LOGINพญาวีรัชภุชงค์นาคราชจ้องมองศศินิภาพร้อมคิดย้อนกลับไปในอดีต สมัยตอนที่ศศินิภาคือพระธิดาศกุนตลา พระธิดาบุญธรรมของเจ้าเมืองสกุณา
“ทำไมเจ้าพี่ถึงทำเยี่ยงนี้ ทำไมเจ้าพี่ถึงนอกใจหม่อนฉัน ผู้หญิงนั้นคือใครกัน” พระธิดาศกุนตลาร้องไห้คร่ำครวญกับภาพที่เห็นต่อหน้า ภาพนั้นคือ ภาพของแม่ทัพนครินทร์กำลังจุมพิตกันกับอัญญาวดีนาคี แล้วมือของแม่ทัพนครินทร์ก็ค่อยๆลูบไล้ผิวกายนวลเนียนนั้นด้วยความอ่อนโยนอย่างช้าๆ ริมฝีปากนั้นค่อยๆ เลื่อนลงมาดูดดื่มตรงหน้าอกที่ได้รูปของหญิงสาว ก่อนมืออีกข้างกำลังไหลลื่นมายังกลีบกุหลาบอันอ่อนโยนและหอมหวานที่เต็มไปด้วยน้ำหวานไหลรินออกมา ณ น้ำตกแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ เป็นสถานที่แรกของการได้พบเจอกันระหว่างแม่ทัพนครินทร์กับอัญญาวดีนาคี ทั้งคู่ได้ใช้วันเวลาอยู่ด้วยกัน ณ น้ำตกแห่งนี้ร่วมเดือน
พระธิดาศกุนตลาเดินทางกลับไปยังเมืองคีรวันนคร อยู่เมืองนี้เพื่อรอคอยพระสวามีของตนกลับมา นางเชื่อว่าเขาต้องกลับมาหานางแน่นอนเพราะที่นี่คือบ้านเมืองของเขา ยังไงเขาก็ต้องกลับมา
“ร่วมเดือนแล้วที่เจ้าพี่ไม่กลับมาหาข้า” พระธิดาศกุนตลากล่าวกับพี่เลี้ยงของตนด้วยความเสียใจมาก มากจนยากเกินจะบรรยายให้ใครมาเข้าใจความรู้สึกนี้
“เราลองไปตามหาท่านแม่ทัพนครินทร์ ณ น้ำตกแห่งนั้นดีหรือไม่เจ้าคะพระธิดา” พี่เลี้ยงของพระธิดาศกุนตลาได้พูดขึ้นพร้อมจับมือของพระธิดาศกุนตลาอย่างอ่อนโยน
“ถ้าเราไปตาม เจ้าพี่คงไม่กลับมาพร้อมเราแน่” พระธิดาศกุนตลากล่าวบอกพี่เลี้ยงของตนด้วยความเสียใจ น้อยใจ
“แล้วเราควรทำเยี่ยงไรดีเพคะ” พี่เลี้ยงของพระธิดาศกุนตลากล่าวถามพระธิดาของตนเองด้วยความรู้สึกสงสารมาก
“เจ้าจงปล่อยข่าวออกไปว่าพระสวามีของพระธิดาศกุนตลาตรอมใจเพราะพระสวามีไปมีหญิงอื่นไม่ยอมกลับมาหาพระธิดาร่วมเดือนแล้ว” พระธิดาศกุนตลาสั่งความแก่พี่เลี้ยงของตน โดยหวังว่าแม่ทัพนครินทร์คงจะกลับมาหาตนในไม่ช้า
เมื่อข่าวของพระธิดาศกุนตลาเผยแพร่ออกไป ไปจนถึงสกุณานคร เจ้าเมืองสกุณาทรงกริ้วมากที่แม่ทัพนครินทร์ได้ทำกับพระธิดาบุญธรรมของตนเช่นนี้
เจ้าเมืองสกุณาจึงสั่งทหารให้รีบจัดขบวนเสด็จไป ณ คีรวันนคร เพื่อไปรับพระธิดาศกุนตลากลับมายังสกุณานคร ระหว่างเดินทางกลับมายังสกุณานคร พระธิดาศกุนตลาเกิดล้มป่วยขึ้นมาจริงๆ จึงได้แวะพักระหว่างทางโดยมีหมอหลวงแห่งสกุณานครดูแลอย่างใกล้ชิด
ยามค่ำคืนนั้นเองได้ปรากฏร่างบุรุษหนุ่มลึกลับที่ปลายเตียงของพระธิดาศกุนตลา บุรุษผู้นั้นยืนมองพระธิดาศกุนตลาอย่างไม่วางตา
“เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก งามยิ่งกว่าหญิงใดที่ข้าเคยพบเจอ เจ้าช่างมีใบหน้าที่แสนน่าลูบไล้ ยั่วยวนใจข้าเหลือเกิน” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชยืนพูดเบาๆ ตรงปลายเตียงของพระธิดาศกุนตลา
“นั่นใคร” พระธิดาศกุนตลาเอ่ยถามบุคคลที่ยืนอยู่ปลายเตียงของเธอนั้นด้วยความแปลกประหลาดใจ แต่เมื่อพระธิดาศกุนตลาถามบุคคลผู้นั้นแต่ไร้ซึ่งคำตอบ
“ทหาร ทหารมีคนบุกรุก ช่วยข้าด้วย” พระธิดาศกุนตลาร้องเรียกทหารให้เข้ามาช่วยในสถานที่พำนักของเธอ เมื่อเหล่าทหารเข้ามาถึงสถานที่พำนักของพระธิดาศกุนตลา พลัน…ปรากฏว่าพระธิดาศกุนตลาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนพี่เลี้ยงของพระธิดาศกุนตลานั้น กลับนอนหลับสนิท ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เหล่าทหารที่เข้ามาจึงพากันแยกย้ายกันตามหาพระธิดาศกุนตลาอย่างโกลาหลไปทั่วสถานที่พำนักและบริเวณใกล้เคียง
“เจ้าเป็นใคร เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร เจ้ากล้าดียังไงถึงจับตัวข้ามา เจ้าต้องการอะไร” พระธิดาศกุนตลาถามบุรุษตรงหน้าด้วยความโกรธแค้นมากกว่าความกลัว บุรุษผู้นี้คือพญาวีรัชภุชงค์นาคราชนั่นเอง
“ใจเย็นก่อน ใจเย็นๆ นะ ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเจ้า” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวขึ้นด้วยความอ่อนโยนต่อพระธิดาศกุนตลา
“แล้วเจ้าจับตัวข้ามาเพื่ออะไรกัน ต้องการอะไรจากข้า แล้วตัวข้าทำอะไรให้เจ้า ตัวเจ้าถึงได้จับตัวข้ามาเยี่ยงนี้” พระธิดาศกุนตลากล่าวถามด้วยความโมโห
“ข้าหลงรักเจ้า รักตั้งแต่แรกเจอ รักตั้งแต่ข้าเห็นเจ้ากำลังยืนมองพระสวามีกำลังแอบยืนมองน้องหญิงอัญญาวดีที่น้ำตก” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชบอกเหตุผลของตนพร้อมอธิบายให้พระธิดาศกุนตลาเข้าใจ
เมื่อพระธิดาศกุนตลารับฟังพญาวีรัชภุชงค์นาคราชจนจบ หญิงสาวรู้สึกตกใจมาก มากจนทำอะไรไม่ถูก ทำได้เพียงจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง
“เจ้ารู้จักหญิงสาวผู้นั้นด้วยรึ” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชค้อมคำนับแทนคำตอบว่า ‘ใช่ พร้อมกับกล่าวเพิ่มเติมต่อว่า “น้องหญิงอัญญาวดีเป็นลูกพี่ลูกน้องกับข้า”
พญาวีรัชภุชงค์นาคราชพูดคุยกับหญิงสาวตรงหน้าอย่างจริงใจ โดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวผู้นี้กำลังคิดร้ายอะไรอยู่ และหารู้ไม่ว่าอัญญาวดีนาคีรวมถึงตัวของตนเองนั้นกำลังมีภัยอันตรายถึงชีวิต เพราะหญิงสาวที่มีรูปโฉมอันงดงามตราตรึงเพียงภายนอกผู้นี้ แต่มีจิตใจที่ร้ายกาจยิ่งนัก
“เจ้ารักข้าจริงหรือไม่” พระธิดาศกุนตลากล่าวถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของตน
“ข้ารักเจ้าจากใจจริงของข้า” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวตอบจากใจจริง
“ถ้าข้ายอมอยู่กับเจ้า ตัวเจ้ายินดีที่จะช่วยข้าบางอย่างได้หรือไม่” พระธิดาศกุนตลาถามพญาวีรัชภุชงค์นาคราชอย่างมีเลศนัย
“ถ้าเจ้ายอมอยู่กับข้า ยอมเป็นเมียของข้า ไม่ว่าเจ้าต้องการอะไร ขอเพียงเจ้าบอกข้ามา ตัวข้ายินดีช่วยเจ้าทุกอย่าง” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวตอบจากใจจริง
“ข้าต้องการตัวหญิงสาวผู้นั้น ‘อัญญาวดี’ เจ้าพาตัวนางมาให้ข้าได้หรือไม่” พระธิดาศกุนตลากล่าวด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น
เมื่อพญาวีรัชภุชงค์นาคราชได้รับฟังในสิ่งที่พระธิดาศกุนตลาต้องการ จึงได้คิดทบทวนอะไรบางอย่างเพราะต้องการอยากรู้เหตุผลนั้นด้วย
“เจ้าจะให้ข้าเอาตัวน้องหญิงอัญญาวดีมาเพื่อเหตุใด เจ้าคิดจะทำอะไรน้องหญิงอัญญาวดี” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชถามพระธิดาศกุนตลา แต่ทว่า…พระธิดาศกุนตลาไม่ตอบคำถามนั้น หญิงสาวเงียบนิ่งแล้วมองพญาวีรัชภุชงค์นาคราชอย่างเยือกเย็น
“ข้ามีความเห็นว่าท่านควรพาน้องอัญญาวดีไปพบพระธิดาศกุนตลาตามสัจจะวาจาของท่านที่ได้กล่าวไว้ แล้วข้ากับท่านสรัชบุรินทร์แอบตามไปเงียบๆ เพื่อคุ้มครองท่านกับน้องอัญญาวดีดีไหม” แม่ทัพนครินทร์กล่าวถามพญาวีรัชภุชงค์นาคราช “ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ ปล่อยให้เด็กดื้อ เอาแก่ใจตัวเองได้ลิ้มรสชาติถึงความอันตรายบ้าง เผื่อความดื้อและความเอาแก่ใจตัวเองจะลดลงบ้าง” พญาสรัชบุรินทร์นาคราชกล่าวสมทบขึ้น “ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ งั้นเอาตามที่เจ้าว่าก็ได้ แม่ทัพนครินทร์ เผื่อตัวของข้าตาสว่างขึ้นก็ได้” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชคิดไตร่ตรองดีแล้ว จึงกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วยกับแม่ทัพนครินทร์ เมื่อทุกคนคุยกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พญาวีรัชภุชงค์นาคราชจึงนำพาอัญญาวดีนาคีไปพบกับพระธิดาศกุนตลา โดยมีแม่ทัพนครินทร์กับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชแอบติดตามไปอย่างห่างๆ จนไปถึงสถานที่ ที่พระธิดาศกุนตลาประทับอยู่ ในอีกด้านหนึ่งฝ่ายกำลังทหารจากสกุณานครก็กำลังเดินทางมายังสถานที่ ที่พระธิดาศกุนตลาประทับอยู่เช่นเดียวกัน ในช่วงระหว่างที่พญาวีรัชภุชงค์นาคราชไปพบกับอัญญาวดีนาคีนั้น ‘อรัณย์สิขร’ เป็นนาย
“ข้าจะนำตัวน้องหญิงอัญญาวดีมาให้เจ้า แต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อนว่า น้องหญิงอัญญาวดี มีแก้วมณีนาคราชคุ้มครองอยู่ มนุษย์อย่างเจ้าไม่มีทางทำอะไรน้องหญิงอัญญาวดีได้หรอกนะ ในทางกลับกันนั้น ตัวของเจ้าเองต่างหากที่อาจถูกน้องหญิงอัญญาวดีทำร้ายเสียเอง เจ้าจงคิดให้ดีก่อน” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชรับปากเรื่องที่พระธิดาศกุนตลาขอพร้อมกล่าวเตือน ความรักคือความปรารถนาดีต่ออีกฝ่าย อยากให้คนที่เรารักมีความสุข แต่พญาวีรัชภุชงค์นาคราชนั้นก้าวข้ามความรักจนกลายเป็นความหลงที่ไม่ต่างอะไรกับผู้โง่เขลา ในกาลต่อมาพญาวีรัชภุชงค์นาคราชไปหาอัญญาวดีนาคี ภายในถ้ำน้ำตกที่หญิงสาวอาศัยอยู่กับแม่ทัพนครินทร์ โดยหารู้ไม่ว่าพญาสรัชบุรินทร์นาคราชได้ติดตามมาอย่างเงียบๆ พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชเป็นพี่น้องกันทางสายเลือดโดยตรง เป็นพี่น้องที่รักกันมาก ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมาตลอด ตั้งแต่พระบิดามารดาของพญาวีรัชภุชงค์นาคราชกับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชส่งตัวให้ไปฝึกวิชาและอยู่กับท่านปู่ฤๅษีตยาคี “น้องหญิงอัญญาวดี” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชเรียกหญิงสาวตรงหน้า ผู้ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องข
พญาวีรัชภุชงค์นาคราชจ้องมองศศินิภาพร้อมคิดย้อนกลับไปในอดีต สมัยตอนที่ศศินิภาคือพระธิดาศกุนตลา พระธิดาบุญธรรมของเจ้าเมืองสกุณา “ทำไมเจ้าพี่ถึงทำเยี่ยงนี้ ทำไมเจ้าพี่ถึงนอกใจหม่อนฉัน ผู้หญิงนั้นคือใครกัน” พระธิดาศกุนตลาร้องไห้คร่ำครวญกับภาพที่เห็นต่อหน้า ภาพนั้นคือ ภาพของแม่ทัพนครินทร์กำลังจุมพิตกันกับอัญญาวดีนาคี แล้วมือของแม่ทัพนครินทร์ก็ค่อยๆลูบไล้ผิวกายนวลเนียนนั้นด้วยความอ่อนโยนอย่างช้าๆ ริมฝีปากนั้นค่อยๆ เลื่อนลงมาดูดดื่มตรงหน้าอกที่ได้รูปของหญิงสาว ก่อนมืออีกข้างกำลังไหลลื่นมายังกลีบกุหลาบอันอ่อนโยนและหอมหวานที่เต็มไปด้วยน้ำหวานไหลรินออกมา ณ น้ำตกแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ เป็นสถานที่แรกของการได้พบเจอกันระหว่างแม่ทัพนครินทร์กับอัญญาวดีนาคี ทั้งคู่ได้ใช้วันเวลาอยู่ด้วยกัน ณ น้ำตกแห่งนี้ร่วมเดือน พระธิดาศกุนตลาเดินทางกลับไปยังเมืองคีรวันนคร อยู่เมืองนี้เพื่อรอคอยพระสวามีของตนกลับมา นางเชื่อว่าเขาต้องกลับมาหานางแน่นอนเพราะที่นี่คือบ้านเมืองของเขา ยังไงเขาก็ต้องกลับมา “ร่วมเดือนแล้วที่เจ้าพี่ไม่กลับมาหาข้า” พระธิดาศกุนตลากล่าวกับพี่เลี้ยงของตนด้วยความเ
“สวัสดีครับสาวๆ ทำอะไรกันอยู่เอ่ย” ชนินทรโผล่มาแบบไม่มีใครตั้งตัว ทำให้อัณณ์ณิชากับสิรินดาตกใจมาก สิรินดากล่าวถามชนินทรว่า “มาทำอะไรตอนนี้ค่ะ ปกติมาช่วงเย็นๆ” “พี่มาชวนน้องดากับน้องอัณณ์ไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณที่กาญจนบุรีครับ” ชายหนุ่มกล่าว “น้องอัณณ์สนใจไปกับพี่ไหมครับ” ชายหนุ่มกล่าวถามเพื่อนรักของคู่หมั้นตัวเอง เพราะเขารู้ดีว่าถ้าอัณณ์ณิชาไม่ไป สิรินดาคงไม่ไปด้วยแน่เพราะเธอเป็นห่วงอัณณ์ณิชามาก มากจนบางครั้งทำให้ชายหนุ่มแอบรู้สึกน้อยใจที่คู่หมั้นที่ให้ความสนใจกับเพื่อนรักคนนี้มากกว่าตน แต่ชายหนุ่มก็เข้าใจหญิงคนรักของตนเป็นอย่างดี “อัณณ์ว่ายังไง สนใจไปด้วยรึป่าว” สิรินดาเอ่ยถามอัณณ์ณิชา “น่าสนใจจ้ะ ถ้าดาไป อัณณ์ก็ไปจ้ะ” อัณณ์ณิชาเองก็ทราบดีเช่นกันว่าถ้าเธอไม่ไป สิรินดาก็คงไม่ไป ชนินทรน้อยใจสิรินดาจนเกิดปัญหาแน่ เธอก็ไม่อยากเป็นตัวสร้างปัญหาให้ทั้งคู่โกรธกัน “ไปวันไหนคะพี่นินท์” อัณณ์ณิชาเอ่ยถามชนินทร “วันพรุ่งนี้ครับน้องอัณณ์” ชนินทรเอ่ยขึ้นจนสิรินดากับอัณณ์ณิชามองหน้ากันอย่างตกใจ “จะให้ทำยังไงได้ล่ะในเมื่อรับปากศศิ
กาลก่อนมาจุติภพชาตินี้ อัญญาวดีนาคี พระธิดาบุญธรรมของพญาอนันตนาคราชได้แอบหนีขึ้นมาเล่นน้ำแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ ระหว่างที่อัญญาวดีนาคีกำลังเล่นน้ำอยู่นั้น แม่ทัพนครินทร์นำกำลังทหารจากคีรวันนครมุ่งหน้าสู่สกุณานคร เพื่อเชิญเสด็จพระธิดาศกุนตลา พระธิดาบุญธรรมของเจ้าเมืองสกุณา ทั้งสองเมืองนี้ได้เกี่ยวดองกันไม่นาน พระธิดาศกุนตลารักแม่ทัพนครินทร์เพียงฝ่ายเดียว ในช่วงการเดินทางกลับคีรวันนครนั้น พระธิดาศกุนตลารู้สึกเหนื่อยกับการเดินทาง จึงขอแม่ทัพนครินทร์พักบริเวณใกล้น้ำตกแห่งหนึ่งและบังเอิญเป็นน้ำตกที่อัญญาวดีนาคีขึ้นมาเล่นน้ำ ระหว่างพักการเดินทาง แม่ทัพนครินทร์เดินเล่นแถวๆที่พัก บังเอิญเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานบริเวณนั้น พร้อมทั้งมีหญิงสาวอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบริวารของหญิงสาวที่กำลังเล่นน้ำอยู่ แม่ทัพนครินทร์ได้แอบมองหญิงสาวผู้นั้นอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมองดูแม่ทัพนครินทร์ด้วยแววตามาดร้าย “หญิงผู้นั้นคือใครกัน” พระธิดาศกุนตลากล่าวขึ้นด้วยความโกรธแค้น หึงหวง เพราะพระสวามีของตนมองหญิงอื่น แถมแววตาที่
‘อดีตชาติของเจ้าคืออัญรินทร์มณีนาคี คนรักของข้า แม้คืนวันจะผ่านล่วงเลยไปกี่ร้อยปี ใจข้าก็มีเพียงเจ้า ใจข้าก็เฝ้ารอคอยเพียงเจ้าผู้เดียว อัญรินทร์มณีนาคี’ เสียงอันทรงพลังนั้นยังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของอัณณ์ณิชาไม่เสื่อมคลาย ‘ผู้หญิงที่เราฝันถึงประมาณเกือบหนึ่งเดือนนั้นคือใครกันแน่!’ อัณณ์ณิชาคิดวกวนอยู่ในห้วงแห่งความฝันนั้นเพียงผู้เดียว ที่สำคัญคือคิดเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นพูดในความฝันด้วย เรื่องราวทั้งหมดนั้นเป็นเช่นไรกันแน่! “ท่านพี่คิรินทร น้องคิดถึงท่านพี่เหลือเกิน เมื่อไหร่หนอท่านพี่จะกลับมาหาน้อง” อัญรินทร์มณีนาคีพร้ำเพ้อถึงพญาคิรินทรนาคราชผู้ซึ่งเป็นพระสวามีของตน “อัญรินทร์มณีหยุดพร้ำเพ้อ อาลัยอาวรณ์ถึงคิรินทรได้แล้ว เจ้าจงเข้มแข็งให้มากกว่านี้นะ ปู่เป็นห่วงเจ้ามาก” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวกับอัญรินทร์มณีนาคี หลานสาวที่ท่านรักและห่วงใย ณ เพลานี้ แต่คงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ “ท่านปู่” อัญรินทร์มณีนาคีกล่าวถึงผู้มาเยือน พร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปกอดพญาศรีสุทโธนาคราช “เหตุใดท่านพี่คิรินทรถึงจากหลานไปร่วมเดือนเช่นนี้เพคะ” อัญรินทร์มณีนาค







