登入หัวใจของยิหวากระตุกวูบไปกับคำพูดที่แสนจะอบอุ่นและตรงไปตรงมา เธอเผลอกัดริมฝีปากล่างตัวเองอีกครั้งด้วยความประหม่า ดวงตากลมโตสั่นไหวเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“หนู...หนูดูแลตัวเองได้” เธอเถียงเสียงแผ่ว ความห้าวหาญปลิวหายไปในอากาศ
“ดูแลตัวเองได้? ด้วยการใส่รองเท้าส้นสูงที่กัดส้นเท้าจนถลอกปอกเปิกไปหมดเนี่ยนะ?”
ยิหวาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขาก้มลงมองที่ข้อเท้าของเธอ เธอพยายามซ่อนมันไว้ใต้ชายกระโปรงมาตลอดทางตั้งแต่เดินออกจากงาน เพราะรองเท้าบ้า ๆ คู่ที่ช่างจัดมาให้มันกัดจนส้นเท้าเธอแดงเถือกและแสบไปหมด แต่เธอไม่อยากเสียฟอร์มจึงทนเดินกะเผลกมาเงียบ ๆ
หมอภัคเปิดประตูรถและเดินอ้อมมาฝั่งผู้โดยสาร เขาเปิดประตูออกแล้วทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าเธอ ยิหวาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“ลุง...เอ้ย คุณหมอ จะทำอะไรคะ! ลุกขึ้นนะ คนอื่นมาเห็นเข้า!”
“เงียบเถอะน่า ยื่นเท้ามานี่” เขาออกคำสั่งเสียงดุ ๆ แต่ฝ่ามือใหญ่กลับเอื้อมไปจับข้อเท้าเล็กของเธออย่างเบามือที่สุด ปลดสายรัดรองเท้าส้นสูงราคาแพงออกแล้วโยนมันทิ้งไปที่เบาะหลังอย่างไม่ไยดี ก่อนจะทำแบบเดียวกันกับเท้าอีกข้าง
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในรถปะทะกับแผลถลอกจนยิหวาสะดุ้ง แต่สิ่งที่ทำให้เธอขนลุกซู่ยิ่งกว่า คือฝ่ามืออุ่นจัดของศัลยแพทย์หนุ่มที่กำลังประคองฝ่าเท้าเปล่าเปลือยของเธอเอาไว้ราวกับเป็นของล้ำค่า
“เจ็บไหม” เขาเงยหน้าขึ้นถาม สายตาที่มองผ่านกรอบแว่นเต็มไปด้วยความห่วงใยจนยิหวาใจเต้นผิดจังหวะ
“น...นิดหน่อยค่ะ หนูเดินเองได้”
“อย่าดื้อ ยิหวา”
พูดจบ หมอภัคก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะช้อนร่างเล็กของเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายราวกับเธอไม่มีน้ำหนัก
“ว้าย! คุณหมอ! ปล่อยหนูลงนะ หนักจะตาย!” ยิหวาร้องลั่น สองมือรีบคว้าคอเสื้อสูทของเขาไว้แน่นด้วยความกลัวตก ใบหน้าหวานแดงก่ำซุกอยู่กับลาดไหล่กว้าง
“หนักอะไร ตัวเบาหวิวเหมือนลูกแมว” เขากระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น เดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว “แล้วก็เลิกโวยวายได้แล้ว ไม่อย่างนั้นผมจะจูบปิดปากคุณตรงนี้แหละ ให้กล้องวงจรปิดมันบันทึกไว้เป็นหลักฐานเลยว่าเราเป็นอะไรกัน”
คำขู่ที่ดูไม่ได้ล้อเล่นทำเอายิหวารีบหุบปากฉับ ยอมสงบเสงี่ยมเป็นตุ๊กตาให้เขาอุ้มขึ้นลิฟต์ไปจนถึงเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดแต่โดยดี
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง หมอภัควางเธอลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่กลางห้องนั่งเล่นอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเดินหายไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ยิหวานั่งตัวเกร็ง ขยับกระโปรงที่ร่นขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง บรรยากาศภายในห้องที่เงียบสงบทำให้เธอเริ่มรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่รัวเร็วและดังจนน่ากลัว
ชายหนุ่มกลับมาพร้อมกับกล่องยา เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมตรงหน้าเธออีกครั้ง ยิหวารีบหดเท้าหนี
“หนู...หนูทำเองได้ค่ะ คุณหมอไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ”
“มือผมสะอาดและเบากว่ามือคุณเยอะ ยื่นมา”
เมื่อขัดใจไม่ได้ ยิหวาจึงจำยอมยื่นเท้าไปให้เขา หมอภัคใช้สำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดรอยถลอกที่ส้นเท้าให้อย่างเบามือที่สุด สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากไล้ผ่านผิวเนื้อบาง ๆ ทำเอายิหวารู้สึกวูบวาบไปถึงช่องท้อง เธอเม้มปากแน่น พยายามไม่ส่งเสียงครางเมื่อความแสบแล่นริ้วขึ้นมา
“คืนนี้คุณทำหน้าที่ได้ดีมาก” เขาเอ่ยทำลายความเงียบขณะกำลังติดพลาสเตอร์ยาให้ “สวยจนผมไม่อยากให้ใครมอง”
ยิหวาก้มหน้าลงมองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า แสงไฟสลัวในห้องนั่งเล่นขับเน้นโครงหน้าหล่อเหลาให้ดูมีเสน่ห์และลึกลับมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อเขาวางอุปกรณ์ทำแผลลง แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ นัยน์ตาสีเข้มใต้แว่นสายตาคู่นั้นก็แฝงไปด้วยความปรารถนาที่เข้มข้นจนเธอแทบจะหลอมละลาย
มือหนาเลื่อนจากข้อเท้าขึ้นมาลูบไล้ที่หัวเข่ามน ก่อนจะขยับเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรียวขาทั้งสองข้างของเธอ ยิหวาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างถูกร่นเข้ามาจนหน้าอกกว้างของเขาแทบจะชิดกับหัวเข่าของเธอ
“ค...คุณหมอ ทำแผลเสร็จแล้วก็ลุกสิคะ”
“ผมรักษาแผลที่เท้าให้คุณแล้ว...”
เขาโน้มตัวขึ้นมา ใช้สองมือยันกับพนักโซฟาขนาบข้างลำตัวเธอไว้ กักขังร่างเล็กในชุดเดรสสวยหวานไม่ให้หนีไปไหน
“แล้วแผลในใจผมที่หึงคุณจนหน้ามืดเมื่อตอนกลางวัน ผู้จัดการส่วนตัวจะไม่ช่วย ‘รักษา’ ให้หน่อยเหรอครับ”
น้ำเสียงแหบพร่าและสรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอายิหวาตัวสั่นสะท้าน ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากปฏิเสธ ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาช่วงชิงลมหายใจของเธอไปอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้ดุดันและเอาแต่ใจเหมือนเมื่อคืน แต่มันกลับนุ่มนวล อ้อยอิ่ง และเว้าวอนจนกำแพงความห้าวหาญในใจของสาวน้อยพังทลายลงอย่างราบคาบ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมากระทบผืนน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของหมู่เกาะมัลดีฟส์ เสียงคลื่นลูกเล็ก ๆ กระทบเสาไม้ของวิลลากลางน้ำสุดหรูดังก้องเป็นจังหวะ บรรยากาศแสนโรแมนติกที่คู่ฮันนีมูนทั่วโลกใฝ่ฝัน ทว่าภายในห้องนอนกว้างขวางบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มกลับเหลือเพียงความว่างเปล่าใต้ผ้าห่ม หมอภัคค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกงัวเงีย แขนแกร่งวาดออกไปควานหาความนุ่มนิ่มของภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งสวมแหวนแต่งงานกันไปหมาด ๆ แต่กลับพบเพียงรอยยับย่นและอุณหภูมิอุ่น ๆ ที่หลงเหลืออยู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ท่านประธานบริรักษ์กรุ๊ปผุดลุกขึ้นนั่ง สวมชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มทับร่างเปลือยเปล่าท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนบาง ๆ จากสมรภูมิรักเมื่อคืน เขาก้าวเดินออกจากห้องนอน มุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้กว้างด้านนอกที่ยื่นออกไปเหนือผืนน้ำทะเล แล้วภาพตรงหน้าก็ทำเอาหมอภัคถึงกับหลุดหัวเราะออ
แสงไฟแชนเดอเลียร์ในห้องแกรนด์บอลรูมถูกหรี่ลงจนสลัว ถูกแทนที่ด้วยแสงเลเซอร์สีสันสดใสและบีตดนตรีอีดีเอ็มจังหวะสนุกสนานจากดีเจชื่อดังที่ถูกจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บรรยากาศความหรูหราแบบผู้ดีเก่าในช่วงพิธีการ ถูกเปลี่ยนเป็นฟลอร์เต้นรำสุดเหวี่ยงสำหรับช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เสียงเป่าปากและเสียงเชียร์ดังกึกก้อง เมื่อนายหญิงบริรักษ์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในชุดที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งงาน ยิหวาสลัดคราบกระสอบข้าวสารฝังเพชรทิ้งไปจนหมดสิ้น หญิงสาวก้าวเข้ามาในชุดมินิเดรสสีขาวมุกที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง ท่อนบนเป็นคอร์เซ็ตเข้ารูปอวดทรวดทรงองค์เอวชัดเจน แต่ที่เด็ดที่สุดคือดีไซน์โชว์แผ่นหลังขาวเนียนลึกไปจนถึงบั้นเอวคอด ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าประดับด้วยขนนกกระจอกเทศพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ดูเปรี้ยวซ่า ทะมัดทะแมง และเซ็กซี่จนหนุ่ม ๆ ในงานแทบจะเหลียวหลัง “ว้าว
คืนก่อนวันวิวาห์แห่งปี ภายในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดใจกลางเมือง ยิหวาในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยว นั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหน้าเตียงคิงไซส์ รอบตัวเต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบที่เปิดอ้าซ่า หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าสำหรับทริปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ “ครีมกันแดด แว่นตา อ้อ! ลืมไม่ได้เด็ดขาด” ยิหวาพึมพำ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบฮาร์ดแวร์วอลเล็ตหรือแฟลชไดร์ฟเก็บคริปโตเคอร์เรนซีสุดหวงแหน ใส่ลงในช่องซิปลับของกระเป๋าสะพายอย่างระมัดระวัง “ไปฮันนีมูนที่เกาะส่วนตัว ยังจะพกกระเป๋าตังค์ดิจิทัลไปอีกเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอภัคที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาทรุดตัวลงนั่งซ้อนด้านหลังภรรยาตัวน้อย วาดวงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดเอาไว้หลวม ๆ “ต้องพกสิคะ เผื่อตลาดมันแดงเดือดตอนเรากำลั
ณ ห้องรับรองสุดหรูภายในคฤหาสน์บริรักษ์บรรยากาศในห้องตอนนี้ไม่ได้ตึงเครียดด้วยรังสีอำมหิต แต่มันเต็มไปด้วยรังสีความกดดันแบบแปลก ๆ เมื่อคุณหญิงปิ่นแก้วนั่งกอดอก หน้ามุ่ยอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวโต โดยมีลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะกระจกตรงกลาง มีแฟ้มพรีเซนเทชันงานแต่งงานสองแบบวางคู่กัน แบบแรกคือป่าหิมพานต์สุดอลังการดาวล้านดวงของออร์แกไนเซอร์ และแบบที่สองคือมินิมอลลักชัวรีที่ยิหวาแอบไปสั่งแก้มาใหม่ “ตาภัค ยิหวา พวกเธอจะบ้าหรือไง!” คุณหญิงปิ่นแก้วเปิดฉากด้วยน้ำเสียงปรี๊ดปร๊าด “งานแต่งงานของประธานบริรักษ์กรุ๊ป ทายาทหมื่นล้านนะ ไม่ใช่งานผูกข้อมือใต้ต้นมะขาม จะให้จัดงานมินิมอล ดอกไม้เรียบ ๆ ไม่มีเค้กสูงสิบสองเมตร ไม่มีเฮลิคอปเตอร์โปรยดอกกุหลาบได้ยังไง ขืนจัดเล็ก ๆ แบบนี้
หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันวิวาห์แห่งปี... บรรยากาศภายในบริรักษ์ เวลเนส แอนด์ สปา สาขาทองหล่อ เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พนักงานทุกคนทำงานกันอย่างกระฉับกระเฉง รอยยิ้มที่มอบให้ลูกค้าไม่ใช่รอยยิ้มที่ถูกบังคับด้วยกฎเกณฑ์ แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากความสุขจริง ๆ เพราะตั้งแต่ยิหวาเข้ามาบริหารและปรับโครงสร้างสวัสดิการใหม่ ล้างบางระบบทุจริต และตั้งโบนัสตามผลงานอย่างยุติธรรม ทำให้ทุกคนรู้สึกรักและพร้อมถวายหัวให้ว่าที่นายหญิงคนนี้จากใจ ภายในห้องทำงานผู้จัดการที่กรุกระจกใสรอบด้าน ยิหวานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในมือไม่ได้ถือแฟ้มสรุปยอดขายของคลินิก แต่กำลังถือไอแพดและขะมักเขม้นอยู่กับการเช็กพอร์ตการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี นัยน์ตากลมโตจ้องกราฟสีเขียวสีแดงที่กำลังวิ่งขึ้นลงด้วยความจริงจัง ราวกับกำลังผ่าตัดคนไข้ “อืม... จังหวะนี้แหละ ย่อมาแตะแนวรับพอดี ต้องถัวเพ
เวลาตีสี่ครึ่ง ในขณะที่คนทั้งกรุงเทพมหานครยังคงหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่น แต่ไฟในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดกลับสว่างโร่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินขวักไขว่ไปมาของทีมงานช่างหน้าช่างผมระดับท็อปของประเทศ ที่ถูกจ้างมาเนรมิตความงามให้กับว่าที่เจ้าสาวแห่งบริรักษ์กรุ๊ป ยิหวาถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง หญิงสาวนั่งสัปหงกอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว ปล่อยให้ช่างผมม้วนลอนและช่างแต่งหน้าลงรองพื้นไปตามระเบียบ วันนี้คือวันถ่ายพรีเวดดิ้งที่หมอภัคจัดการเคลียร์คิวงานของตัวเองและเธอ เพื่อถ่ายทำเซ็ตภาพประวัติศาสตร์ที่จะนำไปใช้ในงานฉลองมงคลสมรสเดือนหน้า “โอ๊ยยย สวยมากค่าคุณยิหวา ผิวละเอียดจนช่างแทบไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์เลยนะคะเนี่ย ออร่าเจ้าสาวจับสุด ๆ” ช่างแต่งหน้าชื่อดังเอ่ยชมเปาะ พลางปัดบลัชออนสีพีชลงบนพวงแก้มใส ยิหวาปรือตาขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ก่อนจะลอบถอนหายใจ “สวยก็สวยอยู่หรอกค่ะพี่ช่าง แต่ทำไมเราต้องตื่นมาแต่งหน้ากันตั้งแต่ตีสี่ด้วยล่ะคะ ถ่ายรูปในสตูดิโอไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ไปรอแสงเช้าที่ยอดดอยซะหน่อย” “แหม คุณยิ
วันรุ่งขึ้น ยิหวาพยายามหลบหน้าหมอภัคทั้งวัน เธอรีบตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกไปเรียน และเมื่อถึงช่วงบ่ายที่ต้องเข้าเวรพาร์ทไทม์ที่เดอะ บริรักษ์ คลินิก เธอก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์ ไม่ยอมสบตาหรือพูดคุ
รสจูบที่เต็มไปด้วยการลงทัณฑ์และสัญชาตญาณดิบเถื่อนภายในลานจอดรถทำเอายิหวาแทบขาดใจ ลมหายใจของเธอถูกช่วงชิงไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนสมองขาวโพลน สองมือเล็กที่เคยกำแน่นอยู่ที่สายเข็มขัดนิรภัย บัดนี้เปลี่ยนมาขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตแ
“ขุ่นพระ...” เจไดยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงลาน “งานพรีเมียม งานนำเข้า งานแด๊ดดี้ที่แท้ทรู นังหวาผัวแกหล่อวัวตายควายล้มมากกกกกก” ยิหวาเบิกตากว้างจนแทบจะถลน หัวใจดวงน้อยร่ว
“ย... ยุงกัด! ยุงที่คอนโดตาลุงนั่นตัวเท่าควายเลยเจ้าขา เจได กัดทีเป็นรอยเบ้อเริ่ม” ยิหวารีบปัดมือเพื่อนออกแล้วรีบติดกระดุมเสื้อคาร์ดิแกนขึ้







