เข้าสู่ระบบตอนที่ 6
เจย์หรือเจมส์ รุ่งเช้า มหาลัย@@ ข้าวหอม นักศึกษาปีหนึ่งคณะบัญชี กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเท้าอย่างเร่งรีบ เพราะรู้ตัวดีว่าวันนี้เธอสายมากแล้ว ร่างเล็กอยู่ในชุดนักศึกษาเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้นโค้งเว้าอย่างพอดิบพอดี ชายกระโปรงทรงเอตัวสั้นไหวเอนไปตามจังหวะก้าวเดินที่เร่งร้อน เส้นผมยาวสลวยที่ปล่อยเปลือยทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามเช้า ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าสวยหวานนวลตานั้นดูโดดเด่นสะดุดตา “ตายจริงลืมตั้งนาฬิกาปลุกได้ยังไงกันเนี่ย ป่านนี้ยัยตองคงขึ้นเรียนไปแล้วมั้ง” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะเร่งฝีเท้าไปตามทางฟุตบาทอย่างลนลาน พลั่ก! “โอ๊ย!…” เพราะความเร่งรีบจนเกินเหตุ ทำให้เธอไม่ทันได้มองทาง ร่างเล็กพุ่งชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนเข้าอย่างจัง แรงปะทะที่ไม่ทันตั้งหลักส่งผลให้ข้าวหอมเซถลา เสียหลักล้มลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นซีเมนต์อย่างหมดท่า “เปะ…เป็นอะไรไหมครับ” น้ำเสียงทุ้มแฝงความตื่นตระหนกดังขึ้นทันควัน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คู่กรณีที่เธอเพิ่งพุ่งชนเมื่อครู่ รีบก้าวขาเข้ามาหาพลางเอ่ยถามด้วยความตกใจและรู้สึกผิด ข้าวหอมทำหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากแรงกระแทก ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนเธอต้องเม้มริมฝีปากแน่น “จะ…เจ็บ” เสียงเล็กแผ่วสั่นหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนตัวเล็ก ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย ดวงตาใสเริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา และในวินาทีนั้นเองที่ชายหนุ่มได้สบตากับข้าวหอม หัวใจที่เคยนิ่งสงบกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างฉับพลัน อีกฟากหนึ่งของเจย์ ร่างสูงของเจย์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปตามฟุตบาทด้วยจังหวะเนิบนาบ ข้างกายคือรามเพื่อนสนิทที่เพิ่งแยกออกมาจากโรงอาหารด้วยกันเมื่อครู่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาคมของเขาก็สะดุดเข้ากับร่างสองร่างที่อยู่ไม่ไกล เจมส์กำลังช่วยพยุงข้าวหอมอยู่ ท่าทีใกล้ชิดเกินกว่าจะมองผ่านไปเฉย ๆ ความรู้สึกบางอย่างพลันก่อตัวขึ้นในอก ทั้งแปลกใจและไม่ชอบใจอย่างบอกไม่ถูก “ไอ้ราม มึงขึ้นเรียนไปก่อนเลย กูมีธุระ” เจย์เอ่ยเสียงเรียบ โดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังภาพตรงหน้า “ธุระอะไรของมึง” รามหันมาถามอย่างสงสัย “เถอะน่า…” เจย์เอ่ยสวนกลับไปทันที น้ำเสียงเรียบสนิททว่าเด็ดขาดคล้ายต้องการจะตัดบทสนทนาตรงนี้ให้เร็วที่สุด รามเห็นท่าทีนิ่งเฉยแบบนั้นก็ทำเพียงยักไหล่หนาน้อย ๆ อย่างไม่คิดจะเซ้าซี้ให้เสียเวลา “เออ... งั้นมึงรีบตามขึ้นมาแล้วกัน” พูดจบรามก็แยกตัวเดินออกไป ปล่อยให้เจย์ยังคงยืนอยู่ที่เดิมสายตาคมไม่เคยละไปจากภาพของคนทั้งสองตรงหน้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว “ขอโทษนะ เมื่อกี้พี่ไม่ทันดูทาง… ไปห้องพยาบาลไหม” เจมส์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด พลางพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้นจากพื้นซีเมนต์อย่างระมัดระวัง “ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธเบา ๆ พร้อมปัดฝุ่นที่เปื้อนตามเสื้อผ้าออกลวก ๆ “แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร” “ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ” เจมส์ทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “เออ…พี่ขอโทษจริง ๆ นะ งั้นเดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวเป็นการไถ่โทษดีไหม” “ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ” ข้าวหอมตอบย้ำอีกครั้ง พร้อมส่ายหน้าเบา ๆ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นเพื่อให้เขาคลายความกังวล “…” เจมส์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่ยังคงมองเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง ข้าวหอมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “งั้นหนูไปก่อนนะคะ สายมากแล้ว” “เดี๋ยวสิ!” ทว่าในจังหวะที่ร่างเล็กจะเตรียมหมุนตัวก้าวออกไปเสียงของเจมส์รั้งเธอไว้เสียก่อน “งั้นพี่ขอคอนแทคเราไว้หน่อยได้ไหม” ข้าวหอมหยุดชะงัก ก่อนจะหันกลับมามองเขาเล็กน้อย แววตาฉายความแปลกใจบาง ๆ คอนแทคงั้นเหรอ จะขอไปทำไม “เอ่อ…” คนตัวเล็กชะงักไปเล็กน้อย ท่าทีลังเล ปากบางเม้มแน่นราวกับกำลังชั่งใจ “ข้าวหอม!” ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยตอบหรือให้คอนแทคใด ๆ เสียงตะโกนเรียกจากด้านหลังก็ดังขึ้น หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองตามต้นเสียงด้วยความตกใจเล็ก ๆ จากความดังที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน “นะ…นี่คุณ! ตะโกนอะไรเสียงดังขนาดนั้น ฉันตกใจหมด” ข้าวหอมเอ่ยขึ้นทันทีที่เจย์เดินเข้ามาถึง น้ำเสียงยังเจือความตกใจเล็กน้อย ชายหนุ่มกลับเพียงมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่สายตาคมจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่เจมส์ แววตาคมฉายความไม่พอใจแบบไม่คิดปิดบัง แล้วเขาจึงหันกลับมาหาข้าวหอมอีกครั้ง “สายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังไม่ขึ้นเรียนอีก” คำพูดเรียบ ๆ นั้นทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วครู่ ราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ “ตายแล้ว…จริงด้วย! ฉันสายแล้ว” พูดจบร่างเล็กก็รีบคว้ากระเป๋า ก่อนจะวิ่งจ้ำอ้าวออกไปทันทีท่าทีลุกลนจนแทบจะสะดุดล้มอีกครั้ง “มึงรู้จักเธอเหรอ” เจมส์มองตามแผ่นหลังเล็กของข้าวหอมจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมาถามเจย์ น้ำเสียงเย็นชาปนแข็งกระด้างอย่างคนไม่ถูกกัน เจย์เพียงยักไหล่เบา ๆ มือยังคงล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อน “ก็…ไม่ค่อยเท่าไหร่” “งั้นก็ดี…กูรู้สึกถูกชะตากับคนนี้อยู่เหมือนกัน” คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะในลำคอจากเจย์ทันที เป็นเสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันอย่างไม่คิดปิดบัง “มึงคิดว่ามึงชอบใคร แล้วจะได้คนนั้นงั้นเหรอ” เขาเอียงหน้ามองอีกฝ่ายเล็กน้อย สายตาคมกดต่ำลง “มึงชอบเธอ แล้วเธอจะต้องชอบมึงกลับงั้นเหรอ ” เจมส์สบตาเขานิ่ง ก่อนจะตอบสั้น ๆ “ก็ไม่แน่” ทันทีที่ได้ยินคำท้าทาย เจย์ก็ก้าวเท้าเข้าไปประชิดอีกฝ่ายอีกหนึ่งก้าว สีหน้าและท่าทางของเขาผ่อนคลายเกินเหตุจนดูน่ากลัว ก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายแล้วกระซิบด้วยเสียงเรียบเรื่อย “แล้วถ้ากูบอกมึงว่า…เธอเป็นเด็กกูล่ะ ที่แบบว่า…ไปมาหาสู่กันทุกคืน…มึงจะทำยังไง” พลั่ก! เจมส์ผลักอกเขาออกห่างทันที สีหน้าตึงเครียดเส้นเลือดที่ขมับกระตุกเล็กน้อย “กูไม่เชื่อหรอก” แม้อีกฝ่ายจะแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวเพียงใด ทว่าเจย์กลับเพียงยักไหล่เล็กน้อย ราวกับไม่ใส่ใจได้ใส่ใจแม้แต่น้อย “ไม่เชื่อก็ตามใจ… แต่อย่าให้กูเห็นว่ามึงมายุ่งกับเธออีก” พูดจบร่างสูงของเจย์ก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่เร่งรีบ ท่าทีผ่อนคลายราวกับเพิ่งกวนประสาทอีกฝ่ายได้สำเร็จ ทิ้งให้เจมส์ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง มือกำแน่นจนเส้นเอ็นปูดขึ้น สีหน้าหงุดหงิดปนขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด ดวงตาวาววับด้วยอารมณ์ที่เริ่มปะทุขึ้นทีละน้อย ผับXxx แสงไฟสลัวสาดกระทบผู้คนที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามา เสียงเพลงจังหวะหนักดังคลอไปทั่วทั้งร้าน แก้วเหล้าถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากครั้งแล้วครั้งเล่า เจมส์นั่งเอนหลังอยู่บนโซฟา สายตาเหม่อลอยเล็กน้อย ความคิดในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับคำพูดของพี่ชายเมื่อช่วงกลางวัน “ทุกคนที่กูชอบ…เสร็จมึงหมดเลยสินะ” ชายหนุ่มพึมพำเสียงแข็งในลำคอ มือหนากำแก้วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เส้นเอ็นปูดขึ้นเล็กน้อย ความคับแค้นค่อย ๆ ก่อตัวลึกลงในอก หนักแน่นขึ้นทุกวินาที ทว่าในขณะที่ร่างสูงกำลังจะกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้ง กลับต้องชะงักลงกลางคัน เมื่อสายตาคมดันเผลอสบเข้ากับร่างเล็กของข้าวหอมที่กำลังเดินผ่านหน้าไป ร่างเล็กในชุดเดรสสายเดี่ยวแนบลำตัว ขับให้เรือนร่างดูอ่อนช้อยสะดุดตา “น้อง!” เจมส์เอ่ยเรียกทันที เมื่อเห็นว่าร่างเล็กกำลังจะเดินผ่านไปไกล น้ำเสียงนั้นชัดเจนพอจะรั้งให้เธอต้องชะลอฝีเท้าลง ข้าวหอมหันมามอง คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างสงสัยแม้จะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอก็ยังคงก้าวเข้ามาใกล้ “มีอะไรหรือเปล่าคะ” “นี่เรา…จำพี่ไม่ได้แล้วเหรอ” หญิงสาวนิ่งคิดไปชั่วครู่ ดวงตากลมใสไหวระริกเหมือนกำลังรื้อฟื้นความทรงจำ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นกระจ่างขึ้น “อ๋อ…พี่คนเมื่อเช้านี่เอง” “นึกว่าจะจำกันไม่ได้ซะแล้ว” “แล้วมีอะไรหรือเปล่าคะ” “เปล่าแค่ทักทาย…มาเที่ยวเหรอ” “อ๋อ หนูมาทำงานค่ะ” “ทำงาน?” น้ำเสียงแฝงความแปลกใจ ดวงตาคมมองสำรวจเธออีกครั้ง ราวกับพยายามทำความเข้าใจคำตอบเมื่อครู่ “ใช่…แต่พี่อย่าเข้าใจผิดนะ หนูแค่ชงเหล้าแล้วก็เอนเตอร์เทรนนิดหน่อย ไม่มีอะไรเกินเลย” เจมส์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนมุมปากจะยกยิ้มขึ้นนิด ๆ “งั้น…ว่างหรือเปล่า มาชงเหล้าให้พี่หน่อยสิ พอดีกำลังหาเด็กอยู่เหมือนกัน” “ได้สิคะ…หนูก็กำลังหาลูกค้าอยู่พอดี” ข้าวหอมตอบรับทันที พร้อมรอยยิ้มบางที่แต่งแต้มขึ้นบนริมฝีปาก ก่อนจะเอนตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างแผ่วเบา สายตาของเจมส์จับจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วมุมปากก็คลี่ยิ้มออกมาช้า ๆ รอยยิ้มนั้นแฝงความหมายบางอย่างที่ยากจะคาดเดา ตัดภาพมาที่เจย์ ร่างสูงยืนพิงระเบียง ปล่อยสายลมยามค่ำคืนปะทะร่างกายอย่างไม่ใส่ใจ ควันบุหรี่สีจางถูกพ่นออกจากริมฝีปากช้า ๆ ลอยกระจายไปกับอากาศเบื้องหน้า ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วเรียวกดหมายเลขอย่างเคยชิน แล้วแนบเครื่องเข้ากับหูอย่างไม่รีบร้อน “ว่าไงคะ…น้องเจย์” รอสายเพียงไม่กี่วินาที เสียงเล็กแหลมจากปลายสายดังแทรกขึ้นมา น้ำเสียงออดอ้อนเอาใจอย่างคุ้นเคย เจย์เพียงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เรียกข้าวหอมมาให้ที” ปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบรับทันที “ได้ค่ะ น้องเจย์ รอแบนึงน๊า เดี๋ยวเจ๊ให้ไปหาถึงที่เลย” “ให้เวลายี่สิบนาที” ร่างสูงเอ่ยตัดบทสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบเย็นไม่เปิดโอกาสให้ต่อรองสิ้นคำชายหนุ่มก็กดตัดสายทันทีอย่างไม่ลังเล ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นสูบอีกครั้ง แล้วพ่นควันออกมาอย่างช้า ๆตอนที่ 8จะเล่นเกมหรือจะเล่นฉัน“นี่ยัยหอม! มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!”ทันทีที่ข้าวหอมเดินกลับมาถึง ใบตองก็รีบดึงแขนเพื่อนสนิท เข้าไปหาอย่างตื่นเต้น“มีอะไร” ข้าวหอมถาม พลางเลิกคิ้วนิด ๆ“แกรู้จักพี่เจย์ได้ยังไง!”น้ำเสียงของใบตองเต็มไปด้วยความอยากรู้“ก็…เขาเป็นลูกค้าฉัน พี่เขาไปที่ร้านเหล้าบ่อย ๆ ฉันก็เลยมีโอกาสไปชงเหล้าให้บ้าง”“โห ไม่เห็นเคยบอกกันบ้างเลย! ถ้าบอกนะ ฉันจะได้ไปชงเหล้ากับแกบ้าง จะได้เจอหนุ่มหล่อ ๆ บ้าง”ข้าวหอมส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง“งั้นเรากลับกันมั้ย ฉันอยากกลับไปนอนพักแล้ว”“ไปดิ ฉันก็อยากนอนพักสักหน่อยเหมือนกัน”ใบตองพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหันมาถามต่อ“แล้ววันนี้แกยังจะไปทำงานอีกหรือเปล่า”“ไปสิ”“ไหนบอกว่าเปิดเทอมแล้วจะเลิกไง”“ตอนแรกก็ว่าจะเลิกแหละ…แต่เงินมันดี อีกอย่างช่วงนี้ก็ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ เลยกะว่าจะทำต่ออีกสักพัก”ใบตองพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง“ก็อย่าเหนื่อยเกินไปล่ะ หาเวลาพักบ้าง”ข้าวหอมยิ้มรับเบา ๆ ก่อนที่เพื่อนสนิททั้งสองจะออกเดินเคียงข้างกันไปตามแนวฟุตบาทอย่างไม่เร่งรีบบทสนทนาเบา ๆ ยังคงดำเนินต่
ตอนที่ 7อย่าให้เจอหน้า“นี่พี่ยังไม่รู้จักชื่อเราเลย…ชื่ออะไรเหรอ”เจมส์เอ่ยถามขึ้น พลางยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก“ข้าวหอมค่ะ”“พี่ชื่อเจมส์นะ”ชายหนุ่มวางแก้วลงช้า ๆ รอยยิ้มบางยังคงคลออยู่ที่มุมปาก“ค่ะ…พี่รู้จักกับพี่เจย์ด้วยเหรอ”คำถามนั้นทำให้มือที่ถือแก้วของเขาชะงักลงเล็กน้อย สีหน้าคลายยิ้มกลับมาเรียบเฉยในพริบตา“เปล่า”ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จนคนตัวเล็กอดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน“เอ่อ…”“ยัยหอมโว้ย!”ข้าวหอมยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรต่อ เสียงตะโกนของยัยเจ๊ก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน ทำให้บทสนทนาต้องชะงักลงกลางคัน“มาอยู่นี่เอง…ฉันตามหาแกอยู่ชั้นล่างตั้งนาน”หญิงวัยกลางคนพูดพลางหอบเล็กน้อย คล้ายเพิ่งรีบเดินขึ้นมา ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า“อ้าว คุณเจมส์ มาที่นี่ด้วยเหรอ เจ๊ไม่รู้เลย ถ้ารู้จะได้ต้อนรับให้ดีกว่านี้”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเป็นกันเองอย่างคุ้นเคย เพราะเจ๊ก็สนิทกับเจมส์ไม่ต่างกับเจย์เสียเท่าไหร่“แค่นี้ก็ดีมากแล้ว”ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ ทว่าสายตาที่มองไปยังข้าวหอมกลับอ่อนลงอย่างเห็นไ
ตอนที่ 6เจย์หรือเจมส์รุ่งเช้ามหาลัย@@ข้าวหอม นักศึกษาปีหนึ่งคณะบัญชี กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเท้าอย่างเร่งรีบ เพราะรู้ตัวดีว่าวันนี้เธอสายมากแล้วร่างเล็กอยู่ในชุดนักศึกษาเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้นโค้งเว้าอย่างพอดิบพอดี ชายกระโปรงทรงเอตัวสั้นไหวเอนไปตามจังหวะก้าวเดินที่เร่งร้อน เส้นผมยาวสลวยที่ปล่อยเปลือยทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามเช้า ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าสวยหวานนวลตานั้นดูโดดเด่นสะดุดตา“ตายจริงลืมตั้งนาฬิกาปลุกได้ยังไงกันเนี่ย ป่านนี้ยัยตองคงขึ้นเรียนไปแล้วมั้ง”หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะเร่งฝีเท้าไปตามทางฟุตบาทอย่างลนลานพลั่ก!“โอ๊ย!…”เพราะความเร่งรีบจนเกินเหตุ ทำให้เธอไม่ทันได้มองทาง ร่างเล็กพุ่งชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนเข้าอย่างจัง แรงปะทะที่ไม่ทันตั้งหลักส่งผลให้ข้าวหอมเซถลา เสียหลักล้มลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นซีเมนต์อย่างหมดท่า“เปะ…เป็นอะไรไหมครับ”น้ำเสียงทุ้มแฝงความตื่นตระหนกดังขึ้นทันควัน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คู่กรณีที่เธอเพิ่งพุ่งชนเมื่อครู่ รีบก้าวขาเข้ามาหาพลางเอ่ยถามด้วยความตกใจและรู้สึกผิดข้าวหอมทำหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากแรงกระแทก ความเจ็บแล่
ตอนที่ 5แกล้งเมาตัดภาพมาที่ช่วงสายของวันรถหรูสีเข้มแล่นเข้ามาอย่างเงียบงัน ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอและจอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรปตัวอาคารสีขาวงาช้างตั้งตระหง่าน ทอดเงาลงบนลานหินกว้าง เบื้องหน้ามีสวนตกแต่งอย่างประณีต แทรกด้วยพุ่มไม้ตัดแต่งเป็นระเบียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลง เหลือเพียงความสงบที่โอบล้อมพื้นที่โดยรอบเจย์ก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสบาย ร่างสูงสง่ารับกับแสงแดดยามสายที่ทอดกระทบเสี้ยวหน้า มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้างอย่างเคยชิน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน แม่บ้านสองคนก็รีบก้าวออกมาต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางนอบน้อม เร่งฝีเท้าเข้ามาหาเขาแทบจะในทันที“ก็ว่าอยู่…ทำไมจู่ ๆ ก็หายใจไม่ออก”เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น พร้อมรอยเย้ยบาง ๆ“ที่แท้ก็มีของเสียเดินเข้ามาในบ้านนี่เอง”ต้นเสียงมาจากชายหนุ่มอีกคน“เจมส์” น้องชายแท้ ๆ ของเจย์ ที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว ร่างสูงโปร่งกำลังก้าวลงมาจากบันไดทีละขั้นอย่างไม่เร่งรีบสายตาคมเฉียบมองตรงมายังผู้มาใหม่เย็นชาและเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร“ของเสียที่ว่าคือมึงเองหรือเปล่า”เจย์สวนกลับทันควัน มือยังคงล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่
ตอนที่ 4ไม่ได้พิเศษไปมากกว่าใคร“ถ้าเสียวก็ครางออกมา...”ชายหนุ่มตวัดปลายลิ้นรัววนซ้ายขวา ก่อนจะลากยาวขึ้นตามแนวกึ่งกลางร่องเนื้ออุ่น สองนิ้วหนาช่วยแหวกแบะกลีบดอกไม้ให้เปิดกว้างขึ้น แล้วดูดซดกลีบกระสันเข้าปากจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะลามก สอดประสานแข่งกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนตัวเล็ก“อื้อ....สะเสียว”ลิ้นร้อนที่ตวัดถี่ขึ้นตรงจุดใจกลางความเสียวบีบให้หญิงสาวครางสั่นเครือ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความสยิว ก่อนที่เจย์จะถอนริมฝีปากขึ้นมาสบตา แล้วจงใจส่งเรียวนิ้วแกร่งแหวกว่ายเบียดแทรกเข้าไปในซอกเนื้อนุ่มอย่างช้าๆ“ซี้ด!...สัด! แค่นิ้วเดียวก็ตอดจนแทบหัก”ชายหนุ่มสบถคำหยาบคายออกมาในลำคอ คราบน้ำรักเหนียวหนืดสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนเต็มเรียวนิ้วยิ่งโหมกระพือความต้องการให้เขายากจะบดเบียดสอดใส่ตัวตนเข้าไปในกายเธอใจจะขาด“อื้อ...ซี้ด!”เสียงครางหวานของข้าวหอมเล็ดออกมาจากลำคอ นิ้วยาวที่ยังขยับเข้าออกมันทำให้เธอเสียวซ่านจนแทบบ้า “อื้อ...ฉันไม่ไหวแล้วเงี่ยนฉิบหาย!”ชายหนุ่มกระชากผ้าเช็ดตัวผืนบางออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นแก่นกายขนาดยักษ์ที่แข็งขึงเต็มเหยียด เส้นเลือดหนาปูดโปนพาดผ่านตาม
ตอนที่ 3รุ่นพี่ตัดภาพมาที่มหาวิทยาลัยข้าวหอมในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนอย่างชวนมองเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกถักเปียไว้อย่างหลวม ๆ ทิ้งปอยผมบางส่วนให้พลิ้วไหวรับกับใบหน้า เพิ่มเสน่ห์ให้ดูอ่อนหวานปนซุกซนเสื้อนักศึกษาที่หญิงสาวสวมใส่แนบกระชับไปตามสัดส่วน ขับเน้นรูปร่างให้เด่นชัดราวกับจะปริออกจากกัน“ข้าวหอม! ทางนี้!”เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากอีกฟากของตึกคณะบริหารธุรกิจ “ใบตอง” เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมของเธอโบกมือเรียกอย่างเด่นชัด ทำให้ร่างเล็กต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นทันที เพราะรู้ดีว่าถ้าช้ากว่านี้อีกนิด มีหวังโดนบ่นจนหูชากันพอดี“นี่…กว่าจะเสด็จมาได้นะยะ ฉันมารอแกตั้งนานแล้วเนี่ย”และก็เป็นไปตามคาด ใบตองยืนกอดอกบ่นใส่ทันทีที่เธอเดินเข้าไปถึง แม้คำพูดจะฟังดูดุ ๆ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ได้จริงจังอะไรนัก ข้าวหอมยกมือขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ ก่อนจะยิ้มแหย“ขอโทษน่า… ก็วันแรกนี่ มหาลัยตั้งใหญ่ ฉันเดินหาตึกเรียนตั้งนาน”“งั้นรีบขึ้นเรียนกันเถอะ วันนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องก็แล้วกัน” ใบตองว่าพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะคว้าแขนเพื่อนสนิทลากขึ้นตึกไปด้วยกันควัน







