LOGINตอนนี้หรงหรงรู้สึกปวดหัว ราวกับจะระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ยิ่งความทรงจำเริ่มประทุมากขึ้นเท่าไหร่ นางก็ยิ่งสงสารเจ้าของร่างเดิมมากขึ้นเท่านั้น
"เฮ้ออ...ทำไมโชคชะตาชีวิตของเจ้าถึงได้น่าอนาถใจถึงเพียงนี้ อายุยังน้อย บิดาต้องมาตายตั้งแต่เจ้ายังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก อีกทั้งมารดาก็ดันมาป่วยใกล้ตายโดยไร้สาเหตุ ส่วนตัวเจ้าเองก็ไร้ซึ่งวาสนา ในเมื่อข้าได้มาเกิดใหม่ในร่างของเจ้า ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับเจ้าเอง จงหลับไปให้สบายเสียเถิด ต่อไปนี้..แม่ของเจ้าก็เหมือนกับแม่ของข้า ข้าจะดูแลนางแทนเจ้าเอง ข้าขอให้สัญญา" สิ้นเสียงที่นางเอ่ยจบ เหมือนว่าวิญญาณเจ้าของร่างเดิมจะรับรู้ได้ พลันมีเสียงลมพายุพัดกระโชกเเรงขึ้นมาอย่างกระทันหัน ไม่นานนักเสียงลมก็พลันเงียบสงบลงไปเอง "ฟิ้ววววว....." กระต่ายน้อยสองตัววิ่งผ่านหน้านางไปอย่างรวดเร็ว หรงหรงแอบเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา อย่างไรวันนี้ นางก็ต้องได้ของติดมือกลับไป หรงหรงรีบใช้กิ่งไม้กิ่งหนึ่ง เหลาปลายกิ่งไม้ให้แหลมคม ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดที่มี เขวี้ยงไปเสียบเข้าที่กลางลำตัวของกระต่ายทั้งสอง จนนอนแน่นิ่งไปในที่สุด หรงหรงจึงเดินฮัมเพลงลงจากเขา ในมือยังหิ้วกระต่ายสองตัวแกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี ร่างเล็กๆค่อยๆเดินลัดเลาะลงเขาอย่างคล่องแคล้วว่องไว ก่อนจะหยุดชะงักฝีเท้าอย่างฉับพลัน นางสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่ง เหมือนกำลังเพ่งมองมาที่นาง เมื่อเหลือบไปเห็นหยดเลือดสีแดงที่ไหลนองเป็นทางอยู่เบื้องหน้า นางค่อยๆเดินตามรอยเลือดไป แล้วไปหยุดชะงักระหว่างต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เมื่อค่อยๆกวาดสายตามองไปยังกองเลือดที่เปียกโชกเหมือนกับสายน้ำ นางถึงกับอุทานเสียงหลงออกมาอย่างตกใจ "ตายแล้วนี้มัน....? ร่างบุรุษปริศนานอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหน้า เนื้อตัวเขาเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสดไหลนองอยู่ บาดแผลฉกรรจ์เต็มร่างกาย สภาพดูน่าสยดสยอง "ไม่ได้ๆ ข้าจะเข้าไปยุ่งเรื่องของผู้อื่นไม่ได้เด็ดขาด ข้าพึ่งจะข้ามเวลามา ไม่รู้ว่านิสัยใจคอของคนที่นี้เป็นเช่นไร ข้าจะหาเรื่องใส่ตัวไม่ได้ ข้าต้องรีบกลับ ไม่เห็น....ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น..." หรงหรงบ่นพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ก่อนจะตั้งท่าเดินจากไป บุรุษผู้นั้นใช้กำลังเฮือกสุดท้ายรีบเปล่งเสียงออกมาทันที เมื่อเห็นว่าสตรีร่างบางกำลังจะเดินจากเขาไป "ช..ช่วย....ด้วย..." น้ำเสียงแหบแห้งสั่นเทาดังแว่วมา ทำให้สตรีร่างบางหยุดชะงักลงเมื่อได้ยิน "ข้า...ข้าคงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้หรอก..." กล่าวจบนางกำลังจะก้าวเดินต่อ "ข้ากำลังจะตาย...? "นั้นมันเรื่องของเจ้า..." "ข้า...กระหาย..น้ำ..." น้ำเสียงคล้ายจะหมดสิ้นลมหายใจเอ่ยขอร้อง "น้ำหรือ.....ถือซะว่าข้าช่วยเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน โชคดีที่ข้าหยิบขวดน้ำติดมือมาด้วย พอข้าช่วยเจ้าดื่มน้ำเสร็จ เราก็ทางใครทางมัน..." หรงหรงค่อยๆก้มตัวลงนั่งข้างๆบุรุษตรงหน้า แล้วจึงถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา "เฮ้ออออ....ข้าทนเห็นเลือดบนใบหน้าของเจ้าไม่ได้ แค่เห็น...ข้าก็รู้สึกอยากจะอาเจียน รีบหลับตาลงเถิด......? บุรุษตรงหน้าทำตามนางอย่างว่าง่าย หรงหรงค่อยๆเทน้ำลงไปบนใบหน้าบุรุษตรงหน้า นางค่อยๆถูคราบเลือดออกจากใบหน้าของเขาอย่างเบามือที่สุด ไม่นานน้ำก็ถูกชะล้างคราบเลือดออกจากใบหน้าของบุรุษปริศนาผู้นั้นที ตอนนี้เริ่มมีเค้าโคลงใบหน้าให้เห็นเด่นชัดขึ้น ไม่นานก็ล้างคราบเลือดออกจากใบหน้าให้เขาอย่างสะอาดหมดจด พระเจ้า...หรงหรงถึงกับอุทานขึ้นมาภายในใจ มองเขาจนตาค้าง "น้ำ...? บุรุษตรงหน้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หรงหรงจึงได้สติขึ้นมาอีกครั้ง "อ่อ...นี้น้ำ...อ้าปากเสียสิ..." บุรุษตรงหน้าดื่มน้ำเข้าไปหลายอึกด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะสำลักออกมา เพียงเพราะไม่ได้กินน้ำมาเป็นเวลาหลายวัน "แค่ก...แค่ก...." "ไม่มีใครแย่งหรอก ดื่มช้าๆก็ได้" นี้มันเทพบุตรตกสวรรค์ชัดๆ หล่อยิ่งกว่าพระเอกฮอลลีวูดสะอีก...แต่เมื่อได้สติอีกครั้ง นางจึงรีบสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป.... หลังจากกระหายน้ำมาเป็นเวลานาน พอได้ดื่มน้ำลงไป ก็ทำให้บุรุษปริศนารู้สึกดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ลำคอที่เคยแห้งเหือด ตอนนี้หายเจ็บลงบ้างเล็กน้อย.... "ข้ารู้ว่าแม่นางมีน้ำใจ..ได้โปรดช่วยข้าด้วย.." "ช่วย...ข้าช่วยเจ้าไม่ได้หรอก...บาดแผลเจ้าสาหัสนัก ข้าไม่มีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย ข้าไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้จริงๆ...." หรงหรงหลุดปากเอ่ยขึ้น นางรีบเอามือปิดปากตัวเองทันที "แสดงว่าแม่นางรู้วิชาแพทย์....? ถึงแม้สตรีตรงหน้าจะพูดจาแปลกประหลาด แต่เหตุใดเขาถึงยอมที่จะเชื่อใจนางดู "ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น.." หรงหรงรีบปฏิเสธ "แต่เมื่อครู่ ข้าพึ่งจะช่วยแม่นางเอาไว้....? "อ่อ...เป็นเจ้านี่เอง...ที่ช่วยข้าเมื่อครู่...? หรงหรงนึกถึงเหตุการณ์ที่อี้ฟูเตรียมจะขืนใจนาง นางรู้สึกขนลุกซูด้วยความขยะแขยง หากไม่ได้เขาช่วยนางเอาไว้ก่อนหน้านี้ เกรงว่าเจ้าของร่างนี้ จะต้องตกเป็นเมียของไอ้หมูอ้วนลงพุงไปแล้วแน่ๆ "ใช่เป็นข้าเอง..." "แต่ถึงอย่างไร ข้าก็ให้เจ้าดื่มน้ำไปแล้ว ถือว่าเราไม่ติดค้างน้ำใจต่อกัน ข้าขอลา..." "แต่ข้าเห็นเรือนร่างแม่นางหมดแล้ว..." *.......* "นี่...เจ้า...? หรงหรงรีบหยุดชะงักฝีเท้า ใบหน้าของนางเริ่มแดงก่ำด้วยความอับอาย ยิ่งคิดนางก็ยิ่งโมโห แต่บุรุษผู้นี้กับพูดตอกย้ำนางขึ้นมา "ข้าจะรับผิดชอบแม่นางเอง" " ไม่ต้อง...ข้าไม่ถือ" "แต่ข้าถือ ข้าเป็นบุรุษ ข้าต้องรับผิดชอบ....? "เจ้าเนี๊ยนะจะมารับผิดชอบข้า ลำพังตอนนี้เจ้ายังดูแลตัวเองไม่ได้ แล้วเจ้าจะเอาอะไรมารับผิดชอบข้า....? "ถือว่าข้าขอร้อง แม้แต่ชีวิตข้า ข้าก็ให้แม่นางได้....? "เหอะ....ข้าจะเอาชีวิตเจ้ามาทำอะไร ข้าไม่อยากได้" "งั้นแม่นางต้องการสิ่งใด ข้าให้เจ้าได้ทุกอย่าง....? หรงหรงมองพินิจพิเคราะห์ มีดีก็แต่หน้าตา แต่บาดแผลเต็มตัว ตอนนี้เขาคงจะรู้สึกทรมานอยู่แน่ ๆ แต่นางเป็นถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งในโลกปัจจุบัน ถ้าไม่ช่วยเขาก็คงจะเสียจรรยาบรรณที่เรียนมา แต่ถ้าคิดจะช่วย นางก็ไม่มีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย แต่ถ้าไม่ช่วยก็เสียดายใบหน้าหล่อเหล่าของบุรุษผู้นี้ ในหัวของนางตอนนี้ถกเถียงกับตัวเองไปมาอยู่สักพัก ก่อนจะหันไปมองบุรุษตรงหน้าอีกครั้งอย่างชั่งใจ "หากมีวันหนึ่งข้าเกิดต้องการชีวิตเจ้าขึ้นมาจริงๆ เจ้าจักให้ข้าได้หรือไม่....? หรงหรงแค่จะลองหยั่งเชิงบุรุษผู้นี้ดู "ได้ ข้ารับปาก" "ห่ะ...เจ้าไม่ไตร่ตรองก่อนสักนิดเลยรึ....? "ข้าเชื่อใจแม่นาง" "เจ้าไม่กลัวรึ...? "ไม่กลัว" "ในเมื่อเจ้าเชื่อข้า ถ้าเช่นนั้น...ข้าจะลองช่วยเจ้าดูสักครั้งก็แล้วกัน.." กล่าวจบหรงหรงมองไปที่บุรุษตรงหน้าอย่างสมเพชเวทนา "ชีวิตนี้ข้าเป็นของแม่นาง ข้าขอให้สัญญา" "ข้าจะเอาชีวิตเจ้ามาทำสิ่งใด แต่ข้าไม่รับปากเจ้าหรอกนะ ว่าจะสามารถรักษาเจ้าให้หายขาดได้หรือเปล่า ขอข้าตรวจดูบาดแผลเจ้าก่อน ว่าจะมีวิธีอะไรที่สามารถช่วยเจ้าในตอนนี้ได้บ้าง..." "ขอบคุณแม่นาง" "ยังเร็วเกินไปที่จะขอบคุณข้า..." บุรุษผู้นี้มีใบหน้าซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เขาได้เสียเลือดไปจนแทบจะหมดตัว จึงมีสีหน้าที่ซีดเซียว"น....น้ำ...." เสียงเซี่ยจิ่งหลงเอ่ยขึ้น หลังจากฟื้นคืนสติ ไม่รู้ว่าตัวเขาขึ้นมานอนอยู่บนเตียงนอนของท่านอาจารย์ใหญ่ได้อย่างไร "คุณชายเซี่ยช่างดวงแข็งเสียจริง...นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะยังมีชีวิตรอดมาได้ ถือว่าเรามีวาสนาระหว่างศิษย์กับอาจารย์...." เฟิงจิ่วเอ่ยขึ้น พร้อมกับหยิบยาลูกกลอนยัดใส่เข้าไปในปากให้เซี่ยจิ่งหลง ตามไปด้วยน้ำชาหนึ่งจอก "แค่ก...แค่ก...ท่านเอาอะไรให้ข้ากิน..แค่ก..แค่ก..." "โง่เขลา ได้ของดีไปครอบครองอย่างไม่รู้ตัว ยังไม่รีบขอบคุณท่านอาจารย์ใหญ่อีก...ศิษย์โง่เขลาคนนี้ ท่านตั้งใจจะรับเขาให้เป็นศิษย์คนสุดท้ายจริงๆนะหรือ....? เสียงอาจารย์น้อยเอ่ยตำหนิเซี่ยจิงหลง พร้อมกับหันไปถามย้ำท่านอาจารย์ใหญ่ แสดงสีหน้าไม่พอใจ "ในเมื่อเขายังไม่ตาย นั้นก็เป็นคำตอบแล้วมิใช่รึไง.." "ทีข้ากลับให้แค่ยาขั้นหก ท่านช่างลำเอียงเกินไปแล้ว ข้าจะรีบกลับไปหาเจ้าตุ๊กตาน้อยของข้าเพื่อเยีย
ณ จวนท่านหญิง... ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี ชินอ๋องยังคงออกตามหาพระชายาและลูกๆอย่างไม่ย่อท้อ แต่ก็ไร้วี่แวว ภายในจวนนอกจากตั๋วมามาเพียงคนเดียว ที่เหลือล้วนเป็นบุรุษและทหารใต้อาณัติคอยปรนนิบัติรับใช้ และอารักขาภายในจวน ชินอ๋องปล่อยตัวจนหนวดเคราเริ่มรกรุงรัง หลังจากพระชายาหนีไปอย่างไร้ร่องรอย เขาก็ไม่เคยเผยรอยยิ้มออกมาอีกเลย จึงถูกขนามนามว่า มัจจุราชหน้านิ่ง "ท่านอ๋อง ทรงอ่านตำราเล่มนี้มาสิบกว่ารอบแล้วนะพะยะค่ะ....? ตงฟางเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง "ยังไม่ได้ข่าวพระชายาอีกหรือ....? ชินอ๋องวางตำราในมือลงก่อนจะหันไปถามตงฟาง "เรียนท่านอ๋อง ทิศทางทั้งสาม...ล้วนกระจายกำลังออกตามหาตามทุกหัวเมืองสำคัญต่างๆ ล้วนแล้วแต่ไร้เบาะแสพะยะค่ะ.." ตงฟางรีบกลางแผนที่ผืนใหญ่ออกมาวางขนาบบนโต๊ะ ในนั้นมีรายชื่อแต่ละหัวเมือง ทำตำแหน่งเครื่องหมายสีแดงเอาไว้ แต่ละทิศทั้งสาม เหนือ ออก ตก ล้วนแล้วแต่มีเครื่องหมายสีแดง บ่งบอกว่าค้นหาทุกหัวเมืองจนหมดสิ้น "เช่นนั้น ก็เหลือเพียงทางทิศใต้ เป็นทิศสุดท้ายที่ยังไม่ได้ตามหา..." ชินอ๋องชี้นิ้วไปที่ตำแหน่งทางทิศใต้ในแผนที่"ถูกต้องแล้วพะพะย่ะค่ะ..." ตงฟางรู้ดีว่าเจ้าน
ณ...เมืองคัง เหยียนหรงเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองคังทางตอนใต้ นางนึกทบทวนอยู่หลายเมือง มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละเมืองพลางนำมาเปรียบเทียบกัน เมืองคังอยู่ในเขตปกครองของซุนอ๋อง เป็นหัวเมืองที่มีความมั่นคง ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและส่งออก พืชพรรณธัญญาหารล้วนอุดมสมบูรณ์ อยู่กึ่งกลางอาณาจักรโดยมีเมืองเล็กเมืองน้อยรายล้อมเอาไว้ หากเกิดสงครามขึ้นย่อมมีทางหนีทีไล่ ผลสุดท้ายนางจึงตัดสินใจเลือกที่จะลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองคัง "เมืองคังนี้แหละ ฟงเอ๋อร์ต่อไปเราจะลงหลักปักฐานกันที่นี่ ส่วนที่เหลือก็เพียงแค่ไปหาซื้อเรือนพักที่มีทำเลดีสักหลัง..." "ลูกล้วนฟังท่านแม่..." เมื่อได้คำแนะนำจากนายหน้าขายบ้าน มีทำเลดีอยู่สามหลังตามที่นางต้องการ แต่ละหลังล้วนถูกแบ่งแยกออกเป็นสัดส่วน และมีรั้วกั้นมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก หลังที่หนึ่งดูหรูหราอลังการนั้นไม่เหมาะกับนาง ส่วนหลังที่สองก็ดูใหญ่โตมหึมาจนเกินไปนั้นก็ไม่เหมาะ พอไปดูหลังที่สาม เมื่อย่างเท้าก้าวเข้าไป นางก็รู้สึกร่มรื่นเย็นสบาย บริเวณรั้วบ้านโดยรอบปลูกไปด้วยพืชพรรณดอกไม้นานาชนิดดูเป็นธรรมชาติ และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เหมาะสำหรับให้ทารกน้อยพ
อาจารย์น้อยฟงหยิบกระต่ายขึ้นมาหนึ่งตัว เขาเริ่มอธิบายขั้นตอนที่ละขั้นอย่างละเอียด ซึ่งลูกศิษย์หลายคนก็ล้วนแต่ตั้งใจฟังและจดลงในสมุดตามความเข้าใจของแต่ละคน ถึงจะเป็นขั้นตอนที่ดูโหดร้าย แต่หากไม่ได้เห็นด้วยตา ทุกคนก็จะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นผิดพลาดมาจากตรงไหน อาจารย์น้อยฟงนำกระต่ายขี้โรคออกมาวินิจฉัย และเริ่มทำการฝังเข็มเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์ จากนั้นจึงเริ่มผ่าท้องกระต่ายเปิดออก อธิบายถึงรายละเอียดภายในทุกขั้นตอน เมื่อผ่าท้องเข้าไปก็พบสิ่งผิดปกติ ในท้องของกระต่าย มีเนื้องอกโผล่ออกมาให้เห็น อาจารย์น้อยฟงได้ทำการตัดเอาเนื้อร้ายออกมา หลังจากนั้นจึงรีบเย็บแผลอย่างชำนาญในเวลาอันสั้น เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วชั้นเรียน ถึงอาจารย์น้อยฟงจะอายุยังน้อย แต่มีความสามารถรอบด้าน ฉายาหมอเทวดาน้อย ทั่วทั้งเมืองคัง มีใครบ้างจะไม่รู้จัก เฟิงจิ๋วมองดูบุตรชายอย่างภาคภูมิใจ ไม่เสียแรงที่นางเป็นคนถ่ายทอดวิชาแพทย์ส่งต่อให้บุตรชายด้วยตัวนางเอง ผ่านมาแล้วหนึ่งปี สำนักศึกษาแทบจะมีชื่อเสียงโด่งดัง จนปีนี้ถึงกลับต้องจำกัดอัตรารับนักเรีนนใหม่ที่เข้ามาสมัคร เพราะพื้นที่มีไม่เพียงพอกับอัตราของจำนวนนักเรียน
ณ...ลานด้านหน้าของท้องพระโรง ฮ่องเต้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน จึงสิ้นพระชนม์ไปในที่สุด ในพินัยกรรมทรงระบุให้องค์รัชทายาทสืบทอดพระราชบังลังก์ต่อ และยังมีรับสั่งให้คัดชื่อองค์ชายสี่ออกจากทำเนียบวงค์ตระกูล ปลดให้เป็นสามัญชน และสั่งประหารองค์ชายสี่กับผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมดเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ การเป็นกบฎ ลอบสมคบคิดกับฝ่ายศัตรู ทรยศขายชาติบ้านเมืองจนมิอาจให้อภัย จึงต้องถูกประหารชีวิต พร้อมกับเสียบประจานจวบจนชั่วลูกชั่วหลาน... พิธีพระราชเพลิงศพของอดีตฮ่องเต้ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ หลังจากองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์ ทรงได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง และจัดระบบกฏหมายใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งกำจัดขุนนางตงชินจนสิ้นซาก สงครามทางแดนเหนือยุติลง เพราะได้ทำสัญญาแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างองค์หญิงสิบแปดกับองค์ชายห้าต่างแคว้น ราษฏร์จึงอยู่ร่มเย็นเป็นสุขนับตั้งแต่นั้นมา "แย่แล้วท่านอ๋อง พระชายาทรงหนีไปแล้ว...!!! ตงฟางพอได้รับจดหมายด่วน ก็รีบวิ่งแจ้นเข้ามารายงานเจ้านาย แสดงสีหน้าแตกตื่น "ตงฟาง...เมื่อครู่เจ้าบอกข้าว่ากระไรนะ ใครหนีไปไหน....? "พระชายา...พระชายาทรงหนีไปแล้วพะย่ะ
ภานในกระโจมพักท่านแม่ทัพใหญ่.... ถังจวิ๋นค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา หางตาพลันเหลือบไปเห็นตามร่างกาย ถูกพันไปด้วยผ้าสีขาว คล้ายกับมัมมี่ในอียิปต์ "ข้ามาอยู่ในกระโจมพักได้อย่างไร....." ถังจวิ๋นรู้สึกปวดศีรษะ ตามบาดแผลปวดจนร้าวระบมไปทั้งตัว "ท่านโง่หรืออย่างไร หากข้ามาช่วยไม่ทัน ท่านคงจะกลายไปเป็นผีอยู่ในปรโลกเป็นเพื่อนกับท่านแม่ไปแล้ว คิดจะโชว์หล่อให้ใครดู...สมองท่านมีปัญหาหรืออย่างไรห้ะถังจวิ๋น....? เหยียนหรงรีบด่ากร้านพี่ชายอย่างโมโห "ข้าขอโทษ....ข้าโง่เขลาจริงๆนั้นแหละ คิดไม่ถึงว่าจะถูกศัตรูแอบลอบวางยาพิษในเสบียงอาหาร...ข้าประมาทไปจริงๆ ไร้ความสามารถสมควรตาย...ไม่สมควรจะเป็นผู้นำของกองทัพ.." "ตบเมื่อครู่...ข้ายังทำให้ท่านตาสว่างไม่พอใช่หรือไม่ หากอยากตายจริงๆ ข้าจะตบท่านให้ตายคามือข้าเดี๋ยวนี้..." เหยียนหรงเตรียมจะปรี่ตัวเข้าไปตบพี่ใหญ่ แต่ถูกเด็กน้อยรีบห้ามปรามเอาไว้ก่อน "ท่านแม่อย่านะ...ประเดี๋ยวท่านลุงก็ได้ตายจริงๆขึ้นมาห
"อาเฉิน....ดูสิข้าซื้อชุดใหม่มาให้ ลองดูว่าชอบหรือไม่......? หรงหรงพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ สรุปคือ นางไม่ยอมบอกความจริงกับเขา..... "หรือว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ....? โม่เฉินยังคงถามย้ำ "โถ้...ไม่ต้องไปสนใจเรื่องอื่นหรอก ท่านเองก็ยังไม่ได้กินข้าวมิใช่หรือ เรารีบกินข้าวกันก่อนเถอะ....? หรงหรง
หลินเสียวเดินกลับเข้ามา หลังจากที่หายไปสักพัก "ได้เรื่องอย่างไรบ้างเจ้าคะ...? หรงหรงรีบกล่าวออกไป เมื่อเห็นว่าหลินเสียวกำลังเดินเข้ามา "นายท่านของข้า เห็นว่าแม่นางสนใจ เพียงแต่อยากรู้เหตุผล....? "ขอตอบตามจริง ข้าเห็นว่าที่ดินแปลงนี้เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับเปิดโรงหมอ" หรงหรงพูดด้วย
บรรยากาศในตอนนี้ ดูอึดอัดขึ้นมาเป็นอย่างมาก ขอทานที่เหลือแทบจะกลั้นหายใจกันเลยที่เดียว "พวกเจ้ามีกันทั้งหมดกี่คน...? หรงหรงเอ่ยถาม "พวกข้ามีกันอยู่สามพี่น้อง รวมกับท่านลุงหมิ่งรวมเป็นสี่คน ส่วนขอทานคนอื่นๆอยู่กระจัดกระจายกัน พวกข้าไม่สนิทและไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไหร่..." "จากที่ข้าสังเกตุ พวกเ
เมื่อแสงพระอาทิตย์เริ่มริบหรี่ หญิงชราก็ได้ตั้งโต๊ะอาหารค่ำเป็นเรียบร้อย จากนั้นนางจึงหันไปเรียกทุกคน ให้อยู่ทานข้าวเย็นก่อนเดินทางกลับเรือน ช่างไม้ฉู่กับลูกมือทั้งหมด มีหรือจะกล้าปฎิเสธน้ำใจไมตรีของหญิงชราผู้นี้ หลังจากที่ทุกคนทานอาหารเสร็จ นางเมิงก็เริ่มแจกจ่ายค่าแรงวันแรกให้กับทุกคนอย่างไม่ต






