MasukCharoen-Kiat Hotel
สาวน้อยยืนสูดหายใจแหงนมองป้ายโรงแรมชื่อดังระดับเจ็ดดาวที่ไม่คาดฝันว่าจะได้เข้ามาทำงาน ตั้งแต่วันที่สัมภาษณ์เธอยังไม่หยุดคิดเรื่องคำถามกับหน้ากรรมการในวันนั้น คงไม่ใช่ว่าทางครอบครัวเธอทำอะไรบางอย่างลับหลังเธอหรอกนะ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเธอต้องรู้สึกไม่ดีมากแน่ ๆ
“ปะ !”
“อืม”
เธอพยักหน้าให้เพื่อนสาวของตนก่อนเดินเข้าโรงแรมไปรายงานตัวตามที่นัดไว้ ซึ่งวันนี้ไม่ใช่แค่นัดรายงานตัว แต่ยังเป็นการเริ่มทำงานวันแรกของเธอด้วย
“อย่าได้เจออีตาขี้เก๊กคิ้วปลิงนั่นเลย สาธุ”
เธอยืนสวดมนต์พนมมืออธิษฐานอยู่หน้าห้องประชุมเบา ๆ แต่เสียงพึมพำเล็กนั่นก็ดังไปเข้าหูเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อยู่ดี
“มึงเป็นไรวะ”
“กูขอให้เราทำงานได้อย่างราบรื่น”
“อ๋อเออ สาธุ ๆ”
ทั้งสองนั่งรออยู่สักพักฝ่ายบุคคลก็เรียกเข้าไปพบพร้อมกับแนะนำคนที่จะมาเป็นหัวหน้า รวมทั้งจะเป็นคนประเมินการทำงานของพวกเธอ
“พี่ชื่อเตชะเดช หรือเรียกว่าพี่โต้ก็ได้”
“สวัสดีค่ะ หนูปภาวรินทร์ เรียกว่าเจนิสก็ได้ค่ะ”
“กระผมชื่อชาคริสต์ครับ หรือเรียกชาก็ได้ครับ”
โต้พยักหน้าให้เด็กทั้งสองแล้วยื่นป้ายพนักงานให้ก่อนจะเดินนำไปทำความรู้จักรอบ ๆ โรงแรม ถึงแม้จะเรียกรวมว่าโรงแรมแต่สถานที่แห่งนี้มีอีกโซนเป็นบริษัทรวมอยู่ด้วย
“โครงสร้างก็จะประมาณนี้แหละ แต่พวกเราก็จะอยู่โซนโรงแรมเป็นหลักเนาะ ทางบริษัทไม่น่าได้ไป”
“ค่ะ/ครับ”
ทั้งสองเข้าใจก่อนที่โต้จะพาทั้งคู่มาประจำที่ทำงาน และสอนใช้ระบบในคอมพิวเตอร์ของโรงแรมแห่งนี้แม้ว่าบางอย่างพวกเธอจะพอทราบมาบ้างแล้ว ก็ยังมีบางส่วนต้องทวนกันอีกรอบ
ทว่าอยู่ประจำเคาน์เตอร์ได้ไม่นานก็ได้รับคำสั่งให้เด็กฝึกงานทั้งสองขึ้นไปยังชั้นลอยที่เป็นโซนของผู้บริหารและห้องประชุม ซึ่งความจริงพวกเธอไม่น่าจะได้เฉียดกายไปใกล้ด้วยซ้ำ
แต่คนที่คิดมาแล้วไม่ปล่อยโอกาสหลุดไปแม้แต่วันเดียว เขาอยากรู้จักเด็กที่กล้าด่าเขา แถมยังทำท่าทางหยิ่งผยองไม่กลัวผู้ใดคนนั้นมากขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~ เสียงเคาะประตูห้องทำงานรองประธานดังขึ้นเรียกสติคนที่นั่งยิ้มมุมปากรออยู่ แล้วเลขาคนสนิทจะพาเด็กทั้งสองเข้ามา
เมื่อสายตาทั้งคู่สบกันก็เหมือนกับว่าห้องหับแห่งนี้เกิดพายุอารมณ์เล็ก ๆ ขึ้น การที่ไม่มีใครเอ่ยอะไรทำให้บรรยากาศน่ากลัวจนอีกคนที่เป็นส่วนเกินทำตัวไม่ถูก
“สะ... สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ”
เด็กทั้งสองโค้งไหว้รองประธานบริษัทด้วยความรู้สึกต่างกัน อีกคนกลัวเขาชัดเจน แต่อีกคนก็เชิดหน้าราวกับว่ากำลังท้าทายอำนาจเขาอยู่
“แนะนำตัว”
“สวัสดีครับ กระผมชาคริสต์ พงษ์สุขครับ”
“สวัสดีค่ะ ดิฉันปภาวรินทร์ อัครวัชรค่ะ”
เสียงของทั้งคู่ต่างกันเช่นเดียวกับสีหน้า เจนิสแสดงออกถึงความหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ยังเคารพเขาในฐานะหัวหน้า ทว่าท่านรองที่ผ่านคนมาทุกรูปแบบความแตกต่างนี้เขาเห็นได้ชัดเจน
เข็มทิศพยักหน้ารับรู้แต่ไม่ได้พูดอะไร สายตายังคงจ้องมองหน้าของหญิงสาวไม่ลดละ อย่างกับว่าทั้งสองกำลังทำสงครามกันอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ออกไปก่อน”
“คะ... ครับ”
ชาคริสต์โค้งคำนับแล้วเดินจากไปแม้จะเป็นห่วงเพื่อนแต่ก็ไม่กล้าจะขัดคำสั่งรองประธานตั้งแต่วันแรกขนาดนี้ อีกอย่างเพื่อนของตนก็ไม่ใช่คนธรรมดาอาจจะรู้จักกันมาก่อนก็ได้
พอเหลือแค่สองคนอุณหภูมิในห้องราวกับติดลบแต่ก็ร้อนฉ่าในคราเดียวกัน สายตาที่ฟาดฟันกันของทั้งคู่ไม่มีใครยอมใครจนกระทั่งผู้บริหารหนุ่มละสายตาไปเอง
ทว่าไม่ใช่การยอมแพ้แต่อย่างใด เพราะเขาลุกจากเก้าอี้เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอนตัวพิงโต๊ะใหญ่พร้อมกับมือล้วงถุงกางเกงตัวแพง
“ไม่ชอบฉันขนาดนั้น ?”
“ให้ตอบความจริงหรือตอบเอาใจคะ”
เธอจ้องมองเข้าไปในตาคมเฉี่ยวอย่างท้าทาย ยอกย้อนตอบด้วยคำถาม ทำเอาอีกคนต้องแค่นหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ เพราะน้อยนักที่จะมีคนรู้สถานะของเขาแล้วไม่เกรงกลัวเช่นนี้
เข็มทิศหยัดตัวขึ้นตรงขยับเข้าใกล้เรือนร่างขาวสวยตรงหน้า รอยยิ้มที่จุดมุมปากกับสายตาที่แปลกไปทำเอาเธอหายใจไม่ทั่วท้อง
“เอาอย่างอื่นได้ไหมล่ะ”
มือหนาเอื้อมไปแตะปลายคางเบา ๆ ก่อนจะกวาดสายตาลงต่ำมองไล่ตั้งแต่ลำคอลงไป ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเนื้อขาวเนียนนั่นชวนให้เขามีความต้องการมากยิ่งขึ้น
“โรคจิต !”
“โอ๊ย ! ยัยเด็กบ้า !”
ปลายส้นสูงของเธอเหยียบเข้าเต็มเท้าใหญ่จนผู้บริหารหนุ่มต้องร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนที่คนก่อเหตุจะเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางฟึดฟัดไม่ได้สนใจเขาเลยด้วยซ้ำ
“ฉันจะรอดูว่าเธอจะเล่นตัวได้สักกี่น้ำ แม่ง ! เจ็บฉิบหาย”
ยิ่งเจ็บความอยากได้ก็ยิ่งเพิ่มพูนสูงขึ้น ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องได้ลิ้มลองรสชาติของเธอเป็นแน่ นั่นคือคำปฏิญาณในใจของนักธุรกิจผู้มุ่งมั่น
18.30 น. Charoen - Kiat Hotel – ภูเก็ต ความครึกครื้นของโรงแรมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเพราะวันนี้เป็นวันที่ท่านรองประธานบริหารโรงแรมกับประธานคนใหม่เข้าพิธีมงคลสมรสกันห้องโถงพิธีติดริมทะเลอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีการ์ดเชิญเข้าเท่านั้น โดยส่วนใหญ่มาจากแวดวงธุรกิจของทั้งสองครอบครัว แต่กระนั้นเขายังไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่า เป็นส่วนเกินในบทสนทนาเลยสักครั้ง“งานแต่งยิ่งใหญ่มากเลยครับท่าน”“แหม ก็สองตระกูลเป็นดองกันทั้งทีก็ต้องให้สมเกียรติหน่อย”นักธุรกิจมากวัยคุยหยอกเล่นกันอย่างไม่จริงจังนัก แต่ความหมายเหมือนว่า การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องธุรกิจไม่ได้มีความรู้สึกใดเกี่ยวเนื่องด้วยเลย“ก็จัดให้ใหญ่สมกับความรักที่ผมมีต่อภรรยานั่นแหละครับ”เข็มทิศโอบเอวศรีภรรยาข้าง ๆ ให้เข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น รอยยิ้มอันอบอุ่นแผ่ซ่านปกป้องหญิงสาวไม่ให้รู้สึกหนาวเหน็บ จนเจ้าหล่อนอดยิ้มอย่างขอบคุณไม่ได้คู่บ่าวสาวเดินวนไปทั่วงานต้อนรับแขกผู้มาเยือน บ้างก็แสดงความยินดี บ้างก็ชื่นชมความหล่อสวย แต่สุดท้ายก็มักจะจบลงเรื่องธุรกิจจนได้“หนูเบื่อไหมคะ”“ไม่ค่ะ เข้าใจได้ แค่ลุ้นว่าจะมีเมียน้อยจากที่ไหนโผล่มาหรือเปล่า”“หยอ
สัปดาห์สุดท้ายของการฝึกประสบการณ์ เจนิสดีใจแทบเนื้อเต้นอยากให้ถึงวันที่เธอสำเร็จการศึกษาไว ๆ ทว่าต่างจากเจ้าของบริษัทยิ่งนัก เพราะเขายังอยากให้เธออยู่ที่นี่ด้วยในทุกวัน อยากเจอหน้าเธอเวลาเหนื่อย อยากดื่มกาแฟฝีมือเธอในทุกบ่าย อยากกอดอยากหอมเจ้าหล่อนได้ทุกเวลาที่อยากเหมือนเช่นตอนนี้“ท่านรองขา เซ็นเอกสารให้หนูได้แล้วค่ะ”“ไม่จบได้ไหม ฝึกต่ออีกหน่อย”“พี่ทิศ~”เจนิสมองไปยังบานประตูที่ทึบแล้วก่อนจะนั่งลงบนตักคนพี่พร้อมทั้งโอบแขนเรียวรอบคอ สายตาหวานเชื่อมออดอ้อนแฟนหนุ่มให้ยินยอมเซ็นเอกสารผ่านงานให้เธอสักที“พี่ทิศอยากให้คนอื่นนินทาว่า ท่านรองมีเมียเรียนไม่จบเหรอคะ”“ใครว่าพี่จะฉีกปากมัน !”“ฮึ ไม่เอาน่า เรียนจบแล้วหนูจะได้เป็นคุณนายเจริญเกียรติเต็มตัวไงคะ”เหมือนว่าข้อตกลงของเธอจะน่าสนใจจนเขาต้องหยุดครุ่นคิดสักพักแล้วยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มถือเอกสารไว้ในมือพร้อมทั้งอุ้มคนตัวเล็กขึ้นตรงเข้ามาห้องนอนส่วนตัวรองประธานบริษัท“เซ็นท่าไหนคะ ถึงต้องเข้าห้อง”“ท่าหมาค่ะ”“เวลางาน เดี๋ยวหนูก็โดนไล่ออก”เธอผลักอกแกร่งของคนพี่เบา ๆ อย่างหยอกล้อ เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่
ตั้งแต่เรื่องวันนั้นเกิดขึ้นดูเหมือนว่าปภาวรินทร์จะใช้ชีวิตได้สงบมากขึ้น เสียงที่เคยจอแจข้างหูก็ไม่ดังให้รำคาญ จนบางครั้งเธอเองรู้สึกว่าขาดอะไรไปเอริส : เจ้ ว่างไหม ป๊ากับม้ามาเจนิส : ได้อยู่ เลิกงานเดี๋ยวไปหาเอริส : โอเคจ้าเมื่อตอบข้อความน้องสาวแสนซนเสร็จความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นบนหัวจนเผลอเหลือบมองท่านรองประธานบริษัทผ่านกระจกหน้าห้อง‘พาไปเจอป๊ากับม้าจะไวไปไหมนะ’เจนิสพิเคราะห์ซ้ำอยู่อย่างนั้นหลายรอบ คิดไม่ตกกลัวว่าการพาแฟนที่พึ่งคบกันได้เพียงเดือนกว่าไปเจอพ่อแม่นั้นจะเร็วเกินไปสำหรับเขา แต่เธอก็ไม่อยากปิดบังเช่นกันเจนิสเดินขึ้นรถสปอร์ตของรองประธานตามปกติอย่างทุกวันตอนเลิกงาน แต่ที่ไม่ปกติก็คือความร่าเริงสดใสหล่นหายมีแค่อาการเหม่อลอยเท่านั้น ทำเอาแฟนหนุ่มหวนคิดว่าเขาใช้งานเธอหนักเกินไปหรือเปล่า“เป็นอะไรหรือเปล่า เหนื่อยเหรอคะ”“เปล่าค่ะ...”“อ๋อเออ... ช่วงเย็นพี่ไม่ว่างนะ มีนัด”เจนิสกำลังจะเอ่ยปากชวนก็ต้องเก็บความคิดของตนเอาไว้ เพราะตารางแน่นเอี๊ยดของผู้บริหารนั้นเธอรู้ดีว่ายากแค่ไหนที่จะเจียดเวลาไปกับเธอ ยิ่งไม่ได้บอกล่วงหน้ายิ่งแล้วใหญ่“เดี๋ยวหนูไปกับพี่หน่อยนะ แป๊บเดียว”“
“หายหัวเลยน้า... คุณนายท่านรอง”สาวประเภทสองอย่างชาคริสต์เอ่ยทักทายหญิงสาวที่พึ่งหลุดออกจากวงแขนท่านรองประธานมาหมาด ๆ อย่างรู้ทัน รอยยิ้มแฝงไปด้วยการเย้าหยอกนั้นส่งผลให้เจนิสได้แต่อมยิ้มไม่โต้ตอบ เพราะทุกอย่างมันชัดเจนบนใบหน้า จนเธอไม่สามารถปกปิดได้แล้วการคบกันอย่างเปิดเผยของรองประธานและเด็กฝึกงานเป็นที่เลื่องลือในโรงแรม บ้างก็เข้ามายินดี บ้างก็ใส่ร้ายป้ายสีต่าง ๆ นานา แต่สุดท้ายด้วยอำนาจของรองประธานคำพูดเสียหายนั้นก็เงียบลง“เอาเต้าไต่จนได้ดีเลยนะมึง”“ก็ว่าแล้วทำไมมั่นนัก”ลมหายใจร้อนฉ่าพ่นออกจากจมูกโด่งของเด็กสาวฝึกประสบการณ์ถึงแม้ว่าพนักงานคนก่อนจะโดนไล่ออกไปแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่คอยพูดจาเหน็บแนมเธออยู่ดี“มึง เอาไง จัดการเลยไหม”“หึ ไม่อะ มึงก็รู้ว่าอีเจนไม่ได้สนใจหมาเห่าอยู่แล้ว”เธอบอกปัดเพื่อนอีกครั้งก้มหน้าทำงานของตนเองต่อแม้ว่าเสียงของพนักงานพวกนั้นจะยังไม่สงบลงก็ตาม เจนิสรู้ดีว่าถ้ายิ่งใส่ใจมากเท่าไรพวกเขาก็ยิ่งได้ใจมากเท่านั้น เธอจึงเลือกมองข้ามให้คนที่คิดไม่ดีต่อเธออกแตกตายแทนปภาวรินทร์นั่งโต๊ะหน้าห้องรองประธานทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขาอย่างเต็มความสามารถ งานเอกสาร ตารางเวลา
เจนิสนอนเป็นลูกแมวเชื่องหลับอยู่บนเตียงหนานุ่มโดยมิทราบเลยว่า เจ้าหล่อนไม่ได้อยู่ห้องของตัวเอง แถมเจ้าของห้องยังกำลังเช็ดเนื้อตัวทำความสะอาดให้อย่างอ่อนโยน“พี่ไม่ให้หนีไปไหนแล้วนะ”คำพูดแผ่วเบาแต่อัดแน่นไปด้วยความจริงใจบอกคนน้องที่กำลังหลับใหล แม้ตอนนี้เธอจะยังไม่ได้สติ แต่เขาก็ยังอยากจะบอกอยู่ดีชายหนุ่มยัดตัวเองเข้าในผ้าห่มโอบกอดเธอไว้อย่างนั้นราวกับว่ากลัวเธอจะหายไป แต่ด้วยความที่เขาเองก็เหนื่อยล้าไม่ได้หลับมาหลายวันจึงทำให้เข้าสู่ภวังค์ไปอย่างง่ายดายเมื่อได้กลิ่นกายของคนที่รักช่วยกล่อมค่ำคืนวันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวฝัน เจนิสฟื้นจากการนอนก็เห็นผู้ชายที่เธอคร่ำครวญหาอยู่ข้างกาย แถมเขายังยิ้มย่องเหมือนรอการตื่นของเธอ“ตื่นแล้วเหรอเมียขา”“หยุดพูดนะ ใครเมียคุณ !”หญิงสาวถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ไม่อยากจะคุยกับคนมักมาก แต่ครั้นจะลุกขึ้นก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างยึดติดเธอไว้กับเขา“ปลดกุญแจเดี๋ยวนี้”“ไม่ เมื่อคืนมีแมวแจ้งความจับพี่ ก็เลยถูกใส่กุญแจไว้ อยากปลดต้องไปปลดที่อำเภอ”“อืม งั้นก็ลุก”การที่เขาบอกเช่นนั้นทำเธองงเป็นไก่ตาแตก ไม่ใช่ว่าเธอทำอะไรแปลก ๆ ต่อหน้าเขาหรอกนะ แต่เธอคงไม่เ
เพื่อนสนิททั้งสามถูกเรียกมาประชุมปัญหาใจในครั้งแรกตั้งแต่คบกันมา แม้ว่าจะมีเรื่องผู้หญิงให้คุยกันบ่อย ๆ แต่ไม่มีครั้งไหนจริงจังเท่าครั้งนี้เลย“หนักขนาดต้องเลิกเลยเหรอวะ”“เออแม่ง ! แล้วไอ้เหี้ยนั่นเป็นใครก็ไม่รู้”พูดจบเหล้ารสชาติขมปร่าดั่งชีวิตในตอนนี้ก็สาดลงคอ ผู้ชายที่ไม่ได้นอนมาสองคืนติดวิ่งวุ่นหาทางออกจนเหนื่อยล้าตรงหน้า ทำเอาเพื่อนทั้งสามไม่กล้าที่จะแกล้งอย่างที่เคย“เอาไงต่อวะ”“ไม่รู้ แต่กูจะเอาเมียกูคืน ง้อไม่ได้ก็ฉุด”“ไอ้เหี้ย ! ลูกเขามีพ่อมีแม่ !”ยังเป็นอาจารย์ผู้รอบคอบเอ่ยตักเตือน แต่ดูเหมือนในเวลานี้เพื่อนจะไม่อยากฟังสักเท่าไร เพราะสายตาที่มองมานั้นราวกับต้องการจะเข่นฆ่าเขา“อะ แหกตาดูก่อนไอ้ควาย ! คนก็เยอะไม่รู้จักใช้”ไทเกอร์โยนแฟ้มเอกสารที่มีประวัติชายที่เพื่อนพูดถึงลงเต็มแรง สกุลอันเลื่องลือเป็นนามเดียวกับที่เธอใช้ เข็มทิศอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขจนน้ำตาคลอหน่วย“แล้วจะเอาไงต่อ”“ง้อสิ พวกมึงก็ต้องไปเป็นพยานด้วย ข้อหาสมรู้ร่วมคิด”“ไอ้เวร ตอนเอาก็เอากันสองคนไม่เห็นเรียกพวกกู !”ฝ่ามือหนาเอื้อมไปตบที่ผมกระเซอะกระเซิงเต็มแรง แต่แทนที่เขาจะตอบ
การประชุมครั้งใหญ่ระดับประเทศเริ่มต้นขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เกียรติมาเป็นประธานการประชุมเองความจริงเจ้าของโรงแรมกับรัฐมนตรีไม่ได้กินเส้นกันสักเท่าไร แต่เพราะผู้ใหญ่หลายฝ่ายขอร้องมา เขาจึงเข้าร่วมและมองข้ามไป และถือว่าตนสร้างความสัมพันธ์กับหลายฝ่ายเอาไว้ด้วยครืด ครืด~ เสี
ร่างกายกำยำเดินเคียงคู่ควงแขนมากับร่างเล็กขาวอมชมพูผ่านสายตาพนักงานและแขกที่เข้าพักนับร้อยออกจากโรงแรมไป เมื่อฝ่าเท้าเขาก้าวพ้นรอยยิ้มหวานของพนักงานฝึกประสบการณ์ก็แย้มสรวลขึ้นทันทีการทำงานในเวลาที่เหลือไม่กี่ชั่วโมงนี้ของเธอถือได้ว่าเป็นช่วงที่มีความสุขมากที่สุด เทียบได้กับสุภาษิตที่ว่าแมวไม่อยู่ห
ช่วงบ่ายของวันนักท่องเที่ยวเข้าเช็กอินเช็กเอาต์จนพนักงานต้อนรับสับขากันไม่ทัน ไม่เว้นแม้แต่เด็กฝึกงานที่กำลังเดินนำแขกมายังห้องพักด้วยรอยยิ้มอันนอบน้อมจริงใจ“เฮาสิไปไสอีกบ่ (เราจะไปไหนอีกไหม)”“จัก บ่รู้จักหม่องไป (ไม่รู้ ไม่รู้จักที่ไหน)”สองสามีภรรยาวัยชราคุยกันด้วยภาษาท้องถิ่น ทว่าประโยคอันเรีย
โรงแรมหรูเจ็ดดาวมีผู้คนมากมายเข้าพักทั้งไทยและเทศ ส่วนมากจะมีแต่คนที่กระเป๋าหนักเท่านั้นที่เลือกสถานที่แห่งนี้ ทำให้เด็กฝึกงานทั้งสองพลอยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการรับเงินพิเศษที่ลูกค้ามีน้ำใจหยิบยื่นให้การทำงานของทั้งสองเหมือนจะราบรื่นแต่ไม่ได้สบายใจเท่าไรนัก เพราะหากวันไหนที่หัวหน้าไม่อยู่ พวกเธอทั้




![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)