนี้พวกเรากินกันอย่างมีความสุขมาก ระหว่างนั้นสวี่อินอินก็คอยคีบอาหารให้ฉันตลอด บรรยากาศบนโต๊ะอาหารพอมีเธออยู่ด้วยก็ราวกับไม่มีวันเงียบเหงาพวกเราถูกชะตากันตั้งแต่แรกพบหลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันก็ไปที่บริษัทกับสองสามีภรรยา และเข้าร่วมหุ้นกับบริษัท sy อย่างเป็นทางการห้องทำงานที่เย่เซิ่งถิงเตรียมไว้ให้ฉันนั้นกว้างขวางและสว่างไสว ส่วนห้องข้างๆ ก็คือสวี่อินอินนอกเวลางาน พวกเรามักจะไปกินข้าวที่ร้านอาหารใต้ตึกบริษัท ไม่ก็ไปจิบเครื่องดื่มเบาๆ ที่บาร์นั่งชิลใกล้ๆบางทีพอคุยกันถูกคอ พวกเราก็จะไปปลดปล่อยกันที่ผับแถวๆ นั้นแต่ก็มักจะถูกเย่เซิ่งถิงจับได้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าประตูไปพอถึงตอนนั้น สวี่อินอินก็มักจะโวยวายอย่างไม่พอใจ"มีจิ่งชิวอยู่เป็นเพื่อนฉันทั้งคน คุณจะกลัวอะไร! ฉันไม่หนีตามคนอื่นไปหรอกน่า!"เย่เซิ่งถิงมือหนึ่งหิ้วคอเสื้อเธอไว้ ส่วนอีกมือก็คอยจิ้มหน้าผากเธอไม่หยุด"ข้างในนั้น
เราทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้สนใจหิมะบนตัวเลยฉันยังคงรอคอยเมื่อก่อนฉันกับไป๋เหิงเคยสัญญากันไว้ว่า ทุกครั้งที่เดินตากหิมะด้วยกัน เราจะต้องบอกรักกันหนึ่งครั้งแต่พอฉันมองดูผู้ชายตรงหน้าที่ยังคงเอาแต่ชื่นชมวิวหิมะตามลำพัง ก็ตระหนักได้อีกครั้งว่า สุดท้ายแล้วเราคงไม่อาจอยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่าได้เสียงกึกก้อง
ฉันยกมือขึ้นบังหน้าตัวเองโดยสัญชาตญาณ แล้วเดินตามหลังพวกเขาไปผู้คนในบริษัทเห็นจนชินตาแล้ว สายตาหยอกล้อจับจ้องไปที่พวกเขา ถึงขั้นมีคนที่สนิทกับหลินซวงเยว่เอ่ยแซวอย่างเปิดเผยว่า"ซวงเยว่ ทำงานอยู่กับท่านประธานจอมเผด็จการของคุณอีกแล้วเหรอ?"หลินซวงเยว่ค้อนขวับคนพูดด้วยความขัดเขิน ไป๋เหิงเห็นดังนั้น
ฉันกับเขา ไม่มีอะไรจะพูดกันอีกแล้วทันทีที่ก้าวเข้าไปในบริษัท ตั้งแต่พนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าประตู พนักงานต้อนรับที่ล็อบบี้ ไปจนถึงพนักงานที่กำลังเดินขวักไขว่ วินาทีที่เห็นฉัน ทุกคนต่างก็หยุดเดินแล้วโค้งทักทายฉันนี่คือสิ่งที่ไป๋เหิงกำชับไว้เป็นพิเศษ ถึงขั้นเขียนระบุไว้ในกฎระเบียบของบริษัทเลยที
ฉันขบคิดประโยคนี้วนไปวนมาในหัว แล้วก็ยิ้มออกมาอีกเจ็ดวันข้างหน้า คือวันเกิดของไป๋เหิงและยิ่งไปกว่านั้น มันคือวันที่ฉันกับเขาจะตัดขาดกันอย่างถาวรเช้าวันต่อมา เสียงกุกกักดังขึ้นจนทำให้ฉันตื่นฉันลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ก็พบว่าเป็นไป๋เหิงที่กำลังจัดเก็บเครื่องสำอางซึ่งวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะเครื่











