بيت / รักโบราณ / ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง / บทที่ 12 ยื่นข้อเสนอ

مشاركة

บทที่ 12 ยื่นข้อเสนอ

last update تاريخ النشر: 2025-02-07 14:05:52

หยางหมิงที่ถูกลี่อินกวนอารมณ์ให้ขุ่นมัวแต่เช้า จ้องสายตาดื้อรั้นนั้นของนางเช่นกัน หากแต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาถูกดวงตาคู่งามราวไข่มุกนั้นล่อลวงให้ตกอยู่ในภวังค์

                    “ตกลงท่านอ๋องจะอนุญาตหรือไม่” ลี่อินขมวดคิ้วแน่น

          เสียงของนางปลุกให้หยางหมิงตื่นจากภวังค์ เขาดึงสายตากลับ

เสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย

                    “หากอยากไปก็ไป”

                    “ขอบพระทัยเพคะ” เมื่อได้สิ่งที่ต้องการ นางก็ไม่อยู่ก่อกวนเขาอีก

          หยางหมิงมองตามหลังนาง ‘เพียงอยากไปหลาหลานสาวนางถึงกลับกล้าบุกห้องนอนผู้อื่นเลยหรือ หรือนี่เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อตำหนิเขาที่ไม่อยู่ร่วมหอกับนาง’ เขาอดคิดเข้าข้างตนมิได้

          ตำหนักเล็กยังคงเงียบสงบเช่นเดิม หากแต่ต้นหญ้าที่เคยมีในครั้งก่อนบัดนี้ถูกกำจัดออกบ้างแล้ว อีกทั้งฝุ่นเขรอะตามพื้นดูเบาบางลงไม่น้อย

                    “พระชายา” ปิงเซียงดีใจเมื่อเห็นว่าผู้ใดมายังตำหนัก

                    “อี้หนิงเล่า?” ลี่อิงหันมองหาเด็กน้อยที่นางห่วงใย

                    “ยังหลับอยู่เพคะ”

                    “อือ แล้วระหว่างที่ข้ากลับแคว้นฉี ทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่”

ลี่อินกล่าวถาม พลางเดินเข้าห้องนอนเพื่อพบหน้าเด็กน้อยที่บัดนี้หลับปุ๋ยอยู่บนเตียงกว้าง

          “ท่านหญิงป่วยเพคะ หม่อมฉันนำหยกที่พระองค์ทิ้งไว้ให้ไปจำนำเพื่อเอาเงินไปจ้างหมอ” ปิงเซียงละอายใจ

          “แล้วตั๋วเงินก่อนหน้าไม่พอหรือ” ลี่อินสงสัยเงินห้าร้อยตำลึงไม่ใช่น้อย ๆ เหตุใดเพียงไม่นานถึงได้หมดไวนัก

          “หม่อมฉันนำมาซ่อมจวนบางส่วน แลจ้างนางกำนัลสองสามคนมาช่วยดูแลตำหนักเป็นครั้งคราวเพคะ” ปิงเซียงทูลรายละเอียด

          “ท่านอ๋องไม่ยื่นมือช่วยเหลือเลยหรือ”

          “หม่อมฉันไม่กล้าทูลขอ แต่หลังจากที่ท่านอ๋องรู้เรื่องก็ให้พ่อบ้านนำเงินมาให้เพคะ”

          “ถือว่ายังมีคุณธรรมอยู่บ้าง เช่นนี้น่าจะเจรจาง่ายขึ้น” ลี่อินพึมพำพลางไตร่ตรอง

          “พระชายาคิดจะทำสิ่งใด?”

          “ข้าจะขออี้หนิงไปเลี้ยงดูที่ตำหนักชายาเอก เช่นนี้นางจะได้ไม่ต้องสัมผัสอาการหนาวจนล้มป่วยอีก” ลี่อินนั่งลงข้างเตียงพลางใช้มือเรียวสัมผัสแก้มนุ่มอย่างรักใคร่

          ยามเฉินหลังจากป้อนข้าวอี้หนิงเสร็จ ลี่อินจึงพาเด็กน้อยเข้านอนกลางวัน เจ้าก้อนแป้งเลี้ยงง่ายเพียงวางลงบนผ้านุ่มแลลูบหัวให้ก็หลับปุ๋ยอย่างง่ายดาย จากนั้นค่อยหันมากำชับปิงเซียงให้ดูแลเด็กน้อยบนเตียงนอนให้ดี ส่วนตัวนางเองควรรีบจัดการเรื่องอี้หนิงให้เรียบร้อยเสียที

          ลี่อินตรงไปยังตำหนักท่านอ๋อง หน้าห้องอักษรเย่จินยืนอารักขาอยู่ บ่งบอกว่าหยางหมิงยังคงอยู่ด้านใน

                    “ท่านอ๋อง หม่อมฉันลี่อินขอเข้าไปได้หรือไม่เพคะ”

          หากแต่ด้านในกลับไม่มีเสียงใด ๆ ตอบออกมา ลี่อินหันมองเย่จินเพื่อขอคำอธิบาย หากแต่องครักษ์หนุ่มเมื่อเห็นสายตาคาดคั้นเช่นนั้นของพระชายา เขาเองทำได้เพียงมองไม่เห็นสายตานั้นของนางก่อนจะหันมองไปทางอื่น

                    “...................” เมื่อไม่มีเสียงใดเอื้อนเอ่ยออกมาจากคนภายในห้องอักษร ลี่อินจึงได้แต่ยืนอดทนรออยู่เช่นนั้น

                    “เข้ามาได้”

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามน้ำเสียงเย็นชาจึงดังขึ้น ลี่อินก้าวเข้าไปภายในห้อง บุรุษผู้นั้นนั่งอ่านตำราด้วยท่าทีสงบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองนางเพียงนิด

                    “องค์หญิงสามต้องการสิ่งใด” คำที่เขาใช้เรียกนางช่างเหินห่าง ไม่เหมือนสามีภรรยาใช้เรียกกันแม้แต่น้อย

                    “หม่อมฉันอยากขอเป็นผู้ดูลี่อี้หนิงได้หรือไม่เพคะ”

                    “ตามใจเจ้า” เสียงเรียบตอบขึ้นอย่างไม่ไยดี

                    “เช่นนั้นนางสามารถย้ายมาอยู่ตำหนักพระชายาเอกได้หรือไม่ หม่อมฉันสัญญาว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับท่านและเสวี่ยหนิงอีก”

          ลี่อินเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่คาดว่าหยางหมิงจะพึงพอใจ

                    “องค์หญิงสามจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับเสวี่ยหนิงและข้านั่นแน่นอนอยู่แล้ว แต่จะให้เด็กคนนั้นมาอยู่ตำหนักพระชายาเอกนั้นข้าไม่อนุญาต”

                    “เช่นนั้นหม่อมฉันยกตำหนักพระชายาเอกให้เสวี่ยหนิง แลกเปลี่ยนกับตำหนักชายารองไว้ดูแลอี้หนิงได้หรือไม่เพคะ” ลี่อินยังไม่คิดยอมแพ้

                    “นี่เป็นความคิดที่ดีนัก”

หยางหมิงพอใจ ทำให้ลี่อินสามารถยิ้มออกที่ในที่สุดการเจรจาทางการทูตของนางก็ประสบความสำเร็จ

          “ข้าจะให้เสวี่ยหนิงย้ายมาอยู่ตำหนักพระชายาเอก ถึงอย่างไรนางก็เป็นเพียงคนเดียวที่จะทำหน้าที่เป็นชายาของข้า”

          “ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง” ลี่อินยอบกายขอบคุณ

          “เจ้าขอบคุณสิ่งใด” หยางหมิงครานี้ยอมเงยหน้ามองนาง

          “พระองค์จะมอบตำหนักพระชายารองให้ข้าดูแลอี้หนิงไม่ใช่หรือเพคะ” 

          “ข้าบอกตั้งแต่เมื่อไหร่” หยางหมิงยกคิ้วมองนางด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

          “นี่! ท่านหมายความว่าอย่างไร~” เป็นลี่อินที่เริ่มโมโหแทน

          “เจ้าจะดูแลนางข้าไม่ขัด หากแต่นางต้องอยู่ในเรือนเดิมของนางที่เคยอยู่กับมารดา”

          “แต่ที่นั่นอากาศหนาวเหน็บ เด็กจะอยู่ได้อย่างไรกัน”

          “แต่ก่อนตำหนักเล็กสวยงาม และอากาศอบอุ่น เพราะพี่สาวขององค์หญิงเองนำเงินที่ข้ามอบให้ดูแลตำหนักไปปรนเปรอบุรุษอื่นจนหมดสิ้น แล้วเช่นนี้องค์หญิงจะโทษใครได้”

คำพูดของหยางหมิงทำให้ลี่อินตัวชาไปหมด นางมิอาจหาคำโต้แย้งกับบุรุษเบื้องหน้าได้ สถานการณ์ตอนนี้นางเป็นรองทุกด้าน จำต้องข่มอารมณ์โกรธไว้เท่านั้น

          “ได้! หม่อมฉันจะเลี้ยงดูนางในตำหนักเล็กหลังนั้น”

          “ดี ตำหนักเล็กจะได้เงินใช้จ่ายเดือนละหนึ่งพันตำลึงเท่ากับตำหนักของเสวี่ยหนิง” หยางหมิงกล่าวจบก็กลับไปอ่านตำราเช่นเดิม

          “หากองค์หญิงสามไม่มีสิ่งใดจะกล่าวแล้ว ก็รีบกลับไปเก็บของเถอะ” เขาไล่นางกลาย ๆ

          “หม่อมฉันทูลลา”

ลี่อินกลับตำหนักตะวันออกด้วยสีหน้าบึ้งตึง อี้เฉาที่เห็นลี่อินหน้าง้ำมาแต่ไกล จึงรู้ได้ทันทีว่าองค์หญิงสามมิอาจเอาชนะท่านอ๋องได้แน่

          “เป็นอย่างไรบ้างเพคะพระชายา” อี้เฉาทูลถาม

          “เจ้าพานางกำนัลเก็บของเถอะ”

          “เหตุใดต้องเก็บ ท่านอ๋องไล่เราออกจากจวนหรือเพคะ?” อี้เฉาตาโตด้วย พูดเสียงดังความตกใจ

ลี่อินมองหน้านางกำนัลที่อยู่ข้างกายกันมาตั้งแต่ยังเด็ก พร้อมทั้งส่ายหน้าให้กับอาการตีตนไปก่อนไข้ของนาง

          “แค่จะย้ายไปอยู่ตำหนักเล็ก เจ้านี่คิดไปถึงไหน”

          “เหตุใดต้องย้ายไป ท่านอ๋องไม่ยินยอมหรือเพคะ”

          “อือ ข้าสามารถเลี้ยงดูอี้หนิงได้แต่ต้องอยู่ภายในตำหนักเล็กเท่านั้น” ลี่อินกล่าวพลางยกชาขึ้นดื่มดับความโมโหภายในใจ

ภายในครึ่งวันลี่อินย้ายของออกจากตำหนักตะวันออกได้เรียบร้อย หากแต่ระหว่างเดินออกจากตำหนักเล็ก กลับต้องพบเสวี่ยหนิงที่มาสำรวจตำหนักตำหนักตะวันออกเสียก่อน

          “องค์หญิงสาม”

เสวี่ยหนิงยอบกายเคารพนางตามศักดิ์ แม้จะเป็นธิดาของฮ่องเต้

หย่งเฮ่าเช่นเดียวกัน แต่นางกลับมียศที่ต่ำกว่า เพราะมารดาที่เป็นเพียงสาวใช้ของฮองเฮา

          ลี่อินเพียงปรายตามองเสวี่ยหนิงหากไม่คิดจะสนทนาด้วย เตรียมเดินออกจากตรงนั้น

                    “หม่อมฉันขอบพระทัยองค์หญิงที่เมตตา สละตำหนักพระชายาเอกให้หม่อม”

                    “เจ้าชอบก็ดีแล้ว หากแต่คนที่เคยอยู่แต่ตำหนักเล็ก ๆ อย่างเจ้าระวังจะเดินหลงทางเพราะไม่คุ้นชินกับตำหนักที่ใหญ่โตเช่นนี้ล่ะ” ลี่อินรู้ว่าเสวี่ยหนิงต้องการเย้ยหยันนางจึงตอบโต้กลับไป

          คำพูดของลี่อินทำให้เสวี่ยหนิงหน้าชา รอยยิ้มดูแคลนที่นางแสดงออกมาเมื่อครู่เลือนหายไปทันที แม้อยากโต้แย้งแต่ลี่อินกลับเดินหายไปแล้ว นางจึงจำเป็นต้องเก็บความแค้นเคืองนี้ไว้ก่อน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   ตอนพิเศษ ชีวิตเรียบง่าย

    สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดปลิวไหว ม่านรถม้าสะบัดไปมาตามแรงลม เด็กชายวัยสองขวบเล่นซนบนรถม้าโดยไม่เหน็ดเหนื่อย “ถานจุนเฟิง หยุดเล่นได้แล้วตอนนี้จะถึงจวนแล้ว” ลี่อินที่กำลังอ่านบัญชีร้านกล่าวกับโอรสของตน “จุนเฟิงมาหาพ่อ ท่านแม่กำลังคร่ำเคร่ง” หยางหมิงเรียกลูกชายมาหา บัดนี้เขาสิ้นคราบชิงอ๋องผู้บ้าคลั่ง กลายเป็นพ่อค้าธรรมดาเท่านั้น “จื้อหาวบอกว่า ดินแดนทางตอนเหนือของแคว้นหานมีดอกไม้กลิ่นหอมมากมาย แลไข่มุกก็ราคาถูกฮูหยินสนใจหรือไม่” หยางหมิงเอ่ยถึงสหายเก่าที่หลังจากสำนึกตนมาสองปี จึงติดต่อหาเขาอีกครั้ง “สนใจสิเพคะ ท่านพี่แจ้งโหวน้อยด้วยว่าหลังจากงานเฉลิมฉลองการก่อตั้งแคว้นเว่ย เราจะเดินทางไปเจรจาราคาอีกครั้ง” ลี่อินยิ้มกว้างนางดีใจทุกครั้งหากสามารถหาวัตถุดิบราคาถูกและดีได้ “ของขวัญอี้หนิงครบสี่ปีจะให้สิ่งใดนางดีเพคะ” ลี่อินขอความเห็นกับหยางหมิง “เช่นนั้นมอบร้านขายอัญมณีในเมืองเถียนชิง พร้อมกับเงินอีกหมื่นตำลึงให้นางดีหรือไม่ โตขึ้นมานางจะได้เป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในแค้นฉี ไม่มีผู

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   ตอนพิเศษ อวดชายา

    ใกล้พิธีอภิเษกสมรสของฉินตงหยาง หยางหมิงพาลี่อิงเข้าวังหลวงเพื่อขอพระราชทานอนุญาตร่วมพิธีอภิเษกสมรส “ทูลเสด็จพ่อ เสด็จแม่ กระหม่อมและพระชายามาขอให้ทั้งสองพระองค์พระราชทานอนุญาตเข้าร่วมงานอภิเษกสมรสของรัชทายาทแคว้นหานพ่ะย่ะค่ะ” “กำลังตั้งครรภ์จะเดินทางไกลได้อย่างไร ให้เพียงหยางหมิงไปก็พอ ส่วนลี่อินพักอยู่ที่จวนเถอะ” ฮองเฮากล่าวแย้งทั้งที่ยังปักผ้าอยู่ “ทูลฮองเฮา รัชทายาทแคว้นหานเป็นสหายของหม่อมฉันจึงจำเป็นต้องไปร่วมยินดีเพคะ” ลี่อินไม่ยินยอมทำตาม “เจ้าไปรังแต่จะเป็นภาระ เดินเหินลำบากอยู่จวนดีแล้ว” “หม่อมฉันยังคล่องแคล่ว ครรภ์ยังอ่อนไม่ได้เป็นภาระแต่อย่างใด” นางโต้แย้งทุกคำห้ามของมารดาสวามี หยางหมิงกับฮ่องเต้ทำได้เพียงนั่งดื่มน้ำชาอย่างเงียบเชียบ ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดกระหว่างที่สตรีทั้งสองกำลังโต้แย้งกัน “นี่ เหตุใดถึงมิยอมเชื่อฟังเอาซะเลยเจ้าเป็นลูกสะใภ้สมควรเชื่อฟังแม่สามีมิใช่หรือ” อวิ๋นซินจ้องมองลี่อินด้วยสายตาตำหนิ หากแต่ลูกสะใภ้ผู้นี้กลับ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 52 รักแรก

    ม้าศึกคู่กายชินอ๋องหยุดนิ่งหน้าจวนอ๋อง บุรุษบนหลังม้าไม่รีรอมุ่งหน้าไปตำหนักตะวันออกด้วยความร้อนใจ ทว่าภายในตำหนักกลับไม่มีผู้ใดอยู่ทำให้แน่ใจแล้วว่าลี่อินหนีเขาไปจริง ร่างทั้งร่างของหยางหมิงหนักอึ้งจนมิอาจย่างก้าวได้ หัวใจทั้งดวงเต้นช้าลงเรื่อย ๆ น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว ภพของลี่อินในเวลาโกรธ เวลาร้องไห้ หัวเราะ แข็งกร้าว ผุดขึ้นในหัวเขาซ้ำไปซ้ำมา “ไปแค้วนฉี!” คำสั่งเดียวของหยางหมิง ทำทั้งกองทัพต้องเดินทางอีกครั้ง ประชาชนต่างงุนงง กองทัพที่กลับเข้าเมืองเพียงหนึ่งชั่วยาม บัดนี้กลับเดินทัพอีกครั้งมีเหตุใดสำคัญจนมิหยุดพัก การเดินทางโดยไม่หยุดพักทำเหล่าทหารอ่อนล้าไม่น้อย หากแต่มิมีใครกล้าปริปากบ่น กองกำลังเรือนหมื่นเหยียบเข้าใกล้เมืองเถียนชิง “ท่านอ๋อง สายสืบแคว้นหานแจ้งข่าวว่ารัชทายาทตงหยางจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสอีกสิบห้าวันข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ” เย่จินรายงาน ม้าศึกของหยางหมิงหยุดชะงักทันที เขาหวาดกลัวว่าสิ่งที่ตนคาดเดาจะเป็นจริง “ข่าวนี้แคว้นฉีรู้เรื่องหรือไม่” มือหนากำบังเหียนแน่นจนเ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 51 ผิดสัญญา

    หิมะในเมืองเหออันสงบลง คนเจ็บป่วยเพราะภัยหนาวไม่มีแล้ว หน้าที่ของลี่อินในเมืองเหออันจึงสิ้นสุดลง นางไม่มีความจำเป็นที่จะรั้งอยู่ที่เหออันอีก จึงคิดขอกลับเมืองหลวงเพราะเป็นห่วงร้านประทินโฉมอีกทั้งเรื่องในจวนไม่มีผู้ใดคอยจัดการ “ท่านอ๋อง ข้าจะกลับซู่โจวก่อนได้หรือไม่” ลี่อินยืนอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร สีหน้าจริงจังจ้องบุรุษที่ยังอ่านสาน์สของทัพอยู่ “รอกลับพร้อมข้า” เสียงเอาแต่ใจดังขึ้น “กว่าท่านอ๋องจะเสด็จกลับ ก็อีกครึ่งเดือน หม่อมฉันเป็นกังวลเรื่องร้านหมื่นบุปผา อีกทั้งกิจการของจวนอ๋องก็ไม่ได้ตรวจบัญชีมาแรมเดือน” “แต่หากเจ้าแอบหนีหลับแคว้นฉีเล่า” ครานี้หยางหมิงยอมเงยหน้าจากสาน์สกองทัพ มองมายังนางด้วยแววตาเศร้าสร้อย “หม่อมฉันจะหนีไปทำไมกัน” ลี่อินท้อใจที่จะอธิบาย “ก็เจ้าไม่มีใจให้ข้า หากครบสองเดือนสัญญาระหว่างข้ากับฮ่องเต้แคว้นฉีก็ถือว่าเป็นโมฆะ” น้ำเสียงเศร้าหมองนั้นลี่อินไม่ได้ตอบกลับ ยิ่งทำให้หยางหมิงรู้สึกหวาดหวั่น หากแต่นางกลับเดินไปหยุดเบื้องหน้าเขาพลางยอบก

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 50 เหน็บหนาว

    ตงหยางมิอาจรั้งอยู่ในแคว้นอื่นได้นาน ยิ่งเป็นชายแดนแล้วความอึดอัดยิ่งเพิ่มมากขึ้น ก่อนหิมะจะตกหนักอีกครั้งจึงจำต้องบอกลาลี่อิน “ข้ายังยืนกรานคำเดิม หากเจ้ามิอยากอยู่กับชินอ๋องแล้ว ไปหาข้าที่แคว้นหาน แม้ไม่อาจห่วงใยในฐานะคนรักแต่ข้ายังห่วงใยเจ้าในฐานะสหายเสมอ” ตงหยางยื่นหยกประจำตัวกลับให้นางเช่นเดิม “ขอบพระทัยรัชทายาท” ลี่อินยอบกายกล่าวลา ก่อนรถม้าจะเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองไป หยางหมิงยิ้มพอใจเมื่อเห็นบุรุษอื่นที่นางห่วงใยจากไปเสียที แม้เป็นเพียงสหายแต่เขาก็ยอมรับไม่ได้เช่นเดิม “รัชทายาทยังคงตัดใจจากเจ้าไม่ได้” หยางหมิงมองหยกในมือลี่อิน “สักวันเขาจะเจอสตรีที่ตนรักเพคะ” ลี่อินกล่าวพลางหันกายเข้าเมืองไป “เหมือนข้าที่เจอแล้ว” หยางหมิงเดินตามนาง “ใครกันหรือเพคะ” “เจ้าไง อาอิน” ลี่อินหน้าแดงเมื่อเขาบอกชื่อสตรีในดวงใจ ก่อนก้มหน้ารีบเดินหนีเข้าโรงหมอไป ทำให้ชินอ๋องยิ้มอย่างมีหวังว่าภายในสองเดือนนางต้องยินยอมอยู่ข้างกายเขาเป็นแน่

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 49 เดินทางขึ้นเหนือ

    “เราต้องกลับแคว้นเว่ยพรุ่งนี้” น้ำเสียงเคร่งเครียดเอ่ยขึ้น “มีอะไรหรือไม่เพคะ” “เมืองอันเหอมีพายุหิมะถล่ม ราษฎรขาดแคลนเสบียง กองทัพที่นั่นมิอาจรับมือได้ข้าต้องรีบไปจัดการ “แล้วเหตุใดหม่อมฉันต้องไปด้วย ท่านอ๋องเดินทางลำพังจะไม่เร็วกว่าหรือ หม่อมฉันจะไปรอพระองค์ที่จวนพร้อมอี้หนิง” “ข้าจะไม่ไปไหนหากไม่มีเจ้า” หยางหมิงแววตาจริงจังจ้องนางอยู่เช่นนั้น “หากแต่อี้หนิงยังเด็กหากเผชิญหิมะ...” “นางจะอยู่ที่แคว้นฉี” หยางหมิงกล่าวขัด “ท่านอ๋องตรัสว่าอย่างไรนะเพคะ?”ลี่อินไม่อยากเชื่อว่าหยางหมิงจะยินยอมให้อี้หนิงที่มีสายเลือดของตระกูลถานอยู่ที่แคว้นฉี “นางอยู่ที่นี่จะมีความสุขกว่า ไม่ต้องถูกสายตาดูแคลนของผู้อื่นจ้องมองเช่นที่อยู่ในแคว้นเว่ย ที่นั่นไม่สามารถให้ความรักกับนางได้ต่างจากไทเฮาเสวี่ยฉีที่มอบความรักให้กับเด็กคนนั้นได้ไม่สิ้นสุด”คำพูดของหยางหมิง ทำให้นางรู้ว่าบุรุษผู้นี้ห่วงใยผู้อื่นมากกว่าที่เขาแสดงออก คลื่นความสุขจึงก่อตัวขึ้นภายในใจของนางอ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 26 ออกหน้าแทน

    เทศกาลหยวนเซียวกำลังจะมาถึง ทั่วเมืองโซ่โจวถูกประดับประดาด้วยโคมไฟรูปทรงต่าง ๆ แต่ละจวนตกแต่งโอ้อวดกันไปมาไม่เว้นแม้แต่จวนอ๋องที่เสวี่ยหนิงใช้เงินไปไม่น้อยเพื่อทำให้จวนอ๋องโดดเด่นกว่าจวนใด ๆ ในเมืองซู่โจว หยางหมิงแม้จะไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินซื้อของสิ้นเปลืองพวกนี้ มันไม่เกิดประโยชน์อันใด

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 21 หมื่นบุปผา

    กว่าครึ่งเดือนที่ลี่อินจัดการโรงเรือนประทินโฉมให้เรียบร้อย ตอนนี้นางมีสินค้าในมือแล้วเหลือเพียงกลับไปเปิดร้านที่ซู่โจวก็เท่านั้น “ท่านอ๋อง หม่อมฉันมาทูลลาเพคะ วันนี้เราจะเดินทางกลับเมืองซู่โจวแล้ว” ลี่อินเข้ามาบอกลาอีกฝ่ายถึงในกระโจม “ข้าจะให้องครักษ์คุ้มกันก

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 18 หาเลี้ยงครอบครัว

    รถม้าหยุดลงหน้าจวนอ๋อง หยางหมิงลงจากรถม้าได้ก็ไม่รีรอผู้ใดเดินจ้ำอ้าวเข้าตำหนักตนไป ทำให้เสวี่ยหนิงที่รอท่านอ๋องช่วยประคองลงรถม้าเช่นที่เคย ต้องหน้างอเรียกหาสาวใช้แทน ต่างจากลี่อินที่ไม่ได้สนใจท่าทีของหยางหมิง ตอนนี้นางเพียงอยากพักผ่อนแล้วค่อยตื่นขึ้นมาหาหนทางทำเงินในภายหลัง ดวงอาทิตย์ลับ

  • ลิขิตรัก ตำหนักอ๋อง   บทที่ 17 ท่านโหวน้อย

    “เช่นนั้นองค์หญิงสามต้องการคุยกับกระหม่อมเรื่องใด หรือเรื่องที่กระหม่อมเรียกท่านว่าพระชายาเมื่อครู่หรือ” จื้อหาวสงสัย “ไม่” ลี่อินส่ายหน้า “ข้าเพียงอยากจะขอโทษจวนโหวในสิ่งที่องค์หญิงใหญ่กระทำต่อพระชายารัชทายาท ข้ารู้ว่าเรื่องนี้เกินจะให้อภัยเพียงร้องขอท่านและ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status