مشاركة

Chapter 8. พูดมา

last update تاريخ النشر: 2024-06-21 21:29:51

“ไม่ได้บอกอะไรเป็นพิเศษเจ้าค่ะ”    

จะให้บอกอะไรได้ นางไม่เคยเจอคนที่ชื่อเสี่ยวหงสักครั้งเดียว  แค่นี้นางก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว นางมาสวมรอยเป็นสาวใช้  ไม่รู้ว่าป่านนี้สาวใช้ตัวจริงเป็นอย่างไร หวังว่าคงไม่ถึงกับสาปแช่งที่นางมาแย่งงานทำเช่นนี้

“พูดมา!”   เขาถามย้ำอีกครั้ง

“บอกว่านายท่านต้องการสาวใช้”

หลัวเสี้ยวเวยกลืนน้ำลายลงคอ  น้ำเสียงเฉียบขาดของเขาไม่เหมาะที่จะสารภาพความจริงในตอนนี้แน่

“แค่นั้น?”

“เจ้าค่ะ”  นางยืนยันแล้วเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ “นายท่านคงมิได้หมายความว่าต้องการ...”

            ต้องการอะไร?  หยางเหลาหู่กำลังจะอ้าปากถาม แต่เห็นสาวใช้ยืนหน้าซีดตัวสั่นด้วยท่าทางหวาดกลัวทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว

            “ข้าต้องการแค่สาวใช้ เจ้าทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ”  ไยเขากลับไม่ค่อยพอใจ  ที่เห็นท่าทางหวาดกลัวเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ของนาง 

“เสร็จแล้วก็ออกไปได้”

            “เจ้าค่ะ”

            หญิงสาวแอบถอนหายใจ ‘ท่าทางเอาใจยากจริงๆ’ นางเก็บผ้าปูที่นอนผืนเดิมพร้อมเสื้อชุ่มเหงื่อของเจ้านายแล้วรีบก้าวออกมา เพียงการเดินผ่านทำให้จมูกที่รับสัมผัสได้ไวถึงกลับขยับฟุดฟิดตามร่างเล็กที่กำลังเดินไปทางประตู

            “เดี๋ยว”

            หญิงสาวหยุดชะงักแล้วหมุนตัวกลับ  แต่ร่างใหญ่เคลื่อนไหวรวดเร็วเข้ามาประชิดตัวนาง แม้นางยืนเต็มความสูง แต่ศีรษะของนางแค่ปลายคางของเขาเท่านั้น  หลัวเสี้ยวเวยเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขาโน้มหน้าลงมา ยื่นปลายจมูกดอมดมกลิ่นจากเส้นผมของนาง

            “กลิ่นเหมือนดอกไม้”

            มือเล็กยกขึ้นแตะศีรษะตัวเอง “คงเป็นกลิ่นมะลิ  เมื่อครู่ข้าไปเก็บดอกมะลิมา”

            “บ้านข้ามีดอกมะลิด้วยรึ”  เขาเงยตัวขึ้นจ้องมองอย่างแปลกใจ

            “มะ..มี ยะ..อยู่ ด้านหลังโรงครัวขอรับ”

อาลี่พูดขึ้นทำให้หลัวเสี้ยวเวยหันไปส่งยิ้มเป็นการขอบคุณที่ช่วยยืนยันให้นาง  อาลี่มาทันช่วยชีวิตนางพอดิบพอดี   

“อืม”  หยางเหลาหู่พยักหน้ารับแล้วมองอาลี่ที่เดินเข้ามา  แล้วเอ่ยอย่างเพิ่งนึกได้ “ข้าสั่งให้เจ้ามาพักที่เรือนของข้า ไยไม่เมื่อคืนไม่เห็นมา”

“หา!”  คราวนี้หลัวเสี้ยวเวยอ้าปากค้าง  เมื่อวานนางคิดว่าเขาพูดเพราะโมโห  ป้าอิงอู่เองก็ให้นางนอนที่เรือนคนรับใช้ ไม่คิดว่าเขาจะจริงจังให้นางมานอนที่เรือนของเขา 

ยัยเด็กผอมกะหร่องคนนี้ยังไงกันนะ!  เห็นบิดากับมารดาเขาเอ็นดูเข้าหน่อยก็ไม่เห็นคำพูดของเขาเป็นเรื่องสำคัญหรือไร! หยางเหลาหู่รู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก   สัญชาตญาณบอกเขาว่านางไม่ใช่หญิงรับใช้ธรรมดาแน่

“มีห้องว่างอยู่ตั้งหลายห้อง ข้าเมตตาให้เจ้าอยู่ห้องที่ใกล้ข้าที่สุด”  หยางเหลาหู่กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์  

หลัวเสี้ยวเวยทำตาปริบๆ เห็นทีว่าถ้าอ้าปากพูดอะไรออกไปอีกคำอาจได้เลื่อนหน้าที่มาคอยอุ่นเตียงให้เป็นแน่  หญิงสาวจึงได้แต่ก้มหน้าซ่อนความไม่พอใจ  ทำได้เพียงผงกศีรษะเป็นเชิงรับรู้แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว หยางเหลาหู่มองหน้าอาลี่ที่เดินเข้ามาเพื่อปรนิบัติเขา

 “กั๋วชิ่งอยากให้เจ้าไปช่วยงาน  เขาเปรยกับข้าหลายครั้งแล้ว ผู้อื่นก็ไม่มีใครรู้หนังสือเท่าเจ้า แต่ถ้าเจ้าไม่เต็มใจก็อยู่ที่นี่ได้  กั๋วชิงชอบแกล้งคนแต่เขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก”  

 “ขะ..ขอรับ”  อาลี่ยกมุมปากยิ้มนิดๆ “ขะ ข้าน้อยจะไป รับใช้ คุ..คุณชายรอง” 

อาลี่ช่วยผู้เป็นนายผลัดเปลี่ยนเสื้อชุ่มเหงื่อออก เขาอยู่รับใช้หยางเหลาหู่มาหลายปี  รู้ดีว่าชายผู้นี้แม้ภายนอกดูแข็งกระด้างแต่จิตใจดี ระแวดระวังแต่เป็นคนมีเหตุมีผล  ผิดกับหยางกั๋วชิงที่ดูสุภาพไร้กำลังแต่ซ่อนความเอาแต่ใจและเผด็จการอย่างร้ายกาจ ทว่าสิ่งเหล่านั้นกลับล่อลวงให้เขาก้าวเข้าไปติดกับอย่างไม่รู้ตัว

อาลี่ลอบถอนหายใจ คล้ายว่าหญิงสาวคนนั้นจำเขาไม่ได้ แต่เขามั่นใจว่านางคือ ‘คุณหนูหลัวเสี้ยวเวย’ ที่เขาเคยพบเมื่อหลายปีก่อน  ข่าวที่ได้ยินคือคนตระกูลหลัวตายในกองเพลิงครั้งนั้น คนในบ้านทั้งหมดหกสิบสามชีวิตกลายเป็นเถ้าถ่านยากจะพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นใคร  ทรัพย์สมบัติถูกปล้นชิงนอกจากซากศพและเถ้าถ่านแล้วก็ไร้ของมีค่าใด

เขาไม่เคยคิดว่าคนอย่างคุณหนูหลัวที่งดงามราวกับดอกไม้ เป็นที่รักใคร่ของทุกคน เวลานี้นางคือคนเดียวกับ “เสี้ยวเวย” หญิงรับใช้แสนต่ำต้อย ทว่าใบหน้าของนางยังประดับรอยยิ้มเสมอ ราวกับเรื่องราวเลวร้ายในคืนนั้นไม่อาจกระชากเอารอยยิ้มของนางไปได้

หรือบางที... ควรหลงลืมอดีตของตนเองเสีย  

หรือบางคราว....เราควรปล่อยให้ทุกอย่างผ่านเลยไป และอยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

เขาอยากลืมเรื่องเหล่านั้นให้หมดสิ้น ไม่อยากจดจำว่าตนเองเคยเป็นใครมาก่อน การที่เขายังมีชีวิต ยังหายใจอยู่เช่น ดั่งถูกสาปให้ตกนรกตายทั้งเป็น   เหตุใดสวรรค์โหดร้ายให้เขายังมีชีวิตอยู่กับความผิดบาปในครั้งนั้น

“อาลี่”

“ขะ..ขอรับ”

“กั๋วชิ่งหาเรื่องรังแกเจ้าหรือไม่”  หยางเหลาหู่เอ่ยขึ้นแล้วตัวเดินนำออกมาจากห้องของตน

“มะ ไม่มี ขะ ขอรับ”  อาลี่ส่ายหน้ายืนยัน “คุณชาย ระ รอง ดะ ดีกับข้ามาก” 

“ข้าไม่เคยได้ยินเจ้าพูดว่าใครรังแกเจ้าสักครั้ง”  หยางเหลาหู่ทำหน้าหงุดหงิด “ข้าช่วยเจ้าตลอดเวลาไม่ได้ อย่างไรเจ้าต้องมีปากมีเสียพูดแทนตัวเองบ้าง แต่เจ้าไม่เหมาะจะทำงานข้างตัวข้าจริงๆ กั๋วชิ่งเองบ่นว่าไม่ไว้ใจใครนอกจากเจ้า”

อาลี่ไม่คิดว่าหยางกั๋วชิ่งกล้ารบเร้าคุณชายใหญ่เช่นนี้ เดิมทีเขาเคยคิดว่า หยางกั๋วชิ่งเห็นเขาเป็นเพียงของเล่นไม่นานคงเบื่อไปเอง  นานวันเข้า หยางกั๋วชิ่งไม่คิดจะปล่อยเขา  และยังแสดงความเป็นเจ้าของไม่เกรงสายตาบ่าวรับใช้คนอื่น  หากไม่เพราะหยางเหลาหู่มิค่อยได้อยู่ป้อมพยัคฆ์ทมิฬ  คงระแคะระคายเรื่องนี้ไปแล้ว

เขาไม่รังเกียจหลางกั๋วชิ่ง ทว่ากลับพอใจที่อยู่เงียบๆ เช่นนี้

หยางเหลาหู่เห็นการนิ่งเงียบของอาลี่ตีความได้ทั้งยอมรับและปฏิเสธ  เขารู้ว่าตัวเองไม่สามารถดูแลปกป้องอาลี่ไปได้ทั้งชีวิต  เด็กชายที่เขาหิ้วคอเสื้อเปื้อนเปรอะคราบเลือดและโคลนตม  

“ข้ารำคาญที่กั๋วชิ่งเซ้าซี้ ถ้าเจ้าไม่ลำบากใจก็ไปช่วยงานกั๋วชิ่ง แต่ถ้าถูกน้องชายข้ารังแกก็กลับมาอยู่กับข้า”

“แล้ว... แล้วแม่นางเสี้ยวเวย...”

“ข้าไม่ไว้ใจนาง”

 หยางเหลาหู่ไม่ปิดบังความคิดตนเอง บิดามารดาของเขาเอ็นดูนางเกินไป แม้รู้ดีว่ามารดาอยากมีลูกสาวมากเพียงใด  แต่...กับเจ้าเด็กโตไม่เต็มวัยที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่นาน  มารดากลับแสดงความรักใคร่ออกหน้าออกตาขนาดนั้น  นั้นเป็นสาเหตให้เขาไม่ไว้ใจนาง

 ‘ไม่ไว้ใจ’  แต่ให้มาทำงานด้วย ซ้ำยังให้ห้องพักใกล้กันอีก  อาลี่ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม  ไม่มีใครอยู่ใกล้คุณหนูหลัวแล้วจะใจแข็งกับนางได้หรอก  อาลี่เพียงพยักหน้ารับทราบตามหน้าที  

หากนี้เป็นการลงโทษจากสวรรค์ เขาขอให้ทุกลมหายใจดูแลเลือดเนื้อคนสกุลหลัวให้ดีที่สุด แม้ไม่อาจชดใช้ความผิดของตัวเองได้

แต่หวังให้มีสักคืน...ที่เขาหลับตาได้อย่างสนิทใจ

หยางเหลาหู่ทำงานอย่างไม่เป็นสุขนัก  น้องชายคงกลัวว่าคนเป็นพี่จะได้อยู่บ้านสบาย จึงสรรหางานนอกบ้านให้ต้องออกไปสั่งงานด้วยตนเอง  เขาไม่ใช่คนประเภทชี้นิ้วสั่ง ต้องลงมือทำไปพร้อมกับผู้อื่น  จำต้องออกจากเรือนพักแต่เช้า อาหารการกินมีคนนำมาส่งถึงที่  กว่าจะกลับเข้ามาก็มืดค่ำ เป็นเช่นนี้อยู่ราวเจ็ดวันงานขุดลอกทางส่งน้ำจึงลุล่วง  

บุรุษหนุ่มกลับป้อมพยัคฆ์ทมิฬได้เพียงแค่ครึ่งวัน หัวหน้าหมู่บ้านก็วิ่งหน้าตาตื่นมาตามเขา ด้วยมีเหตุดินถล่มตรงทางลงเขา  เขาจึงเกณฑ์คนของตนออกไปจัดการ  โดยไม่ต้องคนของทางการเข้ามาปรับปรุงพื้นที่  ซึ่งใช้เวลาร่วมห้าวันจึงแล้วเสร็จ เขาจึงได้กลับป้อมพยัคฆ์ทมิฬอย่างเหนื่อยล้า

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 36. ตอนพิเศษ : หยางกั๋วชิ่ง-อาลี่

    หยางกั๋วชิงลอบสังเกตมองบ้านสกุลจาง แม้ไม่ใหญ่โตแต่คงความภูมิฐาน สองสามีภรรยาที่ออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มประหลาดใจ “คุณชายหยางกั๋วชิ่งแห่งป้อมพยัคฆ์ทมิฬให้เกียรติมาถึงที่นี่ ไม่ทราบว่าธุระอันใดรึ” “ท่านคือจางฉวน ลุงของหลัวเสี้ยวเวยใช่หรือไม่” หยางกั๋วชิ่งเอ่ยถามด้วยท่าทีเรียบเฉยพลางยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ สองสามีภรรยาลอบมองหน้ากัน หลานสาวตัวดีหนีหายไปทิ้งภาระใหญ่ให้ผู้เป็นลุงและป้าสะใภ้ ยังดีที่ยังไม่ได้รับเงินจากเศรษฐีหยง-เต๋อ ไม่เช่นนั้นคงต้องเป็นหนีเป็นสินหาเงินมาคืนค่าตัวหลัวเสี้ยวเวย “มะ...ไม่ทราบว่า...มีเรื่องอันใดรึ” จางฉวนหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อบนใบหน้าอวบอูม หลานสาวหนีออกจากบ้านไปได้สามเดือนแล้ว เขาเองไม่รู้ว่านางไปก่อเรื่องใดไว้หรือไม่ “ตอนนี้แม่นางหลัวอยู่ที่ป้อมพยัคฆ์ทมิฬ” หยางกั๋วชิ่งยังคงน้ำเสียงราบเรียบและท่าทีเกียจคร้านของตนเช่นเดิม “เหตุใดนางไปอยู่ที่นั้นได้”ป้าสะใภ้ฝืนยิ้มแต่ไม่อาจข่มความหวาดกลัวในใจได้มิดชิด ป้อมพยัคฆ์ทมิฬไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะล่วงเกินได้ง่ายๆ หลายสิบปีมานี่ผ

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 35. เจ้าไม่ใช่คนโง่

    “ข้าชอบ...ที่เจ้าชอบข้า”ถ้อยคำของเขาเรียกสติของนาง แม้มองผ่านม่านน้ำตาของตนเอง แต่ยังเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขาได้ชัดเจน นางกะพริบตาอย่างประหลาดใจกับคำพูดของเขาและไม่มีท่าทีที่เขาทำร้ายนาง“ข้ารู้ตั้งแต่จำความได้แล้วว่าท่านพ่อหมั้นหมายบุตรสาวของสหายรักไว้ เดิมทีข้ามิได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก จนท่านพ่อป่วยและข้าเข้ามาดูแลป้อมพยัคฆ์ทมิฬแทนบิดาเต็มตัว จนทุกอย่างดีขึ้นและเมื่อสี่ปีก่อนท่านพ่อมิต้องการเป็นฝ่ายผิดคำสัญญาจึงให้ข้าเดินทางไปพบเจ้า แต่เพราะป้อมพยัคฆ์ทมิฬเองก็มีอริอยู่มาก หนึ่งในนั้นคนหอนางแอ่น คนกลุ่มนั้นได้ข่าวว่าข้าเดินทางไปรับตัวเจ้าสาวจึงชิงลงมือตัดหน้าก่อนที่ข้าจะไปถึง และได้ขโมยของหมั้นหมายไป ใช้กำไลมาแสดงตัวว่าเป็นคู่หมั้นข้าเพื่อเข้ามาในป้อมพยัคฆ์ทมิฬ...เดิมทีการเดินทางครั้งนั้น ข้าตั้งใจไปเจรจากับบิดาของเจ้า การหมั้นหมายแต่งงานควรเป็นไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย ข้ายินดีเป็นฝ่ายผิดคำสัญญา ทว่ากลับไม่คิดว่าเมื่อตัวเองไปถึงจะพบโศกฏกรรมนั้น หากข้าเดินทางเร็วกว่านี้ เจ้าคงไม่ถูกทำร้ายจนฝันร้ายเกือบทุกคืน”ปกติเขาไม่ใช่คนพูดมากขนาดนี้ แต่กลัวว่านางจะเข้าใจ

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 34.สาเหตุที่นางละเมอฝันร้าย

    สี่ปีที่ผ่านมาข้าอยู่ในฐานะคนรับใช้มาตลอด จนกระทั้งป้าสะใภ้ต้องการขายข้าเป็นอนุเศรษฐีผู้หนึ่ง ข้าปฏิเสธและแอบหนีออกมา คนกลุ่มนั้นไล่ตามข้า แต่ข้าวิ่งหนีไม่ทัน ประจวบกับเห็นประตูห้องหนึ่งเปิดอยู่จึงแอบเข้าไป จึงได้พบคุณชายหยางเหลาหู่ ท่านต้องการหญิงรับใช้และข้าต้องการหนีไปตายเอาดาบหน้า จึงได้แอบอ้างตัวเป็นหญิงรับใช้ที่เสี่ยวหงส่งมา...” นางพูดยาวเสียจนคิดว่าถ้าไม่พูดครั้งนี้แล้ว นางอาจจะไม่ได้พูดกับเขาอีกเลยก็เป็นได้ “เจ้าไม่รู้เรื่องที่ตัวเองเป็นคู่หมั้นคู่หมายของข้าเลยรึ” เขายื่นหน้าไปถามนาง ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดนางจึงนอนละเมอฝันร้ายเช่นนั้น “ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับข้า แม้กระทั้งกำไลวงนั้น ข้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อน” นางพูดไปตามจริง “ข้าไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน วันนั้นข้าพบท่านเป็นครั้งแรกจริงๆ” “อาจเพราะคุณหนูยังเล็กนัก หลัวฮูหยินเองก็รักและตามใจคุณหนูมาก คงยังไม่ต้องการให้รู้เรื่องนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะปิดบังคุณหนูแต่อย่างใด” “แล้วเจ้าล่ะ อาลี่...มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” อาลี่ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าหลัว

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 33.ย่อมเป็นข้า

    “ย่อมเป็นข้า” เขาวางถ้วยโจ๊กแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าซับมุมปากของนาง แก้มฝาดเลือดขึ้นมาบ้างแล้ว เขาลุกขึ้นเดินไปรินน้ำดื่มให้นาง นางอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าคุณชายใหญ่แห่งป้อมพยัคฆ์ทมิฬจะลดตัวลงมือทำอาหารให้นางเอง นางจ้องใบหน้าคมเข้มของเขาแล้วเห็นเพียงติ่งหูที่แดงอยู่ทำให้นางไม่กล้าถามย้ำอีก “ข้าแข็งแรงดีขึ้นแล้ว ให้ข้าไปช่วยงานป้าอิงอู่เถิด อีกอย่างไม่มีข้าแล้วใครจะดูแลปรนนิบัตินายท่านกับฮูหยิน” หลัวเสี้ยวเวยเห็นเขาทำท่าคัดค้าน นางจึงรีบพูดขึ้นก่อน “ข้านอนมาตั้งหลายวันแล้ว ขืนยังนอนอยู่อย่างนี้จะยิ่งกลายเป็นคนป่วยไม่ฟื้นตัวเสียที ให้ข้าทำอะไรบ้างเถิดนะ หรือไม่ก็ให้ข้าออกไปเดินเล่นบ้างก็ยังดี” เห็นท่าทางออดอ้อนของนางแล้วก็เผลอใจอ่อน“เอาเถอะ แค่เดินเล่นเท่านั้น งานการใดๆ เจ้าอย่าเพิ่งออกแรงทำ” นางพยักหน้ารับ เขาจึงยอมให้นางลงจากเตียงได้ นางดีใจจนยิ้มกว้าง เขาไม่ได้เห็นนางยิ้มมาหลายวันแล้ว เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสและรอยยิ้มของนาง ทำให้เขาเผลอยิ้มตามไปด้วย หลัวเสี้ยวเวยค่อยๆ ก้าวลงจากเตียง กลัวว่าตัวเองล้มพับไปเช่นครั้งก่อนอี

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 32.ผู้ใดแต่งงาน

    หลัวเสี้ยวเวยหลับตาปี๋ตกใจเสียงตะคอกของเขา แม้ได้ยินบ่อยๆ แต่อดตกใจไม่ได้ หยางกั๋วชิ่งอมยิ้มรีบเดินหลบออกไป หยางเหลาหู่ข่มโทสะอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันกลับมามองคนที่ยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้ว ใบหน้าซีดเซียวมีความงุนงงอยู่เต็มใบหน้า เส้นผมยาวสลวยดุจย้อมหมึกของนางลงมาเคลียทรวงอก แม้จะสวมชุดนอนอยู่แต่เขากลับรู้สึกหายใจติดขัด พิษในกายถูกขับไปหมดแล้ว ทว่ารสชาติของนางยังปลุกเลือดในกายของเขา หยางเหลาหู่ไม่คิดว่าตนเองต้องใช้ความพยายามในการข่มใจเพื่อก้าวเท้าเข้ามากดไหล่ให้นางลงนอน “เจ้ามีไข้ไม่ได้สติมาสองวันสองคืน อย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องอื่นเลย” “สองวันสองคืน! ข้านอนมานานเกินไปแล้วนะ” นางจับมือของเขาที่กำลังดึงผ้าห่มมาคลุมร่างให้ “เมื่อครู่คุณชายรองเรียกข้าว่าอาซ้อ...” หยางเหลาหู่เห็นแววตาดื้อรั้นของนางแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่“ถูกต้อง” “ถูกต้องอย่างไร ข้าเป็นสาวใช้แล้วจะมาเรียกข้าว่าอาซ้อได้อย่างไร” นางโต้เถียงพลันนึกเรื่องที่นางใช้ตัวเองแก้พิษให้เขา.... นางหลับไปสองวันสองคืนเรื่องนี้คงรู้กันไปทั่วแล้ว “รอเจ้าแข็งแรงดี เราจะเข

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 31. ถอนพิษ

    เขายกมือขึ้นปัดเส้นผมของนางเอกเผื่อได้เห็นดอกบัวคู่งามสั่นไหวเย้ายวนตานัก เมื่อรู้ว่านางขยับสะโพกได้เองเป็นแล้ว เขาเลื่อนมือขึ้นลูบไล้นวดอกคู่งามจนนางครางกระเส่าออกมา“อย่า”นางร้องห้ามอย่างไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดไปหมายถึงเรื่องใด หน้าอกของนางแข็งเป็นตุ่มไต นางหลับตาลงไม่กล้าสบตาเขา แต่กลับถูกเขาบังคับด้วยจุมพิตร้อนแรง และเรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดจนนางแทบขาดใจ ดวงตาเขาเหมือนมีเปลวไฟไหวระริกอยู่ในนั้น ร่างของนางเกร็งและกระตุกอีกคราวเขาประคองแผ่นหลังนางลงนอนอีกครั้ง ยกเรียวขาของนางวางพาดบ่า หันหน้าไปจูบปลีน่องของนางแล้วขยับสะโพกของตนอย่างลึกล้ำและรวดเร็ว นางได้แต่บิดกายเร่าๆ บนที่นอนที่ยับยู่ นางเอื้อมมือไปดึงม่านมุ่งเหมือนใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวพันชายผ้ารอบข้อมือเกร็งร่างกายรับการกระแทกรุนแรงซึ่งไม่ได้เจ็บปวดอีกแล้ว แต่เต็มไปด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ จนนางได้ยินเสียงเขาคำรามอีกระลอกพร้อมกดแก่นกายลึกเข้ามาในตัวนาง น้ำรักร้อนรินรดอีกคราว นางเหนื่อยหอบปล่อยให้เขาแกะข้อมือของนางออกจากผ้าที่นางดึงไว้ เสียงผ้าขาดตามด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ ยามนี้นางไร้สติจะรับรู้สิ่งใดอีกแล้ว รู้เพียงแค่

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 28. ลงมือ

    เพียงสิ้นประโยคของอี้เอ๋อร์ เหล่าบุรุษในชุดดำก็ชักกระบี่ออกมา พุ่งตรงมาทางนาง หญิงสาวผวาเฮือกพลิกตัวใช้ร่างกายตนเองปกป้องร่างของฮูหยินที่ยังไม่ได้สติ นางหลับตาแน่นรอรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง เคล้ง!!! เสียงกระบี่หล่นกระทบพื้นและเสียงร้องอย่างเจ็บปวดเรียกสติให้หล

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 25. ร้อน!

    แสงเทียนดับไปนานแล้ว บานประตูเปิดออกอย่างแผ่วเบาตามมาด้วยร่างกายสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเฉียบ แม้อยู่ในแสงสลัวแต่ หยางเหลาหู่กลับมองเห็นร่างเล็กที่นอนขดในผ้าห่มได้อย่างดียิ่ง นึกอยากเข้าไปใกล้แต่เกรงไอเย็นของตนทำให้นางตื่นจากนิทรา ไม่คิดว่าตนเองเร่งร้อนเดินทางกลับเพราะอยากเห็นหน

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 23. กำไลวงนี้

    “เป็นของจริง” หยางต๋าเอ่ยพลางลูบกำไลอย่างครุ่นคิด “ท่านพ่อมองแวบเดียวก็มั่นใจเลยรึ” ลูกชายคนรองหัวเราะในลำคอยื่นมือไปขอรับกำไลวงนั้นมาดูบ้าง “ดูดีๆ ด้านในสลักชื่อสกุลหยางและสกุลหลัวไว้ด้วย” บิดาพูดแล้วก็ยกน้ำชาขึ้นจิบลอบมองหน้าลูกชายคนโตผู้ที่ต้องรับหน้าที่ทำตามค

  • ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์   Chapter 16. โดยไม่รู้ตัว

    หยางเหลาหู่แม้เก่งกาจในเกือบทุกด้าน แต่เรื่องสตรีนั้น ประสบการณ์การทำความเข้าใจจิตใจของผู้หญิงยังอ่อนด้อยนัก เขาใช้เวลาทุ่มเทให้กับป้อมพยัคฆ์ทมิฬจนละเลยเรื่องเหล่านี้ไปแล้ว และผู้หญิงที่เขายุ่งด้วยก็มีแต่นางคณิกา ซึ่งพวกนางล้วนแต่เอาอกเอาใจเขาทั้งสิ้น ชายหนุ่มนึกถึงภาพนางผวา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status