Share

ตอนที่ 8 นังลูกทรพี

last update Tanggal publikasi: 2026-08-27 23:49:49

ตอนที่ 8 นังลูกทรพี

เมื่อเรื่องความประพฤติเสื่อมเสียและการละเมิดกฎหมายเข้าสู่การไต่สวน เจี้ยงเป่าเหริน เจ้ากรมพิธีการผู้เป็นบิดาของเจี้ยงเป่าตาน จึงถูกฮ่องเต้เรียกตัวไปติเตียนและตำหนิอย่างรุนแรงต่อหน้าพระพักตร์และเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ทั้งยังถูกสั่งลงโทษตัดลดเบี้ยหวัดลงถึงกึ่งหนึ่ง สร้างความอับอายขายหน้าเป็นที่สุด

เพี๊ยะ!! 

เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นลั่นเรือนหลักตระกูลเจี้ยง

“นังลูกสารเลว! นังลูกทรพี!” 

เจี้ยงเป่าเหรินตวาดลั่น

“ข้าอุตส่าห์สอบเข้าเป็นขุนนาง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวด้วยความยากลำบาก แต่เจ้ากลับทำให้ข้าต้องถูกฝ่าบาทติเตียนและโดนลดเบี้ยหวัด เพียงเพราะปากพล่อย ๆ ของเจ้า!”

เจี้ยงเป่าตานกุมแก้มที่บวมเป่ง น้ำตาไหลพรากด้วยความตกใจและหวาดกลัว

นางไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่เกิดมาบิดามักจะเอ็นดูนางเป็นพิเศษอยู่เสมอ มีอะไรก็มักตามใจนางเสมอ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันทำให้ความคิดของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง…

“เจ้ารู้บ้างหรือไม่ว่าแต่ละวันข้าต้องเหนื่อยแค่ไหน!” 

เจี้ยงเป่าเหรินชี้หน้าด่าทอด้วยความเจ็บปวดใจ 

“ต่อให้ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดีเพียงใด เจ้าก็ยังโง่เง่าปล่อยให้บ่าวคนสนิทไปว่าจ้างอวี้เหรินที่ไม่มีใบขับขี่ จนพาความพินาศมาสู่ตระกูลเช่นนี้! ที่ข้าสั่งที่ข้าสอนเจ้าไปมันเข้าหัวเจ้าบ้างไหม!”

“ท่านพี่! หยุดก่อนเจ้าค่ะ!”

เจี้ยงฮูหยิน ถลันตัวเข้ามายืนขวางหน้าสามี สองมือประคองแขนแกร่งที่ยังสั่นเทาด้วยโทสะไว้แน่น

“พวกเราตามใจนางมากเกินไปจนเสียนิสัย นางยังเด็กนัก พวกเรายังค่อย ๆ อบรมสั่งสอนได้... ท่านพี่ใจเย็นลงก่อนเถิดเจ้าค่ะ ยามนี้หน้าที่การงานและตำแหน่งขุนนางของท่านสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด พวกเรามาช่วยกันหาทางแก้ไขเรื่องนี้ร่วมกันก่อนดีกว่านะเจ้าคะ”

ในระหว่างที่เอ่ยปลอบ เจี้ยงซื่อก็ลอบส่งสายตาเฉียบขาดให้แม่นมรีบพยุงร่างของเจี้ยงเป่าตานออกไปจากห้องโถงโดยเร็ว ขืนรั้งตัวบุตรสาวเอาไว้ตรงนี้ต่อไป มีแต่จะยิ่งจุดชนวนโทสะให้สามีบันดาลความโกรธขึ้นมาอีก

เจี้ยงเป่าเหรินได้ยินคำเตือนสติของภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วหันหลังให้ทุกคนในห้องโถง ภายในใจเจ็บปวดไม่แพ้กัน เขารู้ดีว่าการลงไม้ลงมือกับบุตรสาวเช่นนี้มิใช่วิธีการที่ถูกต้องนัก แต่หากไม่ตบสั่งสอนให้หลาบจำ เจี้ยงเป่าตานก็คงยังคิดว่าเรื่องที่นางไปก่อไว้เป็นเพียงเรื่องเล่นสนุก และคิดว่าบิดาผู้นี้จะคอยตามล้างตามเช็ดให้ได้ตลอดไป

เมื่อเห็นเงาร่างของบุตรสาวถูกพาออกไปจนลับสายตาแล้ว เจี้ยงซื่อจึงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปแตะแผ่นหลังและไหล่หนาของสามีอย่างแผ่วเบา

“ท่านพี่...”

นางเอ่ยเรียกเสียงอ่อน โทนเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใยและอยากร่วมแบกรับความทุกข์ในใจของเขา

ทว่าเจี้ยงเป่าเหรินกลับชิงเอ่ยตัดบทขึ้นมาก่อน “ฮูหยินมิต้องกังวลใจไป... ฝ่าบาทมิได้ทรงตำหนิติเตียนข้ารุนแรงถึงขั้นนั้นดอก แต่เพราะเรื่องราวหลายอย่างสะสมกันมานาน มันจึงทำให้วันนี้หนักหนากว่าที่ข้าเคยเผชิญมานัก”

เจี้ยงซื่อหลุบสายตาต่ำลง แววตาฉายความกังวล “เป็นเพราะ... ขุนนางฝ่ายอื่น ๆ คอยจ้องเล่นงานท่านพี่อยู่ด้วยใช่หรือไม่เจ้าคะ”

เจี้ยงเป่าเหรินถอนหายใจยาวอีกครา เขาส่ายหน้าช้า ๆ โดยมิได้เอ่ยตอบสิ่งใดออกมา ปล่อยให้ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจใหญ่ ก่อนที่ขุนนางใหญ่วัยกลางคนจะค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาสบตากับภรรยาที่เคียงหมอน ที่ฟันฝ่าอุปสรรคเคียงข้างกันมายาวนานหลายสิบปี

“ฮูหยิน... เรื่องในครั้งนี้จะต้องเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับบุตรสาวของเรา มิเช่นนั้นแล้ว หากวันใดวันหนึ่งอำนาจบารมีและตำแหน่งในมือที่ข้ามีอยู่มันหายไป... จะไม่มีผู้ใดมาปกป้องนางได้อีกเลย”

“แต่... แต่พวกเราก็ยังมี เซวียนเอ๋อร์ อยู่อีกคนมิใช่หรือเจ้าคะ” เจี้ยงซื่อเอ่ยถึงบุตรชายคนโตผู้มีอนาคตไกล

เจี้ยงเป่าเหรินส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน แววตาคมกริบเตือนสติ “โลกใบนี้มิได้มีเพียงครอบครัวเราที่ก้าวเดินอยู่... ยังมีผู้คนอีกเป็นหมื่นเป็นพันที่มีอำนาจและเขี้ยวเล็บซ่อนเร้น พวกเราอย่าได้ลำพองตนในวาสนาบารมีจนเกินไปนักเลย”

เจี้ยงซื่อนิ่งงันไปชั่วครู่ ทว่าเมื่อขบคิดตามคำเตือนสติของสามีอย่างถี่ถ้วน นางก็เข้าใจกระจ่างแจ้งถึงความจริงอันโหดร้ายของวังวนอำนาจในเมืองหลวง ว่าตระกูลเจี้ยงมิได้ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าและพร้อมจะพังทลายได้ทุกเมื่อหากประมาท

นางสูดหายใจลึก กุมมือสามีไว้แน่น “ท่านพี่ไม่ต้องกังวลใจไปนะเจ้าคะ... ข้าเข้าใจแล้ว นับจากนี้ข้าจะกวดขันและสั่งสอนบุตรสาวของเราใหม่อย่างเข้มงวดด้วยตัวของข้าเองเจ้าค่ะ”

ในขณะที่ตระกูลเจี้ยงกำลังลุกเป็นไฟ เพราะบุตรสาวตัวดีอย่างเจี้ยงเป่าตานที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไป ทางด้านซูเหยากลับเงียบสงบเพราะนางกำลังสำรวจร้านให้เช่าเพื่อทำเป็นหอหมื่นบุปผา แต่ถึงหญิงสาวจะเดินสำรวจมานานเกือบสามวันแล้วก็ยังไม่ได้ร้านที่ถูกใจเสียที

ร้านเครื่องหอมต้องอาศัยกลิ่นดึงดูดผู้คน ทิศทางลมและทำเลจึงสำคัญที่สุด

สายตาของนางหยุดลงที่อาคารไม้สองชั้นตรงหัวมุมถนน ผู้คนเดินผ่านตลอดเวลา ด้านหน้ามีพื้นที่กว้างพอสำหรับจัดสวนบุปผาขนาดย่อม 

ที่นี่แหละ เหมาะที่สุด!

ยามเมื่อพบสิ่งที่ตนถูกตาต้องใจ คนผู้นั้นก็จะทำทุกอย่างเพื่อได้สิ่งนั้นมาครอบครอง แต่นาทีนั้นซูเหยาก็เริ่มคิดวิเคราะห์ได้ 

นางเป็นเพียงสตรีจากโลกอนาคตที่พึ่งมาเกิดใหม่ในโลกนิยาย ทำกิจการครั้งแรกมันจะต้องยิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้เลยเชียว?

ร้านใหญ่ ราคาขายต้องไม่ธรรมดา แถมยังต้องตกแต่งใหม่ จ้างพนักงานเพิ่มอีก กว่าจะเห็นกำไรก็นานเอาเรื่อง เดินสำรวจเพิ่มดูก่อนดีกว่า

เดินดูให้ดีก่อนดีกว่า อย่าพึ่งรีบร้อนตัดสินใจ

ในขณะที่ซูเหยากำลังเดินรอบตลาดทางเหนือของเมืองหลวงอยู่ ในเวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของถนน หลินเมิ่งเหลียนที่อยู่ในอ้อมแขนของฉีเจิ้งชังกำลังมองตรงไปที่เบื้องล่างตรงที่ฉินซูเหยากำลังเดินวนอยู่ 

“นั่นมันน้องรองนี่เจ้าคะ” 

หลินเมิ่งเหลียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่แววตาก็ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนน้ำเสียงเลย

มันมาทำอะไรที่นี่ ดูมันเข้าออกร้านนั้นร้านนี้ คงอยากจะซื้อร้านแล้วชุบตัวทำกิจการสักแห่งสินะ

ข้าจะต้องขัดขวางมัน!

“ท่าทางนางเหมือนจะมาหาดูร้านค้าเพื่อทำกิจการอะไรสักอย่างนะเจ้าคะ” 

นางพูดขึ้น แต่สายตายังคงจดจ้องอยู่ตรงที่เดิม มีเพียงมือทั้งสองข้างเท่านั้นที่โอบรัดร่างหนาของคนรักเพิ่มขึ้นด้วยความหวงแหน 

ท่านแม่ทัพหนุ่มต้องเป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น เขาคือคู่ชะตาของข้าเพียงคนเดียว นังน้องสาวขยะนั่นมันจะต้องตาย ๆ ไปเท่านั้น!

แม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลหรี่ตามองแผ่นหลังของฉินซูเหยา แววตานั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตเหมือนต้องการกำจัดคนผู้นี้ทิ้งไป ก่อนที่สายตาของเขาจะอ่อนลงเมื่อมองลงมาที่หลินเมิ่งเหลียน เพื่อสตรีที่เขารักเขาจะต้องกำจัดฉินซูเหยาออกไป ปูทางให้นางเติบโตอย่างราบลื่น และมันจะต้องไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น!

ฉินซูเหยา เจ้าถูกกำหนดมาให้ต้องตายเท่านั้น สตรีไร้ค่าเช่นเจ้าจะมาขัดขวางความรุ่งโรจน์ของตระกูลข้ามิได้เด็ดขาด!

ฉินซูเหยาที่เดินวนอยู่แถวนั้นก็ไม่ได้รู้สึกถึงแรงอาฆาตที่พยายามจะสาบแช่งนางให้ตายเลยแม้แต่น้อย เพราะความสนใจทั้งหมดของนางคือการหาร้านและเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด หญิงสาวเดินไปเรื่อย ๆ จนเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่งในย่านการค้า และตรงหน้าของนางยามนี้กำลังมีป้ายขนาดใหญ่เขียนเอาไว้ว่าอาคารหลังนี้เปิดให้เช่าและขาย แต่ยามจะก้าวเข้าไปดู 

สตรีผู้หนึ่งก็เดินชนไหล่นางอย่างแรง! แรงมากจนคนสามารถล้มลงไปกองกับพื้นได้เลย ทว่าคนที่ล้มมันกลับไม่ใช่ฉินซูเหยาที่ถูกชน กลับกลายเป็นสตรีผู้สวมอาภรณ์สีม่วง เครื่องประดับเต็มศีรษะที่ตั้งใจพาตัวเองเข้ามาเดินชนนางแทน แต่โชคดีที่สาวใช้ผู้ติดตามทั้งสี่คนรับร่างของสตรีชุดม่วงนี้ไว้ได้ทัน จึงไม่เกิดเหตุน่าอายขึ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลืมตาอีกที ข้าก็มีระบบเทพบุปผา    ตอนที่ 44 แอบอ่านแผนลับของข้า แล้วท่านอ๋องก็ถูกจอง!

    ตอนที่ 44 แอบอ่านแผนลับของข้า แล้วท่านอ๋องก็ถูกจอง!เยี่ยฉิงชางหยุดอยู่หน้าประตูชั่วครู่ สายตาคมกวาดมองรอบห้องอย่างสนใจการจัดห้องของนางต่างจากเรือนสตรีทั่วไป พื้นที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกับสวนและสายน้ำด้านนอก มองออกไปก็เห็นทุ่งดอกไม้กำลังเบ่งบาน หากต้องการความเป็นส่วนตัว เพียงเลื่อนประตูไม้ก็แบ่งห้องเป็นสองส่วนได้ทันที เรียบง่าย แต่สะดวกสบายเหมือนเจ้าของห้องไม่มีผิดเขาเดินไปนั่งข้างเตียง มองเส้นผมดำที่กระจายอยู่บนหมอนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนิ้วหนาจะเกี่ยวปอยผมที่ปรกหน้าไปทัดไว้หลังใบหู แล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากนางเบา ๆจากนั้นสายตาก็เลื่อนไปยังกองกระดาษบนโต๊ะเขาลุกขึ้นไปหยิบมาอ่าน ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรน่าสนใจ แต่ยิ่งอ่านแววตาก็ยิ่งเปลี่ยนไป ลายมือของนางงดงามเกินคาด ที่สำคัญคือรูปแบบการวางแผนเข้าใจง่ายอย่างยิ่ง เพียงชั่วครู่เขาก็มองเห็นโครงสร้างของเทศกาลทั้งหมดแต่หลายส่วนยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะหัวข้อรางวัลข้างช่องว่างนั้นมีตัวอักษรกำกับไว้ว่า รางวัลใหญ่ ให้ท่านอ๋องคิดเยี่ยฉิงชางมุมปากกระตุกสตรีผู้นี้... โยนภาระให้เขาหน้าตาเฉยสายตาของเขาเลื่อนไปยังปากกาหยกบนโต๊ะ ของแปลกตาชิ้นนี้

  • ลืมตาอีกที ข้าก็มีระบบเทพบุปผา    ตอนที่ 43 สามวันมันน้อยไป ข้าจะจัดสักเจ็ดวัน

    ตอนที่ 43 สามวันมันน้อยไป ข้าจะจัดสักเจ็ดวันจ๊วบ...สิ้นเสียงเห็นพ้อง ริมฝีปากร้อนผ่าวก็อ้าออกแล้วดูดดึงเนื้อตรงไหล่เนียนเข้าปากอย่างแรงจนเกิดเสียงลามกดังขึ้นมา“อ๊ะ... ท่านอ๋อง!”ฉินซูเหยาร้องเบา ๆ มือบางฟาดลงบนบ่ากว้างหนึ่งทีด้วยความมันเขี้ยว ทว่ามืออีกข้างก็ยังลูบผมเขาต่อไปอย่างเคยชินกับความเอาแต่ใจของบุรุษผู้นี้“แล้วหากข้าอยากจัดซุ้มถนนคนเดิน จัดประกวดบุปผา และวางผังลานค้าให้เป็นระบบตามที่ข้าคิด จะทำได้หรือไม่เพคะ”“เจ้าทำได้เต็มที่ตามที่ใจต้องการ ไม่ต้องกังวลสิ่งใดทั้งสิ้น”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาทรงอำนาจฉายประกายหนักแน่น“เจ้ามีหน้าที่บริหารจัดการภาพรวมและดึงความงดงามออกมาให้หมด ส่วนเรื่องพิธีการโบราณหรือกฎระเบียบราชสำนักที่เจ้าไม่คุ้นชิน เจ้ากรมพิธีการเจี้ยงจะคอยจัดการรองรับเจ้าเองทั้งหมด”ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีข้อแม้ความมั่นใจและแรงสนับสนุนที่ได้รับอย่างไร้ข้อกังขาทำให้หัวใจดวงน้อยพองโต ฉินซูเหยายกยิ้มหวาน ก่อนโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบกลีบปากหยักของเขาอย่างดูดดื่มชายหนุ่มพลิกกายขึ้นคร่อมร่างบาง สองมือหนาโอบรั้งเอวนางเข้าไปชิดแนบอกริมฝีปากสีแดงเหยียดยิ้มอย่างยั่วเย้าคื

  • ลืมตาอีกที ข้าก็มีระบบเทพบุปผา    ตอนที่ 42 ข้าเห็นแต่เงินเท่านั้น

    ตอนที่ 42 ข้าเห็นแต่เงินเท่านั้นฉินซูเหยาครุ่นคิดตามคำบอกเล่าของเยี่ยฉิงชางอยู่ครู่หนึ่ง นิ้วเรียวที่เล่นกับปลายผมดำของเขาหยุดลงโดยไม่รู้ตัวดอกไม้สดมีน้อย งานก็จะต้องกร่อย ต้องใช้ดอกไม้กระดาษมาแทนฟังแล้วเหมือนปัญหาใหญ่ แต่สำหรับนาง มันคือช่องว่างในตลาดที่เปิดกว้างจนอดยิ้มไม่ได้ไม่คิดว่าโลกนิยายแห่งนี้จะมีช่องว่างแบบนี้เหมือนกัน“ท่านอ๋องเพคะ”“อืม”“ในเมื่อปีนี้หม่อมฉันได้เป็นแม่งานหลักเป็นครั้งแรก หม่อมฉันก็อยากทำให้เทศกาลบุปผาครั้งนี้ไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมาเพคะ”เยี่ยฉิงชางเลิกคิ้วเล็กน้อย“ไม่เหมือนอย่างไร”ดวงตากลมโตของหญิงสาวเป็นประกายวาบ“หม่อมฉันอยากให้งานนี้ไม่ใช่เพียงงานชมบุปผา แต่เป็นเวทีที่ทำให้ทุกคนเห็นความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง และศักยภาพของแคว้นต้าหลิงเพคะ”นางขยับตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนกล่าวอย่างจริงจัง“หม่อมฉันจะขยายงานจากสามวันสามคืน เป็นเจ็ดวันเจ็ดคืนเพคะ”เยี่ยฉิงชางไม่ตอบทันทีเขาไม่ได้คัดค้าน เพียงขมวดคิ้วบาง ๆ แล้วเอ่ยเสียงต่ำ“เจ็ดวัน ดอกไม้สามวันยังไม่พอ เจ้าจะหาดอกไม้มาจากที่ใด”คำถามนี้นางรอมาตั้งแต่ต้น ฉินซูเหยายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนเอียงหน้าเข้าไปใกล้เขาอีก

  • ลืมตาอีกที ข้าก็มีระบบเทพบุปผา    ตอนที่ 41 ให้ข้าเป็น…งั้นหรือ?

    ตอนที่ 41 ให้ข้าเป็น…งั้นหรือ?ฉินซูเหยาชะงักไปเล็กน้อยอะไรนะนี่เขากำลังชวนไปเป็นออแกไนเซอร์งานใหญ่ระดับราชสำนักจริง ๆ หรือความคิดมากมายวิ่งผ่านสมองอย่างรวดเร็วเดี๋ยวก่อน...เจี้ยงเป่าเหรินสามารถเข้ามาถึงคฤหาสน์แห่งนี้ได้ อีกทั้งยังรู้เรื่องหอหมื่นบุปผาอย่างละเอียด ถ้าเยี่ยฉิงชางไม่ได้เปิดทางไว้ก่อน เกรงว่าเจ้ากรมพิธีการคงไม่มีทางมานั่งดื่มชากับนางอย่างสงบเช่นนี้พ่อตัวฉลาดของข้า… นี่คงเป็นฝีมือของท่านอีกแล้วสินะหรืออีกทางหนึ่ง อาจเป็นฮ่องเต้ที่ต้องการให้เจี้ยงเป่าเหรินใช้โอกาสนี้ชดเชยเรื่องบุตรสาวของตนก็เป็นได้แต่ไม่ว่าเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร...ฉินซูเหยาเริ่มชั่งน้ำหนักในใจเทศกาลชมบุปผาเป็นงานใหญ่ของราชสำนัก ขุนนาง ตระกูลใหญ่ พ่อค้าวาณิช รวมถึงชาวเมืองจำนวนมากต้องมาร่วมงานหากหอหมื่นบุปผาได้รับหน้าที่จัดดอกไม้สำหรับเทศกาลนี้ เท่ากับได้โฆษณากิจการต่อหน้าคนทั้งเมืองโดยแทบไม่ต้องเสียแรงประชาสัมพันธ์เองได้ชื่อเสียง ได้เส้นสาย ได้โอกาสรู้จักขุนนางและพ่อค้ารายใหญ่ที่สำคัญ… ได้เงิน!ยิ่งคิด ดวงตาของนางก็ยิ่งเป็นประกายงานนี้มีแต่ได้กับได้ แล้วนางจะปฏิเสธไปทำไมกันถึงในใจจะตัดสินใจ

  • ลืมตาอีกที ข้าก็มีระบบเทพบุปผา    ตอนที่ 40 เขามาหาข้าทำไม

    ตอนที่ 40 เขามาหาข้าทำไมภายในคฤหาสน์นอกเมืองฉินซูเหยากำลังนั่งเลือกผ้าอยู่ข้างหน้าต่างปลายนิ้วเรียวลูบผ่านเนื้อไหมสีอ่อนหลายผืนอย่างพึงพอใจนางกำลังคิดว่าจะนำผ้าเหล่านี้ไปใช้ตกแต่งส่วนใดของหอหมื่นบุปผาดี เสียงฝีเท้าของพ่อบ้านโม่ตูก็ดังเข้ามา“คุณหนูฉินขอรับ”ฉินซูเหยาเงยหน้าขึ้น“มีอะไรหรือ”โม่ตูประสานมือ“ท่านเจ้ากรมพิธีการ เจี้ยงเป่าเหริน เดินทางมาขอพบคุณหนูเป็นการส่วนตัวขอรับ”มือที่กำลังลูบผ้าหยุดลง“เจี้ยงเป่าเหริน?”คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ“เจ้ากรมพิธีการระดับนั้นมาหาข้าทำไมกัน”นางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง“คนตัวเล็ก ๆ อย่างข้าเนี่ยนะ”โม่ตูก้มศีรษะ“ข้าน้อยไม่ทราบรายละเอียดขอรับ”จากนั้นจึงกล่าวเสริม“แต่ในเมื่อท่านเจ้ากรมสามารถเข้ามาถึงคฤหาสน์นอกเมืองได้ ย่อมหมายความว่าท่านอ๋องอนุญาตแล้ว”ฉินซูเหยาหรี่ตาลงเจี้ยงเป่าเหริน...นางนึกไปถึงสตรีอีกคนทันทีเจียงเป่าตานหรือจะเป็นเรื่องของลูกสาวเขาหญิงสาววางผ้าในมือลงคราวก่อนนางเล่นงานเจียงเป่าตานเสียจนหน้าหงาย อีกทั้งเรื่องยังลุกลามไปถึงผู้เป็นบิดาจนถูกฮ่องเต้เรียกไปตำหนิหากชายผู้นี้คิดจะมาต่อว่านางก็พอเข้าใจได้แต่ถ้ามาเอ

  • ลืมตาอีกที ข้าก็มีระบบเทพบุปผา    ตอนที่ 39 คนของทูตเทพ 

    ตอนที่ 39 คนของทูตเทพ“ภายใต้ความโหดร้ายของเมืองหลวง ตระกูลหลินไม่ใช่ตระกูลธรรมดาที่กลัวข่าวลือแบบที่เจ้ากล่าวออกมาเลย”“พวกเขาจัดการทุกคนที่ขวางทางได้หมดโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใดด้วยซ้ำ”“ขนาดนั้นเลยหรือเพคะ?”เยี่ยฉิงชางยกชาขึ้นจิบพร้อมรอยยิ้มแปลก ๆ ที่ทำให้ฉินซูเหยารู้สึกขนลุกซู่ในยามราตรี ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลินเหล่าบุรุษที่ทำหน้าที่ช่วยพิธีกรรมใต้ดินทยอยเดินออกจากทางลับ เพื่อขึ้นมายืดเส้นยืดสายบริเวณลานด้านหลัง ชายผู้หนึ่งยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ บิดลำตัวไปมา อีกคนหักข้อนิ้วจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ“ในที่สุดก็ได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status