Share

บทที่ 3

Author: หวังไจ๋เสี่ยวฉวนโถว
ฉันกับเขา ไม่มีอะไรจะพูดกันอีกแล้ว

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบริษัท ตั้งแต่พนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าประตู พนักงานต้อนรับที่ล็อบบี้ ไปจนถึงพนักงานที่กำลังเดินขวักไขว่ วินาทีที่เห็นฉัน ทุกคนต่างก็หยุดเดินแล้วโค้งทักทายฉัน

นี่คือสิ่งที่ไป๋เหิงกำชับไว้เป็นพิเศษ ถึงขั้นเขียนระบุไว้ในกฎระเบียบของบริษัทเลยทีเดียว

เพียงเพราะเมื่อก่อนฉันพื้นเพต่ำต้อย เวลามาที่บริษัทของเขาเลยเคยถูกพนักงานกลั่นแกล้ง

ตอนนั้นฉันกับเขาเพิ่งคบกันได้ไม่นาน ในแต่ละวันล้วนจมดิ่งอยู่กับความงดงามของความรัก แทบจะควักหัวใจออกมาทำดีกับเขาให้หมด

เวลาที่เขายุ่งกับงานก็มักจะกินข้าวไม่ตรงเวลา ฉันก็เลยหัดทำกับข้าวและเอาข้าวกล่องไปส่งให้เขาทุกเที่ยง

ตอนที่ไปครั้งแรกพนักงานต้อนรับไม่รู้จักฉันและฉันก็ไม่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า พอเธอเห็นฉันแต่งตัวซอมซ่อก็เริ่มพูดจาถากถางทันที

“นี่ก็พวกอยากจะจับคนรวยอีกคนแล้วสิ ไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างเลยว่าดูไม่ได้ขนาดไหน ท่านประธานของเราแค่มองเธอแวบเดียวยังเป็นเสนียดสายตาเลย!”

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ตกอยู่ในสายตาของไป๋เหิงที่เพิ่งลงลิฟต์มาพอดี เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที จากคนที่ปกติมักจะอ่อนโยนกับผู้อื่นเสมอ กลับตบหน้าพนักงานต้อนรับที่พูดจาไม่เข้าหูฉันคนนั้นอย่างแรง

“ผู้หญิงของฉันยังไม่ถึงคิวให้เธอมาวิพากษ์วิจารณ์หรอกนะ!”

เพราะเรื่องในตอนนั้น ไป๋เหิงจึงถูกแปะป้ายว่าเป็นเจ้านายอารมณ์ร้าย หุ้นของบริษัทก็ร่วงเอาๆ

แต่เขากลับไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย เอาแต่คิดถึงฉันด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ เขาบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกต้องหลีกทางให้อารมณ์ความรู้สึกของฉัน

หลังจากเหตุการณ์นั้น ฉันก็ถูกไป๋เหิงพาไปแนะนำให้ทุกคนที่รู้จักเขาได้รู้จักฉัน

จอยักษ์ของบริษัทจะต้องเจียดเวลามาฉายรูปฉันทุกวัน ไป๋เหิงถึงขั้นออกคำสั่งว่า ขอเพียงเป็นพนักงานของไป๋กรุ๊ป ทันทีที่เห็นฉันจะต้องทักทายฉันเป็นอันดับแรก

ต่อให้ฉันกับเขาจะเดินเคียงข้างกันมา ก็ต้องทักทายฉันก่อน

แต่ผู้ชายที่รักฉันจนฝังรากลึกเข้าไปในกระดูกแบบนี้ กลับยังคงนอกใจ

เมื่อถึงหน้าห้องประชุม ฉันก็เคาะประตูเบาๆ

ไป๋เหิงมองผ่านผนังกระจกเห็นว่าคนที่มาคือฉัน เขาก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดการประชุมชั่วคราว จากนั้นก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินจ้ำอ้าวมาหาฉันทันที

ฉันส่งเอกสารให้เขา ไป๋เหิงก็ประทับจุมพิตลงบนหน้าผากของฉัน

“ชิวชิว มีคุณอยู่นี่มันดีจริงๆ”

ฉันตอบรับสั้นๆ อย่างขอไปที หมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป

แต่ไป๋เหิงกลับดึงมือฉันไปลูบคลำอยู่พักใหญ่ จู่ๆ ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด

“ชิวชิว คุณไม่ได้ใส่แหวนที่ผมทำให้เหรอ?”

แหวนวงนั้นถูกฉันล็อกเก็บไว้ในลิ้นชักตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ใส่วันนั้นครั้งเดียว ฉันก็ถอดมันออกเลย

“วางไว้ที่บ้านนะ เดี๋ยวกลับไปค่อยใส่”

พอได้ยินดังนั้น เขาก็ถอนหายใจยาวเหยียด

“แบบนั้นก็ดีแล้วชิวชิว ผมนึกว่าคุณไม่ชอบแหวนวงนั้นซะอีก”

ผู้จัดการในห้องประชุมที่สนิทกับไป๋เหิงคนหนึ่งเคาะกรอบประตู แล้วขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงล้อเลียนเขา

“พ่อคนกลัวเมีย ทุกคนรอแกอยู่นะ”

เมื่อเห็นดังนั้น ฉันก็ไม่ได้รอให้ไป๋เหิงพูดอะไรและหันหลังเดินจากมาเลย

เสียงเรียกที่อึกอักเหมือนมีอะไรจะพูดของไป๋เหิงดังขึ้นจากด้านหลัง แต่ฉันกลับไม่หยุดฝีเท้าเลยแม้แต่นาทีเดียว

ตอนที่เดินออกมา สายตาอิจฉาริษยาของทุกคนจับจ้องมาที่ฉัน

“ประธานไป๋ตามใจคุณเซี่ยจริงๆ นะ ได้ยินว่าพวกเขารักกันตั้งแต่ใส่ชุดนักเรียนจนถึงชุดแต่งงาน กว่าจะผ่านอะไรมาด้วยกันได้นี่ไม่ง่ายเลย!”

“ใช่สิ แถมตอนแรกตระกูลไป๋ก็ไม่ยอมรับการแต่งงานของทั้งสองคน ประธานไป๋ถึงขั้นเอาความตายเข้าแลก ถูกหามส่งโรงพยาบาลเข้าห้องฉุกเฉินตั้งหลายครั้ง ช่วงนั้นเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วเลย!”

“อิจฉาคุณเซี่ยที่โชคดีชะมัด สามีไม่เพียงแต่รวยแต่ยังรักเธอมากขนาดนี้”

โชคดีงั้นเหรอ

ฉันฟังเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนเงียบๆ มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มขมขื่น

ใครๆ ต่างก็อิจฉาความรักที่ไป๋เหิงมีให้ฉัน อิจฉาที่ไป๋เหิงเลือกฉันอย่างแน่วแน่ไม่หวั่นไหว อิจฉาที่ไป๋เหิงยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อฉัน

แต่นั่นมันก็เป็นแค่อดีตไปแล้ว

ตอนที่เตรียมตัวจะขึ้นรถ จู่ๆ ฉันก็นึกได้ว่าบนตัวยังมีเสื้อคลุมของไป๋เหิงอยู่

เมื่อกี้เขาเห็นฉันใส่เสื้อผ้าบางๆ พอเจอหน้าฉันก็ถอดเสื้อคลุมออกแล้วเอามาคลุมให้ฉันทันที

คิดไปคิดมา ฉันเลยเดินย้อนกลับไป

ตอนนี้อากาศหนาว เขาเองก็ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าสำรองไว้ที่บริษัทด้วย

ตอนที่ใกล้จะถึงบริษัท ฉันก็มองเห็นแต่ไกลว่าหลินซวงเยว่กำลังควงแขนไป๋เหิงเดินแนบชิดกันมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 10

    หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอไป๋เหิงอีกเลยต่อมาเป็นสวี่อินอินที่บอกฉันว่า ตอนที่เธอเดินผ่านสถานที่แห่งหนึ่ง เห็นไป๋เหิงนั่งขดตัวอยู่ข้างถังขยะพอได้ยินแบบนั้น ในใจของฉันก็รู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูกขึ้นชื่อว่าเคยผูกพันเป็นสามีภรรยากันมา ฉันคงไม่อาจปล่อยปละละเลยเขาได้จริงๆฉันจึงขอที่อยู่จากสวี่อินอินไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน ไป๋เหิงดูซูบผอมลงกว่าเดิมมาก แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงในยามนี้กลับคุดคู้เพราะความหนาวเหน็บบนตัวเขาสวมเพียงเสื้อผ้าตัวบาง แอบซ่อนอยู่ตรงมุมอับลมด้านหลังถังขยะพลางพ่นลมหายใจอุ่นๆ ออกมาไม่หยุดเห็นดังนั้น ฉันก็ลอบถอนหายใจ ยื่นเสื้อคลุมให้เขาตัวหนึ่งร่างกายของไป๋เหิงแข็งทื่อไปวูบหนึ่ง พอรับเสื้อคลุมไปแล้วก็เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาฉันผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้"ตอนนี้สภาพที่ตกอับของผมคงดูไม่ได้เลยใช่ไหม? ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ทิ้งความทรงจำดีๆ ไว้ให้คุณเป็นครั้งสุดท้าย"ฉันค้อนขวับใส่เขาแวบหนึ่ง แล้วยื่นแก้วน้ำอุ่นให้เขา"ทำไมยังไม่กลับประเทศอีก?"เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบา "พาสปอร์ตหายน่ะ บัตรประชาชนกับมือถือก็โดนปล้นไปหมด ภาษาฝร

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 9

    พวกเราดื่มกันอย่างเต็มคราบ พลางบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละคน หัวใจกลับรู้สึกดีขึ้นมากอย่างน่าประหลาดไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ผู้คนในร้านเริ่มบางตาลง ส่วนสวี่อินอินก็เมามายจนไม่ได้สติไปแล้วมองดูสภาพของเธอแล้ว ฉันก็กดโทรศัพท์หาเย่เซิ่งถิงเงียบๆ"พี่เย่ มารับพวกเราหน่อยสิ คืนนี้พวกเราดื่มกันไปเยอะมากเลย"ปลายสายแม้ว่าน้ำเสียงของเย่เซิ่งถิงจะราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ก็ยังสัมผัสได้ว่าเขากับกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่"ได้เลย"กว่าเย่เซิ่งถิงจะมาถึงยังพอมีเวลาอีกสักพัก ฉันจึงเดินออกจากห้องส่วนตัวเพื่อไปสูดอากาศหายใจทว่ากลับเดินสวนกับชายผิวดำคนหนึ่ง เขาเมามายจนโซเซ แถมสายตากระลิ้มกระเหลี่ยหยาบโลนยังจับจ้องมาที่ตัวฉันไม่วางตา"โอ้ แม่สาวน้อยคนสวยมาจากไหนเนี่ย? ไม่เคยเห็นหน้าเลยแฮะ""มาให้พี่ชายจูบสักทีสิ อยากรู้จังว่าจะหวานหอมเหมือนอีหนูคนอื่นไหม"พูดจบ เขาก็ทำท่าจะขยับเข้ามาใกล้ฉันฉันขมวดคิ้ว มือคว้าขวดเหล้าเปล่าที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมาทันทีช่วงเวลาที่อยู่ต่างประเทศนี้ ฉันเองก็พอจะเรียนศิลปะป้องกันตัวมาบ้างแต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ลงมือ ชายผิวดำคนนั้นก็ถูกร่างผอมเพรียวร่างหน

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 8

    ริมฝีปากของเขาสั่นระริก เอ่ยพึมพำอย่างอึกอัก"ชิวชิว คุณให้อภัยผมเถอะนะ ได้ไหม? ความรักสิบห้าปีของเราบอกว่าจะตัดก็ตัดได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?""เราผ่านความยากลำบากมาตั้งมากมาย ก้าวข้ามอุปสรรคมาตั้งเท่าไหร่ กว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน นี่คุณอยากจะตัดขาดจากผมอย่างถาวรจริงๆ เหรอ!""คุณเคยบอกว่าพวกเราจะมีลูกด้วยกัน จะไปเที่ยวด้วยกัน จะบอกรักกันในวันที่มีหิมะตกหนัก พวกเรายังทำอะไรด้วยกันได้อีกตั้งเยอะแยะ เรื่องที่เราสัญญากันไว้ยังทำไม่สำเร็จเลย คุณก็จะทิ้งผมไปแล้วเหรอ?!"เขาเอ่ยออกมาแทบจะเป็นการแผดเสียงตะโกน ร่างกายสั่นเทาไม่หยุดตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยเห็นไป๋เหิงสติแตกขนาดนี้มาก่อนเลยในความทรงจำ เขาเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนโยนละมุนละไมดั่งหยกมาโดยอัธยาศัยดีกับทุกคนและทุกสิ่ง ยิ่งกับฉันก็ยิ่งอ่อนโยนเป็นพิเศษ ไม่เคยหลุดโมโหเลยแม้แต่น้อยที่แท้ความรักก็สามารถเปลี่ยนคนคนหนึ่งได้จริงๆถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ได้เห็นไป๋เหิงในสภาพนี้ ฉันก็อาจจะใจอ่อนแต่ตอนนี้ ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเขามันถูกกัดเซาะจนไม่เหลือชิ้นดีมาตั้งนานแล้วฉันมองดูดวงตาที่แหลกสลายของเขา แล้วเอ่ยออกไปทีละคำอย่างชัดเจน"ไป๋

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 7

    กว่าสิบปีที่ผ่านมา ฉันแทบจะเอาชีวิตทั้งจิตใจและร่างกายไปหมุนรอบตัวไป๋เหิง ไม่ได้ทำงาน ไม่ได้เรียนหนังสือ ชีวิตทั้งชีวิตหยุดนิ่งอยู่กับที่หยุดพักมานานขนาดนี้ ก็ถึงเวลาต้องเริ่มต้นใหม่เสียทีมื้อนี้พวกเรากินกันอย่างมีความสุขมาก ระหว่างนั้นสวี่อินอินก็คอยคีบอาหารให้ฉันตลอด บรรยากาศบนโต๊ะอาหารพอมีเธออยู่ด้วยก็ราวกับไม่มีวันเงียบเหงาพวกเราถูกชะตากันตั้งแต่แรกพบหลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันก็ไปที่บริษัทกับสองสามีภรรยา และเข้าร่วมหุ้นกับบริษัท sy อย่างเป็นทางการห้องทำงานที่เย่เซิ่งถิงเตรียมไว้ให้ฉันนั้นกว้างขวางและสว่างไสว ส่วนห้องข้างๆ ก็คือสวี่อินอินนอกเวลางาน พวกเรามักจะไปกินข้าวที่ร้านอาหารใต้ตึกบริษัท ไม่ก็ไปจิบเครื่องดื่มเบาๆ ที่บาร์นั่งชิลใกล้ๆบางทีพอคุยกันถูกคอ พวกเราก็จะไปปลดปล่อยกันที่ผับแถวๆ นั้นแต่ก็มักจะถูกเย่เซิ่งถิงจับได้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าประตูไปพอถึงตอนนั้น สวี่อินอินก็มักจะโวยวายอย่างไม่พอใจ"มีจิ่งชิวอยู่เป็นเพื่อนฉันทั้งคน คุณจะกลัวอะไร! ฉันไม่หนีตามคนอื่นไปหรอกน่า!"เย่เซิ่งถิงมือหนึ่งหิ้วคอเสื้อเธอไว้ ส่วนอีกมือก็คอยจิ้มหน้าผากเธอไม่หยุด"ข้างในนั้น

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 6

    จากนั้นก็ถอดซิมการ์ดโทรศัพท์ออก หักครึ่งแล้วโยนทิ้งลงถังขยะเมื่อเครื่องแลนดิ้ง เย่เซิ่งถิงก็มารออยู่ที่สนามบินตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วพอเห็นฉันเดินมา เขาก็ชูช่อดอกลิลลี่ในมือขึ้น"จิ่งชิว ทางนี้!"ฉันได้ยินเสียงเรียกของเขา จึงส่งยิ้มรับสายตาของเขาไม่ได้เจอกันหลายปี เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากฉันยื่นมือออกไปทักทายเขาเย่เซิ่งถิงรับกระเป๋าเดินทางในมือฉันไปถือไว้อย่างกระตือรือร้น"ตั้งแต่เราแยกย้ายกันคราวก่อน นี่ไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้วเนี่ย?"เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ความทรงจำก็ค่อยๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัวฉันกับเย่เซิ่งถิงเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลาย หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เรียนเอกออกแบบแฟชั่นเหมือนกันตอนมัธยมปลายเราเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะที่คอยช่วยเหลือกันและกัน พอเรียนมหาวิทยาลัยเราก็เป็นคู่หูที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชมไอเดียการออกแบบทั้งหมดของฉัน เขาสามารถเข้าใจมันได้อย่างลึกซึ้ง และแนวคิดการออกแบบของเขาก็สอดคล้องกับฉันราวกับนัดกันมาเราคือคนที่มีอุดมการณ์และใจรักในสิ่งเดียวกันอย่างแท้จริงช่วงนั้นฉันกับเย่เซิ่งถิงสนิทกันมาก จนมีเพื่อนหลายคนมาคอยตะล่อมถามเรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับเขา

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 5

    เราทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้สนใจหิมะบนตัวเลยฉันยังคงรอคอยเมื่อก่อนฉันกับไป๋เหิงเคยสัญญากันไว้ว่า ทุกครั้งที่เดินตากหิมะด้วยกัน เราจะต้องบอกรักกันหนึ่งครั้งแต่พอฉันมองดูผู้ชายตรงหน้าที่ยังคงเอาแต่ชื่นชมวิวหิมะตามลำพัง ก็ตระหนักได้อีกครั้งว่า สุดท้ายแล้วเราคงไม่อาจอยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่าได้เสียงกึกก้องดังจากไกลเข้ามาใกล้ จู่ๆ ในใจฉันก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา พอเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ก็เห็นหินก้อนยักษ์กำลังกลิ้งหลุนๆ พุ่งตรงมาทางฉันอย่างรวดเร็วสมองของฉันขาวโพลนไปชั่วขณะ เสียงดัง "ครืน" สนั่นหวั่นไหว วินาทีต่อมา ร่างกายก็รู้สึกราวกับถูกรถบรรทุกทับ"ซี๊ด—"ฉันกุมหน้าอกสูดปากด้วยความเจ็บปวด เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก"ชิวชิว!!"ไป๋เหิงตกใจจนเสียงหลง ขอบตาแดงก่ำในพริบตา น้ำตาร้อนผ่าวไหลอาบแก้ม"ชิวชิว! คุณเป็นยังไงบ้าง? ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!"ฉันมองใบหน้าที่ตื่นตระหนกของเขา แล้วแค่นยิ้มหยันเมื่อกี้ไป๋เหิงยืนอยู่ห่างจากฉันไม่ไกล เขามีเวลาถมเถที่จะดึงฉันเข้าไปหลบในจุดที่ปลอดภัยแต่เมื่อกี้เขามัวแต่ก้มหน้าดูมือถือ จนไม่ได้สนใจแม้กระทั่งเสียงหินยักษ์ที่กลิ้งตกลงมาฉันหลุบ

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 4

    ฉันยกมือขึ้นบังหน้าตัวเองโดยสัญชาตญาณ แล้วเดินตามหลังพวกเขาไปผู้คนในบริษัทเห็นจนชินตาแล้ว สายตาหยอกล้อจับจ้องไปที่พวกเขา ถึงขั้นมีคนที่สนิทกับหลินซวงเยว่เอ่ยแซวอย่างเปิดเผยว่า"ซวงเยว่ ทำงานอยู่กับท่านประธานจอมเผด็จการของคุณอีกแล้วเหรอ?"หลินซวงเยว่ค้อนขวับคนพูดด้วยความขัดเขิน ไป๋เหิงเห็นดังนั้น

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 2

    ฉันขบคิดประโยคนี้วนไปวนมาในหัว แล้วก็ยิ้มออกมาอีกเจ็ดวันข้างหน้า คือวันเกิดของไป๋เหิงและยิ่งไปกว่านั้น มันคือวันที่ฉันกับเขาจะตัดขาดกันอย่างถาวรเช้าวันต่อมา เสียงกุกกักดังขึ้นจนทำให้ฉันตื่นฉันลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ก็พบว่าเป็นไป๋เหิงที่กำลังจัดเก็บเครื่องสำอางซึ่งวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะเครื่

  • ลาก่อนความรัก ฉันไม่ขอรับมันอีกต่อไป   บทที่ 1

    ในคลิปวิดีโอ ผู้หญิงคนนั้นครางออดอ้อนไม่หยุด “อาเหิงเก่งจังเลย”เขาเอาคำหวานที่เราเคยพร่ำบอกกันไปพูดให้ผู้ช่วยคนนั้นฟัง ฉันก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเขาแอบไปมีลูกกับผู้ช่วยคนนั้นลับหลังฉัน ฉันก็ไม่ร้องไห้ฟูมฟายและไม่โวยวายเขาคิดว่าตัวเองปิดบังได้แนบเนียนไร้ที่ติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าฉันเตรียมตัวถอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status