Masukชิงหยวนและชิงผิง ทั้งสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องที่อายุไล่เลี่ยกันกับลั่วลั่ว อีกทั้งเรือนของพวกนางอยู่ติดกันกับเรือนลั่วลั่ว จึงทำให้พวกนางสามคนสนิทกันมาตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งแตกต่างจากหรงหรงที่ไม่มีเพื่อนสนิทแม้แต่คนเดียว
หญิงสาวทั้งสามกำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่พอเห็นหรงหรงปรากฏตัว สามสาวก็หยุดชะงักทุกอย่างลงกลางครัน "ลั่วลั่ว...ข้าได้ยินมาว่าญาติผู้น้องของเจ้า ถึงกับใช้เรือนร่างไปแลกเงินนำมาปลูกเรือนหลังใหม่ นี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่...? ชิงหยวนรีบถามออกไปอย่างใคร่รู้ "ชู่....ชิงหยวน เรื่องนี้ยังไม่กระจ่าง หากพูดออกไปลอยๆ เกรงว่าน้องสาวข้าจะเสื่อมเสียชื่อเสียงขึ้นมา..." ลั่วลั่วแสร้งทำทีบอกชิงหยวนให้หยุดพูด แต่ในใจนางกลับสะใจเป็นอย่างมาก "ลั่วลั่ว ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีและเป็นห่วงนาง มีแต่นางเท่านั่นแหละ ที่ไม่เคยเห็นความหวังดีของเจ้า เหตุใดเจ้ายังต้องคอยปกป้องนางด้วยเล่า....? ชิงผิงเอ่ยออกไปด้วยความโมโหแทหนึ่งเดือนผ่านไป.... เรือนไม้หลังใหม่ต้องรอทรัพยากรสั่งซื้อมาอย่างล่าช้า ทำให้ต้องขยายเวลาในการก่อสร้างเพิ่ม ตอนนี้ตัวเรือนทั้งด้านนอกและด้านใน ถูกสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อย มีห้องครัว ห้องกินข้าว ห้องรับรอง รวมไปอีกสามนอน แต่ละห้องล้วนถูกสร้างสรรค์ออกมา ได้อย่างปราณีตและลงตัว หรงหรงรู้สึกพอใจกับผลงานชิ้นเอกที่ออกแบบเป็นอย่างมาก แต่ละโครงสร้างที่นางตั้งใจลงลายเส้นไปในกระดาษ ถูกสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้เกินความคาดหมาย เหลือเพียงแค่ตกแต่งและลงพื้นสีเพิ่มก็สมบูรณ์แบบ หรงหรงยอมทุ่มตำลึงไปไม่อั้น หวังให้เรือนออกมาแข็งแรงและทนทาน ทนต่อแดดและลมฝน ถึงจะใช้เวลาในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาง ช่วงระยะเวลาที่รอวัสดุขนส่งมา หรงหรงได้เริ่มสั่งให้ช่างไม้ฉู่ทำเตียงนอนและสิ่งของต่างๆเพิ่มเติมอย่างไม่รีรอ ก่อนจะเริ่มทะยอยขนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น จัดการตกแต่งภายในตัวเรือนไปพลางๆ ก่อน ผ้าม่านที่ซื้อมา ล้วนเป็นสีเขียวอ่อนดูทันสมัยไม่ตกรุ่น สีสันสบายตา ดูมีรสนิยม บ่งบอกได้ถึงนิสัยของคนออกแบบเป็นที่สุด โดยนิสัยส่วนตัว หรงหรงชอบอะไรที่เรียบง่ายแต่ดูคลาสสิค วันนี้ช่างไม้ฉู่กั
หรงหรงใช้แรงเพียงน้อยนิด กระชากเส้นผมบังคับให้ลั่วลั่วเงยหน้าขึ้น ทุกสายตาต่างตกตะลึง ยืนอ้าปากค้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า หนังศรีษะลั่วลั่วถูกดึงกระชากจนนางน้ำตาเล็ด ลิ้มรสถึงความเจ็บปวดเป็นครั้งแรก "หรงหรง นี้เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึ...รีบปล่อยมือออกเดี๋ยวนี้นะ...? แม่เฒ่าอิ๋นกัดฟันกรอดเอ่ยอย่างโมโห เมื่อเห็นว่าหลานสาวสุดที่รักกำลังถูกกระทำอย่างทารุณต่อหน้า "ไอ๋หย่า....ดูท่านทำหน้าเข้าสิ นี้ข้ายังมิทันจะออกแรงเลยด้วยซ้ำ...จะรีบร้อนไปใยเล่า..." "หากว่าเจ้าแค้นเคือง ก็จงมาลงที่ข้า ลั่วลั่วนางไม่ผิด...ขอร้องละ ปล่อยหลานสาวข้าไปเถอะ..." แม่เฒ่าอิ๋นกล่าวทั้งน้ำตา "อ่อ...แล้วข้ามิใช่หลานสาวท่านหรอกหรือ เหตุใด...ตอนนี้ถึงลืมข้าอีกคนไปเสียแล้ว....? หากเป็นเจ้าของร่างเดิม เห็นทีคงจะใจอ่อนไปแล้ว แต่ไม่ใช่หรงหรงในร่างใหม่ ภาพย่าหลานรักใคร่กลมเกลียว ยิ่งทำให้หรงหรงรู้สึกสะอิดสะเอียนจนคลื่นไส้ "นี้เจ้า...." แม่เฒ่าอิ๋นยืนกำมือแน่นอย่างแค้นใจ ปลายเล็บจิกไปบนฝ่ามือตนเองจนเลือดไหล แต่ไม่มีความรู้สึกเจ็บ กลับรู้สึกเจ็บที่ใจแทน "ไอ๋หย่า....จากที่ข้าสัมผัส เหมือนว่าหนังศรีษะของหญิงสาวคนนี้
"พวกเจ้าสองคนกล่าวหานาง ไหนละหลักฐานที่ว่า.....? ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนยุติธรรม มีหรือจะเชื่อเพียงลมปาก "หลักฐาน...ก็คือพฤติกรรมที่นางแสดงออกมาอย่างไรเล่า นางจะต้องเป็นตัวปลอมแน่นอน.." "โอ้ะ...ว่าแต่เจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ว่าข้าเป็นตัวปลอม....? หรงหรงเดินลากเก้าอี้ไปนั่งข้างโม่เฉิน ในมือถือส้มอยู่ลูกหนึ่ง บรรจงแกะเปลือกส้มช้าๆ หยิบเข้าปากไปพลาง "ก็เพราะว่าน้องสาวข้าโอบอ้อมอารี จิตใจดีมีเมตตา ไม่กระโชกโฮกฮากดั่งเช่นตอนนี้....." ลั่วลั่วรีบสาธยายหาเหตุผล ชาวบ้านทุกคนต่างตั้งใจฟังและคิดตาม..... "ความหมายของเจ้าคือ หากข้าเป็นคนโง่เช่นแต่ก่อน ก็จะถูกเจ้าจูงจมูกใช้ได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่ แบบนั้นสินะ....? "ข...ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเสียหน่อย.." ลั่วลั่วรีบค้านเสียงสั่น
ชิงหยวนและชิงผิง ทั้งสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องที่อายุไล่เลี่ยกันกับลั่วลั่ว อีกทั้งเรือนของพวกนางอยู่ติดกันกับเรือนลั่วลั่ว จึงทำให้พวกนางสามคนสนิทกันมาตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งแตกต่างจากหรงหรงที่ไม่มีเพื่อนสนิทแม้แต่คนเดียว หญิงสาวทั้งสามกำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่พอเห็นหรงหรงปรากฏตัว สามสาวก็หยุดชะงักทุกอย่างลงกลางครัน "ลั่วลั่ว...ข้าได้ยินมาว่าญาติผู้น้องของเจ้า ถึงกับใช้เรือนร่างไปแลกเงินนำมาปลูกเรือนหลังใหม่ นี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่...? ชิงหยวนรีบถามออกไปอย่างใคร่รู้ "ชู่....ชิงหยวน เรื่องนี้ยังไม่กระจ่าง หากพูดออกไปลอยๆ เกรงว่าน้องสาวข้าจะเสื่อมเสียชื่อเสียงขึ้นมา..." ลั่วลั่วแสร้งทำทีบอกชิงหยวนให้หยุดพูด แต่ในใจนางกลับสะใจเป็นอย่างมาก "ลั่วลั่ว ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีและเป็นห่วงนาง มีแต่นางเท่านั่นแหละ ที่ไม่เคยเห็นความหวังดีของเจ้า เหตุใดเจ้ายังต้องคอยปกป้องนางด้วยเล่า....? ชิงผิงเอ่ยออกไปด้วยความโมโหแท
บรรยากาศในยามค่ำคืนอันเงียบสงัด หรงหรงรู้สึกถึงลางสังหรณ์ตะหงิดๆขึ้นในใจ นางนอนพลิกตัวไปมา ก่อนตัดสินใจลุกพรวดออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์เพียงลำพัง สตรีร่างบางใช้วิชาตัวเบาดีดตัวเองให้ลอยขึ้นไปกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนั่งห้อยขาอยู่บนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งตั้งตระหง่านข้างบริเวณลานบ้าน ในมือนางพลางกัดแอปเปิ้ลไปคำ พร้อมทั้งแหงนหน้ามองไปบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน ทิวทัศน์ในยามนี้ช่างแตกต่างในตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง ยามนี้มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไร ร้องขับขานประสานเสียงกันขึ้นลงเป็นจังหวะ แววตาสุกสกาวพลันเหลือบไปเห็นถึงความเคลื่อนไหวนอกรั้วบ้าน หากสังเกตุจากมุมของนาง เหมือนจะเห็นเป็นเงาของคนกลุ่มหนึ่ง พวกเขากำลังทำตัวลับๆล่อๆ ในมือเหมือนกำลังถือสิ่งของบางอย่างติดมาด้วย หรงหรงหลับตาฟังเสียงอย่างใจเย็น ลำพังเพียงคนธรรมดาทั่วไปไม่อาจสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอย่างแน่นอน แต่หรงหรงมีวรยุทธที่ล้ำเลิศ จึงสามารถสัมผัสเสียงในรัศมี
จู่จู่ความทรงจำเจ้าของร่างเดิมพลันผุดขึ้นมาในหัวมากมาย ทำให้สามารถรับรู้ถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้น ภาพแต่ละเหตุการณ์....มักจะมีลั่วลั่วเกี่ยวพันอยู่ในนั้นเสมอ "อาเฉิน ท่านรอตรงนี้สักประเดี๋ยว ข้าจะเอากระต่ายไปให้ท่านแม่ในครัวก่อน.." "ได้...." หรงหรงถือกระต่าย เดินมุงหน้าเข้าไปในครัว หลังจากกล่าวจบ "ท่านแม่ นางมาทำอะไรที่เรือนหรือเจ้าคะ...? หญิงชราเข้าใจว่าบุตรสาวกำลังหมายถึงใคร... "นางบอกว่ามาเยี่ยมแม่ และอาสาจะช่วยงานในเรือน แต่แม่กลัวว่าชุดที่นางใส่มาจะสกปรก เลยให้นางนั่งดูอยู่เฉยๆก็พอ...." นางเมิงหันไปกล่าวแล้วก้มลงหั่นผักต่อ "หึ...มาเยี่ยม หลายปีไม่เคยคิดที่จะเสนอหน้ามา ดูท่าคงจะมาเพราะคำสั่งของท่านย่าแน่ๆ หากไม่รู้...ลูกคงคิดว่า นางตั้งใจแต่งตัวมาอ่อยผู้ช







