Share

รุ่นพี่

Author: Moondaytime
last update publish date: 2026-09-09 20:58:26

ตอนที่ 3

รุ่นพี่

ตัดภาพมาที่มหาวิทยาลัย

ข้าวหอมในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนอย่างชวนมอง

เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกถักเปียไว้อย่างหลวม ๆ ทิ้งปอยผมบางส่วนให้พลิ้วไหวรับกับใบหน้า เพิ่มเสน่ห์ให้ดูอ่อนหวานปนซุกซน

เสื้อนักศึกษาที่หญิงสาวสวมใส่แนบกระชับไปตามสัดส่วน ขับเน้นรูปร่างให้เด่นชัดราวกับจะปริออกจากกัน

“ข้าวหอม! ทางนี้!”

เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากอีกฟากของตึกคณะบริหารธุรกิจ “ใบตอง” เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมของเธอโบกมือเรียกอย่างเด่นชัด ทำให้ร่างเล็กต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นทันที เพราะรู้ดีว่าถ้าช้ากว่านี้อีกนิด มีหวังโดนบ่นจนหูชากันพอดี

“นี่…กว่าจะเสด็จมาได้นะยะ ฉันมารอแกตั้งนานแล้วเนี่ย”

และก็เป็นไปตามคาด ใบตองยืนกอดอกบ่นใส่ทันทีที่เธอเดินเข้าไปถึง แม้คำพูดจะฟังดูดุ ๆ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ได้จริงจังอะไรนัก ข้าวหอมยกมือขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ ก่อนจะยิ้มแหย

“ขอโทษน่า… ก็วันแรกนี่ มหาลัยตั้งใหญ่ ฉันเดินหาตึกเรียนตั้งนาน”

“งั้นรีบขึ้นเรียนกันเถอะ วันนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องก็แล้วกัน”

ใบตองว่าพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะคว้าแขนเพื่อนสนิทลากขึ้นตึกไปด้วยกัน

ควันสีจางลอยออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป เจย์ในชุดช็อปวิศวะสีกรมท่ายืนพิงกำแพงอยู่มุมหนึ่งของตึกคณะวิศวกรรมยานยนต์ มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่ไว้หลวม ๆ ส่วนอีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงในท่าทีสบาย ๆ แววตาคมเข้มฉายความนิ่งเฉย ราวกับโลกทั้งใบไม่ได้มีอะไรน่าสนใจนัก

“เห้ย เจย์ เล่นบาสกันปะวะ”

เสียงทักดังขึ้น เจ้าของเสียงคือ“ปาร์ค” เพื่อนร่วมห้องที่กำลังถือลูกบาสไว้ในมือ เจย์เหลือบตามองเพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันตอบอะไร

ส่วนเพื่อนสนิทคนอื่น ๆ อย่างเลออน พายุ และมังกร ต่างก็เรียนอยู่กันคนละคณะจะได้เจอกันจริง ๆ ก็ต่อเมื่อถึงเวลานัดดื่ม หรือไม่ก็วันที่ใครสักคนเกิดอยากรวมตัวขึ้นมา ขณะที่ไอ้รามซึ่งเรียนคณะเดียวกันแท้ ๆ แต่วันนี้กลับยังไม่มา ถ้าให้เดาก็คงนอนกกสาวอยู่ที่ห้องตามประสาเสือผู้หญิงนั่นแหละ

“เดี๋ยวกูตามไป”

ร่างสูงตอบกลับทั้งที่ควันบุหรี่ยังลอยจางอยู่ในอากาศ

“เออ รีบตามมานะเว้ย วันนี้กูมีเดิมพันกับพวกโยธาด้วย”

เจย์ขมวดคิ้วน้อย ๆ อย่างระแวง

“มึงนี่หาแต่เรื่อง… แล้วพนันกับพวกมันว่าไงล่ะ”

“ก็ถ้าแพ้ พวกมันบอกให้มึงแก้ผ้าวิ่งรอบสนาม”

ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกมา เจย์ก็ยกขาขึ้นหมายจะถีบทันควัน

“ไอ้เหี้ย—!”

แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะปาร์คหัวเราะลั่น ก่อนจะวิ่งหายวับไปกับตาอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงร่างสูงที่ยืนกำบุหรี่แน่น พร้อมสีหน้าหงุดหงิดปนเอือมระอาเล็ก ๆ

“โอ๊ย นี่ยัยตอง! แกจะลากฉันไปไหนเนี่ย”

เมื่อคาบเช้าจบลง ใบตองก็ลากเพื่อนสนิทมุ่งหน้าตรงไปยังสนามบาสทันที

“ก็ฉันได้ยินมาว่าตัวท็อปของคณะวิศวะเขาแข่งบาสกันไง เลยอยากมาดูสักหน่อย”

ใบตองตอบขณะที่ดวงตาเป็นประกายวาววับอย่างตื่นเต้น ข้าวหอมได้แต่ปล่อยให้ตัวเองถูกลากตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในสนามบาส เสียงเชียร์ก็ดังขึ้นอย่างครึกครื้น โดยเฉพาะกลุ่มสาว ๆ ที่มาจับจองพื้นที่รอดูหนุ่ม ๆ เล่นกันอย่างคึกคัก

อีกฟากของสนาม

เจย์นั่งพิงเสา กอดอกในท่าทีเบื่อหน่าย ปากหาวออกมาแล้วนับไม่ถ้วน

“เฮ้ย ไอ้เจย์ดูดิ แต้มพวกมันนำไปเป็นสิบแล้วนะ มึงไม่คิดจะลงหน่อยเหรอวะ โชว์สาว ๆ สักหน่อย”

ปาร์คเดาะลูกบาสเดินเข้ามาถาม พลางยิ้มกวน ๆ

“มึงพนันกับพวกมันเอง มึงก็เล่นสิ”

เจย์ตอบกลับเสียงเรียบ

“โถ่ แต่กูพนันให้มึงแก้ผ้านะ ไม่รู้สึกตื่นกลัวบ้างเลยเหรอ”

เจย์เหลือบตามองอย่างเอือม ๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ

“แก้ก็แก้สิ…กูก็อยากโชว์งูยักษ์ที่อยู่ในกางเกงเหมือนกัน”

พูดจบร่างสูงก็เหยียดตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ สายตาคมกวาดมองไปทั่วสนาม ราวกับเริ่มสนใจอะไรขึ้นมานิดหน่อย

ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา สายตานั้นกลับหยุดชะงักลง เมื่อบังเอิญไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวรูปร่างคุ้นตา คิ้วเข้มขมวดลงเล็กน้อย คล้ายกำลังครุ่นคิด ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะค่อย ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างมีเลศนัย

“ข้าวหอม ๆ แกดูพี่คนนั้นสิ… หล่อมากเลย ใช่ตัวท็อปหรือเปล่า”

ใบตองพูดขึ้น พลางชี้นิ้วไปยังอีกฟากฝั่งของสนาม ข้าวหอมมองตามปลายนิ้วเรียวของเพื่อนสนิทอย่างไม่คิดอะไร แต่ทันทีที่สายตาได้สบเข้ากับชายหนุ่มคนนั้น ร่างเล็กก็ถึงกับชะงักงัน

หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เมื่อจำได้ทันทีว่า เขาคือผู้ชายคนเดียวกับลูกค้าที่เธอเพิ่งไปเจอเมื่อคืน

“นี่มัน…บังเอิญเกินไปหรือเปล่า…”

หญิงสาวพึมพำเสียงแผ่ว ราวกับพูดกับตัวเอง

“แกว่าอะไรนะ”

ใบตองที่ได้ยินไม่ถนัดละสายตาจากชายหนุ่ม ก่อนจะหันมาถาม

“ปะเปล่า… ฉันแค่พูดไปเรื่อยน่ะ”

ข้าวหอมรีบตอบกลับ พลางหลบสายตาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะจำเธอได้ขึ้นมา

“นี่ตอง ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ เดี๋ยวมา”

ข้าวหอมเอ่ยขึ้น หลังจากยืนอยู่ตรงนั้นได้พักหนึ่ง สายตาของใบตองยังคงจับจ้องไปที่หนุ่ม ๆ ในสนามบาสอย่างไม่วางตา ราวกับสิ่งตรงหน้าสำคัญกว่าเพื่อนสนิทไปแล้วในตอนนี้

“อื้อ รีบมาล่ะ”

หญิงสาวตอบลอย ๆ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเพื่อนสนิท

“รู้แล้วน่า”

ข้าวหอมส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวปลีกออกมาจากสนามแทบจะทันที

เมื่อข้าวหอมเข้าห้องน้ำเสร็จสรรพ ร่างเล็กก็ผลักประตูเดินออกมา แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหนไกลหญิงสาวก็ต้องผงะเล็กน้อย เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของเจย์ที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ไม่ไกล ราวกับ…เขายืนรออยู่ก่อนแล้ว

ดวงตาคมเหลือบมองเธอช้า ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คล้ายกำลังจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง

“คะ…คุณมาทำอะไรที่นี่”

แต่กลับกลายเป็นข้าวหอมที่เปิดปากถามขึ้นมาก่อน น้ำเสียงแฝงความตกใจปนระแวงอย่างปิดไม่มิด

“อะไรของเธอ...”

เจย์ยังคงทำหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“ก็…ขึ้นมายืนทำไมตรงนี้”

“แล้วทำไมฉันจะยืนไม่ได้”

“ก็…”

หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย เหมือนหาคำมาตอบไม่ทัน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ

“เจย์! ไปกันเถอะ”

เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากทางห้องน้ำ ทำให้สองร่างหันไปมองพร้อมกัน หญิงสาวร่างเล็กอีกคนยืนรออยู่ไม่ไกล

เจย์เหลือบมองข้าวหอมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาแต่ก็ชัดพอที่จะให้อีกฝ่ายได้ยิน

“ประสาท”

พูดจบชายหนุ่มก็ผละออกทันที ก่อนจะเดินตรงไปหาหญิงสาวคนนั้นที่ยืนรออยู่โดยไม่หันกลับมาอีก ทิ้งให้ข้าวหอมยืนนิ่งอยู่กับที่แบบนั้น

ให้ตายเถอะ! ทำไมฉันถึงคิดว่าเขามาดักรอฉันกันนะ

ตัดภาพมาที่ช่วงเย็นภายในผับ

“นังหนู…สวย ๆ แบบนี้ ไม่อยากมีคนเลี้ยงสักคนเหรอ”

เสียงแหบพร่าของชายวัยราวหกสิบดังแทรกขึ้น ท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มไปทั่วร้าน ข้าวหอมที่กำลังรินเหล้าให้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ พลางยิ้มหวานตามมารยาท

“หื้ม… เสี่ยจะเลี้ยงหนูไหวเหรอคะ”

ร่างเล็กเอียงคอเล็กน้อย น้ำเสียงออดอ้อนน่าฟัง แม้ในใจจะรู้สึกรังเกียจชายร่างท้วมตรงหน้าเต็มทีแล้วก็ตาม

“หนูกินจุนะคะ…”

คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากเล็กเหมือนจะหยอกล้อกลาย ๆ

“ฮ่า ๆ เลี้ยงไหวสิ! หนูอยากได้อะไร เสี่ยหาให้หมดเลย…”

ชายสูงวัยหัวเราะลั่น สีหน้าพึงพอใจไม่น้อยกับท่าทีออดอ้อนออเซาะของอีกฝ่าย

อีตาแก่บ้ากาม! นี่ถ้าไม่ติดว่าจ่ายหนักฉันไม่มาเข้าใกล้แกหรอก

ข้าวหอมเพียงยิ้มรับบาง ๆ ซ่อนความอึดอัดไว้ภายใต้ท่าทีอ่อนหวานอย่างแนบเนียน

“ข้าวหอมเอ้ย! ข้าวหอม!”

เสียงเจ๊เจ้าของร้านตะโกนเรียกแข่งกับจังหวะเพลงที่ดังกระหึ่มไปทั่วผับ ร่างเล็กของข้าวหอมแทบจะลุกพรวดขึ้นจากโซฟาทันที ราวกับรอจังหวะนี้มานาน

“เจ๊ ๆ ฉันอยู่นี่!”

หญิงสาวรีบขานรับ พลางยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย ก่อนจะรีบก้าวออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่ลังเล

“มีอะไรเหรอ....”

“ไป แกไปหาคุณเจย์ วันก่อนเคยไปแล้วหนิ วันนี้เขานัดแกให้ไปหาอีก”

“อื้ม...โอเค”

เมื่อสิ้นคำ เจ๊ก็มองหน้าข้าวหอม ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา

“อะ…อะไรเหรอเจ๊”

ข้าวหอมเอ่ยถามอย่างงุนงง

“ทำไมวันนี้แกไม่คัดค้านอะไรเลยล่ะ....”

“กะ…ก็ วันก่อนที่ไป เขาก็พูดง่ายดี ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด”

“แกนี่มันอ่อนหัดสมอายุจริง ๆ งั้นแกก็รีบไปเถอะ”

พูดจบเจ๊ก็รีบผละออกไปทันที เดินตรงไปยังเสี่ยร่างท้วมเมื่อครู่โดยไม่รีรอ เพราะหลังจากที่ข้าวหอมเดินออกมาได้ไม่นาน ชายแก่ก็เริ่มโวยวายเสียงดังไม่หยุด สร้างความวุ่นวายอยู่ตรงนั้นไม่เลิก

อ่อนหัดเหมือนอายุงั้นเหรอ มันหมายความว่ายังไงกันแน่

คอนโด ONENA

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ข้าวหอมยืนแนบอยู่หน้าประตูห้องของเจย์ ปลายนิ้วยังแตะค้างอยู่บนบานไม้ ราวกับความลังเลเมื่อครู่ยังไม่จางหายไปเสียทีเดียว เธอใช้เวลาตัดสินใจอยู่นานกว่าจะรวบรวมความกล้าเคาะลงไป

แกรก

เสียงลูกบิดดังแผ่วเบา ก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ เปิดแง้มออกช้า ๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ทั้งที่ประตูเปิดออกแล้วแต่กลับไร้เงาของเจ้าของห้อง

เล่นอะไรของเขาอีกแล้ว

ร่างเล็กก้าวล้ำเข้ามาภายในห้องอย่างระแวดระวัง สายตากวาดมองไปรอบ ๆ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ไฟทุกดวงถูกเปิดสว่างจ้า ราวกับมีใครบางคนอยู่ก่อนแล้ว ทว่ากลับไร้เงาของเจ้าของห้อง

ซ่า…

เสียงสายน้ำจากฟักบัวกระทบพื้นดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันนั้นชัดเจนเสียจนทำให้ข้าวหอมชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ เบนฝีเท้า มุ่งตรงไปยังต้นเสียงอย่างไม่รู้ตัว

อาบน้ำอยู่งั้นเหรอ

อุ้บ…!

ภาพตรงหน้าทำเอาข้าวหอมแทบหลุดเสียงอุทานออกมา มือเรียวเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน ลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดฝืน

เบื้องหน้าคือเรือนร่างสูงโปร่งของเจย์ที่ยืนอยู่หลังกระจกใส หยดน้ำเกาะพราวไปทั่วผิวกาย ไล้ลงตามสันกล้ามเนื้ออย่างช้า ๆ ราวกับตั้งใจยั่วสายตาของผู้ที่เผลอมองเข้าไป

รูปร่างสมส่วนราวกับถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างดีงาม รอยสักที่แต่งแต้มอยู่บนเรือนกายของเขากลับยิ่งขับเน้นให้ความร้อนในร่างของหญิงสาวค่อย ๆ แผ่ซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

พรึบ!

ทว่าของดีกลับปล่อยให้ชมได้ไม่นาน ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกโยนมากระแทกเข้าที่ใบหน้าสวยเต็มแรง จนข้าวหอมที่ยืนเหม่ออยู่ต้องสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์

“ยัยบ๊อง… จะยืนมองอีกนานไหม”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ปะปนด้วยแววขบขันบางเบา

“เอ่อ...คือ...เอ่อ ฉันนึกว่าไม่มีคนอยู่ ได้ยินเสียงน้ำเลยเดินมาดู ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูคุณนะ”

ข้าวหอมรีบแก้ตัวละล่ำละลัก น้ำเสียงติดขัดอย่างคนจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ร่างสูงกลับเพียงเสยริมฝีปากขึ้นเล็กน้อยคล้ายยิ้ม ก่อนจะหมุนตัวไปทิ้งกายนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่เร่งรีบ

ท่าทีเฉยเมยนั้น…กลับยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกอับอายจนแทบอยากหายตัวไปเสียตรงนั้น

“นี่…ฉันพูดจริง ๆ นะ”

เธอย้ำเสียงแผ่ว คล้ายพยายามกอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง

“ไปเอาไวน์มารินให้ฉันที”

เจย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แววตาคมกวาดมองเรือนร่างของอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบัง

ข้าวหอมถึงกับชะงักไปอีกครั้ง ก่อนหน้านี้มัวแต่ร้อนรนกับคำแก้ตัว จนไม่ได้ทันสังเกต…ว่าร่างสูงตรงหน้าในตอนนี้ มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่พันกายไว้หลวม ๆ เท่านั้น

“นะ...นี่ แล้วทำไมคุณถุงไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ”

“จะใส่ไปทำไม… ในเมื่อเมื่อกี้เธอก็เห็นไปหมดแล้วหนิ ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันยังเอาผ้ามาปิดไว้”

ชายหนุ่มตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน น้ำเสียงเรียบเฉยเสียจนคนฟังยิ่งรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ข้าวหอมเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด เธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองคนตัวสูงอีกครั้ง

“แล้วไวน์ล่ะ…จะยืนนิ่งอยู่อีกนานไหม ฉันเรียกเธอมาทำงานนะ”

“เอ่อ....”

เสียงไวน์ไหลกระทบแก้วดังแผ่วเบาในความเงียบ ข้าวหอมยืนรินไวน์ให้เขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ใบหน้าหันหนีไปอีกทาง ท่าทีเช่นนั้น…กลับยิ่งทำให้ร่างสูงเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“นี่…เลิกทำเหมือนไม่เคยเห็นได้ไหม”

น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงเล็กน้อย แฝงความรำคาญอย่างชัดเจน

“มองแล้วมันรกหูรกตา”

ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นป่านนี้คงขึ้นมาขย่มให้เขาแล้ว

“ก็ไม่เคยเห็น...”

คำตอบแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากเธออย่างไม่เต็มเสียง ร่างสูงหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมฉายแววล้อเลียนอย่างไม่คิดจะปิดบัง

“งั้นจะบอกว่า…ตัวเองยังซิงงั้นเหรอ”

คำถามนั้นเหมือนถูกโยนใส่ตรง ๆ จนข้าวหอมถึงกับชะงักไปทั้งตัว ปลายนิ้วเรียวกำแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหลบสายตาเขาไปอีกทาง

ชิ! ก็ยังซิงจริง ๆ นี่

“มานี่...”

หลังจากกรอกไวน์ลงคอจนหมดแก้วในคราวเดียว เจย์ก็วางแก้วลงอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะตบลงบนต้นขาของตัวเองเบา ๆ

“อะ...อะไร”

ข้าวหอมเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย ดวงตากลมไหวระริก ร่างสูงเอนกายพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มคล้ายคนกำลังสนุกกับสถานการณ์ตรงหน้า

“ก็มานั่งตักฉันไง....เด็กชงเหล้าเขาก็เซอร์วิสกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอ....”

“เอ่อ...แต่วันนี้ฉันไม่สะดวก”

“อ๋อ...แสดงว่าอยากตกงานสินะ”

เจย์พยักหน้าช้า ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อ หางตาคมเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างคนที่กำลังประเมินทุกอิริยาบถ

ประโยคนั้นทำให้ข้าวหอมชะงักไปทันที ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างจำยอม

“กะ…ก็ได้ แค่นั่งตักนะ…”

ร่างเล็กลุกขึ้นช้า ๆ ราวกับทุกการเคลื่อนไหวถูกถ่วงไว้ด้วยความลังเล

ปกติแล้วเธอไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่ว่าลูกค้าคนไหน เธอก็รับมือได้เป็นอย่างดี ทั้งคำพูดออดอ้อนออเซาะ แต่พอเป็นเขาแค่เข้าใกล้ กลับทำให้เธอประหม่าขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

หมับ!

ทันทีที่ร่างบางหย่อนตัวลงบนตัก ชายหนุ่มก็รวบเอวเธอเข้าหา กอดไว้แน่นจนแทบขยับไม่ได้

“ปล่อยนะ!”

ข้าวหอมสะบัดตัวเล็กน้อย น้ำเสียงแข็งขึ้นทันที

“ไหนบอกให้นั่งเฉย ๆ ไง”

“แล้วมันต่างกันตรงไหน...ฉันก็แค่กอดกับพวกแก่ตัณหาพวกนั้น… ทั้งลูบทั้งคลำ เธอไม่เห็นจะขัดขืนแบบนี้ พวกนั้นมันจะรวยกว่าฉันแค่ไหนกันเชียว หรือว่า....สเปคเธอเป็นแบบนั้น”

“จะบ้าเหรอ!”

ข้าวหอมโต้กลับแทบจะทันควัน เสียงสั่นเล็กน้อยแต่ชัดเจน ทว่าแรงกอดกลับไม่คลายลงแม้แต่นิด

“ข้าวหอม…เธอคิดว่าฉันไม่หวังอะไรในตัวเธอจริง ๆ เหรอ”

เพียงแค่ประโยคนั้น ก็ทำให้ร่างบางถึงกับชะงัก ขนลุกวาบไปทั่วทั้งตัว

“มะ...หมายความว่ายังไง”

“เธอคิดว่า...ฉันไม่มีปัญญารินไวน์เองเหรอ....”

“มะ..ไม่รู้”

“ไวน์น่ะ...ฉันรินเองได้...แต่สิ่งที่ฉันทำเองไม่ได้คือการปลดปล่อยตัณหาของตัวเอง...มันต้องมีคนช่วย แล้วคนที่จะช่วยฉันได้ตอนนี้ก็คือเธอ”

“แต่ฉันไม่ได้รับงานแบบนั้น....ถ้าคุณต้องการฉันจะเรียกคนอื่นมาให้”

“เธอเป็นคนสร้างปัญหา...จะเรียกคนอื่นมาแก้ทำไม”

“ฉันเนี่ยนะสร้างปัญหา”

“ก้นเล็ก ๆ ของเธอนั่งทับลูกชายฉันจนมันตื่นแล้วล่ะ...”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยชิดใบหู แฝงความนัยชัดเจนจนคนฟังหน้าแดงวาบ

“อร้าย! อีตาบ้า!”

ข้าวหอมร้องลั่น พลางพยายามลุกพรวดขึ้นจากตักเขา แต่ก็ต้องชะงักอยู่กับที่ เมื่อแขนแกร่งยังคงโอบรัดเอวเธอไว้แน่น

“เท่าไหร่”

“หมายถึงอะไร”

“อยากเอากับเธอต้องจ่ายเท่าไหร่...”

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ขายตัว....ปล่อยนะ!”

“ฉันไม่เชื่อ.....งานแบบพวกเธอมันก็ต้องมีบ้างแหละ อย่ามาเล่นตัวนักเลย ตอนนี้เท่าไหร่ฉันก็จ่ายไหว”

สิ้นคำร่างสูงก็ออกแรงผลัก จนร่างบางเอนลงไปนอนราบกับโซฟาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความหื่นกระหายฉายชัดบนแววตาสีนิล

“ปากเล็ก ๆ นี่....น่าเอาอะไรยัดจัง”

“โรคจิต ฉันจะกลับแล้ว”

หญิงสาวทำท่าจะลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันได้พ้นจากแรงกด เจย์ก็ผลักเธอให้เอนกลับลงไปนอนราบกับโซฟาอีกครั้งอย่างง่ายดาย

“ฉันจะถามเธออีกครั้งว่าเท่าไหร่”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ขาย!”

“อ๋อ....งั้นฟรีสินะ”

แควก!

ชุดเดรสสีดำบางเฉียบที่เธอสวมใส่มาตั้งแต่แรกถูกคนตัวสูงกระชากจนขาดหลุดลุ่ยติดมือ

“ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นแบบนี้....ไอ้แก่พวกนั้นคงแข็งโป๊กกันหมด”

“......”

ข้าวหอมเม้มริมฝีปากแน่น ไม่อาจโต้ตอบอะไรออกไปได้ ร่างกายที่เคยถูกห่อหุ้ม ตอนนี้กลับเปิดเผยต่อสายตาเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งที่ก่อนหน้าปากปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง ยิ่งสายตาเผลอไปสบกับเรือนกายกำยำของเขาจมูกปะทะเข้ากับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่ ยิ่งทำให้ความร้อยในกายเธอพุ่งพล่านมากขึ้น

เมื่อเห็นท่าทางนิ่ง ๆ ของคนตัวเล็ก ชายหนุ่มก็รีบก้มหน้าลงช้า ๆ ค่อย ๆ ใช้ปลายลิ้นร้อนลากชิมแนวคอแผ่วช้า ก่อนจะขบเม้มหนักจนเกิดรอยแดงฉาน

“ปล่อยนะ”

เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา มือเล็กผลักไสชายหนุ่มออกจากตัว ทว่าในจังหวะเดียวกัน ร่างกายกลับเผลอแอ่นเอนเข้าหาเขาอย่างไม่รู้ตัว

“อื้ม...อยู่นิ่ง ๆ หน่อยสิ”

ชายหนุ่มกระซิบตอบเสียงแหบพร่า ก่อนซุกไซ้ใบหน้าต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ตรงเนินเนื้อสามเหลี่ยม ซึ่งมีเพียงกางเกงในตัวจิ๋วขวางกั้น

ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวมือหนาตวัดดึงกางเกงในสีอ่อนของเธอให้พ้นทาง เสียงเนื้อผ้าครูดผ่านเรียวขาอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกเหวี่ยงทิ้งไปอย่างไม่ไยดี

มือหนาจับเรียวขาเล็กให้อ้าออกกว้าง เผยให้เห็นกุหลาบงามสีหวานอวดสายตาคมอย่างอ่อนระทวย แม้ข้าวหอมจะพยายามหนีบขาเข้าหากันเพื่อปกปิด ทว่าก็ไม่อาจต้านทานเรี่ยวแรงของชายหนุ่มได้เลย

“อย่านะ....”

“สวยขนาดนี้จะอายทำไมกัน...”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่ร่างสูงจะก้มลงตวัดปลายลิ้นหยอกเย้าจุดกระสันเบา ๆ เพียงสัมผัสแรกอันเหนียวเหนอะ ข้าวหอมก็สะดุ้งสุดตัว เรียวขาเกร็งแน่น มือเรียวจิกฝังลงบนเบาะเพื่อระบายความเสียวซ่าน

“อ๊ะ!”

ทำไมมันถึงได้รู้สึก...ดีขนาดนี้นะ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลูกค้าคนนี้ขอซ้ำ แล้วผมจะเอาให้คุ้ม   จะเล่นเกมหรือจะเล่นฉัน

    ตอนที่ 8จะเล่นเกมหรือจะเล่นฉัน“นี่ยัยหอม! มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!”ทันทีที่ข้าวหอมเดินกลับมาถึง ใบตองก็รีบดึงแขนเพื่อนสนิท เข้าไปหาอย่างตื่นเต้น“มีอะไร” ข้าวหอมถาม พลางเลิกคิ้วนิด ๆ“แกรู้จักพี่เจย์ได้ยังไง!”น้ำเสียงของใบตองเต็มไปด้วยความอยากรู้“ก็…เขาเป็นลูกค้าฉัน พี่เขาไปที่ร้านเหล้าบ่อย ๆ ฉันก็เลยมีโอกาสไปชงเหล้าให้บ้าง”“โห ไม่เห็นเคยบอกกันบ้างเลย! ถ้าบอกนะ ฉันจะได้ไปชงเหล้ากับแกบ้าง จะได้เจอหนุ่มหล่อ ๆ บ้าง”ข้าวหอมส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง“งั้นเรากลับกันมั้ย ฉันอยากกลับไปนอนพักแล้ว”“ไปดิ ฉันก็อยากนอนพักสักหน่อยเหมือนกัน”ใบตองพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหันมาถามต่อ“แล้ววันนี้แกยังจะไปทำงานอีกหรือเปล่า”“ไปสิ”“ไหนบอกว่าเปิดเทอมแล้วจะเลิกไง”“ตอนแรกก็ว่าจะเลิกแหละ…แต่เงินมันดี อีกอย่างช่วงนี้ก็ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ เลยกะว่าจะทำต่ออีกสักพัก”ใบตองพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง“ก็อย่าเหนื่อยเกินไปล่ะ หาเวลาพักบ้าง”ข้าวหอมยิ้มรับเบา ๆ ก่อนที่เพื่อนสนิททั้งสองจะออกเดินเคียงข้างกันไปตามแนวฟุตบาทอย่างไม่เร่งรีบบทสนทนาเบา ๆ ยังคงดำเนินต่

  • ลูกค้าคนนี้ขอซ้ำ แล้วผมจะเอาให้คุ้ม   อย่าให้เจอหน้า

    ตอนที่ 7อย่าให้เจอหน้า“นี่พี่ยังไม่รู้จักชื่อเราเลย…ชื่ออะไรเหรอ”เจมส์เอ่ยถามขึ้น พลางยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก“ข้าวหอมค่ะ”“พี่ชื่อเจมส์นะ”ชายหนุ่มวางแก้วลงช้า ๆ รอยยิ้มบางยังคงคลออยู่ที่มุมปาก“ค่ะ…พี่รู้จักกับพี่เจย์ด้วยเหรอ”คำถามนั้นทำให้มือที่ถือแก้วของเขาชะงักลงเล็กน้อย สีหน้าคลายยิ้มกลับมาเรียบเฉยในพริบตา“เปล่า”ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จนคนตัวเล็กอดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน“เอ่อ…”“ยัยหอมโว้ย!”ข้าวหอมยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรต่อ เสียงตะโกนของยัยเจ๊ก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน ทำให้บทสนทนาต้องชะงักลงกลางคัน“มาอยู่นี่เอง…ฉันตามหาแกอยู่ชั้นล่างตั้งนาน”หญิงวัยกลางคนพูดพลางหอบเล็กน้อย คล้ายเพิ่งรีบเดินขึ้นมา ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า“อ้าว คุณเจมส์ มาที่นี่ด้วยเหรอ เจ๊ไม่รู้เลย ถ้ารู้จะได้ต้อนรับให้ดีกว่านี้”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเป็นกันเองอย่างคุ้นเคย เพราะเจ๊ก็สนิทกับเจมส์ไม่ต่างกับเจย์เสียเท่าไหร่“แค่นี้ก็ดีมากแล้ว”ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ ทว่าสายตาที่มองไปยังข้าวหอมกลับอ่อนลงอย่างเห็นไ

  • ลูกค้าคนนี้ขอซ้ำ แล้วผมจะเอาให้คุ้ม   เจย์หรือเจมส์

    ตอนที่ 6เจย์หรือเจมส์รุ่งเช้ามหาลัย@@ข้าวหอม นักศึกษาปีหนึ่งคณะบัญชี กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเท้าอย่างเร่งรีบ เพราะรู้ตัวดีว่าวันนี้เธอสายมากแล้วร่างเล็กอยู่ในชุดนักศึกษาเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้นโค้งเว้าอย่างพอดิบพอดี ชายกระโปรงทรงเอตัวสั้นไหวเอนไปตามจังหวะก้าวเดินที่เร่งร้อน เส้นผมยาวสลวยที่ปล่อยเปลือยทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามเช้า ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าสวยหวานนวลตานั้นดูโดดเด่นสะดุดตา“ตายจริงลืมตั้งนาฬิกาปลุกได้ยังไงกันเนี่ย ป่านนี้ยัยตองคงขึ้นเรียนไปแล้วมั้ง”หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะเร่งฝีเท้าไปตามทางฟุตบาทอย่างลนลานพลั่ก!“โอ๊ย!…”เพราะความเร่งรีบจนเกินเหตุ ทำให้เธอไม่ทันได้มองทาง ร่างเล็กพุ่งชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนเข้าอย่างจัง แรงปะทะที่ไม่ทันตั้งหลักส่งผลให้ข้าวหอมเซถลา เสียหลักล้มลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นซีเมนต์อย่างหมดท่า“เปะ…เป็นอะไรไหมครับ”น้ำเสียงทุ้มแฝงความตื่นตระหนกดังขึ้นทันควัน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คู่กรณีที่เธอเพิ่งพุ่งชนเมื่อครู่ รีบก้าวขาเข้ามาหาพลางเอ่ยถามด้วยความตกใจและรู้สึกผิดข้าวหอมทำหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากแรงกระแทก ความเจ็บแล่

  • ลูกค้าคนนี้ขอซ้ำ แล้วผมจะเอาให้คุ้ม   แกล้งเมา

    ตอนที่ 5แกล้งเมาตัดภาพมาที่ช่วงสายของวันรถหรูสีเข้มแล่นเข้ามาอย่างเงียบงัน ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอและจอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรปตัวอาคารสีขาวงาช้างตั้งตระหง่าน ทอดเงาลงบนลานหินกว้าง เบื้องหน้ามีสวนตกแต่งอย่างประณีต แทรกด้วยพุ่มไม้ตัดแต่งเป็นระเบียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลง เหลือเพียงความสงบที่โอบล้อมพื้นที่โดยรอบเจย์ก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสบาย ร่างสูงสง่ารับกับแสงแดดยามสายที่ทอดกระทบเสี้ยวหน้า มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้างอย่างเคยชิน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน แม่บ้านสองคนก็รีบก้าวออกมาต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางนอบน้อม เร่งฝีเท้าเข้ามาหาเขาแทบจะในทันที“ก็ว่าอยู่…ทำไมจู่ ๆ ก็หายใจไม่ออก”เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น พร้อมรอยเย้ยบาง ๆ“ที่แท้ก็มีของเสียเดินเข้ามาในบ้านนี่เอง”ต้นเสียงมาจากชายหนุ่มอีกคน“เจมส์” น้องชายแท้ ๆ ของเจย์ ที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว ร่างสูงโปร่งกำลังก้าวลงมาจากบันไดทีละขั้นอย่างไม่เร่งรีบสายตาคมเฉียบมองตรงมายังผู้มาใหม่เย็นชาและเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร“ของเสียที่ว่าคือมึงเองหรือเปล่า”เจย์สวนกลับทันควัน มือยังคงล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่

  • ลูกค้าคนนี้ขอซ้ำ แล้วผมจะเอาให้คุ้ม   ไม่ได้พิเศษไปมากกว่าใคร

    ตอนที่ 4ไม่ได้พิเศษไปมากกว่าใคร“ถ้าเสียวก็ครางออกมา...”ชายหนุ่มตวัดปลายลิ้นรัววนซ้ายขวา ก่อนจะลากยาวขึ้นตามแนวกึ่งกลางร่องเนื้ออุ่น สองนิ้วหนาช่วยแหวกแบะกลีบดอกไม้ให้เปิดกว้างขึ้น แล้วดูดซดกลีบกระสันเข้าปากจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะลามก สอดประสานแข่งกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนตัวเล็ก“อื้อ....สะเสียว”ลิ้นร้อนที่ตวัดถี่ขึ้นตรงจุดใจกลางความเสียวบีบให้หญิงสาวครางสั่นเครือ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความสยิว ก่อนที่เจย์จะถอนริมฝีปากขึ้นมาสบตา แล้วจงใจส่งเรียวนิ้วแกร่งแหวกว่ายเบียดแทรกเข้าไปในซอกเนื้อนุ่มอย่างช้าๆ“ซี้ด!...สัด! แค่นิ้วเดียวก็ตอดจนแทบหัก”ชายหนุ่มสบถคำหยาบคายออกมาในลำคอ คราบน้ำรักเหนียวหนืดสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนเต็มเรียวนิ้วยิ่งโหมกระพือความต้องการให้เขายากจะบดเบียดสอดใส่ตัวตนเข้าไปในกายเธอใจจะขาด“อื้อ...ซี้ด!”เสียงครางหวานของข้าวหอมเล็ดออกมาจากลำคอ นิ้วยาวที่ยังขยับเข้าออกมันทำให้เธอเสียวซ่านจนแทบบ้า “อื้อ...ฉันไม่ไหวแล้วเงี่ยนฉิบหาย!”ชายหนุ่มกระชากผ้าเช็ดตัวผืนบางออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นแก่นกายขนาดยักษ์ที่แข็งขึงเต็มเหยียด เส้นเลือดหนาปูดโปนพาดผ่านตาม

  • ลูกค้าคนนี้ขอซ้ำ แล้วผมจะเอาให้คุ้ม   รุ่นพี่

    ตอนที่ 3รุ่นพี่ตัดภาพมาที่มหาวิทยาลัยข้าวหอมในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนอย่างชวนมองเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกถักเปียไว้อย่างหลวม ๆ ทิ้งปอยผมบางส่วนให้พลิ้วไหวรับกับใบหน้า เพิ่มเสน่ห์ให้ดูอ่อนหวานปนซุกซนเสื้อนักศึกษาที่หญิงสาวสวมใส่แนบกระชับไปตามสัดส่วน ขับเน้นรูปร่างให้เด่นชัดราวกับจะปริออกจากกัน“ข้าวหอม! ทางนี้!”เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากอีกฟากของตึกคณะบริหารธุรกิจ “ใบตอง” เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมของเธอโบกมือเรียกอย่างเด่นชัด ทำให้ร่างเล็กต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นทันที เพราะรู้ดีว่าถ้าช้ากว่านี้อีกนิด มีหวังโดนบ่นจนหูชากันพอดี“นี่…กว่าจะเสด็จมาได้นะยะ ฉันมารอแกตั้งนานแล้วเนี่ย”และก็เป็นไปตามคาด ใบตองยืนกอดอกบ่นใส่ทันทีที่เธอเดินเข้าไปถึง แม้คำพูดจะฟังดูดุ ๆ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ได้จริงจังอะไรนัก ข้าวหอมยกมือขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ ก่อนจะยิ้มแหย“ขอโทษน่า… ก็วันแรกนี่ มหาลัยตั้งใหญ่ ฉันเดินหาตึกเรียนตั้งนาน”“งั้นรีบขึ้นเรียนกันเถอะ วันนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องก็แล้วกัน” ใบตองว่าพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะคว้าแขนเพื่อนสนิทลากขึ้นตึกไปด้วยกันควัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status