Share

บทที่ 8

last update Date de publication: 2026-01-01 10:18:00

ในที่สุดก็ถึงเวลาแยกจาก ฮูหยินพ่อค้ายังใจดีมอบเสบียง และช่วยจัดของเหยียนหว่านเอ๋อร์ใหม่ โดยเก็บไว้ในห่อผ้าแบบแคว้นจ้าวจะได้ไม่ดูผิดสังเกต เพราะทั้งหมดยังเข้าใจว่าทั้งคู่หนีตามกันมาอยู่

จ้าวเหยียนเจี๋ยรับห่อผ้านั้นมาและผูกเอาไว้บนหลัง เขาตัดสินใจไม่ใช้เส้นทางหลักที่ตัดเข้าเมืองหลวง เพราะเกรงว่าหากโดนโจมตีอีกครั้ง เขาเองซึ่งกำลังบาดเจ็บอยู่อาจไม่สามารถคุ้มครองเหยียนหว่านเอ๋อร์ คนทั้งสองเดินแยกไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นถนนเล็กๆ เพื่ออ้อมไปเข้ายังเมืองหลวง ผ่านหมู่บ้านชนบทต่างๆ ซึ่งไม่ค่อยจะมีเหล่าชาวยุทธ์ และนักเดินทางใช้ นอกจากจะเป็นพ่อค้าและคนพื้นที่

ตลอดการเดินทางเหยียนหว่านเอ๋อร์ชวนคุยโน่นคุยนี่ไปเรื่อย จ้าวเหยียนเจี๋ยนั้นปกติชอบความสงบ ทว่าตอนนี้เขาออกจะแปลกใจที่ดูเหมือนเขาจะชอบบรรยากาศรอบๆ ตัวเหยียนหว่านเอ๋อร์ตอนนี้เหลือเกิน

ทั้งสองเดินเท้าเกือบตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนบ่ายคล้อย ในที่สุดก็มาถึงโรงเตี้ยมเล็กๆ ริมแม่น้ำที่นักเดินทางส่วนใหญ่จะมากิน ดื่ม และนอนพักเอาแรงในระหว่างที่รอเรือข้ามฟากที่จะมีทุกสามถึงสี่ชั่วยาม ก่อนหน้านี้เหยียนหว่านเอ๋อร์ส่งถุงเงินที่ได้รับมาจากฮูหยินพ่อค้า และถามจ้าวเหยียนเจี๋ยว่ามันใช้อย่างไร เขาเพียงแค่ยิ้มแล้วสอนการใช้ให้กับหญิงสาวช้าๆ

ที่โรงเตี้ยมก่อนอาหารที่เหยียนหว่านเอ๋อร์สั่งจะมา หญิงสาวจึงลองกินหมั่นโถวและซาลาเปาหมูแดงที่ตนเคยชอบนักหนาตอนอยู่ที่บ้านของจางหย่วนจิน และมันก็อร่อยพอๆ กับที่ลั่วอิงยี่ทำทีเดียว หลังจากที่จ้าวเหยียนเจี๋ยเดินเข้าไปถามเรื่องเรือข้ามฟากไม่นานเขาก็เดินกลับมา

“อีกนานไหมกว่าเรือจะมา” เหยียนหว่านเอ๋อร์เงยหน้ามองเขา

“เรือลำสุดท้ายเพิ่งจะออกไป เราคงจะต้องรอเรืออีกลำตอนเช้าตรู่ ข้าจะไปถามเรื่องห้องพักเจ้ารอที่นี่อย่าไปไหน”

“ดีเหมือนกัน เมื่อครู่ข้าสั่งอาหารไปแล้ว ข้ายังต้องดูแผลให้ท่านด้วย เอาเงินนี่ไปด้วยข้าอยากจะอาบน้ำได้หรือไม่”เหยียนหว่านเอ๋อร์ทำหน้าตาน่ารัก

“ได้สิข้าจะบอกเสี่ยวเอ้อให้เตรียมไว้” จ้าวเหยียนเจี๋ยยิ้มพร้อมกับพยักหน้า

เหยียนหว่านเอ๋อร์มองตามเขาไป สายตาจึงเหลือบไปเห็นสตรีนางหนึ่งเดินเข้ามานั่งลงที่โต๊ะ ซีกหนึ่งของใบหน้าที่มีแผลเป็นเหมือนโดนไฟลวกนั้นช่างน่ากลัวนัก และดูเหมือนว่านางจะรู้ว่าหลายคนหยุดคุยกันพร้อมกับหันมาสนใจตัวเอง จึงได้เอาแต่นั่งก้มหน้า

“เสี่ยวเอ้อ ที่นี่ไม่มีการแบ่งชนชั้นที่สมควรให้เข้ามาหรืออย่างไร”

“ท่านหมายถึงอะไรขอรับท่านจอมยุทธ์” เสี่ยวเอ้ออีกคนวิ่งเข้ามาถาม

“อาหารของเจ้าก็รสชาติไม่ได้เรื่องยังพอทน แต่นี้ยังจะต้องให้ข้าทนนั่งมองหน้ายังกับผีเช่นนั้นหรือ” เอ่ยเสียงดังแล้วเดินเข้ามาหาเรื่องถึงโต๊ะ

“หน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนี้ออกมานอกบ้านให้คนอื่นเขาสะอิดสะเอียนกินข้าวไม่ลงทำไมกัน” เอ่ยจบก็เตะเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ตัวสตรีนางนั้นล้มลง

“คือ...ข้า...”

หน้าตาที่แทบจะร้องไห้รอมร่อ ทำเอาเหยียนหว่านเอ๋อร์ทนไม่ได้ หญิงสาวลุกขึ้นและเดินเข้าไปในทันที

“ข้าว่าเจ้ารีบออกไปจากที่นี่จะดีกว่า ไม่เห็นหรือไงว่าคนอื่นมองเจ้าอย่างไร”

เอ่ยยังไม่ทันจบประโยคดีก็โดนเหยียนหว่านเอ๋อร์ฟาดฝ่ามือตบลงไปบนหัวเต็มแรง “นางจะเป็นยังไงแล้วมันหนักส่วนไหนของเจ้าไม่ทราบ”

“โอ้ แม่นางเจ้าเข้ามาที่นี่เมื่อไหร่กัน โฉมสะคราญเช่นเจ้าอย่ามายืนใกล้หญิงอัปลักษณ์เช่นนางเลย” เอ่ยพร้อมกับยื่นมือออกมาจะจับตัวเหยียนหว่านเอ๋อร์ ทว่าหญิงสาวขยับตัวออกห่าง มือเล็กสะบัดฝ่ามือตบลงไปบนซีกหน้าของเขาอย่างแรงอีกครั้ง

“นี่เจ้า...บังอาจ” เขาโกรธถึงขนาดพูดไม่ออก ลูกน้องที่นั่งโต๊ะเดียวกับเขาอีกสองคนลุกขึ้น

“นางขอให้เจ้าจ่ายค่าอาหารให้หรือก็เปล่า เจ้าเป็นเจ้าของที่นี่หรือก็เปล่า แล้วทำไมเจ้าจะต้องหาทำตัวกักขฬะกับนางด้วย” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยจบเขาก็ยื่นมือออกมาชี้หน้านาง

“นังนี่ เจ้าอยากมีเรื่องกับข้าหรือ” พอเขาพูดจบเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็จับข้อมือเขาบิดไขว้ไปด้านหลังโดยแรง นี่เป็นหนึ่งในศิลปะป้องกันตัวที่หญิงสาวเคยเรียนมาก่อนยังไม่รวมคาราเต้ เคนโด้ เทควันโด้ และไอคิโด้ซึ่งอุตส่าห์ไปร่ำเรียนมาเพราะสังคมปัจจุบันที่อันตรายขึ้นทุกวัน

“นี่ เจ้าปล่อยข้านะ” เขาร้องลั่นเมื่อหญิงสาวบิดแขนแรงขึ้นอีก

“หาเรื่องคนอื่นไปทั่วอย่างเจ้านี่ไม่มีใครจับส่งทางการบ้างหรือไงนะ” เหยียนหว่านเอ๋อร์มองไปยังลูกน้องเขาอีกสองคนที่ทำท่าจะเข้ามาแต่ก็หยุดลง จึงได้รู้ว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยเดินกลับมาแล้ว

“มีเรื่องอะไรกันหรือ” จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยถามเสียงเรียบ

เหยียนหว่านเอ๋อร์ดันตัวเจ้าคนที่ตนกำลังบิดแขนอยู่ออกไปอย่างแรงจนเขาล้มลง

“ข้าขออภัยไม่คิดว่านางจะมากับท่าน ท่านจอมยุทธ์ข้ามีธุระด่วนต้องไปแล้ว” พูดจบทั้งสามก็วิ่งลนลานออกไปทันที

เหยียนหว่านเอ๋อร์มองหน้าเหยียนเจี๋ย “เจ้าเป็นวรยุทธ์ด้วยหรือ”

“แค่ศิลปะป้องกันตัวเล็กๆ น้อยๆ” หญิงสาวเอ่ย ทั้งยังหันไปมองทั้งสามที่ดูเหมือนจะกลัวจ้าวเหยียนเจี๋ยเหลือเกินจนน่าสงสัย เพราะอะไรถึงต้องลนลานออกไปจากที่นั่นขนาดนั้น

ที่จริงแล้วทุกคนที่โรงเตี้ยม ต่างก็รู้สึกได้ถึงรังสีบางอย่างจากใบหน้าอันนิ่งเฉยราบเรียบน่าเกรงขามนั้น บวกกับท่วงท่าการเดินเหินอันสง่างามและเบาหวิวของเขา ก็รู้ว่าเขามีวรยุทธ์สูงและเป็นคนที่ไม่ควรจะตอแยที่สุด ยกเว้นหญิงสาวคนเดียวเพราะนางไม่เป็นวรยุทธ์ ทั้งยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ดีพอ

เหยียนหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจคนรอบข้าง ก้มตัวลงเก็บเก้าอี้ที่ล้มขึ้นมา แต่สายตาวิบวับสะดุดกึกเมื่อมองเห็นถุงเงินใบหนึ่งร่วงอยู่ คิดว่าน่าจะเป็นของคนใดคนหนึ่งในกลุ่มคนเมื่อครู่ “เสี่ยวเอ้อ”

“ขอรับแม่นาง”

“นี่ค่าอาหารของคนพวกนั้น คิดว่าน่าจะพอนะ” เหยียนหว่านเอ๋อร์ล้วงเอาเงินออกมาวางให้เสี่ยวเอ้อ

“ยิ่งกว่าพอขอรับนาง”

“แม่นางเจ้าต้องเลี้ยงข้าวข้านะวันนี้ ดูสิเจ้าพึ่งจะได้ลาภก้อนใหญ่ กรรมตามสนองทันตาเลย” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ยพร้อมยิ้มสดใส แล้ววางถุงเงินให้หญิงสาวนางนั้น ก่อนจะนั่งลงโต๊ะเดียวกัน

“เสี่ยวเอ้อ เอาอาหารที่สั่งมาโต๊ะนี้เลยนะ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 220 จบ

    กระท่อมหลังถัดมาหลังที่สามมิใช่ที่อยู่แต่เป็นโรงครัว ห้องกินข้าว และห้องเก็บอาหาร พวกเราทั้งหมดใช้มันร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน ทำกับข้าวสรวลเสเฮฮาร่วมกัน ตอนแรกหม่าซือหยวนคิดว่าอาจารย์มีความคิดที่แปลกประหลาดยิ่ง บ้านของใครก็ควรจะมีโรงครัวเป็นของตัวเองสิ แต่ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าการทำแบบนี้ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นครอบครัวใหญ่จริงๆ เพราะตกเย็นทั้งหมดได้มานั่งร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน พูดคุยกัน ทั้งยังแบ่งปันสิ่งที่ทำมาให้กันและกันฟังกระท่อมหลังสุดท้ายเป็นของอาจารย์กับนายท่านเหยียนเจี๋ย กระท่อมหลังนี้เป็นหลังที่ดีที่สุดสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้กับคนทั้งสอง เพราะอาจารย์ของเขามีความรู้สึกไวต่ออากาศเย็น ดังนั้นกระท่อมหลังนี้จึงเป็นแบบปิด ภายในนั้นมีเตาผิงที่ต้องจุดไฟเอาไว้ตลอดเวลาในหน้าหนาว แต่หน้าร้อนก็สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้สมาชิกครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่ที่หุบเขามังกรหลับแห่งนี้ทั้งหมดเก้าคน มีตัวเขาหม่าซือหยวน นายท่านเหยียนเจี๋ย อาจารย์ อาจารย์ปู่ ผู้อาวุโสเฟิง สือเจี้ยนหาว อู๋อิงสงกับฮูหยินของเขา และคนสุดท้ายแม่นางน้อยที่ใจแข็งคนหนึ่ง สาวน้อยผู้ที่กำลังซักผ้าอยู่ที่ริมลำธาร แม่นางเสี่ยวจู

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 219

    ทั้งสองจุมพิตกันและกันอย่างเร่าร้อนคลอเคลียพัวพันไม่ห่าง ใบหน้างดงามของเหยียนหว่านเอ๋อร์แดงซ่าน แม้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการ แม้จะเคยเห็นบทรักในหนังมามาก ทว่าพอเอาเข้าจริงหญิงสาวกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน ร่างกายที่ร้อนรุ่มยิ่งทวีความร้อนขึ้นกว่าเดิมเมื่อร่างเปลือยเปล่าของนางถูกเขาจุมพิตไปทั่วความรู้สึกขัดแย้งในกายพุ่งขึ้นสูง ทั้งสุขสมทว่ากลับไม่สบายตัว คล้ายบางอย่างไม่ได้รับการเติมเต็ม หญิงสาวหอบหายใจภายใต้ร่างของเขาอย่างไร้ทางสู้ มือทั้งสองข้างกอดเกี่ยวเขาเอาไว้ทั้งยังแอ่นกายขึ้นไปแนบร่างเข้าหาตัวเขา นางคล้ายหนาวสั่นและพยายามโหยหาความอบอุ่น มือน้อยลูบไล้มัดกล้ามบนตัวเขาอย่างสะเปะสะปะอากัปกิริยาของนางทำให้เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างห้ามไม่อยู่ เขาโน้มกายเข้าหานางและจุมพิตปากเล็กที่กำลังครางเสียงหวานออกมาเบาๆ คล้ายลูกแมวกำลังออดอ้อนขอความรักจ้าวเหยียนเจี๋ยจุมพิตแผ่วเบาเพื่อปลอบโยนนาง ในยามที่เขาโน้มกายเข้าครอบครองนางในที่สุด ทว่าความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นสูง ทำให้นางหวีดร้องออกมาเสียงแผ่ว บางอย่างในกายฉีกขาดออกจากกันให้ ความรู้สึกเจ็บร้าวทำให้นางผงะถอย ทว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยกลับใช้สอ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 218

    “เจ้าเจี๋ย เจ้าบ่าวจะต้องอยู่ดื่มเหล้ามงคลกับแขกเหรื่อก่อนสิจึงจะถูก” ซูหย่งจื้อเอ่ย“อาจารย์” เหยียนหว่านเอ๋อร์มองซูหย่งจื้ออย่างงงงัน“เขาเมาน่ะ” หลี่เฟิงเสวียนเอ่ยกลั้วหัวเราะ“นี่ พวกเจ้าแม้จะแต่งงานก็ยังร่วมหอไม่ได้นะ สุขภาพเจ้าไม่แน่ว่าจะรับไหวดังนั้นข้าขอเตือน”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์หน้าแดง“นี่มันคืนส่งตัวนะผู้อาวุโส” หลายคนพยายามดึงเขาออกไปจากห้องหอ“เจ้าเจี๋ยน่ะ ข้าไว้ใจ แต่ที่ข้าไม่ไว้ใจน่ะศิษย์ตัวแสบของข้าต่างหาก”“ท่านกำลังพูดอะไรกัน ไป ท่านเมาแล้ว” สือเจี้ยนหาวอ่อนใจเหลือเกิน ศิษย์อาจารย์คู่นี้ช่างหาเรื่องให้ปวดหัวได้ไม่เว้นวันจริงๆ“จริงๆ นะ เจ้าเจี๋ย อย่าให้นางจับเจ้ากินไปเสียก่อนเล่า”“อาจารย์ท่านเหลวไหลอะไร!!”“ข้าน่ะหรือเหลวไหล เจ้าน่ะไม่น่าไว้ใจ ส่วนเจ้าเจี๋ยเขาไม่มีทางรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของเจ้าหรอก เจ้ากะจะจับเขากินโดยไม่ฟังข้าล่ะสิ”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์ถึงกับพูดไม่ออก นางอายจนใบหน้าแดงก่ำร้อนแทบจะลุกเป็นไฟ“เจ้าเจี๋ย...ข้าไว้ใจเจ้านะ” เสียงตะโกนของซูหย่งจื้อยังคงดังเข้ามาแม้ว่าเขาจะโดนหิ้วตัวไปแล้ว“เอ่อ...นี่เป็นการก่อกวนห้องหอเท่านั้น ขอท่านอาเขยก

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 217

    “ข้าจ้าวเหยียนเจี๋ยขอสาบาน ข้าจะรักเหยียนหว่านเอ๋อร์เพียงผู้เดียวมิแบ่งใจให้คนอื่น เจ้าจะเป็นหนึ่งเดียวในใจข้า ข้าจะซื่อสัตย์ต่อเจ้าเพียงผู้เดียวไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”“ข้าเหยียนหว่านเอ๋อร์ขอสาบาน ข้าจะรักจ้าวเหยียนเจี๋ย รักด้วยจิตวิญญาณทั้งหมดของข้า ท่านจะมีข้า และข้าจะมีท่านเดินเคียงข้างกันไปนับจากวันนี้ จวบจนวันสุดท้ายของชีวิต”ถ้อยคำหนักแน่นของทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางสายลมที่พัดแผ่ว ท่ามกลางทุ่งดอกหญ้าสีขาวบริสุทธิ์ ท่ามกลางหุบเขาลำเราไพรที่ร่วมเป็นสักขีพยาน... งานมงคลเรียบง่ายของบ่างสาวสองคู่ถูกจัดขึ้น จ้าวเหยียนเจี๋ยแต่งเหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยิน และอู๋อิงสงแต่งอวิ๋นหยาเป็นฮูหยิน ภายในถ้ำนำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคีถูกตบแต่งด้วยข้าวของมงคลสีแดงทว่าเหล่าสักขีพยานที่เข้ามาร่วมงานกลับมีเยอะกว่าที่เหยียนหว่านเอ๋อร์คาด ตอนแรกนางเพียงอยากให้งานมงคลนี้เป็นเพียงงานเลี้ยงเล็กๆ เท่านั้น แต่จ้าวเหยียนเจี๋ยกลับส่งคนไปเชิญสหายสนิททั้งหมดของนางมาร่วมแสดงความยินดีเสวียนหมิง ลั่วอิงยี่ หลิงหลิง จ้าวเหยียนอิ่ง ซิ่วอิ่งจิน มู่หรงเซียว ซิ่วจินหลิน หลี่เฟิงเสวียน ซูหย่งจื้อ สือเจี้ยนหาว คนทั้งหมดนี

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 216

    นางรู้เพียงถูกลงโทษตามกฎของพรรค เสวียนหมิงให้จั่วจินเหิงนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ก่อนจะให้จั่วจินเหิงโบยนางด้วยตนเอง เมื่อครบร้อยไม้แล้วพวกเขาก็ประกาศไปว่านางตายไปแล้ว ศพของนางถูกส่งลงเขามาฝังทว่าลมหายใจนางกลับคืนมา เสวียนหมิงจึงให้ซูหย่งจื้อรั้งชีวิตนางเอาไว้กระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ คือนางถูกนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ และที่ต้องเป็นจั่วจินเหิงเท่านั้นที่ทำหน้าที่โบย เนื่องจากเสวียนหมิงไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำเขาจะต้องกะแรงให้พอดิบพอดีไม่ลงหนักหรือเบาจนเกินไป แต่เขาก็ยังต้องโบยถึงห้าสิบไม้กว่าที่อวิ๋นหยาจะสลบ ก่อนจะประกาศไปว่านางสิ้นลมแล้วส่งตัวนางมายังกระท่อมแห่งนี้“เจ้า...ข้าคิดว่าจ้าววังส่งเจ้าไปที่อื่น เขาบอกว่าเจ้าทำความผิดร้ายแรงต้องถูกลงโทษ เลยต้องส่งเจ้าไป”“ข้าอยู่ที่นี่มาตลอด คนในพรรคคิดว่าข้าตายไปแล้ว แต่นั่นก็จริงสำหรับพวกเขาข้าตายไปแล้ว ข้าถูกขับออกจากพรรคตอนนี้ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้ว ดังนั้นหากท่านไม่ทำตามคำพูดไม่แต่งข้าเป็นฮูหยิน ข้าจะฆ่าท่านเสีย” นางขู่“แล้วข้าจะแต่งใครได้” เขาจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากนาง“ต้องขอบคุณฮูหยินท่านนั้น” อิงสงหันกลับมามองคนที่เดินตามเขามาถึงกระ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 215

    เช้าวันต่อมาข่าวการเสียชีวิตของเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกประกาศออกไป พร้อมๆ กันนั้นข่าวที่องค์ชายสามทรงอาการบาดเจ็บภายในทรุดลง เพราะทรงเสียพระทัยกับข่าวการตายของว่าที่พระชายาก็ได้แพร่ออกไป กระทั่งสองวันหลังจากนั้นข่าวการที่องค์ชายสามทรงสิ้นพระชนม์ตามว่าที่พระชายาก็ถูกประกาศออกไปในวังหลวงต่างก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทว่าก็ซาบซึ้งกับความรักที่องค์ชายสามมีต่อพระชายายิ่งนัก ว่ากันว่าจ้าวเหยียนอี้อนุญาตให้ฝังศพของคนทั้งสองไว้ด้วยกันในสุสานหลวง แต่เพราะเหยียนหว่านเอ๋อร์ยังมิได้แต่งให้องค์ชายสามอย่างถูกต้อง และยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระชายาอย่างเป็นทางการ จ้าวเหยียนอี้จึงพระราชทานตำแหน่งให้เหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยินคุณธรรม ฮูหยินแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าวขณะที่ผู้คนในเมืองหลวงต่างไว้ทุกข์ให้องค์ชายสามและฮูหยินคุณธรรมอยู่นั้น เหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกพาเข้าไปนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงน้ำแข็ง ในถ้ำน้ำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคี โดยมีเสวียนหมิงและซูหย่งจื้อดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด“อาหมิง เรื่องอวิ๋นหยาไปถึงไหนแล้ว”“ท่านอาโปรดวางใจ ข้าได้ทำตามที่ท่านอาบอกแล้ว”“เช่นนั้นหรือ นางเป็นเช่นไรบ้าง”“ยังมีชีวิตอยู่

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 187

    “ได้” เขารับปากนางอย่างว่าง่าย “ข้าเป็นของเจ้าแล้ว ไม่ว่าจะอะไรข้ายอมเจ้าทุกอย่างแล้ว”“จำคำพูดของท่านเอาไว้ให้ดี” นางย้ำ“อา...ปวดหัวจัง”เหยียนหว่านเอ๋อร์ครางเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวแทบระเบิด“ถ้าเจ้าไม่ปวด สิแปลก”เสียงทุ้มของจ้าวเหยียนเจี๋ยดังขึ้นข้างหูทำให้นางสะดุ้งโหยง เมื่อหญิ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 186

    ไวเท่าความคิดอู๋อิงสงหยิบกระโถนที่วางอยู่มุมห้องมาให้ เหยียนหว่านเอ๋อร์ก้มลงอาเจียนออกมาอย่างหนัก เมื่อเริ่มมึนนางก็เริ่มไม่มีสติ ความรู้สึกต่างๆ ที่เพียรพยายามซ่อนไว้ก็ยิ่งพุ่งออกมา ความน้อยใจ ความเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งความสับสน ทำให้นางกรอกสุราเข้าไปจอกแล้วจอกเหล้า กอปรกับวันนี้นางมัวแต่ยุ่งวุ่นวาย

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 185

    เมื่อจ้าวเหยียนเจี๋ยในคราบของลู่ชิงเดินเข้ามาในห้อง สภาพที่เขาเห็นคือเหยียนหว่านเอ๋อร์ที่กำลังนั่งกอดคอจ้าวเหยียนอิ่ง ทั้งยังพยายามยามปลอบใจเขา ภาพความสนิทสนมของทั้งคู่ทำเอาเขาหน้าตึงเสวียนหมิงมองใบหน้าบึ้งตึงของผู้ที่ยืนอยู่แล้วขมวดคิ้ว อู๋อิงสงและสือเจี้ยนหาวแน่นอนว่าเสวียนหมิงย่อมรู้จัก ทว่าบุร

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 184

    “ข้ารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายสำหรับท่าน และข้าก็ไม่อาจบังคับท่านได้ ข้ามองออกว่าท่านมิใช่คนเลวร้าย ท่านเข้าใจทั้งหมดว่าข้าหมายความว่าอย่างไร เชื่อข้าเถิดเรื่องนี้สมควรจบลงไปได้แล้ว เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมามันส่งผลกับพวกท่านมากพอๆ กัน ดังนั้นอย่าให้มันส่งผลไปยังคนรุ่นหลังต่อไปอีกเลย” เหยียนหว่านเอ๋อร์เ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status