로그인สายลมยามค่ำคืนที่พัดมาปะทะผิวเนื้อบริเวณหัวไหล่เปลือยเปล่า ทำให้ยิหวาต้องยกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองเบา ๆ เพื่อบรรเทาความหนาวเย็น หญิงสาวทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครจากระเบียงชั้นสิบห้า พยายามสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่ยังคงเต้นระส่ำจากการกระทำอุกอาจของคุณหมอหน้าเลือดเมื่อครู่
“คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ นังเด็กเหลือขอ!”
เสียงแหลมปรี๊ดที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอายิหวาต้องถอนหายใจยาว เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคุณหนูพราวที่เดินกระแทกส้นเข็มปึงปังเข้ามาหาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงวาวโรจน์ไปด้วยความเกลียดชัง
“ไม่ทราบว่าคุณป้า เอ้ย คุณพี่ มีธุระอะไรกับหนูเหรอคะ”
ยิหวาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทว่ารอยยิ้มมุมปากกลับกวนประสาทอย่างจงใจ รูปลักษณ์ที่ดูเป็นสาวหวานจิ้มลิ้มในชุดเดรสสีแชมเปญทอง ขัดแย้งกับสรรพนามที่หลุดออกจากปากโดยสิ้นเชิง
“แกเรียกใครว่าป้า!”
พราวกรีดร้อง ชี้หน้าเด็กสาวที่อายุห่างจากตนเกือบรอบ
“อย่ามาทำเป็นปากดีนะ คิดว่าแต่งตัวสวย ๆ ควงภัคออกงานแล้วฉันจะกลัวเหรอ สภาพอย่างแกก็เป็นได้แค่ของเล่นฆ่าเวลาเท่านั้นแหละ ภัคเขาไม่มีทางเอาเด็กกะโปโลหัวนอนปลายเท้ามาเชิดหน้าชูตาหรอก”
“อ้อ เหรอคะ” ยิหวายกมือขึ้นกอดอก เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “เป็นของเล่นหรือเปล่าหนูไม่รู้หรอกนะคะ แต่ที่แน่ ๆ คืนนี้คนที่เขายอมควงออกงานด้วยคือหนู ไม่ใช่คนที่เอาแต่ตามตื๊อจนเขาต้องเดินหนีแบบคุณพี่นะคะ”
“นังเด็กบ้า! แกกล้าดียังไงมายอกย้อนฉัน!”
พราวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ขาดสติจนเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบสั่งสอนเด็กปากดีให้เลือดกบปาก ยิหวาหรี่ตาลง สัญชาตญาณความห้าวเป้งทำให้เธอไม่ได้คิดจะหลบ แต่เตรียมจะยกแขนขึ้นปัดและสวนกลับให้รู้เสียบ้างว่าคนอย่างยิหวาไม่เคยยอมให้ใครมารังแกฟรี ๆ
ทว่าก่อนที่ฝ่ามือของพราวจะทันได้กระทบแก้มใส มือหนาของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของพราวเอาไว้เสียก่อน พร้อมกับแรงบีบที่มหาศาลจนเจ้าของมือถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“ผมจำไม่ได้ว่าอนุญาตให้คุณพราวตามคนของผมออกมาตรงนี้นะครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบยิ่งกว่าลมหนาวดังขึ้น นพ. ภควัตในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มก้าวเข้ามายืนซ้อนหลังยิหวา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมียอยยิ้มสุขุมบัดนี้เรียบตึง นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินจ้องมองหญิงสาวไฮโซด้วยสายตาเชือดเฉือนจนพราวถึงกับหน้าซีดเผือด
“ภ...ภัคคะ ปล่อยพราวก่อน พราวเจ็บนะคะ” เธอพยายามดึงมือออก แต่ชายหนุ่มกลับสะบัดข้อมือเธอทิ้งอย่างไม่ไยดีราวกับรังเกียจ
“ถ้าคุณแตะต้องคนของผมแม้แต่ปลายเล็บ ผมรับรองได้เลยว่าคลินิกความงามของครอบครัวคุณที่กำลังจะร่วมทุนกับโรงพยาบาลของผม จะถูกยกเลิกสัญญาทันทีในเช้าวันพรุ่งนี้”
หมอภัคประกาศกร้าว ไม่หลงเหลือคราบแพทย์ผู้ใจดี มีเพียงนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่กล้ามาลองดี
“ภัค! คุณกล้าขู่พราวเพราะนังเด็กนี่เหรอคะ คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าคุณแม่ของคุณท่านตกลงเรื่องของเราไว้แล้ว!”
“คุณแม่ผมตกลง แต่ผมไม่เคยตกลง” เขาตอบกลับเสียงแข็ง ก่อนจะรวบเอวบางของยิหวาเข้าหาตัว “และช่วยกรุณาจำเอาไว้ด้วย ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ผมเลือก ถ้าคุณยังมีมารยาทและศักดิ์ศรีหลงเหลืออยู่บ้าง ก็เลิกยุ่งกับพวกเราซะ”
พูดจบ หมอภัคก็ไม่รอฟังคำด่าทอใด ๆ อีก เขาโอบเอวยิหวาพาเดินกลับเข้าไปในงานและตรงดิ่งไปที่ลานจอดรถทันที ทิ้งให้คุณหนูพราวยืนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่เบื้องหลัง
************************************
ภายในรถยุโรปคันหรูที่แล่นทะยานฝ่าความมืดของกรุงเทพฯ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงัน ยิหวานั่งตัวเกร็งชิดขอบประตู ลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังขับรถ เขายังคงขบกรามแน่นจนเห็นสันกรามชัดเจน บ่งบอกว่าอารมณ์กรุ่นโกรธเมื่อครู่ยังไม่จางหายไป
“เอ่อ...คุณหมอคะ” ยิหวาตัดสินใจทำลายความเงียบ “เมื่อกี้ขอบคุณนะคะที่ช่วยพูดให้”
“ผมไม่ได้ช่วยพูด ผมแค่พูดความจริง” เขาตอบเสียงเรียบโดยไม่ละสายตาจากถนน “แล้วคุณก็เหมือนกัน ทำไมถึงปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเดินมาหาเรื่องถึงที่ ทำไมไม่เดินหนี”
“หนูไม่ได้ปล่อยให้เขามาหาเรื่องนะ เขาเดินตามมาเอง อีกอย่าง คนอย่างหนูไม่เคยเดินหนีใคร ถ้าเขาตบมาหนูก็แค่ตบกลับ ไม่เห็นต้องกลัวเลย” เธอเถียงเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อดึง
หมอภัคถอนหายใจยาว เลี้ยวรถเข้าจอดในช่องจอดวีไอพีของคอนโดมิเนียมสุดหรู เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองคนเก่งที่กำลังทำหน้างอ นัยน์ตาคมกริบหลังเลนส์แว่นอ่อนแสงลงเมื่อเห็นท่าทางห้าว ๆ ที่ช่างขัดกับชุดเดรสสีแชมเปญแสนหวานนั้น
“เก่งไปซะทุกเรื่อง เก่งกับทุกคน” เขาพึมพำ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนยิหวาสะดุ้ง “แต่รู้ไหม ว่าบางครั้งคุณก็ไม่ต้องทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้ เวลาอยู่กับผม คุณมีสิทธิ์ที่จะอ่อนแอ และให้ผมเป็นคนปกป้องคุณเอง”
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมากระทบผืนน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของหมู่เกาะมัลดีฟส์ เสียงคลื่นลูกเล็ก ๆ กระทบเสาไม้ของวิลลากลางน้ำสุดหรูดังก้องเป็นจังหวะ บรรยากาศแสนโรแมนติกที่คู่ฮันนีมูนทั่วโลกใฝ่ฝัน ทว่าภายในห้องนอนกว้างขวางบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มกลับเหลือเพียงความว่างเปล่าใต้ผ้าห่ม หมอภัคค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกงัวเงีย แขนแกร่งวาดออกไปควานหาความนุ่มนิ่มของภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งสวมแหวนแต่งงานกันไปหมาด ๆ แต่กลับพบเพียงรอยยับย่นและอุณหภูมิอุ่น ๆ ที่หลงเหลืออยู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ท่านประธานบริรักษ์กรุ๊ปผุดลุกขึ้นนั่ง สวมชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มทับร่างเปลือยเปล่าท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนบาง ๆ จากสมรภูมิรักเมื่อคืน เขาก้าวเดินออกจากห้องนอน มุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้กว้างด้านนอกที่ยื่นออกไปเหนือผืนน้ำทะเล แล้วภาพตรงหน้าก็ทำเอาหมอภัคถึงกับหลุดหัวเราะออ
แสงไฟแชนเดอเลียร์ในห้องแกรนด์บอลรูมถูกหรี่ลงจนสลัว ถูกแทนที่ด้วยแสงเลเซอร์สีสันสดใสและบีตดนตรีอีดีเอ็มจังหวะสนุกสนานจากดีเจชื่อดังที่ถูกจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บรรยากาศความหรูหราแบบผู้ดีเก่าในช่วงพิธีการ ถูกเปลี่ยนเป็นฟลอร์เต้นรำสุดเหวี่ยงสำหรับช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เสียงเป่าปากและเสียงเชียร์ดังกึกก้อง เมื่อนายหญิงบริรักษ์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในชุดที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งงาน ยิหวาสลัดคราบกระสอบข้าวสารฝังเพชรทิ้งไปจนหมดสิ้น หญิงสาวก้าวเข้ามาในชุดมินิเดรสสีขาวมุกที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง ท่อนบนเป็นคอร์เซ็ตเข้ารูปอวดทรวดทรงองค์เอวชัดเจน แต่ที่เด็ดที่สุดคือดีไซน์โชว์แผ่นหลังขาวเนียนลึกไปจนถึงบั้นเอวคอด ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าประดับด้วยขนนกกระจอกเทศพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ดูเปรี้ยวซ่า ทะมัดทะแมง และเซ็กซี่จนหนุ่ม ๆ ในงานแทบจะเหลียวหลัง “ว้าว
คืนก่อนวันวิวาห์แห่งปี ภายในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดใจกลางเมือง ยิหวาในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยว นั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหน้าเตียงคิงไซส์ รอบตัวเต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบที่เปิดอ้าซ่า หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าสำหรับทริปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ “ครีมกันแดด แว่นตา อ้อ! ลืมไม่ได้เด็ดขาด” ยิหวาพึมพำ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบฮาร์ดแวร์วอลเล็ตหรือแฟลชไดร์ฟเก็บคริปโตเคอร์เรนซีสุดหวงแหน ใส่ลงในช่องซิปลับของกระเป๋าสะพายอย่างระมัดระวัง “ไปฮันนีมูนที่เกาะส่วนตัว ยังจะพกกระเป๋าตังค์ดิจิทัลไปอีกเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอภัคที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาทรุดตัวลงนั่งซ้อนด้านหลังภรรยาตัวน้อย วาดวงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดเอาไว้หลวม ๆ “ต้องพกสิคะ เผื่อตลาดมันแดงเดือดตอนเรากำลั
ณ ห้องรับรองสุดหรูภายในคฤหาสน์บริรักษ์บรรยากาศในห้องตอนนี้ไม่ได้ตึงเครียดด้วยรังสีอำมหิต แต่มันเต็มไปด้วยรังสีความกดดันแบบแปลก ๆ เมื่อคุณหญิงปิ่นแก้วนั่งกอดอก หน้ามุ่ยอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวโต โดยมีลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะกระจกตรงกลาง มีแฟ้มพรีเซนเทชันงานแต่งงานสองแบบวางคู่กัน แบบแรกคือป่าหิมพานต์สุดอลังการดาวล้านดวงของออร์แกไนเซอร์ และแบบที่สองคือมินิมอลลักชัวรีที่ยิหวาแอบไปสั่งแก้มาใหม่ “ตาภัค ยิหวา พวกเธอจะบ้าหรือไง!” คุณหญิงปิ่นแก้วเปิดฉากด้วยน้ำเสียงปรี๊ดปร๊าด “งานแต่งงานของประธานบริรักษ์กรุ๊ป ทายาทหมื่นล้านนะ ไม่ใช่งานผูกข้อมือใต้ต้นมะขาม จะให้จัดงานมินิมอล ดอกไม้เรียบ ๆ ไม่มีเค้กสูงสิบสองเมตร ไม่มีเฮลิคอปเตอร์โปรยดอกกุหลาบได้ยังไง ขืนจัดเล็ก ๆ แบบนี้
หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันวิวาห์แห่งปี... บรรยากาศภายในบริรักษ์ เวลเนส แอนด์ สปา สาขาทองหล่อ เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พนักงานทุกคนทำงานกันอย่างกระฉับกระเฉง รอยยิ้มที่มอบให้ลูกค้าไม่ใช่รอยยิ้มที่ถูกบังคับด้วยกฎเกณฑ์ แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากความสุขจริง ๆ เพราะตั้งแต่ยิหวาเข้ามาบริหารและปรับโครงสร้างสวัสดิการใหม่ ล้างบางระบบทุจริต และตั้งโบนัสตามผลงานอย่างยุติธรรม ทำให้ทุกคนรู้สึกรักและพร้อมถวายหัวให้ว่าที่นายหญิงคนนี้จากใจ ภายในห้องทำงานผู้จัดการที่กรุกระจกใสรอบด้าน ยิหวานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในมือไม่ได้ถือแฟ้มสรุปยอดขายของคลินิก แต่กำลังถือไอแพดและขะมักเขม้นอยู่กับการเช็กพอร์ตการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี นัยน์ตากลมโตจ้องกราฟสีเขียวสีแดงที่กำลังวิ่งขึ้นลงด้วยความจริงจัง ราวกับกำลังผ่าตัดคนไข้ “อืม... จังหวะนี้แหละ ย่อมาแตะแนวรับพอดี ต้องถัวเพ
เวลาตีสี่ครึ่ง ในขณะที่คนทั้งกรุงเทพมหานครยังคงหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่น แต่ไฟในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดกลับสว่างโร่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินขวักไขว่ไปมาของทีมงานช่างหน้าช่างผมระดับท็อปของประเทศ ที่ถูกจ้างมาเนรมิตความงามให้กับว่าที่เจ้าสาวแห่งบริรักษ์กรุ๊ป ยิหวาถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง หญิงสาวนั่งสัปหงกอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว ปล่อยให้ช่างผมม้วนลอนและช่างแต่งหน้าลงรองพื้นไปตามระเบียบ วันนี้คือวันถ่ายพรีเวดดิ้งที่หมอภัคจัดการเคลียร์คิวงานของตัวเองและเธอ เพื่อถ่ายทำเซ็ตภาพประวัติศาสตร์ที่จะนำไปใช้ในงานฉลองมงคลสมรสเดือนหน้า “โอ๊ยยย สวยมากค่าคุณยิหวา ผิวละเอียดจนช่างแทบไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์เลยนะคะเนี่ย ออร่าเจ้าสาวจับสุด ๆ” ช่างแต่งหน้าชื่อดังเอ่ยชมเปาะ พลางปัดบลัชออนสีพีชลงบนพวงแก้มใส ยิหวาปรือตาขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ก่อนจะลอบถอนหายใจ “สวยก็สวยอยู่หรอกค่ะพี่ช่าง แต่ทำไมเราต้องตื่นมาแต่งหน้ากันตั้งแต่ตีสี่ด้วยล่ะคะ ถ่ายรูปในสตูดิโอไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ไปรอแสงเช้าที่ยอดดอยซะหน่อย” “แหม คุณยิ
วินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมา ร่างกายของยิหวาก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ลมหายใจที่เคยพ่นเข้าออกอย่างสม่ำเสมอสะดุดกึกไปดื้อ ๆ ริมฝีปากหยักลึกบดเบียดลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนยิหวาตั้งตัวไม่ติด มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลทะนุถนอมแบบในซีรีส์โรแมนติกที่เธอเคยดู แต่มั
“คนฉวยโอกาส! ห้องหนูอยู่ไหน หนูจะไปเก็บของแล้ว” เธอโวยวายกลบเกลื่อนความเขิน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหู หมอภัคหัวเราะหึในลำคออย่างอารมณ์ดีที่สามารถแกล้งยัยเด็กปากแจ๋วให้เสียอาการได้ “ห้องนอนแขกอยู่ทางขวามือ จัดของเสร็จแล้วก็ออกมาทำมื้อค่ำด้วย ในสัญญาคุณต้องดูแลเรื่องอาห
ติ๊ด... แกรก... เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น พร้อมกับบานประตูไม้สีเข้มบานใหญ่ที่เปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมืองที่กว้างขวางจนสามารถเตะฟุตบอลได้สบาย ๆ การตกแต่งภายในเน้นโทนสีเทา ดำ และกรมท่า ดูเรียบหรูเจ้าระเบียบและเย็นชาไม่ต่างอะไรกับเจ้าของห้องเลยสักนิด
คุยกันต้นเรื่อง สวัสดีค่ะนักอ่านที่รักทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งกับผลงานเรื่องใหม่ ‘ลุงหมอคะ...อย่ากวน(ใจ)ให้มากนัก’ นิยายรักสายฟินที่เริ่มต้นจากความวุ่นวาย เมื่อ ‘ยิหวา’ เด็กสาวสู้ชีวิตจอมงกและปากแจ๋ว ต้องมาปะทะคารมกับ ‘หมอภัค’ ศัลยแพทย์หนุ่มมาดขรึมจอมเผด็จการ จากคู่กัดที่เจอหน้ากันทีไร







