LOGINสายลับสาวแห่งองค์กรข้ามชาติเดินหลงเข้าไปในประตูมิติ เห็นคนใกล้ตายจึงเข้าไปช่วยเหลือ เธอคนนั้นว่าจ้างให้สะสางแค้นแทน แลกกับตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทอง เพราะสงสารผู้หญิงหน้าคล้ายตน จึงตกลงรับงานจากศพ!
View Moreอุแว้! อุแว้! อุแว้!เฮือก!!!!ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กทารก“ที่นี่ที่ไหนกันแน่”เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น เพราะบรรยากาศตรงหน้าแปลกไป ของใช้ต่าง ๆ รอบกายล้วนแปลกใหม่“อ๊ะ ปวดหัว!”สองมือกอบกุมศีรษะตัวเองเอาไว้ เพราะความทรงจำของใครบางคน กำลังหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย นางตกเลือดตายไปแล้วไม่ใช่หรือ!“อาเหมยฟื้นแล้วเหรอ ขอบคุณมากที่น้องกลับมาหาพี่ ฮึก ฮึก”เสียงเรียกของผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มานานเป็นชั่วโมง“ฟื้นแล้วค่ะ พี่เหลียงไม่ต้องร้องไห้แล้ว ฉันไม่ทิ้งพี่กับลูกไปอย่างแน่นอน”ฉีจิงลั่วยิ้มรับคำมั่นสัญญา ผู้ชายตรงหน้าคือสามีเจ้าของร่างเดิม ข้างกายมีทารกเพศชายอายุไม่เกินสามเดือน เด็กชายนอนร้องไห้ถีบขาไปมาเพราะแม่ไม่ตื่นมาพูดคุยด้วย“สัญญาแล้วนะ หากไม่มีน้องพี่ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน”จางเหลียงซุกซบใบหน้าหล่อเหลา เข้าหาอ้อมกอดอุ่น ๆ ของภรรยา หากไม่มีเธอเขาจะอยู่ได้อย่างไร“ห้ามคิดแบบนั้นอีกนะคะ พี่ยังมีเจ้าหัวผักกาดให้ดูแลไปจนเติบใหญ่ สัญญากับฉันได้ไหมหากวันหนึ่งฉันไม่อยู่จริง ๆ พี่ต้องอยู่ให้ได้”มือผอมบางลูบผมสามีเจ้าของร
“หนังสือตัดขาดจากทางการ ข้านำมาให้ท่านลงนามยินยอม ข้าฉีจิงลั่วผู้นี้ขอตัดขาดกับตระกูลฉีทุกเรื่อง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก ยกเว้นแซ่ที่ข้าขอสงวนเอาไว้”แซ่ฉีเป็นแซ่ของบิดาที่แท้จริง นางไม่เปลี่ยนเด็ดขาด“ตัดขาด?”“ราชครูฉีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านรู้ดีว่าทำไมวันนี้จึงลงเอยเช่นนี้”“แต่บิดาเช่นข้าเหลือเจ้าเพียงคนเดียว” บิดาผู้ที่พึ่งเห็นค่าของบุตรสาวคนรองกล่าวเสียงเครือ ต่อให้ไม่รักแต่คำว่าครอบครัวย่อมตัดไม่ขาด“ท่านไปหาครอบครัวใหม่ หาบุตรสาวบุตรชายใหม่เถิด เพราะดูท่าเฝิงจี้ไป๋คงรอดยาก ต่อให้ไม่ตายฟื้นมาก็ไม่เหมือนเดิม”เรื่องจริงล้วน ๆ ที่กล่าวไป ราชครูฉีอายุยังไม่ถึงขั้นชราสามารถเริ่มต้นครอบครัวใหม่ได้ ส่วนนางเนื้อแท้คือคนนอกย่อมไม่สามารถนอนหลับอยู่ในจวนหลังนี้ จวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสังเวชของน้องสาวผู้ลาลับ“แต่แม่ใหญ่ของเจ้ากำลังเจ็บหนัก เจ้าค่อยมาวันอื่นดีหรือไม่”“หากนางไม่บาดเจ็บปางตายหรืออยู่ในสภาพน่าสมเพช ข้าผู้นี้แหละจะส่งนางตามฉีลู่เอินไป และอย่าคิดว่าข้าจะปล่อยผ่านง่าย ๆ หากเมื่อไหร่ที่แม่เลี้ยงใจร้ายโชคดี หมดเคราะห์กรรมแล้วฟื้นขึ้นมามีชีวิตใหม่ ข้าจะกลับมายัดข้อหาหนัก
“คนรัก คู่หมั้น?”“ใช่เจ้าค่ะ ข้าเป็นคนรักของซื่อจื่อฟู่เส้าเสียนคนนี้ พวกเราหมั้นหมายกันแล้ว เหลือแค่สะสางบางเรื่องให้แล้วเสร็จ ค่อยจัดงานแต่งงานในเดือนหน้า”ทั้งสีหน้าและแววตาของคนเล่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก คนมองถึงกับหันหน้าหนีเพราะมองเผิน ๆ เหมือนสตรีที่ตนรักกำลังทรยศกันต่อหน้าต่อตา“พี่ใหญ่ข้าอยากช่วยตามหามือสังหารจริง ๆ”“ไม่ต้องตามหาให้ลำบาก เพราะเป็นคนเดียวกับที่ทำร้ายคนรักขององค์ชายนั่นแหละ นางร่วมมือกับชายารองของจวิ้นอ๋องบิดาของกระหม่อม”“ฉีลู่เอิน!!!”“ใช่แล้ว แต่นางเข้าร่วมเพราะถูกหลอกใช้จากบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งแฝงตัวมาจากแคว้นเล็ก ๆ ที่ล่มสลายจากภาวะสงคราม บุรุษผู้นั้นโกรธแค้นฝ่าบาทจึงส่งสตรีเข้าหาจวิ้นอ๋อง แผนของพวกมันเกือบได้ผลอยู่แล้วเชียว แต่มีสตรีงดงามยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแคว้นป๋ายเอาไว้เสียก่อน”น้ำเสียงภูมิใจมาพร้อมกับสายตาหวานซึ้งจ้องมองคนรัก หากอยู่ในที่ส่วนตัวกันเพียงลำพัง คงไม่จบแค่มองอย่างแน่นอนฟู่เส้าเสียนให้องครักษ์จากหน่วยลับ ที่เดินทางมาจากเมืองถง เข้าไปแฝงตัวและสอดแนมในตำหนักใหญ่อยู่หลายวันจึงมั่นใจ และยามนี้บุรุษกับสตรีผู้นั้นถูกคนของเขานำตัวไปขังไว้ในคุ
“องค์ชายสามท่านลองไตร่ตรองทุกเรื่องตามที่ข้าบอกกล่าวให้ดีเถิด แล้วจะเห็นถึงความจริงทุกอย่าง อย่าหลอกตัวเองอีกเลย”คนพูดย่อมเห็นทุกกิริยาของคนฟัง บุรุษผู้นี้แค่ยังไม่กล้ายอมรับความจริง“ข้า…ข้า เห้อ! เจ้าเล่าต่อเถิดข้าสงบใจได้แล้ว”“วันนั้นท่านเชื่อว่าฉีจิงลั่วทำร้ายฉีลู่เอิน ทั้ง ๆ ที่ฉีจิงลั่วไม่ได้ทำผิดเลยสักนิด หรือเรื่องนี้ท่านยังไม่ได้สืบทราบ” วันนั้นที่อารามนางพูดขนาดนั้น คงเริ่มเอะใจสงสัยบ้างไหมเล่า“ข้าพึ่งรู้ไม่กี่วันที่ผ่านมา”หลังรู้ความจริงเขาเสียใจมาก จนไม่ออกตำหนักสามวันสามคืน วันนี้พึ่งมีสติและคิดได้ว่าต้องมาสะสางเอาความกับฉีลู่เอิน แต่กลับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเสียก่อนองครักษ์ของเขาไปสืบเรื่องจากคนโบย และสืบความจริงจากเหล่าคุณหนูผู้เห็นเหตุการณ์ในงานเลี้ยง คุณหนูจากจวนต่าง ๆ ถูกองครักษ์หลวงสอบถามด้วยท่าทีกดดัน จึงยอมพูดความจริงว่าฉีจิงลั่วไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่เป็นฉีลู่เอินต่างหากที่ใส่ร้ายน้องสาว!“นั่นปะไร ถึงว่าท่าทางหงอยเหมือนไอ้ด่างบ้านข้า”คนงามเผลอพูดไปตามใจคิด โดยปกติองค์ชายสามมักจะดุฉีจิงลั่วก่อนพูดคุยด้วยเสมอ เรื่องนี้พึ่งอ่านเจอในสมุดบันทึก ทว่าวันนี้เขากลับมีท
สิ้นเสียงพูดคุยร่างสูงจึงเลื่อนตัวลงไปนั่งยอง ๆ เพื่อเลียกินน้ำผึ้งป่าให้หมดตามคำสั่งการเมื่อเห็นคนงามเกร็งกระตุกสุขสม เขาจึงเร่งรัวลิ้นเข้าใส่ไม่ยั้ง เสียงดื่มน้ำผึ้งดัง จ๊วบ! จ๊าบ! ไปทั่วเรือนนอน ทว่ายิ่งเลียก็ยิ่งกินไม่อิ่ม!“ซื่อจื่อ เข้ามาเลยข้าพร้อมแล้ว ข้าอยากได้แท่งใหญ่ ๆ ของท่าน”อยากให้แ
“อะ..อืม ข้ารู้ หากเป็นข้าคงสังหารสามคนนั้นเช่นกัน”จอกสุราใกล้มือถูกยกขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว สายตาไม่รักดีคอยแต่วกกลับไปมองหาบางอย่าง ซึ่งบังเอิญมองเห็นเข้าพอดี เลือดในกายหนุ่มเดือดพล่าน แต่เขาก็พยายามสงบใจไว้ก่อน“พวกมันจะจับข้าและคนเจ็บ ไปทำมิดีมิร้ายก่อนค่อยสังหาร”คนเล่าลุกขึ้นยืนแล้วจับแขนพี
“พี่ชายอุ้มข้าไปส่งที่รถม้าหน่อยเจ้าค่ะ ข้าเหนื่อย”น้ำเสียงออดอ้อนเอ่ยขึ้น ดวงตาดำขลับจ้องมองประสานสายตาบุรุษไม่มีหลบเลี่ยงถอยหนี หากเห็นพ้องตรงกันจะได้เดินหน้าตามที่ท่านป้าอยากให้เป็นไป“ไม่ให้เดินเองอยู่แล้ว”บุรุษที่ถูกคนงามจ้องหน้าก็ไม่คิดหลบสายตาเช่นกัน“ข้างรถม้ามีมือสังหารอีกหนึ่งคน มันตั้งใ
“อาวุธของคุณหนูฉี ช่างร้ายแรงยิ่งนัก แค่ชี้เข้าใส่มือสังหารก็ล้มลงทันที”เหล่าองครักษ์ที่พึ่งสังหารคนร้ายให้พ้นทางสำเร็จ หันไปพูดคุยกันด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับภาพอัศจรรย์ใจหากไม่มีอาวุธชนิดนี้พวกเขาคงเสียเปรียบหนัก เพราะกำลังแขนขาเริ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด“ใช่ ๆ ข้าเห็นยังรู้สึกตกใจมาก ว่าแต่คนพ






reviews