LOGIN“ข้ามีความเห็นว่าท่านควรพาน้องอัญญาวดีไปพบพระธิดาศกุนตลาตามสัจจะวาจาของท่านที่ได้กล่าวไว้ แล้วข้ากับท่านสรัชบุรินทร์แอบตามไปเงียบๆ เพื่อคุ้มครองท่านกับน้องอัญญาวดีดีไหม” แม่ทัพนครินทร์กล่าวถามพญาวีรัชภุชงค์นาคราช
“ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ ปล่อยให้เด็กดื้อ เอาแก่ใจตัวเองได้ลิ้มรสชาติถึงความอันตรายบ้าง เผื่อความดื้อและความเอาแก่ใจตัวเองจะลดลงบ้าง” พญาสรัชบุรินทร์นาคราชกล่าวสมทบขึ้น
“ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ งั้นเอาตามที่เจ้าว่าก็ได้ แม่ทัพนครินทร์ เผื่อตัวของข้าตาสว่างขึ้นก็ได้” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชคิดไตร่ตรองดีแล้ว จึงกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วยกับแม่ทัพนครินทร์
เมื่อทุกคนคุยกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พญาวีรัชภุชงค์นาคราชจึงนำพาอัญญาวดีนาคีไปพบกับพระธิดาศกุนตลา โดยมีแม่ทัพนครินทร์กับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชแอบติดตามไปอย่างห่างๆ จนไปถึงสถานที่ ที่พระธิดาศกุนตลาประทับอยู่ ในอีกด้านหนึ่งฝ่ายกำลังทหารจากสกุณานครก็กำลังเดินทางมายังสถานที่ ที่พระธิดาศกุนตลาประทับอยู่เช่นเดียวกัน
ในช่วงระหว่างที่พญาวีรัชภุชงค์นาคราชไปพบกับอัญญาวดีนาคีนั้น ‘อรัณย์สิขร’ เป็นนายพรานหนุ่มรูปงามบังเอิญผ่านมาพบพระธิดาศกุนตลาเข้า หญิงสาวจึงขอความช่วยเหลือจากนายพรานหนุ่มผู้นี้ โดยการมอบสิ่งของประจำตัวของตนให้นายพรานอรัณย์สิขรไปแจ้งเจ้าเมืองสกุณามาช่วยตนที่นี่ ส่วนเหตุผลที่พระธิดาศกุนตลาไม่ยอมไปพร้อมกับนายพรานอรัณย์สิขรนั้น เป็นเพราะว่านางต้องการกำจัดพญาวีรัชภุชงค์นาคราชกับอัญญาวดีนาคี แล้วพาแม่ทัพนครินทร์กลับสกุณานครไปพร้อมกับตน
“ข้าพาอัญญาวดีมาถึงแล้ว” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชได้นำพาตัวอัญญาวดีนาคีมาพบพระธิดาศกุนตลา ณ สถานที่ ที่พระธิดาศกุนตลาประทับอยู่
เมื่อพระธิดาศกุนตลาได้เห็นอัญญาวดีนาคีใกล้ๆ ในส่วนลึกของหัวใจเธอนั้น ยอมรับเลยว่าหญิงสาวผู้นี้งดงามมาก งดงามมากกว่าตนด้วยซ้ำ
“ในที่สุดข้าก็ได้เจอเจ้า นังอัญญาวดี ผู้หญิงหน้าด้าน ไร้ยางอายที่บังอาจมาแย่งพระสวามีของข้า” พระธิดาศกุนตลาเริ่มเปิดฉากโต้คารมพร้อมกับตบหน้าอัญญาวดีนาคีก่อน อัญญาวดีนาคีตบสวนไปที่ใบหน้าของพระธิดาศกุนตลาพร้อมกล่าวต่อว่า
“เจ้ากล้ามากนะที่กระทำตัวชั้นต่ำแบบนี้กับข้า การกระทำของเจ้าก็แย่ คำพูดคำจาก็ต่ำทราม ใครแย่งอะไรของเจ้าไป เขามาหาข้าเอง นี่หรอพระธิดาผู้สูงส่ง” อัญญาวดีนาคีพูดด้วยความโมโห
พญาวีรัชภุชงค์นาคราชได้เห็นและได้ยินสิ่งที่พระธิดาศกุนตลากระทำต่ออัญญาวดีนาคี ทำให้พญาวีรัชภุชงค์นาคราชโกรธมากถึงมากที่สุด ถึงแม้ว่าตอนนี้พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกำลังหลงรักพระธิดาศกุนตลาอยู่ก็ตาม แต่ทว่า….ความรักของพญาวีรัชภุชงค์นาคราชที่มีต่ออัญญาวดีนาคีผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องนั้นมีมากกว่าหลายพันเท่า ยิ่งมาเห็นการกระทำของพระธิดาศกุนตลากระทำต่ออัญญาวดีนาคี ยิ่งทำให้พญาวีรัชภุชงค์นาคราชรู้สึกแย่มากขึ้น
ทางด้านพญาสรัชบุรินทร์นาคราชกับแม่ทัพนครินทร์ที่ได้ติดตามพญาวีรัชภุชงค์นาคราชกับอัญญาวดีนาคีมานั้น ได้แอบหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆและได้เห็นการกระทำของหญิงสาวที่ได้กระทำต่ออัญญาวดีนาคีตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ
ในขณะที่พญาสรัชบุรินทร์นาคราชกับแม่ทัพนครินทร์กำลังจะออกไปปกป้องอัญญาวดีนาคีนั้น นายพรานอรัณย์สิขรได้พาทหารส่วนหนึ่งมาจากสกุณานคร จึงทำให้พญาสรัชบุรินทร์นาคราชกับแม่ทัพนครินทร์จำต้องหลบซ่อนตัวต่อ เพื่อดูสถานการณ์ว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ถ้าต้องออกไปตอนนี้คงไม่ดีแน่ ต้องรอจังหวะที่เหมาะสมกว่านี้ก่อนค่อยออกไปน่าจะดีกว่า
“นี่หมายความว่าเช่นไร คนพวกนี้คือใคร แล้วมาที่นี่ได้อย่างไร เจ้าช่วยอธิบายบอกกับข้าด้วย” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวถามพระธิดาศกุนตลาด้วยความโกรธ
“ข้าควรตอบคำถามหรืออธิบายแบบไหนก่อนดี งั้นข้าเอาแบบสรุปโดยสั้นๆเลยดีกว่า” พระธิดาศกุนตลากล่าวเพียงเท่านี้ แล้วกล่าวต่อว่า
“พวกเจ้าสังหารทั้งคู่บัดเดี๋ยวนี้” พระธิดาศกุนตลาสั่งเหล่าทหารที่มาเยือน ณ ที่นี้
เมื่อเหล่าทหารได้รับคำสั่งจากพระธิดาศกุนตลา เหล่าทหารก็พากันเข้ามาห้อมล้อมพญาวีรัชภุชงค์นาคราชเอาไว้ พร้อมจู่โจมเข้าใส่พญาวีรัชภุชงค์นาคราชอย่างสุดกำลัง ส่วนอัญญาวดีนาคีนั้น นายพรานอรัณย์สิขรได้จับตัวเอาไว้ โดยมีกริชลงอาคมจี้ที่ตัวอัญญาวดีนาคี
พญาสรัชบุรินทร์นาคราชกับแม่ทัพนครินทร์เห็นว่าสถานการณ์เริ่มแย่แล้ว จึงได้ออกมาจากที่หลบซ่อนตัว เพื่อเข้าร่วมต่อสู้ไปพร้อมกับพญาวีรัชภุชงค์นาคราชอย่างดุเดือด
ในที่สุดพญาวีรัชภุชงค์นาคราชพร้อมด้วยพญาสรัชบุรินทร์นาคราชกับแม่ทัพนครินทร์ก็จัดการเหล่าทหารของพระธิดาศกุนตลาจนสิ้นใจ ล้มตายกันหมดทุกคน เหลือเพียงแต่พระธิดาศกุนตลากับนายพรานอรัณย์สิขรเท่านั้น
“เจ้าปล่อยตัวน้องอัญญาวดีบัดเดี๋ยวนี้” แม่ทัพนครินทร์กล่าวขึ้น พร้อมกับจับดาบในมือตนเองไปวางทาบไว้ที่บนบ่านายพรานอรัณย์สิขร แต่นายพรานอรัณย์สิขรไม่ยอมปล่อยตัวอัญญาวดีนาคี
นายพรานอรัณย์สิขรกำลังใช้กริชลงอาคมนั้น แทงเข้าไปตรงหัวใจของอัญญาวดีนาคีเพื่อให้นางสิ้นใจ แต่แม่ทัพนครินทร์ไวกว่า ชายหนุ่มจึงใช้ดาบฟันเข้าที่คอของนายพรานอรัณย์สิขรจนแน่นิ่งไป
ส่วนพระธิดาศกุนตลานั้น กลัวแพ้ในศึกครั้งนี้จึงรีบวิ่งไปหยิบกริชลงอาคมที่ตกอยู่ข้างกายของนายพรานอรัณย์สิขรแล้ววิ่งพุ่งตรงเข้าใส่อัญญาวดีนาคี หมายมั่นว่าตนสามารถสังหารอัญญาวดีนาคีได้ ฉับพลันนั้นเอง กริชลงอาคมในมือของพระธิดาศกุนตลากลายเป็นงูสีดำ แล้วงูสีดำตัวนั้นหันกลับมาทางพระธิดาศกุนตลา เมื่อพระธิดาศกุนตลาเห็นกริชลงอาคมที่ถืออยู่นั้นกลายเป็นงูสีดำ หญิงสาวรู้สึกตกใจรีบสะบัดสิ่งที่อยู่ในมือของตนทิ้งแล้ววิ่งหนีไปอย่างคนสติแตก
“ท่านพี่ไม่ต้องตามนางไปหรอก ปล่อยนางไปเถอะ นางคงไม่คิดจะกลับมาทำร้ายน้องอีกแล้ว” อัญญาวดีนาคีกล่าวบอกแม่ทัพนครินทร์ เพราะหญิงสาวสังเกตเห็นว่าแม่ทัพนครินทร์กำลังจะวิ่งตามพระธิดาศกุนตลาออกไปตามแนวป่าลึก
“น้องขอขอบคุณท่านพี่วีรัชภุชงค์กับท่านพี่สรัชบุรินทร์ด้วยเพคะที่เมตตาช่วยชีวิตน้องเอาไว้” อัญญาวดีนาคีกล่าวขอบคุณลูกพี่ลูกน้องของตนจากใจจริง
พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชพยักหน้ารับคำขอบคุณจากอัญญาวดีนาคีด้วยใจจริง ก่อนจะกล่าวคำลาและอวยพรแก่อัญญาวดีนาคีกับแม่ทัพนครินทร์
ภาพภพเหตุการณ์ในอดีตนั้นเริ่มจางลงทีละเล็กทีละน้อยจนมาถึงภาพภพปัจจุบัน
“ข้ามีความเห็นว่าท่านควรพาน้องอัญญาวดีไปพบพระธิดาศกุนตลาตามสัจจะวาจาของท่านที่ได้กล่าวไว้ แล้วข้ากับท่านสรัชบุรินทร์แอบตามไปเงียบๆ เพื่อคุ้มครองท่านกับน้องอัญญาวดีดีไหม” แม่ทัพนครินทร์กล่าวถามพญาวีรัชภุชงค์นาคราช “ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ ปล่อยให้เด็กดื้อ เอาแก่ใจตัวเองได้ลิ้มรสชาติถึงความอันตรายบ้าง เผื่อความดื้อและความเอาแก่ใจตัวเองจะลดลงบ้าง” พญาสรัชบุรินทร์นาคราชกล่าวสมทบขึ้น “ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ งั้นเอาตามที่เจ้าว่าก็ได้ แม่ทัพนครินทร์ เผื่อตัวของข้าตาสว่างขึ้นก็ได้” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชคิดไตร่ตรองดีแล้ว จึงกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วยกับแม่ทัพนครินทร์ เมื่อทุกคนคุยกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พญาวีรัชภุชงค์นาคราชจึงนำพาอัญญาวดีนาคีไปพบกับพระธิดาศกุนตลา โดยมีแม่ทัพนครินทร์กับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชแอบติดตามไปอย่างห่างๆ จนไปถึงสถานที่ ที่พระธิดาศกุนตลาประทับอยู่ ในอีกด้านหนึ่งฝ่ายกำลังทหารจากสกุณานครก็กำลังเดินทางมายังสถานที่ ที่พระธิดาศกุนตลาประทับอยู่เช่นเดียวกัน ในช่วงระหว่างที่พญาวีรัชภุชงค์นาคราชไปพบกับอัญญาวดีนาคีนั้น ‘อรัณย์สิขร’ เป็นนาย
“ข้าจะนำตัวน้องหญิงอัญญาวดีมาให้เจ้า แต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อนว่า น้องหญิงอัญญาวดี มีแก้วมณีนาคราชคุ้มครองอยู่ มนุษย์อย่างเจ้าไม่มีทางทำอะไรน้องหญิงอัญญาวดีได้หรอกนะ ในทางกลับกันนั้น ตัวของเจ้าเองต่างหากที่อาจถูกน้องหญิงอัญญาวดีทำร้ายเสียเอง เจ้าจงคิดให้ดีก่อน” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชรับปากเรื่องที่พระธิดาศกุนตลาขอพร้อมกล่าวเตือน ความรักคือความปรารถนาดีต่ออีกฝ่าย อยากให้คนที่เรารักมีความสุข แต่พญาวีรัชภุชงค์นาคราชนั้นก้าวข้ามความรักจนกลายเป็นความหลงที่ไม่ต่างอะไรกับผู้โง่เขลา ในกาลต่อมาพญาวีรัชภุชงค์นาคราชไปหาอัญญาวดีนาคี ภายในถ้ำน้ำตกที่หญิงสาวอาศัยอยู่กับแม่ทัพนครินทร์ โดยหารู้ไม่ว่าพญาสรัชบุรินทร์นาคราชได้ติดตามมาอย่างเงียบๆ พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชเป็นพี่น้องกันทางสายเลือดโดยตรง เป็นพี่น้องที่รักกันมาก ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมาตลอด ตั้งแต่พระบิดามารดาของพญาวีรัชภุชงค์นาคราชกับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชส่งตัวให้ไปฝึกวิชาและอยู่กับท่านปู่ฤๅษีตยาคี “น้องหญิงอัญญาวดี” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชเรียกหญิงสาวตรงหน้า ผู้ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องข
พญาวีรัชภุชงค์นาคราชจ้องมองศศินิภาพร้อมคิดย้อนกลับไปในอดีต สมัยตอนที่ศศินิภาคือพระธิดาศกุนตลา พระธิดาบุญธรรมของเจ้าเมืองสกุณา “ทำไมเจ้าพี่ถึงทำเยี่ยงนี้ ทำไมเจ้าพี่ถึงนอกใจหม่อนฉัน ผู้หญิงนั้นคือใครกัน” พระธิดาศกุนตลาร้องไห้คร่ำครวญกับภาพที่เห็นต่อหน้า ภาพนั้นคือ ภาพของแม่ทัพนครินทร์กำลังจุมพิตกันกับอัญญาวดีนาคี แล้วมือของแม่ทัพนครินทร์ก็ค่อยๆลูบไล้ผิวกายนวลเนียนนั้นด้วยความอ่อนโยนอย่างช้าๆ ริมฝีปากนั้นค่อยๆ เลื่อนลงมาดูดดื่มตรงหน้าอกที่ได้รูปของหญิงสาว ก่อนมืออีกข้างกำลังไหลลื่นมายังกลีบกุหลาบอันอ่อนโยนและหอมหวานที่เต็มไปด้วยน้ำหวานไหลรินออกมา ณ น้ำตกแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ เป็นสถานที่แรกของการได้พบเจอกันระหว่างแม่ทัพนครินทร์กับอัญญาวดีนาคี ทั้งคู่ได้ใช้วันเวลาอยู่ด้วยกัน ณ น้ำตกแห่งนี้ร่วมเดือน พระธิดาศกุนตลาเดินทางกลับไปยังเมืองคีรวันนคร อยู่เมืองนี้เพื่อรอคอยพระสวามีของตนกลับมา นางเชื่อว่าเขาต้องกลับมาหานางแน่นอนเพราะที่นี่คือบ้านเมืองของเขา ยังไงเขาก็ต้องกลับมา “ร่วมเดือนแล้วที่เจ้าพี่ไม่กลับมาหาข้า” พระธิดาศกุนตลากล่าวกับพี่เลี้ยงของตนด้วยความเ
“สวัสดีครับสาวๆ ทำอะไรกันอยู่เอ่ย” ชนินทรโผล่มาแบบไม่มีใครตั้งตัว ทำให้อัณณ์ณิชากับสิรินดาตกใจมาก สิรินดากล่าวถามชนินทรว่า “มาทำอะไรตอนนี้ค่ะ ปกติมาช่วงเย็นๆ” “พี่มาชวนน้องดากับน้องอัณณ์ไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณที่กาญจนบุรีครับ” ชายหนุ่มกล่าว “น้องอัณณ์สนใจไปกับพี่ไหมครับ” ชายหนุ่มกล่าวถามเพื่อนรักของคู่หมั้นตัวเอง เพราะเขารู้ดีว่าถ้าอัณณ์ณิชาไม่ไป สิรินดาคงไม่ไปด้วยแน่เพราะเธอเป็นห่วงอัณณ์ณิชามาก มากจนบางครั้งทำให้ชายหนุ่มแอบรู้สึกน้อยใจที่คู่หมั้นที่ให้ความสนใจกับเพื่อนรักคนนี้มากกว่าตน แต่ชายหนุ่มก็เข้าใจหญิงคนรักของตนเป็นอย่างดี “อัณณ์ว่ายังไง สนใจไปด้วยรึป่าว” สิรินดาเอ่ยถามอัณณ์ณิชา “น่าสนใจจ้ะ ถ้าดาไป อัณณ์ก็ไปจ้ะ” อัณณ์ณิชาเองก็ทราบดีเช่นกันว่าถ้าเธอไม่ไป สิรินดาก็คงไม่ไป ชนินทรน้อยใจสิรินดาจนเกิดปัญหาแน่ เธอก็ไม่อยากเป็นตัวสร้างปัญหาให้ทั้งคู่โกรธกัน “ไปวันไหนคะพี่นินท์” อัณณ์ณิชาเอ่ยถามชนินทร “วันพรุ่งนี้ครับน้องอัณณ์” ชนินทรเอ่ยขึ้นจนสิรินดากับอัณณ์ณิชามองหน้ากันอย่างตกใจ “จะให้ทำยังไงได้ล่ะในเมื่อรับปากศศิ
กาลก่อนมาจุติภพชาตินี้ อัญญาวดีนาคี พระธิดาบุญธรรมของพญาอนันตนาคราชได้แอบหนีขึ้นมาเล่นน้ำแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ ระหว่างที่อัญญาวดีนาคีกำลังเล่นน้ำอยู่นั้น แม่ทัพนครินทร์นำกำลังทหารจากคีรวันนครมุ่งหน้าสู่สกุณานคร เพื่อเชิญเสด็จพระธิดาศกุนตลา พระธิดาบุญธรรมของเจ้าเมืองสกุณา ทั้งสองเมืองนี้ได้เกี่ยวดองกันไม่นาน พระธิดาศกุนตลารักแม่ทัพนครินทร์เพียงฝ่ายเดียว ในช่วงการเดินทางกลับคีรวันนครนั้น พระธิดาศกุนตลารู้สึกเหนื่อยกับการเดินทาง จึงขอแม่ทัพนครินทร์พักบริเวณใกล้น้ำตกแห่งหนึ่งและบังเอิญเป็นน้ำตกที่อัญญาวดีนาคีขึ้นมาเล่นน้ำ ระหว่างพักการเดินทาง แม่ทัพนครินทร์เดินเล่นแถวๆที่พัก บังเอิญเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานบริเวณนั้น พร้อมทั้งมีหญิงสาวอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบริวารของหญิงสาวที่กำลังเล่นน้ำอยู่ แม่ทัพนครินทร์ได้แอบมองหญิงสาวผู้นั้นอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมองดูแม่ทัพนครินทร์ด้วยแววตามาดร้าย “หญิงผู้นั้นคือใครกัน” พระธิดาศกุนตลากล่าวขึ้นด้วยความโกรธแค้น หึงหวง เพราะพระสวามีของตนมองหญิงอื่น แถมแววตาที่
‘อดีตชาติของเจ้าคืออัญรินทร์มณีนาคี คนรักของข้า แม้คืนวันจะผ่านล่วงเลยไปกี่ร้อยปี ใจข้าก็มีเพียงเจ้า ใจข้าก็เฝ้ารอคอยเพียงเจ้าผู้เดียว อัญรินทร์มณีนาคี’ เสียงอันทรงพลังนั้นยังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของอัณณ์ณิชาไม่เสื่อมคลาย ‘ผู้หญิงที่เราฝันถึงประมาณเกือบหนึ่งเดือนนั้นคือใครกันแน่!’ อัณณ์ณิชาคิดวกวนอยู่ในห้วงแห่งความฝันนั้นเพียงผู้เดียว ที่สำคัญคือคิดเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นพูดในความฝันด้วย เรื่องราวทั้งหมดนั้นเป็นเช่นไรกันแน่! “ท่านพี่คิรินทร น้องคิดถึงท่านพี่เหลือเกิน เมื่อไหร่หนอท่านพี่จะกลับมาหาน้อง” อัญรินทร์มณีนาคีพร้ำเพ้อถึงพญาคิรินทรนาคราชผู้ซึ่งเป็นพระสวามีของตน “อัญรินทร์มณีหยุดพร้ำเพ้อ อาลัยอาวรณ์ถึงคิรินทรได้แล้ว เจ้าจงเข้มแข็งให้มากกว่านี้นะ ปู่เป็นห่วงเจ้ามาก” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวกับอัญรินทร์มณีนาคี หลานสาวที่ท่านรักและห่วงใย ณ เพลานี้ แต่คงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ “ท่านปู่” อัญรินทร์มณีนาคีกล่าวถึงผู้มาเยือน พร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปกอดพญาศรีสุทโธนาคราช “เหตุใดท่านพี่คิรินทรถึงจากหลานไปร่วมเดือนเช่นนี้เพคะ” อัญรินทร์มณีนาค







