LOGIN‘อดีตชาติของเจ้าคืออัญรินทร์มณีนาคี คนรักของข้า แม้คืนวันจะผ่านล่วงเลยไปกี่ร้อยปี ใจข้าก็มีเพียงเจ้า ใจข้าก็เฝ้ารอคอยเพียงเจ้าผู้เดียว อัญรินทร์มณีนาคี’ เสียงอันทรงพลังนั้นยังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของอัณณ์ณิชาไม่เสื่อมคลาย ‘ผู้หญิงที่เราฝันถึงประมาณเกือบหนึ่งเดือนนั้นคือใครกันแน่!’ อัณณ์ณิชาคิดวกวนอยู่ในห้วงแห่งความฝันนั้นเพียงผู้เดียว ที่สำคัญคือคิดเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นพูดในความฝันด้วย เรื่องราวทั้งหมดนั้นเป็นเช่นไรกันแน่!
“ท่านพี่คิรินทร น้องคิดถึงท่านพี่เหลือเกิน เมื่อไหร่หนอท่านพี่จะกลับมาหาน้อง” อัญรินทร์มณีนาคีพร้ำเพ้อถึงพญาคิรินทรนาคราชผู้ซึ่งเป็นพระสวามีของตน
“อัญรินทร์มณีหยุดพร้ำเพ้อ อาลัยอาวรณ์ถึงคิรินทรได้แล้ว เจ้าจงเข้มแข็งให้มากกว่านี้นะ ปู่เป็นห่วงเจ้ามาก” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวกับอัญรินทร์มณีนาคี หลานสาวที่ท่านรักและห่วงใย ณ เพลานี้ แต่คงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้
“ท่านปู่” อัญรินทร์มณีนาคีกล่าวถึงผู้มาเยือน พร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปกอดพญาศรีสุทโธนาคราช
“เหตุใดท่านพี่คิรินทรถึงจากหลานไปร่วมเดือนเช่นนี้เพคะ” อัญรินทร์มณีนาคีรีบกล่าวถามผู้มีศักดิ์เป็นปู่ทางสายเลือดโดยตรงของตัวเอง
“กรรมเก่าของหลานกับคิรินทรที่เคยร่วมกันสร้างกรรมเอาไว้ในภพอดีตชาติ” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนแฝงด้วยความรักความห่วงใยที่มอบให้นาคีน้อยตนนี้ เมื่อพญาศรีสุทโธนาคราชเห็นหลานสาวสุดที่รักมองอย่างอยากรู้คำตอบว่าเธอกับพญาคิรินทรนาคราชร่วมกันสร้างกรรมอะไรร่วมกันมา พญาศรีสุทโธนาคราชจึงกล่าวต่อว่า
“ในอดีตชาติของคิรินทรเกิดเป็นมนุษย์และมีครอบครัวแล้ว ส่วนตัวของหลานนั้นเป็นพญานาค เป็นบุตรบุญธรรมของพญาอนันตนาคราช” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวเพียงเท่านี้
…แล้วกล่าวต่อว่า…
“ตัวหลานหนีขึ้นมาเล่นน้ำที่น้ำตกแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ คิรินทรบังเอิญมาเจอหลานที่กำลังเล่นน้ำอยู่ ทำให้เกิดมีใจปฏิพัทธ์กับตัวหลาน” พญาศรีสุทโธนาคราชไม่รู้ว่าถ้ากล่าวต่อจะเกิดผลดีขึ้นหรือไม่ เพราะพญาศรีสุทโธนาคราชรู้จักนิสัยหลานรักของตัวเองดีว่าครั้นอดีตชาติของนางนั้น เอาแก่ใจตัวเองเช่นไร ชาตินี้นางก็ยังคงเอาแก่ใจตัวเองมิเปลี่ยนแปลงและผลของการเอาแก่ใจตัวเองของนาง ก็เกิดผลเสียต่อตัวนางเองเช่นกัน
“อะไรที่ไม่ใช่ของ ของเรา ยังไงก็ไม่ใช่ ถึงแม้ว่าเพลานี้ เขาจะอยู่กับเราหรือตัวเรานั้นกำลังครอบครองสิ่งนั้นอยู่ก็ตามที เมื่อหมดเวลาในการครอบครองแล้วนั้น สิ่งเหล่านั้น รวมถึงคิรินทรด้วยย่อมกลับคืนไปสู่เจ้าของที่แท้จริงนะหลาน” เมื่ออัญรินทร์มณีนาคีได้รับฟังประโยคดังกล่าว หญิงสาวยิ่งรู้สึกอาลัยอาวรณ์หนักกว่าเดิม น้ำใสๆ จากดวงตาหลั่งไหลออกมาอย่างมากมาย มากพอกับความเจ็บปวดภายในหัวใจของอัญรินทร์มณีนาคี
“ตอนนี้หลานเจ็บปวดเช่นไร ครั้นอดีตชาตินางผู้นั้นก็เจ็บปวดมิต่างกันจากหลานเลยนะ” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวกับอัญรินทร์มณีนาคีด้วยความเจ็บปวด
ใครกันเล่าอยากเห็นบุคคลที่เรารักดั่งแก้วตาดวงใจต้องมาทุกข์ระทมเยี่ยงนี้ ใครกันเล่าจะไม่เจ็บปวดดวงหทัย เมื่อเห็นแก้วตาดวงใจเป็นเยี่ยงนี้
“หลานเจ็บปวดเช่นไร ทำไมปู่จะไม่รู้” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวขึ้นเบาๆ
“ท่านปู่เพคะ หลานอยากเกิดเป็นมนุษย์บนเมืองมนุษย์เพค่ะ” อัญรินทร์มณีนาคีกล่าวขึ้นจากใจจริง ที่สำคัญคืออยากหนีพญาคิรินทรนาคราชด้วย
“หลานคิดดีแล้วหรือที่จะไปเกิดเป็นมนุษย์” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวกับหลานรักด้วยความห่วงใยและมีเมตตาต่อหลานรักผู้นี้
“หลานคิดดีแล้วเพค่ะ หลานอยู่ที่นี่ หลานทุกข์ ทุกข์เพราะทุกที่ ทุกมุมภายในนครบาดาลแห่งนี้ มีแต่ภาพความทรงจำของหลานกับท่านพี่คิรินทร” เมื่อพญาศรีสุทโธนาคราชฟังในสิ่งที่อัญรินทร์มณีนาคีกล่าว ท่านก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร แต่รู้สึกเข้าใจและสงสารนางมากขึ้น
“เอาตามความสบายใจของหลานนะ ถ้าหลานอยากไปเกิดเป็นมนุษย์จริงๆ ปู่ก็ไม่ว่าอะไรหลานหรอก ดีแล้วที่ยังบอกกล่าว ไม่หนีขึ้นไปเกิดเป็นมนุษย์ แต่มีข้อแม้ว่าหลานต้องสวดมนต์ นั่งสมาธิ หมั่นทำบุญ สร้างกุศลและก่อนไปเกิดเป็นมนุษย์ หลานควรไปขอขมากรรมต่อพญาอนันตนาคราชเสียก่อน เพราะลึกๆ ในใจท่านนั้น ท่านยังคงรักและเป็นห่วงหลานเสมอ” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวบอกอัญรินทร์มณีนาคีด้วยความรักและเมตตา
“เพค่ะท่านปู่” อัญรินทร์มณีนาคีกล่าวตอบพญาศรีสุทโธนาคราชพร้อมสวมกอด
รุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ อัญรินทร์มณีนาคีเดินทางไปพบพญาอนันตนาคราช ณ วังบาดาลของพญาอนันตนาคราช หญิงสาวใช้เวลาในการเดินทางไม่นานมากนัก ก็ไปถึงวังบาดาลของพญาอนันตนาคราช ทหารได้นำพาอัญรินทร์มณีนาคีไปรอเข้าเฝ้าพญาอนันตนาคราชก่อนที่จะไปทูลถวายรายงานพระองค์
“อัญรินทร์มณี” เสียงชายผู้สูงวัยท่านหนึ่งเรียกอัญรินทร์มณีนาคีด้วยความอ่อนโยนและเมตตา
“ท่านพญาอนันตนาคราช” อัญรินทร์มณีนาคีกล่าวขึ้นพร้อมความประหลาดใจ
“เรียกท่านพ่อเหมือนเช่นเคย ดั่งเจ้าเคยเรียกพ่อครั้นอดีตชาตินะลูกรัก” ชายผู้สูงวัยกว่ากล่าวกับหญิงสาวที่อ่อนวัยกว่าอย่างอ่อนโยน เปี่ยมไปด้วยความมีเมตตา
“เพค่ะท่านพ่อ” หญิงสาวกล่าวทั้งน้ำตาด้วยความดีใจและรับรู้ถึงความมีเมตตาของพญาอนันตนาคราช ผู้ซึ่งเคยมีความเมตตารับนางเป็นบุตรบุญธรรมของท่าน
“เราไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะลูกพ่อ ตั้งแต่คราที่ลูกจากพ่อไปจนจุติใหม่ในภพชาตินี้” พญาอนันตนาคราชกล่าวด้วยความมีเมตตาและอ่อนโยน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในกาลก่อน
“ลูกขอขมากรรมต่อท่านพ่อ ครั้นอดีตชาตินั้น ลูกช่างเอาแก่ใจตัวเองยิ่งนัก ลูกไม่คิดถึงความถูกต้อง ลูกไม่คิดถึงจิตใจผู้อื่น ลูกคิดถึงแต่จิตใจของตัวลูกเอง” เมื่ออัญรินทร์มณีนาคีกล่าวจบ หญิงสาวก้มลงกราบลงบนพื้น เบื้องหน้าของหญิงสาวคือพระบาทของพญาอนันตนาคราช
ค่ำคืนวันหนึ่งมีหญิงสาวนามว่า ฉัตรนลินทร์นาคี ได้นำพาดวงจิตของอัณณ์ณิชาหรืออัญรินทร์มณีนาคีมายังถ้ำน้ำมรกต ซึ่งมีหาดทรายแก้วสวยงาม บรรยากาศโดยรอบมีสายน้ำที่ไหลเป็นทางยาวและโค้งบ้างตามจังหวะ มีดอกไม้สวยงามส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ณ ดินแดนแห่งนี้ โดยทั้งคู่เดินชมสถานที่แห่งนี้ด้วยกันอย่างมีความสุข ฉัตรนลินทร์นาคีใช้ช่วงเวลานี้ เพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับพญาคิรินทรนาคราชให้อัณณ์ณิชาหรืออัญรินทร์มณีนาคีฟังทั้งหมดจากใจจริงของหญิงสาว ฉับพลัน…พญาคิรินทรนาคราชกับพญาวีรัชภุชงค์นาคราช ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหญิงสาวทั้งคู่ด้วยความอิ่มเอมใจที่ได้พบเจอกับอัญรินทร์มณีนาคีอีกครั้ง ที่สำคัญ…การพบกันครั้งนี้ เป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก เพราะเป็นการเจอกันเพื่ออธิบายในสิ่งที่ทำให้อัญรินทร์นาคีต้องหนีไปเกิดใหม่ และเข้าใจพญาคิรินทรนาคราชแบบผิดๆ “สิ่งที่นางกล่าวมาคือความจริงทั้งหมด” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวขึ้น “ฉันเคยเจอคุณในความฝันฉัน” อัณณ์ณิชากล่าวขึ้นเมื่อได้เห็นพญาคิรินทรนาคราช ชายหนุ่มพยักหน้าให้หญิงสาวก่อนจะตอบว่า “ใช่” “แต่ตอนนี้เราอยู่คนละภพ ฉันเป็นมนุษย์ ส
ในที่สุด…วันมงคลสมรสก็มาถึง งานแต่งงานของธนาคิมกับพิณนาราถูกจัดขึ้นที่โรงแรมชั้นนำภายในกรุงเทพอย่างอบอุ่นเพราะว่าคนินญายอมรับพิณนาราเป็นลูกสะใภ้ของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะว่าไป…คนที่ทำให้คนินญายอมรับพิณนาราด้วยหัวใจจริง คือ ศิวัช ตลอดเวลาที่ผ่านมา ศิวัชกับธนาคิมร่วมมือกัน เพื่อทำให้คนินญามองเห็นสิ่งดีดีมากมายในตัวของพิณนารา สุดท้าย…คนินญาก็ยอมรับพิณนาราเป็นลูกสะไภ้ และเริ่มรักพิณนาราเหมือนลูกสาวของตนคนหนึ่ง เมื่อทุกอย่างจบลงด้วยดีก็ทำให้ทุกคนที่มาร่วมงานแต่งงานของธนาคิมกับพิณนารามีความสุขกันถ้วนหน้า นอกกระจกของตึกสูงคือทัศนียภาพกว้างไกลสุดสายตา แม้ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาจะอยู่ห่างออกไปไกลลิบผสมผสานกับอาคารบ้านเรือนและจุดเขียวๆ ของต้นไม้ประปราย “คุณศิวัช คุณศิวัชค่ะ” ฉัตรพลอยเรียกศิวัชเบาๆ “ครับ มีอะไรหรอครับ…ฉัตรพลอย” “คุณเป็นอะไรรึป่าวคะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกพลอยได้นะคะ พลอยพร้อมรับฟังค่ะ” “ผมฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาคล้ายกับคุณอัณณ์ณิชาเพื่อนของคุณสิรินดาครับ” “คุณชอบเธอรึป่าวค่ะ” “ผมคิดกับเธอเพียงแค่พ
“ได้สิ เดี๋ยวพี่โทรไปหาคุณพ่อก่อนนะและพี่จะบอกท่านด้วยว่าคืนนี้คิมจะพักกับพี่” “ครับผม” ธนาคิมกล่าวตอบศิวัชพร้อมทำหน้าทะเล้นใส่เล็กน้อย ศิวัชคุยกับชาญชวินทางโทรศัพท์มือถือเกือบหนึ่งชั่วโมงที่ด้านนอกระเบียงของห้องนอน เมื่อคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วก็เดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนและพบว่าธนาคิมนอนหลับสนิทอยู่บนที่นอนเรียบร้อยแล้ว ศิวัชจึงไปอาบน้ำแล้วเข้านอน ภายในห้องนั่งเล่นของคอนโดมีสีโมโนโทน กลางห้องมีโต๊ะหรูกับโซฟาที่ดูเข้ากันด้วยดี โดยฝั่งตรงข้ามเป็นโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่ “มอร์นิ่งครับพี่ศิวัช” ธนาคิมเดินเข้ามาทักทายพี่ชายของตน “รับกาแฟสักแก้วมั้ย?” ศิวัชเอ่ยถามธนาคิมที่กำลังเดินเข้ามาหา “ก็ดีเหมือนกันครับพี่ศิวัช” “เดี๋ยวพี่ไปชงกาแฟมาให้” “ขอบคุณมากครับ” “เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างครับ คุยกับคุณพ่อ” ธนาคิมเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นพี่ชายของตนเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาหา “คุณพ่ออยากให้เราสองคนไปช่วยงานที่บริษัทของท่าน” “แล้วพี่ศิวัชคิดว่ายังไงบ้างครับ” ธนาคิมเอ่ยถามขึ้น “พี่ว่าคุณอาญาคงไม่ยอมใ
“คุณชาญชวินรักภรรยาอีกคนมาก แต่คุณชาญชวินต้องแต่งงานกับคุณคนินญาเพราะทางผู้ใหญ่เห็นชอบว่าเหมาะสมกัน แล้วคุณชาญชวินปฏิเสธไม่ได้ เลยจำใจแต่งงานกับคุณคนินญา” ปรางณิชชากล่าวบอกบุตรสาวที่รักของตน “คุณพ่อคุณแม่รู้จักภรรยาอีกคนของคุณอาชาญมั้ยค่ะ” “พ่อแม่รู้จักกับภรรยาอีกคนของคุณชาญอยู่นะ แต่ไม่ได้สนิทกัน รู้แค่ว่าเค้ารักกันมากจ้ะ” ปรางณิชชากล่าวตอบ พร้อมกล่าวถามขึ้นว่า “มีอะไรรึเปล่าลูก” “เออ…ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ อัณณ์แค่ถามเฉยๆ ค่ะ” ร้านอาหารสไตล์ยุโรปตกแต่งสวยงาม มีสวนน้ำพุด้านนอก และรูปปั้นเทวดาตัวน้อยคอยต้อนรับแขก นอกจากนั้นยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้บรรยากาศร่มรื่นแม้จะอยู่ในตัวเมืองก็ตาม “ร้านนี้สวยมากๆเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่” “อาหารก็อร่อยมากๆด้วยนะลูก” ปรางณิชชากล่าวบอกลูกสาวของตน หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเพื่อไปพักผ่อน ทางด้านครอบครัวของชาญชวิณเดินทางไปอุบลราชธานีด้วยรถตู้คันหรู บ้านไม้สีขาวสองชั้นหลังกะทัดรัดตั้งอยู่ท่ามกลางของต้นไม้และทุ่งนาที่โอบล้อมกันอยู่ด
“จะดีเหรอลูก คุณญายิ่งไม่ชอบขี้หน้าเราสองแม่ลูกอยู่นะ อย่าไปเลย” ศิตารีบถามศิวัชทันทีด้วยความห่วงใย เพราะเกรงว่าจะมีเรื่องกันในงานแต่งงานของชนินทรกับสิรินดาด้วย “ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ครับ คุณแม่อย่าคิดมากเลย” ศิวัชกล่าวตอบผู้เป็นมารดาพร้อมรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวน้องพิณไปร่วมงานแต่งงานนินท์พร้อมกับพี่ด้วยนะครับ” ศิวัชกล่าวบอกพิณนาราอย่างมีแผนการวางไว้ ส่วนพิณนารากล่าวเพียงสั้นๆว่า “ค่ะ” “พี่ศิวัชคิดจะทำอะไรเหรอครับ” ธนาคิมถามศิวัชตรงๆ “เปิดตัวลูกสะใภ้คุณพ่อกับคุณญาไง” “ไม่ได้นะลูก งานแต่งงานของคุณนินท์กับหนูดานะ ทำแบบนั้นงานล่มแน่! ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ลูกไปเด็ดขาด” ศิตารีบพูดขึ้น เพื่อเตือนสติลูกชายของตน “ได้เลยค่ะพี่ศิวัช” สิรินดาพูดขึ้นจนทุกคนพากันตกใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือทุกคนยอมรับว่าพิณนารามีความกล้ามาก ไม่คิดว่าคนที่ดูเรียบร้อยอย่างพิณนาราจะมีความกล้าหาญซ่อนอยู่ภายในตัวเอง “ดาคิดว่าอาญาคงไม่พังงานแต่งงานของดากับพี่นินท์หรอกค่ะ คุณแม่ศิตา” สิรินดาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สดใส บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคน
“เรื่องคิมเหรอครับ” ชนินทรพูดขึ้นอย่างงุนงง แล้วกล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวครับที่รัก” “เอาไว้เจอกันค่อยคุยนะคะพี่นินท์” “เจอกันที่ไหนครับที่รัก” “ร้านกาแฟ ร้านประจำของเราค่ะ” “ได้ครับ เดี๋ยวพี่ออกไปหาตอนนี้เลยครับ” “เดี๋ยวค่ะพี่นินท์ รบกวนรับคุณคิมมาด้วยได้ไหมค่ะ” สิรินดารีบกล่าวขึ้นก่อนชนินทรวางหูโทรศัพท์ “ได้ครับที่รัก” ชนินทรกล่าวเพียงสั้นๆ แล้ววางหูโทรศัพท์ “เรียบร้อยจ้ะอัณณ์ ไปรอพี่นินท์กับคุณคิมกันจ้ะ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันสดใส กลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยฟุ้งออกมาจากเครื่องชงแบบแรงดัน มองไปทั่วร้านก็จะเห็นผู้คนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับคอมพิวเตอร์ จนไม่แน่ใจว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟหรือว่าสถานที่ทำงานกันแน่! ร้านกาแฟแห่งนี้เป็นโทนสีขาวเรียบๆ สไตล์มินิมอล “โชคดีจังที่มีโต๊ะว่าง” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนอัณณ์ณิชานั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ พร้อมมองบรรยากาศและผู้คนภายในร้านกาแฟ “จริงจ้ะดา ทางร้านคงตกแต่งใหม่ด้วย วันนี้ภายในร้านดูสวยมากจริงๆ” อัณณ์ณิชาตอบคำถามสิรินดาพร้อมกล่าวถา







