LOGINตอนที่ 3
รุ่นพี่ ตัดภาพมาที่มหาวิทยาลัย ข้าวหอมในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนอย่างชวนมอง เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกถักเปียไว้อย่างหลวม ๆ ทิ้งปอยผมบางส่วนให้พลิ้วไหวรับกับใบหน้า เพิ่มเสน่ห์ให้ดูอ่อนหวานปนซุกซน เสื้อนักศึกษาที่หญิงสาวสวมใส่แนบกระชับไปตามสัดส่วน ขับเน้นรูปร่างให้เด่นชัดราวกับจะปริออกจากกัน “ข้าวหอม! ทางนี้!” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากอีกฟากของตึกคณะบริหารธุรกิจ “ใบตอง” เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมของเธอโบกมือเรียกอย่างเด่นชัด ทำให้ร่างเล็กต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นทันที เพราะรู้ดีว่าถ้าช้ากว่านี้อีกนิด มีหวังโดนบ่นจนหูชากันพอดี “นี่…กว่าจะเสด็จมาได้นะยะ ฉันมารอแกตั้งนานแล้วเนี่ย” และก็เป็นไปตามคาด ใบตองยืนกอดอกบ่นใส่ทันทีที่เธอเดินเข้าไปถึง แม้คำพูดจะฟังดูดุ ๆ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ได้จริงจังอะไรนัก ข้าวหอมยกมือขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ ก่อนจะยิ้มแหย “ขอโทษน่า… ก็วันแรกนี่ มหาลัยตั้งใหญ่ ฉันเดินหาตึกเรียนตั้งนาน” “งั้นรีบขึ้นเรียนกันเถอะ วันนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องก็แล้วกัน” ใบตองว่าพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะคว้าแขนเพื่อนสนิทลากขึ้นตึกไปด้วยกัน ควันสีจางลอยออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป เจย์ในชุดช็อปวิศวะสีกรมท่ายืนพิงกำแพงอยู่มุมหนึ่งของตึกคณะวิศวกรรมยานยนต์ มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่ไว้หลวม ๆ ส่วนอีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงในท่าทีสบาย ๆ แววตาคมเข้มฉายความนิ่งเฉย ราวกับโลกทั้งใบไม่ได้มีอะไรน่าสนใจนัก “เห้ย เจย์ เล่นบาสกันปะวะ” เสียงทักดังขึ้น เจ้าของเสียงคือ“ปาร์ค” เพื่อนร่วมห้องที่กำลังถือลูกบาสไว้ในมือ เจย์เหลือบตามองเพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันตอบอะไร ส่วนเพื่อนสนิทคนอื่น ๆ อย่างเลออน พายุ และมังกร ต่างก็เรียนอยู่กันคนละคณะจะได้เจอกันจริง ๆ ก็ต่อเมื่อถึงเวลานัดดื่ม หรือไม่ก็วันที่ใครสักคนเกิดอยากรวมตัวขึ้นมา ขณะที่ไอ้รามซึ่งเรียนคณะเดียวกันแท้ ๆ แต่วันนี้กลับยังไม่มา ถ้าให้เดาก็คงนอนกกสาวอยู่ที่ห้องตามประสาเสือผู้หญิงนั่นแหละ “เดี๋ยวกูตามไป” ร่างสูงตอบกลับทั้งที่ควันบุหรี่ยังลอยจางอยู่ในอากาศ “เออ รีบตามมานะเว้ย วันนี้กูมีเดิมพันกับพวกโยธาด้วย” เจย์ขมวดคิ้วน้อย ๆ อย่างระแวง “มึงนี่หาแต่เรื่อง… แล้วพนันกับพวกมันว่าไงล่ะ” “ก็ถ้าแพ้ พวกมันบอกให้มึงแก้ผ้าวิ่งรอบสนาม” ทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกมา เจย์ก็ยกขาขึ้นหมายจะถีบทันควัน “ไอ้เหี้ย—!” แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะปาร์คหัวเราะลั่น ก่อนจะวิ่งหายวับไปกับตาอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงร่างสูงที่ยืนกำบุหรี่แน่น พร้อมสีหน้าหงุดหงิดปนเอือมระอาเล็ก ๆ “โอ๊ย นี่ยัยตอง! แกจะลากฉันไปไหนเนี่ย” เมื่อคาบเช้าจบลง ใบตองก็ลากเพื่อนสนิทมุ่งหน้าตรงไปยังสนามบาสทันที “ก็ฉันได้ยินมาว่าตัวท็อปของคณะวิศวะเขาแข่งบาสกันไง เลยอยากมาดูสักหน่อย” ใบตองตอบขณะที่ดวงตาเป็นประกายวาววับอย่างตื่นเต้น ข้าวหอมได้แต่ปล่อยให้ตัวเองถูกลากตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทันทีที่ก้าวเข้ามาในสนามบาส เสียงเชียร์ก็ดังขึ้นอย่างครึกครื้น โดยเฉพาะกลุ่มสาว ๆ ที่มาจับจองพื้นที่รอดูหนุ่ม ๆ เล่นกันอย่างคึกคัก อีกฟากของสนาม เจย์นั่งพิงเสา กอดอกในท่าทีเบื่อหน่าย ปากหาวออกมาแล้วนับไม่ถ้วน “เฮ้ย ไอ้เจย์ดูดิ แต้มพวกมันนำไปเป็นสิบแล้วนะ มึงไม่คิดจะลงหน่อยเหรอวะ โชว์สาว ๆ สักหน่อย” ปาร์คเดาะลูกบาสเดินเข้ามาถาม พลางยิ้มกวน ๆ “มึงพนันกับพวกมันเอง มึงก็เล่นสิ” เจย์ตอบกลับเสียงเรียบ “โถ่ แต่กูพนันให้มึงแก้ผ้านะ ไม่รู้สึกตื่นกลัวบ้างเลยเหรอ” เจย์เหลือบตามองอย่างเอือม ๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ “แก้ก็แก้สิ…กูก็อยากโชว์งูยักษ์ที่อยู่ในกางเกงเหมือนกัน” พูดจบร่างสูงก็เหยียดตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ สายตาคมกวาดมองไปทั่วสนาม ราวกับเริ่มสนใจอะไรขึ้นมานิดหน่อย ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา สายตานั้นกลับหยุดชะงักลง เมื่อบังเอิญไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวรูปร่างคุ้นตา คิ้วเข้มขมวดลงเล็กน้อย คล้ายกำลังครุ่นคิด ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะค่อย ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างมีเลศนัย “ข้าวหอม ๆ แกดูพี่คนนั้นสิ… หล่อมากเลย ใช่ตัวท็อปหรือเปล่า” ใบตองพูดขึ้น พลางชี้นิ้วไปยังอีกฟากฝั่งของสนาม ข้าวหอมมองตามปลายนิ้วเรียวของเพื่อนสนิทอย่างไม่คิดอะไร แต่ทันทีที่สายตาได้สบเข้ากับชายหนุ่มคนนั้น ร่างเล็กก็ถึงกับชะงักงัน หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เมื่อจำได้ทันทีว่า เขาคือผู้ชายคนเดียวกับลูกค้าที่เธอเพิ่งไปเจอเมื่อคืน “นี่มัน…บังเอิญเกินไปหรือเปล่า…” หญิงสาวพึมพำเสียงแผ่ว ราวกับพูดกับตัวเอง “แกว่าอะไรนะ” ใบตองที่ได้ยินไม่ถนัดละสายตาจากชายหนุ่ม ก่อนจะหันมาถาม “ปะเปล่า… ฉันแค่พูดไปเรื่อยน่ะ” ข้าวหอมรีบตอบกลับ พลางหลบสายตาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะจำเธอได้ขึ้นมา “นี่ตอง ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ เดี๋ยวมา” ข้าวหอมเอ่ยขึ้น หลังจากยืนอยู่ตรงนั้นได้พักหนึ่ง สายตาของใบตองยังคงจับจ้องไปที่หนุ่ม ๆ ในสนามบาสอย่างไม่วางตา ราวกับสิ่งตรงหน้าสำคัญกว่าเพื่อนสนิทไปแล้วในตอนนี้ “อื้อ รีบมาล่ะ” หญิงสาวตอบลอย ๆ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเพื่อนสนิท “รู้แล้วน่า” ข้าวหอมส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวปลีกออกมาจากสนามแทบจะทันที เมื่อข้าวหอมเข้าห้องน้ำเสร็จสรรพ ร่างเล็กก็ผลักประตูเดินออกมา แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหนไกลหญิงสาวก็ต้องผงะเล็กน้อย เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของเจย์ที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ไม่ไกล ราวกับ…เขายืนรออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมเหลือบมองเธอช้า ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คล้ายกำลังจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง “คะ…คุณมาทำอะไรที่นี่” แต่กลับกลายเป็นข้าวหอมที่เปิดปากถามขึ้นมาก่อน น้ำเสียงแฝงความตกใจปนระแวงอย่างปิดไม่มิด “อะไรของเธอ...” เจย์ยังคงทำหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร “ก็…ขึ้นมายืนทำไมตรงนี้” “แล้วทำไมฉันจะยืนไม่ได้” “ก็…” หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย เหมือนหาคำมาตอบไม่ทัน แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ “เจย์! ไปกันเถอะ” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากทางห้องน้ำ ทำให้สองร่างหันไปมองพร้อมกัน หญิงสาวร่างเล็กอีกคนยืนรออยู่ไม่ไกล เจย์เหลือบมองข้าวหอมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาแต่ก็ชัดพอที่จะให้อีกฝ่ายได้ยิน “ประสาท” พูดจบชายหนุ่มก็ผละออกทันที ก่อนจะเดินตรงไปหาหญิงสาวคนนั้นที่ยืนรออยู่โดยไม่หันกลับมาอีก ทิ้งให้ข้าวหอมยืนนิ่งอยู่กับที่แบบนั้น ให้ตายเถอะ! ทำไมฉันถึงคิดว่าเขามาดักรอฉันกันนะ ตัดภาพมาที่ช่วงเย็นภายในผับ “นังหนู…สวย ๆ แบบนี้ ไม่อยากมีคนเลี้ยงสักคนเหรอ” เสียงแหบพร่าของชายวัยราวหกสิบดังแทรกขึ้น ท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มไปทั่วร้าน ข้าวหอมที่กำลังรินเหล้าให้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ พลางยิ้มหวานตามมารยาท “หื้ม… เสี่ยจะเลี้ยงหนูไหวเหรอคะ” ร่างเล็กเอียงคอเล็กน้อย น้ำเสียงออดอ้อนน่าฟัง แม้ในใจจะรู้สึกรังเกียจชายร่างท้วมตรงหน้าเต็มทีแล้วก็ตาม “หนูกินจุนะคะ…” คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากเล็กเหมือนจะหยอกล้อกลาย ๆ “ฮ่า ๆ เลี้ยงไหวสิ! หนูอยากได้อะไร เสี่ยหาให้หมดเลย…” ชายสูงวัยหัวเราะลั่น สีหน้าพึงพอใจไม่น้อยกับท่าทีออดอ้อนออเซาะของอีกฝ่าย อีตาแก่บ้ากาม! นี่ถ้าไม่ติดว่าจ่ายหนักฉันไม่มาเข้าใกล้แกหรอก ข้าวหอมเพียงยิ้มรับบาง ๆ ซ่อนความอึดอัดไว้ภายใต้ท่าทีอ่อนหวานอย่างแนบเนียน “ข้าวหอมเอ้ย! ข้าวหอม!” เสียงเจ๊เจ้าของร้านตะโกนเรียกแข่งกับจังหวะเพลงที่ดังกระหึ่มไปทั่วผับ ร่างเล็กของข้าวหอมแทบจะลุกพรวดขึ้นจากโซฟาทันที ราวกับรอจังหวะนี้มานาน “เจ๊ ๆ ฉันอยู่นี่!” หญิงสาวรีบขานรับ พลางยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย ก่อนจะรีบก้าวออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่ลังเล “มีอะไรเหรอ....” “ไป แกไปหาคุณเจย์ วันก่อนเคยไปแล้วหนิ วันนี้เขานัดแกให้ไปหาอีก” “อื้ม...โอเค” เมื่อสิ้นคำ เจ๊ก็มองหน้าข้าวหอม ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา “อะ…อะไรเหรอเจ๊” ข้าวหอมเอ่ยถามอย่างงุนงง “ทำไมวันนี้แกไม่คัดค้านอะไรเลยล่ะ....” “กะ…ก็ วันก่อนที่ไป เขาก็พูดง่ายดี ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด” “แกนี่มันอ่อนหัดสมอายุจริง ๆ งั้นแกก็รีบไปเถอะ” พูดจบเจ๊ก็รีบผละออกไปทันที เดินตรงไปยังเสี่ยร่างท้วมเมื่อครู่โดยไม่รีรอ เพราะหลังจากที่ข้าวหอมเดินออกมาได้ไม่นาน ชายแก่ก็เริ่มโวยวายเสียงดังไม่หยุด สร้างความวุ่นวายอยู่ตรงนั้นไม่เลิก อ่อนหัดเหมือนอายุงั้นเหรอ มันหมายความว่ายังไงกันแน่ คอนโด ONENA ก๊อก ก๊อก ก๊อก ข้าวหอมยืนแนบอยู่หน้าประตูห้องของเจย์ ปลายนิ้วยังแตะค้างอยู่บนบานไม้ ราวกับความลังเลเมื่อครู่ยังไม่จางหายไปเสียทีเดียว เธอใช้เวลาตัดสินใจอยู่นานกว่าจะรวบรวมความกล้าเคาะลงไป แกรก เสียงลูกบิดดังแผ่วเบา ก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ เปิดแง้มออกช้า ๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ทั้งที่ประตูเปิดออกแล้วแต่กลับไร้เงาของเจ้าของห้อง เล่นอะไรของเขาอีกแล้ว ร่างเล็กก้าวล้ำเข้ามาภายในห้องอย่างระแวดระวัง สายตากวาดมองไปรอบ ๆ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ไฟทุกดวงถูกเปิดสว่างจ้า ราวกับมีใครบางคนอยู่ก่อนแล้ว ทว่ากลับไร้เงาของเจ้าของห้อง ซ่า… เสียงสายน้ำจากฟักบัวกระทบพื้นดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันนั้นชัดเจนเสียจนทำให้ข้าวหอมชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ เบนฝีเท้า มุ่งตรงไปยังต้นเสียงอย่างไม่รู้ตัว อาบน้ำอยู่งั้นเหรอ อุ้บ…! ภาพตรงหน้าทำเอาข้าวหอมแทบหลุดเสียงอุทานออกมา มือเรียวเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน ลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดฝืน เบื้องหน้าคือเรือนร่างสูงโปร่งของเจย์ที่ยืนอยู่หลังกระจกใส หยดน้ำเกาะพราวไปทั่วผิวกาย ไล้ลงตามสันกล้ามเนื้ออย่างช้า ๆ ราวกับตั้งใจยั่วสายตาของผู้ที่เผลอมองเข้าไป รูปร่างสมส่วนราวกับถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างดีงาม รอยสักที่แต่งแต้มอยู่บนเรือนกายของเขากลับยิ่งขับเน้นให้ความร้อนในร่างของหญิงสาวค่อย ๆ แผ่ซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ พรึบ! ทว่าของดีกลับปล่อยให้ชมได้ไม่นาน ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกโยนมากระแทกเข้าที่ใบหน้าสวยเต็มแรง จนข้าวหอมที่ยืนเหม่ออยู่ต้องสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ “ยัยบ๊อง… จะยืนมองอีกนานไหม” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ปะปนด้วยแววขบขันบางเบา “เอ่อ...คือ...เอ่อ ฉันนึกว่าไม่มีคนอยู่ ได้ยินเสียงน้ำเลยเดินมาดู ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูคุณนะ” ข้าวหอมรีบแก้ตัวละล่ำละลัก น้ำเสียงติดขัดอย่างคนจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ร่างสูงกลับเพียงเสยริมฝีปากขึ้นเล็กน้อยคล้ายยิ้ม ก่อนจะหมุนตัวไปทิ้งกายนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่เร่งรีบ ท่าทีเฉยเมยนั้น…กลับยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกอับอายจนแทบอยากหายตัวไปเสียตรงนั้น “นี่…ฉันพูดจริง ๆ นะ” เธอย้ำเสียงแผ่ว คล้ายพยายามกอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง “ไปเอาไวน์มารินให้ฉันที” เจย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แววตาคมกวาดมองเรือนร่างของอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบัง ข้าวหอมถึงกับชะงักไปอีกครั้ง ก่อนหน้านี้มัวแต่ร้อนรนกับคำแก้ตัว จนไม่ได้ทันสังเกต…ว่าร่างสูงตรงหน้าในตอนนี้ มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่พันกายไว้หลวม ๆ เท่านั้น “นะ...นี่ แล้วทำไมคุณถุงไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ” “จะใส่ไปทำไม… ในเมื่อเมื่อกี้เธอก็เห็นไปหมดแล้วหนิ ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันยังเอาผ้ามาปิดไว้” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน น้ำเสียงเรียบเฉยเสียจนคนฟังยิ่งรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ข้าวหอมเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด เธอไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองคนตัวสูงอีกครั้ง “แล้วไวน์ล่ะ…จะยืนนิ่งอยู่อีกนานไหม ฉันเรียกเธอมาทำงานนะ” “เอ่อ....” เสียงไวน์ไหลกระทบแก้วดังแผ่วเบาในความเงียบ ข้าวหอมยืนรินไวน์ให้เขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ใบหน้าหันหนีไปอีกทาง ท่าทีเช่นนั้น…กลับยิ่งทำให้ร่างสูงเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “นี่…เลิกทำเหมือนไม่เคยเห็นได้ไหม” น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงเล็กน้อย แฝงความรำคาญอย่างชัดเจน “มองแล้วมันรกหูรกตา” ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นป่านนี้คงขึ้นมาขย่มให้เขาแล้ว “ก็ไม่เคยเห็น...” คำตอบแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากเธออย่างไม่เต็มเสียง ร่างสูงหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมฉายแววล้อเลียนอย่างไม่คิดจะปิดบัง “งั้นจะบอกว่า…ตัวเองยังซิงงั้นเหรอ” คำถามนั้นเหมือนถูกโยนใส่ตรง ๆ จนข้าวหอมถึงกับชะงักไปทั้งตัว ปลายนิ้วเรียวกำแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหลบสายตาเขาไปอีกทาง ชิ! ก็ยังซิงจริง ๆ นี่ “มานี่...” หลังจากกรอกไวน์ลงคอจนหมดแก้วในคราวเดียว เจย์ก็วางแก้วลงอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะตบลงบนต้นขาของตัวเองเบา ๆ “อะ...อะไร” ข้าวหอมเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย ดวงตากลมไหวระริก ร่างสูงเอนกายพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มคล้ายคนกำลังสนุกกับสถานการณ์ตรงหน้า “ก็มานั่งตักฉันไง....เด็กชงเหล้าเขาก็เซอร์วิสกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอ....” “เอ่อ...แต่วันนี้ฉันไม่สะดวก” “อ๋อ...แสดงว่าอยากตกงานสินะ” เจย์พยักหน้าช้า ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อ หางตาคมเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างคนที่กำลังประเมินทุกอิริยาบถ ประโยคนั้นทำให้ข้าวหอมชะงักไปทันที ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างจำยอม “กะ…ก็ได้ แค่นั่งตักนะ…” ร่างเล็กลุกขึ้นช้า ๆ ราวกับทุกการเคลื่อนไหวถูกถ่วงไว้ด้วยความลังเล ปกติแล้วเธอไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่ว่าลูกค้าคนไหน เธอก็รับมือได้เป็นอย่างดี ทั้งคำพูดออดอ้อนออเซาะ แต่พอเป็นเขาแค่เข้าใกล้ กลับทำให้เธอประหม่าขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ หมับ! ทันทีที่ร่างบางหย่อนตัวลงบนตัก ชายหนุ่มก็รวบเอวเธอเข้าหา กอดไว้แน่นจนแทบขยับไม่ได้ “ปล่อยนะ!” ข้าวหอมสะบัดตัวเล็กน้อย น้ำเสียงแข็งขึ้นทันที “ไหนบอกให้นั่งเฉย ๆ ไง” “แล้วมันต่างกันตรงไหน...ฉันก็แค่กอดกับพวกแก่ตัณหาพวกนั้น… ทั้งลูบทั้งคลำ เธอไม่เห็นจะขัดขืนแบบนี้ พวกนั้นมันจะรวยกว่าฉันแค่ไหนกันเชียว หรือว่า....สเปคเธอเป็นแบบนั้น” “จะบ้าเหรอ!” ข้าวหอมโต้กลับแทบจะทันควัน เสียงสั่นเล็กน้อยแต่ชัดเจน ทว่าแรงกอดกลับไม่คลายลงแม้แต่นิด “ข้าวหอม…เธอคิดว่าฉันไม่หวังอะไรในตัวเธอจริง ๆ เหรอ” เพียงแค่ประโยคนั้น ก็ทำให้ร่างบางถึงกับชะงัก ขนลุกวาบไปทั่วทั้งตัว “มะ...หมายความว่ายังไง” “เธอคิดว่า...ฉันไม่มีปัญญารินไวน์เองเหรอ....” “มะ..ไม่รู้” “ไวน์น่ะ...ฉันรินเองได้...แต่สิ่งที่ฉันทำเองไม่ได้คือการปลดปล่อยตัณหาของตัวเอง...มันต้องมีคนช่วย แล้วคนที่จะช่วยฉันได้ตอนนี้ก็คือเธอ” “แต่ฉันไม่ได้รับงานแบบนั้น....ถ้าคุณต้องการฉันจะเรียกคนอื่นมาให้” “เธอเป็นคนสร้างปัญหา...จะเรียกคนอื่นมาแก้ทำไม” “ฉันเนี่ยนะสร้างปัญหา” “ก้นเล็ก ๆ ของเธอนั่งทับลูกชายฉันจนมันตื่นแล้วล่ะ...” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยชิดใบหู แฝงความนัยชัดเจนจนคนฟังหน้าแดงวาบ “อร้าย! อีตาบ้า!” ข้าวหอมร้องลั่น พลางพยายามลุกพรวดขึ้นจากตักเขา แต่ก็ต้องชะงักอยู่กับที่ เมื่อแขนแกร่งยังคงโอบรัดเอวเธอไว้แน่น “เท่าไหร่” “หมายถึงอะไร” “อยากเอากับเธอต้องจ่ายเท่าไหร่...” “ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ขายตัว....ปล่อยนะ!” “ฉันไม่เชื่อ.....งานแบบพวกเธอมันก็ต้องมีบ้างแหละ อย่ามาเล่นตัวนักเลย ตอนนี้เท่าไหร่ฉันก็จ่ายไหว” สิ้นคำร่างสูงก็ออกแรงผลัก จนร่างบางเอนลงไปนอนราบกับโซฟาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความหื่นกระหายฉายชัดบนแววตาสีนิล “ปากเล็ก ๆ นี่....น่าเอาอะไรยัดจัง” “โรคจิต ฉันจะกลับแล้ว” หญิงสาวทำท่าจะลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันได้พ้นจากแรงกด เจย์ก็ผลักเธอให้เอนกลับลงไปนอนราบกับโซฟาอีกครั้งอย่างง่ายดาย “ฉันจะถามเธออีกครั้งว่าเท่าไหร่” “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ขาย!” “อ๋อ....งั้นฟรีสินะ” แควก! ชุดเดรสสีดำบางเฉียบที่เธอสวมใส่มาตั้งแต่แรกถูกคนตัวสูงกระชากจนขาดหลุดลุ่ยติดมือ “ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นแบบนี้....ไอ้แก่พวกนั้นคงแข็งโป๊กกันหมด” “......” ข้าวหอมเม้มริมฝีปากแน่น ไม่อาจโต้ตอบอะไรออกไปได้ ร่างกายที่เคยถูกห่อหุ้ม ตอนนี้กลับเปิดเผยต่อสายตาเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้าปากปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง ยิ่งสายตาเผลอไปสบกับเรือนกายกำยำของเขาจมูกปะทะเข้ากับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่ ยิ่งทำให้ความร้อยในกายเธอพุ่งพล่านมากขึ้น เมื่อเห็นท่าทางนิ่ง ๆ ของคนตัวเล็ก ชายหนุ่มก็รีบก้มหน้าลงช้า ๆ ค่อย ๆ ใช้ปลายลิ้นร้อนลากชิมแนวคอแผ่วช้า ก่อนจะขบเม้มหนักจนเกิดรอยแดงฉาน “ปล่อยนะ” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา มือเล็กผลักไสชายหนุ่มออกจากตัว ทว่าในจังหวะเดียวกัน ร่างกายกลับเผลอแอ่นเอนเข้าหาเขาอย่างไม่รู้ตัว “อื้ม...อยู่นิ่ง ๆ หน่อยสิ” ชายหนุ่มกระซิบตอบเสียงแหบพร่า ก่อนซุกไซ้ใบหน้าต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ตรงเนินเนื้อสามเหลี่ยม ซึ่งมีเพียงกางเกงในตัวจิ๋วขวางกั้น ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวมือหนาตวัดดึงกางเกงในสีอ่อนของเธอให้พ้นทาง เสียงเนื้อผ้าครูดผ่านเรียวขาอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกเหวี่ยงทิ้งไปอย่างไม่ไยดี มือหนาจับเรียวขาเล็กให้อ้าออกกว้าง เผยให้เห็นกุหลาบงามสีหวานอวดสายตาคมอย่างอ่อนระทวย แม้ข้าวหอมจะพยายามหนีบขาเข้าหากันเพื่อปกปิด ทว่าก็ไม่อาจต้านทานเรี่ยวแรงของชายหนุ่มได้เลย “อย่านะ....” “สวยขนาดนี้จะอายทำไมกัน...” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่ร่างสูงจะก้มลงตวัดปลายลิ้นหยอกเย้าจุดกระสันเบา ๆ เพียงสัมผัสแรกอันเหนียวเหนอะ ข้าวหอมก็สะดุ้งสุดตัว เรียวขาเกร็งแน่น มือเรียวจิกฝังลงบนเบาะเพื่อระบายความเสียวซ่าน “อ๊ะ!” ทำไมมันถึงได้รู้สึก...ดีขนาดนี้นะ!ตอนที่ 8จะเล่นเกมหรือจะเล่นฉัน“นี่ยัยหอม! มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!”ทันทีที่ข้าวหอมเดินกลับมาถึง ใบตองก็รีบดึงแขนเพื่อนสนิท เข้าไปหาอย่างตื่นเต้น“มีอะไร” ข้าวหอมถาม พลางเลิกคิ้วนิด ๆ“แกรู้จักพี่เจย์ได้ยังไง!”น้ำเสียงของใบตองเต็มไปด้วยความอยากรู้“ก็…เขาเป็นลูกค้าฉัน พี่เขาไปที่ร้านเหล้าบ่อย ๆ ฉันก็เลยมีโอกาสไปชงเหล้าให้บ้าง”“โห ไม่เห็นเคยบอกกันบ้างเลย! ถ้าบอกนะ ฉันจะได้ไปชงเหล้ากับแกบ้าง จะได้เจอหนุ่มหล่อ ๆ บ้าง”ข้าวหอมส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง“งั้นเรากลับกันมั้ย ฉันอยากกลับไปนอนพักแล้ว”“ไปดิ ฉันก็อยากนอนพักสักหน่อยเหมือนกัน”ใบตองพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหันมาถามต่อ“แล้ววันนี้แกยังจะไปทำงานอีกหรือเปล่า”“ไปสิ”“ไหนบอกว่าเปิดเทอมแล้วจะเลิกไง”“ตอนแรกก็ว่าจะเลิกแหละ…แต่เงินมันดี อีกอย่างช่วงนี้ก็ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ เลยกะว่าจะทำต่ออีกสักพัก”ใบตองพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง“ก็อย่าเหนื่อยเกินไปล่ะ หาเวลาพักบ้าง”ข้าวหอมยิ้มรับเบา ๆ ก่อนที่เพื่อนสนิททั้งสองจะออกเดินเคียงข้างกันไปตามแนวฟุตบาทอย่างไม่เร่งรีบบทสนทนาเบา ๆ ยังคงดำเนินต่
ตอนที่ 7อย่าให้เจอหน้า“นี่พี่ยังไม่รู้จักชื่อเราเลย…ชื่ออะไรเหรอ”เจมส์เอ่ยถามขึ้น พลางยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก“ข้าวหอมค่ะ”“พี่ชื่อเจมส์นะ”ชายหนุ่มวางแก้วลงช้า ๆ รอยยิ้มบางยังคงคลออยู่ที่มุมปาก“ค่ะ…พี่รู้จักกับพี่เจย์ด้วยเหรอ”คำถามนั้นทำให้มือที่ถือแก้วของเขาชะงักลงเล็กน้อย สีหน้าคลายยิ้มกลับมาเรียบเฉยในพริบตา“เปล่า”ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จนคนตัวเล็กอดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน“เอ่อ…”“ยัยหอมโว้ย!”ข้าวหอมยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรต่อ เสียงตะโกนของยัยเจ๊ก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน ทำให้บทสนทนาต้องชะงักลงกลางคัน“มาอยู่นี่เอง…ฉันตามหาแกอยู่ชั้นล่างตั้งนาน”หญิงวัยกลางคนพูดพลางหอบเล็กน้อย คล้ายเพิ่งรีบเดินขึ้นมา ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า“อ้าว คุณเจมส์ มาที่นี่ด้วยเหรอ เจ๊ไม่รู้เลย ถ้ารู้จะได้ต้อนรับให้ดีกว่านี้”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเป็นกันเองอย่างคุ้นเคย เพราะเจ๊ก็สนิทกับเจมส์ไม่ต่างกับเจย์เสียเท่าไหร่“แค่นี้ก็ดีมากแล้ว”ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ ทว่าสายตาที่มองไปยังข้าวหอมกลับอ่อนลงอย่างเห็นไ
ตอนที่ 6เจย์หรือเจมส์รุ่งเช้ามหาลัย@@ข้าวหอม นักศึกษาปีหนึ่งคณะบัญชี กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเท้าอย่างเร่งรีบ เพราะรู้ตัวดีว่าวันนี้เธอสายมากแล้วร่างเล็กอยู่ในชุดนักศึกษาเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้นโค้งเว้าอย่างพอดิบพอดี ชายกระโปรงทรงเอตัวสั้นไหวเอนไปตามจังหวะก้าวเดินที่เร่งร้อน เส้นผมยาวสลวยที่ปล่อยเปลือยทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามเช้า ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าสวยหวานนวลตานั้นดูโดดเด่นสะดุดตา“ตายจริงลืมตั้งนาฬิกาปลุกได้ยังไงกันเนี่ย ป่านนี้ยัยตองคงขึ้นเรียนไปแล้วมั้ง”หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะเร่งฝีเท้าไปตามทางฟุตบาทอย่างลนลานพลั่ก!“โอ๊ย!…”เพราะความเร่งรีบจนเกินเหตุ ทำให้เธอไม่ทันได้มองทาง ร่างเล็กพุ่งชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนเข้าอย่างจัง แรงปะทะที่ไม่ทันตั้งหลักส่งผลให้ข้าวหอมเซถลา เสียหลักล้มลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นซีเมนต์อย่างหมดท่า“เปะ…เป็นอะไรไหมครับ”น้ำเสียงทุ้มแฝงความตื่นตระหนกดังขึ้นทันควัน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คู่กรณีที่เธอเพิ่งพุ่งชนเมื่อครู่ รีบก้าวขาเข้ามาหาพลางเอ่ยถามด้วยความตกใจและรู้สึกผิดข้าวหอมทำหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากแรงกระแทก ความเจ็บแล่
ตอนที่ 5แกล้งเมาตัดภาพมาที่ช่วงสายของวันรถหรูสีเข้มแล่นเข้ามาอย่างเงียบงัน ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอและจอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรปตัวอาคารสีขาวงาช้างตั้งตระหง่าน ทอดเงาลงบนลานหินกว้าง เบื้องหน้ามีสวนตกแต่งอย่างประณีต แทรกด้วยพุ่มไม้ตัดแต่งเป็นระเบียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลง เหลือเพียงความสงบที่โอบล้อมพื้นที่โดยรอบเจย์ก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสบาย ร่างสูงสง่ารับกับแสงแดดยามสายที่ทอดกระทบเสี้ยวหน้า มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้างอย่างเคยชิน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน แม่บ้านสองคนก็รีบก้าวออกมาต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางนอบน้อม เร่งฝีเท้าเข้ามาหาเขาแทบจะในทันที“ก็ว่าอยู่…ทำไมจู่ ๆ ก็หายใจไม่ออก”เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น พร้อมรอยเย้ยบาง ๆ“ที่แท้ก็มีของเสียเดินเข้ามาในบ้านนี่เอง”ต้นเสียงมาจากชายหนุ่มอีกคน“เจมส์” น้องชายแท้ ๆ ของเจย์ ที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว ร่างสูงโปร่งกำลังก้าวลงมาจากบันไดทีละขั้นอย่างไม่เร่งรีบสายตาคมเฉียบมองตรงมายังผู้มาใหม่เย็นชาและเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร“ของเสียที่ว่าคือมึงเองหรือเปล่า”เจย์สวนกลับทันควัน มือยังคงล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่
ตอนที่ 4ไม่ได้พิเศษไปมากกว่าใคร“ถ้าเสียวก็ครางออกมา...”ชายหนุ่มตวัดปลายลิ้นรัววนซ้ายขวา ก่อนจะลากยาวขึ้นตามแนวกึ่งกลางร่องเนื้ออุ่น สองนิ้วหนาช่วยแหวกแบะกลีบดอกไม้ให้เปิดกว้างขึ้น แล้วดูดซดกลีบกระสันเข้าปากจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะลามก สอดประสานแข่งกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนตัวเล็ก“อื้อ....สะเสียว”ลิ้นร้อนที่ตวัดถี่ขึ้นตรงจุดใจกลางความเสียวบีบให้หญิงสาวครางสั่นเครือ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความสยิว ก่อนที่เจย์จะถอนริมฝีปากขึ้นมาสบตา แล้วจงใจส่งเรียวนิ้วแกร่งแหวกว่ายเบียดแทรกเข้าไปในซอกเนื้อนุ่มอย่างช้าๆ“ซี้ด!...สัด! แค่นิ้วเดียวก็ตอดจนแทบหัก”ชายหนุ่มสบถคำหยาบคายออกมาในลำคอ คราบน้ำรักเหนียวหนืดสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนเต็มเรียวนิ้วยิ่งโหมกระพือความต้องการให้เขายากจะบดเบียดสอดใส่ตัวตนเข้าไปในกายเธอใจจะขาด“อื้อ...ซี้ด!”เสียงครางหวานของข้าวหอมเล็ดออกมาจากลำคอ นิ้วยาวที่ยังขยับเข้าออกมันทำให้เธอเสียวซ่านจนแทบบ้า “อื้อ...ฉันไม่ไหวแล้วเงี่ยนฉิบหาย!”ชายหนุ่มกระชากผ้าเช็ดตัวผืนบางออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นแก่นกายขนาดยักษ์ที่แข็งขึงเต็มเหยียด เส้นเลือดหนาปูดโปนพาดผ่านตาม
ตอนที่ 3รุ่นพี่ตัดภาพมาที่มหาวิทยาลัยข้าวหอมในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนอย่างชวนมองเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกถักเปียไว้อย่างหลวม ๆ ทิ้งปอยผมบางส่วนให้พลิ้วไหวรับกับใบหน้า เพิ่มเสน่ห์ให้ดูอ่อนหวานปนซุกซนเสื้อนักศึกษาที่หญิงสาวสวมใส่แนบกระชับไปตามสัดส่วน ขับเน้นรูปร่างให้เด่นชัดราวกับจะปริออกจากกัน“ข้าวหอม! ทางนี้!”เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากอีกฟากของตึกคณะบริหารธุรกิจ “ใบตอง” เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมของเธอโบกมือเรียกอย่างเด่นชัด ทำให้ร่างเล็กต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นทันที เพราะรู้ดีว่าถ้าช้ากว่านี้อีกนิด มีหวังโดนบ่นจนหูชากันพอดี“นี่…กว่าจะเสด็จมาได้นะยะ ฉันมารอแกตั้งนานแล้วเนี่ย”และก็เป็นไปตามคาด ใบตองยืนกอดอกบ่นใส่ทันทีที่เธอเดินเข้าไปถึง แม้คำพูดจะฟังดูดุ ๆ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ได้จริงจังอะไรนัก ข้าวหอมยกมือขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ ก่อนจะยิ้มแหย“ขอโทษน่า… ก็วันแรกนี่ มหาลัยตั้งใหญ่ ฉันเดินหาตึกเรียนตั้งนาน”“งั้นรีบขึ้นเรียนกันเถอะ วันนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องก็แล้วกัน” ใบตองว่าพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะคว้าแขนเพื่อนสนิทลากขึ้นตึกไปด้วยกันควัน







