LOGINยี่สิบสี่ “คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินใหญ่ให้เอาชุดสำหรับใส่ในงานเลี้ยงของตระกูลเซี่ยมาให้เจ้าค่ะ” เหมยอีเดินถือชุดและหีบเล็กหนึ่งหีบเข้ามาหาเหม่ยจูที่นั่งเขียนอะไรยุกยิกอยู่ในห้องอ่านหนังสือ จื่อเหยียนที่นั่งปักผ้าอยู่ไม่ไกลเป็นคนเดินมารับชุดจากมือเหมยอีไป “ตามจริงพรุ่งนี้คุณหนูต้องไปงานเลี้ยงชมดอกไม้ที่จวนตระกูลเซี่ยจำเป็นต้องนอนเร็วหน่อยนะเจ้าคะ” เหมือนเสียงของจื่อเหยียนลอยเข้าหูข้างหนึ่งของเหม่ยจูและลอยออกอีกข้าง เพราะมือเรียวเล็กของเหม่ยจูก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ด้วยเพราะจื่อเหยียนยังจ้องเขม็งไปที่เหม่ยจูไม่หยุดทำให้นางรับรู้ได้ถึงรังสีบางอย่างจึงเงยหน้าขึ้น “ข้าทำถึงยามห้ายก็นอนแล้ว พรุ่งนี้ไม่จำเป็นต้องไปแต่เช้ามิใช่หรือ ท่านกับเหมยอีไปนอนเลย เดี๋ยวข้าทำเสร็จแล้วจะดับตะเกียงเอง”เหม่ยจูแย้มยิ้มแกมออดอ้อนส่งไปให้แม่นมของตนที่ทำหน้าบึ้งอยู่ “เอ้อ แล้วส่วนชุดก็นำไปวางไว้ตรงนั้นได้เลย อย่างไรพรุ่งนี้ก็ใส่แล้วมิต้องเก็บให้เสียเวลาหรอก”จื่อเหยียนถอนหายใจแต่ก็ยอมทำตามที่บอก พอเหม่ยจูเห็นว่าทุกคนออกไปหมดแล้วนางจึงรวบรวมส
เท่าที่เหม่ยจูเปิดหีบทั้งหมดที่ฮองเฮาให้นางมานั้น ส่วนใหญ่เป็นของเกี่ยวกับความสวยความงาม มีทั้งผ้าหลายลายการันตีโดยจื่อเหยียนว่าต้องเป็นผ้าที่มีราคาสูงหรือไม่ก็เป็นของบรรณาการของอาณาจักรอื่นที่จัดแบ่งมาจากสตรีชั้นสูงในวัง เท่านั้นไม่พอยังเครื่องประดับอีกหนึ่งหีบ แต่สิ่งที่เหม่ยจูชอบที่สุดก็คือหีบใส่สมุนไพรหลายชนิดซึ่งหากเดาไม่ผิดอาจแบ่งมาจากของบรรณาการที่เมื่อคืนนั้นอาณาจักรหลานเทียนเฉิงส่งมาให้นั่นเอง “เดี๋ยวให้แบ่งคนสักสองคนเวียนกันทำหน้าที่เฝ้าที่หน้าห้องเก็บของไว้ หากมีสิ่งใดหายหรือใครเข้ามายุ่งคนเฝ้าจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ” เหม่ยจูสั่งเหมยจิงเสียงจริงจัง พอมองไปที่จื่อเหยียนเห็นนางทำเหมือนอยากพูดอะไรจึงเอ่ยสำทับอีกรอบ “ท่านมิต้องกังวลไปพวกเขาได้ของจากข้าไปตั้งมากแล้ว ข้าเพียงแบ่งมาเท่านี้พวกเขาไม่อกแตกตายหรอก” “คุณหนูไยพูดห่างเหินเพียงนั้นล่ะเจ้าคะ นั่นท่านพ่อของคุณหนูนะเจ้าคะ” จื่อเหยียนเอ่ยเสียงเบา ด้วยใจหนึ่งก็ไม่อยากขัดใจคุณหนูตนแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้เหม่ยจูกลายเป็นคนอกตัญญู “เฮ้อ ไว้ข้าอยา
ยี่สิบสาม หลังนั้นเหม่ยจูก็ต้องย้ายมาที่เรือนอิงฮวาซึ่งคือเรือนเก่าของมารดาเหม่ยจูนั่นเอง ขนาดของเรือนไม่ใหญ่มาก มีห้องครัวเล็กส่วนตัว และเครื่องเรือนครบครัน และสิ่งที่เหม่ยจูชอบมากที่สุดของเรือนแห่งนี้นั่นก็คือมันมีแปลงดอกไม้ด้วย แม้ว่าดอกไม้ที่ถูกปลูกไว้จะตายหมดแล้วก็ตาม ซึ่งหงเสี่ยวหม่าก็ยังให้บ่าวใช้แก่เหม่ยจูด้วยเช่นกัน แต่เหม่ยจูขอเลือกเอง โดยนางให้พ่อบ้านกิมเรียกบ่าวที่ทำหน้าที่เป็นบ่าวรับใช้ทำงานกับนางในวันงานปักปิ่นของเหม่ยเฉินมาให้หมด และเหม่ยจูก็เลือกบ่าวรับใช้ทำความสะอาดเรือนจากในนั้นให้ประจำอยู่เรือนนาง และบ่าวขั้นสองอีกสองคนโดยให้จื่อเหยียนเป็นคนเลือก ซึ่งจื่อเหยียนนั้นได้เลือกเอาบ่าวที่เคยรับใช้เซียวหวานเหวินซึ่งก่อนหน้าถูกนำไปเป็นบ่าวขั้นต่ำขึ้นมารับใช้เหม่ยจูตอนนี้ เหม่ยจูใช้สายตานิ่งสงบจ้อมองบ่าวขั้นสองที่แม่นมตนเลือกมาชั่วครู่ นางรู้สึกสงสารสตรีสองนางตรงหน้าพอตัว เพราะร่างกายดูผ่ายผอมมาก น่าจะถูกกดขี่มาโดยตลอด บ่าวขั้นสองทั้งสองคนคนหนึ่งนามเหมยอีและเหมยจิง “เมื่อเจ้าได้โอกาสอีกรอบแล้วอย่าลืมว่าใครคือนายก็เป็นพอ”
“แล้วคุณหนูอยู่ที่นี่สะดวกสบายดีหรือไม่” จิ้นฝูไม่ชอบคาดคั้นใคร เขาชอบใช้วิธีละมุนละม่อมมากกว่า หากเหม่ยจูไม่บอกเขาก็ต้องทำให้นางไว้ในเขาเสียก่อน ถึงครานั้นเดี๋ยวนางย่อมบอกเอง “เอ่อ สบายดีเพคะ เพียงแต่ไม่ชินที่เสียหน่อย ทำให้นอนหลับไม่สนิทเพคะ” …ได้โปรดปล่อยนางกลับที “หากฝ่าบาทฟื้นขึ้นคุณหนูย่อมสามารถกลับจวนได้แน่นอน เมื่อเช้าหลังจบว่าราชการช่วงเช้า ท่านเสนาบดีหงให้คนมาถามข้าถึงเจ้าด้วยนะ หากคุณหนูมีเรื่องอันใดอยากบอกฝากข้าไปได้เลย หรือจะเขียนจดหมายกลับไปก็ได้” เมื่อเช้าที่หงเสี่ยวหม่าให้ลูกน้องมาถามถึงเหม่ยจูนั้นทำให้เขามองออกว่าสองพ่อลูกนี้ต้องมีบางอย่างไม่ลงรอยกันเป็นแน่ เพราะหากเป็นบุตรีสุดรักจริงเขาต้องมาถามด้วยตัวเองสิ มิส่งตัวแทนมาถามส่ง ๆเยี่ยงนี้ เหม่ยจูส่ายหน้าก่อนเอ่ยตอบ “หม่อมฉันไม่รบกวนองค์รัชทายาทดีกว่าเพคะ” จิ้นฝูหยักคิ้วแปลกใจ ว่าการที่บิดาไม่สนใจบุตรสาวนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เจอได้บ่อย แต่การที่บุตรสาวไม่แยแสอะไรบิดานั้น เขายังไม่เคยเจอแฮะ “เรียกนามข้าเถิด” ร
ยี่สิบสอง งึมงำ แสงที่รอดสะท้อนเข้าสู่ดวงตาของเหม่ยจูทำเอานางต้องหลับตาลงอีกรอบ ทำไมตื่นมาครานี้นางถึงรู้สึกหนาว ๆหนา ราวกับร่างกายไร้อาภรณ์ห่อหุ้ม ใช่ มือที่เหม่ยจูยกขึ้นมากอดตัวเองสัมผัสกับผิวหนังของนางอย่างชัดเจน ทำให้ร่างบางลุกพรวดขึ้นนั่งอย่างเร็ว …ไย นางถึงได้มานอนที่เตียงด้วยร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนี้เล่า! เท่าที่จำได้คือ เหม่ยจูกำลังเจ็บปวดทรมานเพราะอาการของพิษกำลังกำเริบนี่นา จากนั้นนางก็ไปแช่น้ำ แล้ว แล้ว จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้แล้ว “อ้าว คุณหนูเหม่ยจู ไยไม่ใส่เสื้อผ้าหรือเจ้าคะ หรือว่าไม่เห็นชุดที่ข้าบ่าวเตรียมไว้ให้” เหม่ยจูใช้สายตาว่างเปล่าเพราะยังงุนงงไม่ต่างกันมองไปที่นางกำนัลที่เพิ่งเดินเข้ามา “อ้อ เห็น ๆ ข้ามีอะไรถามหน่อยสิ” นางกำนัลพยักหน้านั่งบนพื้นห่างจากเหม่ยจูไม่ไกล “เอ่อ เมื่อคืนมีใครเข้ามาในห้องข้าหรือเปล่าหรือ” สีหน้าของนางกำนัลเปลี่ยนเป็นฉงนทันที “ก็คุณหนูสั่งไว้ว่าให้พวกเรารอด้านนอกคุณหนูเรียกจึงเข้าไป ข้างนอกก็มีนางกำ
ยี่สิบเอ็ด ท่ามกลางราตรีที่ดวงจันทร์ขึ้นกลางศีรษะเด่นสง่า เงาร่างหนึ่งกระโดดข้ามหลังคาหลังแล้วหลังเล่าจนมาหยุดที่ตำหนักหลังหนึ่ง ด้วยเพราะตำหนักหลังนี้ไม่ใช่ที่พักของเหล่าเจ้านายที่สำคัญอันใดทำให้องครักษ์ที่เฝ้าบริเวณนี้เบาบางกว่าที่อื่นในเขตพักผ่อน เขาจึงสามารถเข้ามาได้อย่างไม่ลำบากนัก มือหนาลงมือแกะแผ่นกระเบื้องหลังคาออกจนได้รูขนาดพอที่ร่างหนาของตัวเองจะสามารถผ่านลงไปได้ ตุ้บ หยางหลงยืนบนพื้นอย่างมั่นคงและมองไปรอบห้องไร้แสง ภายในห้องเงียบสงบอาจเพราะเจ้าของห้องเข้าสู่นิทราไปแล้วกระมังเพราะยามนี้ก็ยามจื่อแล้ว เขาเดินไปดูที่กระถางไฟก็เห็นว่าไส้เทียนหมดจึงเดาว่าที่ห้องมืดคงเป็นเพราะไฟมอดดับเองมิใช่คนตั้งใจดับหรอก และพอเดินไปยังตำแหน่งเตียงนอน ใช้มือแหวกม่านอย่างช้า ๆไร้เสียงก็ไม่พบผู้ใด นางหนีออกไปจากที่นี่หรือ สายตาเหลือบไปทางฉากกั้นบานใหญ่ เท้าก็ก้าวไปยังฉากนั้นพอเดินพ้นฉากเท่านั้นแหละก็เผลอแสดงอาการตกใจ เบื้องหน้าเขาคือสตรีเจ้าของห้องนั่นเอง นางแช่ร่างในน้ำมีเพียงใบหน้าเอนพึงขอบถัง หายใจแผ่วเบา ราวคนใกล้ตาย! ความ







