로그인สายลับสาวแห่งองค์กรข้ามชาติเดินหลงเข้าไปในประตูมิติ เห็นคนใกล้ตายจึงเข้าไปช่วยเหลือ เธอคนนั้นว่าจ้างให้สะสางแค้นแทน แลกกับตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทอง เพราะสงสารผู้หญิงหน้าคล้ายตน จึงตกลงรับงานจากศพ!
더 보기“ฮือ ฮือ องค์ชายสามฟู่เจิงเซิง เกิดชาติหน้าข้าฉีจิงลั่วขอหลบให้ห่าง และไม่ขอผูกใจไว้กับท่านอีกแล้ว”
ฝ่ามือเล็กกอบกุมหน้าท้องเอาไว้ ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดจวนเจียนขาดใจ นางแท้งบุตรเพราะถูกชายคนรักสั่งโบย แต่ไม่มีผู้ใดเข้ามาช่วยเหลือเลยสักคน มิหนำซ้ำยังถูกคนของเขาฉุดกระชากลากขึ้นรถม้า เพื่อเดินทางไปยังอารามบนภูเขาแถบชานเมือง
เอี๊ยด!!!
เสียงล้อรถม้าหยุดลงอย่างกระทันหัน พร้อม ๆ กับชายชุดดำสามคนตรงเข้าโอบล้อมรถม้าคันเก่าเอาไว้ คนขับรถม้ากลัวตายรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดทันที ไม่สนใจเลยสักนิดว่าสตรีบาดเจ็บสาหัสจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ย้อนกลับไปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองครบรอบวันพระราชสมภพ 25 ปี ขององค์ชายสามฟู่เจิงเซิง โอรสสวรรค์ลำดับที่สามซึ่งถือกำเนิดจากหวงกุ้ยเฟย
ฉีลู่เอินพี่สาวต่างมารดาของฉีจิงลั่ว ใส่ร้ายว่าถูกฉีจิงลั่วทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหนักที่ข้อมือ ทำให้นางไม่สามารถวาดภาพได้อีกนานเป็นเดือน
สำหรับสตรีที่ชื่นชอบการวาดภาพเป็นชีวิตจิตใจ การบาดเจ็บที่ข้อมือคือความทุกข์ใจแสนสาหัส ดวงหน้าหวานแสร้งบีบน้ำตาร้องไห้ต่อหน้าบุรุษที่ตนหมายปอง
และที่แย่ไปกว่านั้นคือองค์ชายสามฟู่เจิงเซิงคนรักของฉีจิงลั่ว เชื่อคำลวงของสตรีอื่นทุกประโยคบอกเล่า โดยไม่สืบหาความจริงเลยสักครั้ง
สตรีคนอื่น ๆ ที่มาร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ ต่างพากันรุมใส่ร้ายฉีจิงลั่วว่ากระทำผิดจริง เพราะหมายทำลายความงดงามเย้ายวนที่สตรีทุกคนด้อยกว่า ผิวพรรณขาวนวลเนียนไร้ราคี หากถูกลงโทษโบยเสียบ้างคงกลายเป็นรอยแผลเป็นให้ช้ำใจ
องค์ชายสามฟู่เจิงเซิง เคยติดค้างบุญคุณหนี้ชีวิตฉีลู่เอินเอาไว้ เขาจึงอยากตอบแทนผู้มีพระคุณให้ดีที่สุด แม้กระทั่งการสั่งลงโทษคนรักก็เป็นเรื่องของการตอบแทนบุญคุณ!
เขาสั่งลงโทษโบยฉีจิงลั่วมากถึงยี่สิบไม้ แล้วขับไล่ให้นางไปสำนึกตนที่อารามบนภูเขาเป็นเวลาหนึ่งเดือน อีกทั้งยังสั่งให้ผู้บาดเจ็บสวดมนต์ขอพรให้ฉีลู่เอินหายป่วยในเร็ววัน
ร่างสูงโปร่งเดินจากไปทันทีหลังสั่งลงโทษ อ้อมแขนของเขายังโอบประคองร่างของสตรี ที่อ้างว่าตนเจ็บข้อมือมากจนเดินเองไม่ไหว
ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าราชครูฉีจุนเฟิงผู้เป็นบิดา แต่ราชครูวัยกลางคนก็ทำเพียงส่ายหน้าไปมา เพราะรักบุตรสาวคนโตมากกว่าคนรองมาแต่ไหนแต่ไร
“เหตุใดจึงใจร้ายกับข้าถึงเพียงนี้ วันนั้นข้าไม่น่าสละโอสถทิพย์ของท่านแม่ เพื่อช่วยเหลือคนชั่วอย่างท่านเลย”
เสียงคร่ำครวญแผ่วเบาขณะนอนคว่ำหน้ารอรับไม้พายหนัก ๆ ฟาดลงมาตรงกึ่งกลางลำตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาเริ่มพร่าเลือนลงเรื่อย ๆ จากนั้นก็หมดสติไปพร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่มีโอกาสได้ถือกำเนิด
‘หมดเคราะห์กรรมแล้วลูกแม่ เกิดชาติหน้าขอให้เจ้าเกิดในครรภ์สตรีที่สามารถปกป้องชีวิตเจ้าได้ และขอให้เกิดกับบิดาที่รักเจ้ามากกว่าสิ่งอื่นใด’
หลังถูกโบยครบยี่สิบไม้ ฉีจิงลั่วก็ถูกพาขึ้นรถม้าแล้วออกเดินทางไปอารามบนเขาทันที ไม่มีแม้กระทั่งหมอมาตรวจดูอาการของคนหมดสติ เลือดซึ่งเกิดจากการแท้งบุตร ยังเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีแดงของนางอยู่เลย ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ หรือรู้แต่ไม่มีผู้ใดสนใจก็ไม่อาจรู้ได้
รถม้าคันเก่า ๆ เคลื่อนที่ออกจากเมืองหลวงไปด้วยความรวดเร็ว ประหนึ่งหวั่นเกรงว่าจะมีผู้มาเพิกถอนคำสั่ง รถม้าคันนั้นไม่มีแม้กระทั่งสาวใช้ข้างกายคุณหนูรองตระกูลฉี มีเพียงสตรีที่บาดเจ็บกับคนขับรถม้าเพียงสองคนเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้องค์ชายสามไม่ได้ล่วงรู้เลย
บุตรีที่บิดาไม่สนใจอีกทั้งมารดาก็ตายจากตั้งแต่เยาว์วัย เติบโตมาพร้อมกับความไม่เป็นธรรมในจวนราชครู สั่งสมให้ฉีจิงลั่วกลายเป็นสตรีอารมณ์ร้าย และนั่นเป็นจุดอ่อนที่ทำให้นางถูกพี่สาวต่างมารดา ใส่ร้ายด้วยท่าทีอ่อนหวานเสแสร้งมาโดยตลอด
เมื่อฉีจิงลั่วฟื้นคืนสติก็พบว่าตนอยู่ในรถม้าคันเก่าทรุดโทรม ไร้ซึ่งสาวใช้ข้างกายอย่างที่ควรจะเป็น มิหนำซ้ำยังถูกชายชุดดำสามคนห้อมล้อมหมายปลิดชีพ แต่นั่นก็ไม่เลวร้ายเท่ากับรับรู้ว่าบุตรในครรภ์จากไปแล้ว
“ลูกแม่ จะ…เจ้าไม่อยู่แล้วหรือ”
ใบหน้างดงามเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและคราบน้ำตา น้ำเสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือฟังแทบไม่เข้าใจ เพราะบาดเจ็บจวนเจียนจะขาดใจตาย แต่นางยังตายไม่ได้จนกว่าจะได้สะสางแค้น
นิ้วมือที่ไร้เรี่ยวแรงพยายามกำแน่นเข้าหากัน ด้วยความรู้สึกโกรธแค้นชิงชังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ องค์ชายสามฟู่เจิงเซิง ฉีลู่เอิน พวกมันต้องได้ชดใช้กรรมในครั้งนี้ เลือดต้องล้างด้วยเลือด!
โดยเฉพาะบุรุษชั่วผู้นั้น แอบเข้ามากินเนื้อหงส์อยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีแม้กระทั่งสถานะให้กัน ซึ่งตลอดระยะเวลาสองปีที่คบหาเป็นคนรักนางก็ไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด เพราะเข้าใจว่าการหมั้นหมายต้องใช้เวลา
ทว่ายามนี้สตรีที่ยอมให้บุรุษกกกอดทุกครั้งเมื่อเขาต้องการ กำลังถูกปรักปรำต่อหน้าสาธารณะชน นอกจากคนผู้นั้นจะไม่ช่วยเหลือให้พ้นภัย ยังผสมโรงสั่งลงโทษจนนางแท้งบุตร!
หากมีโอกาสแม้เพียงน้อยนิด ข้าฉีจิงลั่วจะกลับไปเอาคืนพวกมันทุกคน ชีวิตของคนชั่วผู้นั้นซึ่งครั้งหนึ่งเคยช่วยยื้อเอาไว้ นางก็ขอทวงคืน!
อุแว้! อุแว้! อุแว้!เฮือก!!!!ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กทารก“ที่นี่ที่ไหนกันแน่”เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น เพราะบรรยากาศตรงหน้าแปลกไป ของใช้ต่าง ๆ รอบกายล้วนแปลกใหม่“อ๊ะ ปวดหัว!”สองมือกอบกุมศีรษะตัวเองเอาไว้ เพราะความทรงจำของใครบางคน กำลังหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย นางตกเลือดตายไปแล้วไม่ใช่หรือ!“อาเหมยฟื้นแล้วเหรอ ขอบคุณมากที่น้องกลับมาหาพี่ ฮึก ฮึก”เสียงเรียกของผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มานานเป็นชั่วโมง“ฟื้นแล้วค่ะ พี่เหลียงไม่ต้องร้องไห้แล้ว ฉันไม่ทิ้งพี่กับลูกไปอย่างแน่นอน”ฉีจิงลั่วยิ้มรับคำมั่นสัญญา ผู้ชายตรงหน้าคือสามีเจ้าของร่างเดิม ข้างกายมีทารกเพศชายอายุไม่เกินสามเดือน เด็กชายนอนร้องไห้ถีบขาไปมาเพราะแม่ไม่ตื่นมาพูดคุยด้วย“สัญญาแล้วนะ หากไม่มีน้องพี่ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน”จางเหลียงซุกซบใบหน้าหล่อเหลา เข้าหาอ้อมกอดอุ่น ๆ ของภรรยา หากไม่มีเธอเขาจะอยู่ได้อย่างไร“ห้ามคิดแบบนั้นอีกนะคะ พี่ยังมีเจ้าหัวผักกาดให้ดูแลไปจนเติบใหญ่ สัญญากับฉันได้ไหมหากวันหนึ่งฉันไม่อยู่จริง ๆ พี่ต้องอยู่ให้ได้”มือผอมบางลูบผมสามีเจ้าของร
“หนังสือตัดขาดจากทางการ ข้านำมาให้ท่านลงนามยินยอม ข้าฉีจิงลั่วผู้นี้ขอตัดขาดกับตระกูลฉีทุกเรื่อง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก ยกเว้นแซ่ที่ข้าขอสงวนเอาไว้”แซ่ฉีเป็นแซ่ของบิดาที่แท้จริง นางไม่เปลี่ยนเด็ดขาด“ตัดขาด?”“ราชครูฉีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านรู้ดีว่าทำไมวันนี้จึงลงเอยเช่นนี้”“แต่บิดาเช่นข้าเหลือเจ้าเพียงคนเดียว” บิดาผู้ที่พึ่งเห็นค่าของบุตรสาวคนรองกล่าวเสียงเครือ ต่อให้ไม่รักแต่คำว่าครอบครัวย่อมตัดไม่ขาด“ท่านไปหาครอบครัวใหม่ หาบุตรสาวบุตรชายใหม่เถิด เพราะดูท่าเฝิงจี้ไป๋คงรอดยาก ต่อให้ไม่ตายฟื้นมาก็ไม่เหมือนเดิม”เรื่องจริงล้วน ๆ ที่กล่าวไป ราชครูฉีอายุยังไม่ถึงขั้นชราสามารถเริ่มต้นครอบครัวใหม่ได้ ส่วนนางเนื้อแท้คือคนนอกย่อมไม่สามารถนอนหลับอยู่ในจวนหลังนี้ จวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสังเวชของน้องสาวผู้ลาลับ“แต่แม่ใหญ่ของเจ้ากำลังเจ็บหนัก เจ้าค่อยมาวันอื่นดีหรือไม่”“หากนางไม่บาดเจ็บปางตายหรืออยู่ในสภาพน่าสมเพช ข้าผู้นี้แหละจะส่งนางตามฉีลู่เอินไป และอย่าคิดว่าข้าจะปล่อยผ่านง่าย ๆ หากเมื่อไหร่ที่แม่เลี้ยงใจร้ายโชคดี หมดเคราะห์กรรมแล้วฟื้นขึ้นมามีชีวิตใหม่ ข้าจะกลับมายัดข้อหาหนัก
“คนรัก คู่หมั้น?”“ใช่เจ้าค่ะ ข้าเป็นคนรักของซื่อจื่อฟู่เส้าเสียนคนนี้ พวกเราหมั้นหมายกันแล้ว เหลือแค่สะสางบางเรื่องให้แล้วเสร็จ ค่อยจัดงานแต่งงานในเดือนหน้า”ทั้งสีหน้าและแววตาของคนเล่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก คนมองถึงกับหันหน้าหนีเพราะมองเผิน ๆ เหมือนสตรีที่ตนรักกำลังทรยศกันต่อหน้าต่อตา“พี่ใหญ่ข้าอยากช่วยตามหามือสังหารจริง ๆ”“ไม่ต้องตามหาให้ลำบาก เพราะเป็นคนเดียวกับที่ทำร้ายคนรักขององค์ชายนั่นแหละ นางร่วมมือกับชายารองของจวิ้นอ๋องบิดาของกระหม่อม”“ฉีลู่เอิน!!!”“ใช่แล้ว แต่นางเข้าร่วมเพราะถูกหลอกใช้จากบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งแฝงตัวมาจากแคว้นเล็ก ๆ ที่ล่มสลายจากภาวะสงคราม บุรุษผู้นั้นโกรธแค้นฝ่าบาทจึงส่งสตรีเข้าหาจวิ้นอ๋อง แผนของพวกมันเกือบได้ผลอยู่แล้วเชียว แต่มีสตรีงดงามยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแคว้นป๋ายเอาไว้เสียก่อน”น้ำเสียงภูมิใจมาพร้อมกับสายตาหวานซึ้งจ้องมองคนรัก หากอยู่ในที่ส่วนตัวกันเพียงลำพัง คงไม่จบแค่มองอย่างแน่นอนฟู่เส้าเสียนให้องครักษ์จากหน่วยลับ ที่เดินทางมาจากเมืองถง เข้าไปแฝงตัวและสอดแนมในตำหนักใหญ่อยู่หลายวันจึงมั่นใจ และยามนี้บุรุษกับสตรีผู้นั้นถูกคนของเขานำตัวไปขังไว้ในคุ
“องค์ชายสามท่านลองไตร่ตรองทุกเรื่องตามที่ข้าบอกกล่าวให้ดีเถิด แล้วจะเห็นถึงความจริงทุกอย่าง อย่าหลอกตัวเองอีกเลย”คนพูดย่อมเห็นทุกกิริยาของคนฟัง บุรุษผู้นี้แค่ยังไม่กล้ายอมรับความจริง“ข้า…ข้า เห้อ! เจ้าเล่าต่อเถิดข้าสงบใจได้แล้ว”“วันนั้นท่านเชื่อว่าฉีจิงลั่วทำร้ายฉีลู่เอิน ทั้ง ๆ ที่ฉีจิงลั่วไม่ได้ทำผิดเลยสักนิด หรือเรื่องนี้ท่านยังไม่ได้สืบทราบ” วันนั้นที่อารามนางพูดขนาดนั้น คงเริ่มเอะใจสงสัยบ้างไหมเล่า“ข้าพึ่งรู้ไม่กี่วันที่ผ่านมา”หลังรู้ความจริงเขาเสียใจมาก จนไม่ออกตำหนักสามวันสามคืน วันนี้พึ่งมีสติและคิดได้ว่าต้องมาสะสางเอาความกับฉีลู่เอิน แต่กลับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเสียก่อนองครักษ์ของเขาไปสืบเรื่องจากคนโบย และสืบความจริงจากเหล่าคุณหนูผู้เห็นเหตุการณ์ในงานเลี้ยง คุณหนูจากจวนต่าง ๆ ถูกองครักษ์หลวงสอบถามด้วยท่าทีกดดัน จึงยอมพูดความจริงว่าฉีจิงลั่วไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่เป็นฉีลู่เอินต่างหากที่ใส่ร้ายน้องสาว!“นั่นปะไร ถึงว่าท่าทางหงอยเหมือนไอ้ด่างบ้านข้า”คนงามเผลอพูดไปตามใจคิด โดยปกติองค์ชายสามมักจะดุฉีจิงลั่วก่อนพูดคุยด้วยเสมอ เรื่องนี้พึ่งอ่านเจอในสมุดบันทึก ทว่าวันนี้เขากลับมีท











