LOGINตอนที่ 5
แกล้งเมา ตัดภาพมาที่ช่วงสายของวัน รถหรูสีเข้มแล่นเข้ามาอย่างเงียบงัน ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอและจอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรป ตัวอาคารสีขาวงาช้างตั้งตระหง่าน ทอดเงาลงบนลานหินกว้าง เบื้องหน้ามีสวนตกแต่งอย่างประณีต แทรกด้วยพุ่มไม้ตัดแต่งเป็นระเบียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลง เหลือเพียงความสงบที่โอบล้อมพื้นที่โดยรอบ เจย์ก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสบาย ร่างสูงสง่ารับกับแสงแดดยามสายที่ทอดกระทบเสี้ยวหน้า มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้างอย่างเคยชิน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน แม่บ้านสองคนก็รีบก้าวออกมาต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางนอบน้อม เร่งฝีเท้าเข้ามาหาเขาแทบจะในทันที “ก็ว่าอยู่…ทำไมจู่ ๆ ก็หายใจไม่ออก” เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น พร้อมรอยเย้ยบาง ๆ “ที่แท้ก็มีของเสียเดินเข้ามาในบ้านนี่เอง” ต้นเสียงมาจากชายหนุ่มอีกคน“เจมส์” น้องชายแท้ ๆ ของเจย์ ที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว ร่างสูงโปร่งกำลังก้าวลงมาจากบันไดทีละขั้นอย่างไม่เร่งรีบ สายตาคมเฉียบมองตรงมายังผู้มาใหม่เย็นชาและเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร “ของเสียที่ว่าคือมึงเองหรือเปล่า” เจย์สวนกลับทันควัน มือยังคงล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่น่าเกรงกลัวแม้แต่น้อย “มึงมาที่นี่ทำไม” “ก็ที่นี่บ้านกู ทำไม…กูจะมาไม่ได้ แล้วกูจะมาหรือไม่มามึงเสือกไรด้วย” เจมส์อ้าปากเหมือนจะสวนกลับ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร “เจย์มาแล้วเหรอลูก” เสียงนุ่มของหญิงวัยกลางคนดังแทรกขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของบ้าน เจย์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างสมเพชให้คนตรงหน้า ก่อนจะละสายตาไปหาผู้เป็นแม่ทันที “ครับแม่ ตอนแรกกะว่าจะไม่มา… แต่พอดีว่าง เลยแวะมาหน่อย” น้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง “ดีแล้วล่ะลูก แม่กำลังคิดถึงอยู่พอดี” หญิงวัยกลางคนยิ้มอ่อน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ทานอะไรมาหรือยัง เดี๋ยวแม่ให้ป้าแม่บ้านจัดกับข้าวขึ้นโต๊ะให้” “ยังเลยครับ” “ดีเลย เดี๋ยวแม่จะให้ป้านวลทำกับข้าวของโปรดให้” ป้านวลที่ว่าคือแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่ ตั้งแต่จำความได้เจย์ก็เห็นป้านวลอยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว เจย์พยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองเจมส์เพียงชั่วแวบแววตาคมนิ่งเรียบ แต่แฝงบางอย่างที่อ่านไม่ออก จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ เจมส์ยืนมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยสีหน้าคุมเคือง ก่อนจะหันกลับมาทางผู้เป็นแม่ “ทำไมแม่ต้องพูดดีกับมันตลอดด้วย” หญิงวัยกลางคนขมวดคิ้วทันที “ทำไมถึงไปเรียกพี่เขาแบบนั้นล่ะลูก นั่นพี่ชายเรานะ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแฝงความตำหนิชัดเจน เจมส์เม้มปากแน่น ไม่ตอบอะไรกลับ ส่วนผู้เป็นแม่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะหมุนตัวเดินไปหาป้านวลที่ยืนรออยู่ไม่ไกล จุดเริ่มต้นของรอยร้าวระหว่างพี่น้องคู่นี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องผู้หญิง เมื่อสองปีก่อน เจย์อยู่ปีสอง ส่วนเจมส์เองก็เพิ่งขึ้นปีหนึ่ง ในตอนนั้นเจมส์กำลังตามจีบผู้หญิงคนหนึ่งจากคณะนิเทศศาสตร์ เพียงแค่ได้สบตาในครั้งแรกหัวใจก็พลันไหววูบ ราวกับตกหลุมรักโดยไม่ทันตั้งตัว หลังจากนั้น เขามักแวะเวียนไปดักรอเธอที่หน้าคณะอยู่เสมอไม่ก็พยายามชวนเธอไปทานข้าว ดูหนัง หวังเพียงให้เธอหันมามองเขาบ้างสักครั้ง ทว่าสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงคำปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่ง วันหนึ่ง เขาถึงได้รู้ความจริงว่าเธอคนนั้นกำลังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจย์พี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง ความไม่พอใจที่สะสมมาตั้งแต่เด็กปะทุขึ้นในทันที ในสายตาของเจมส์ เจย์คือคนที่มักจะได้ทุกอย่างเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความสนใจ การยอมรับ หรือแม้แต่ความรักจากพ่อแม่ และครั้งนี้ก็เช่นกันคนที่เขาพยายามแทบตายกลับกลายเป็นเพียงอีกคนที่เลือกเจย์โดยไม่ลังเล ตั้งแต่นั้นมา ความรู้สึกด้อยค่าและคับแค้นจึงค่อย ๆ กลายเป็นความเกลียดชัง ส่วนเจย์นั้น เขาก็ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้มากนัก ก็ไม่ได้ถึงขั้นเกลียดน้องชายหรอก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะเป็นแบบนั้น เขาก็ไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปดีด้วยเช่นกัน @ผับXXX หลังจากบทสนทนาเรื่อยเปื่อยกับคนในบ้านสิ้นสุดลง เจย์ก็มานั่งอยู่ที่ผับประจำของกลุ่มเพื่อน แสงไฟสลัวสาดกระทบผิวแก้วในมือเป็นประกายจาง ๆ เสียงดนตรีคลอเบาแทรกอยู่ในบรรยากาศยามค่ำคืน วันนี้ไร้เงาของพวกไอ้สี่คนนั้น ซึ่งสำหรับเขาแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็มีสักคืน ที่เขาจะได้นั่งดื่มเงียบ ๆ ปล่อยความคิดล่องลอยไปตามจังหวะเพลง โดยไม่ต้องทนรับมือกับเกมไร้สาระที่พวกนั้นชอบยัดเยียดมาให้ทุกครั้งที่เจอกัน “อ้าว…น้องเจย์ มาทำไมไม่บอกเจ๊ล่ะคะ เจ๊จะได้เตรียมสาวสวย ๆ ไว้ให้” ความสงบที่เขาเพิ่งได้ครอบครองอยู่เพียงชั่วครู่ ก็ถูกทำลายลงในทันที เมื่อยัยเจ๊ที่ปกติมักคุยกับเขาผ่านโทรศัพท์กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาใกล้ “ไม่ป็นไร” ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกเข้าปากอีกครั้งอย่างไม่ใส่ใจ “แหม๋...มาทั้งที จะไม่ใช้บริการเด็ก ๆ ของเจ๊เลยเหรอ....” หญิงวัยกลางคนยังคงตื้อไม่เลิก น้ำเสียงออดอ้อนเจือความเอาใจเพราะเธอรู้ดี ว่าหากทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าพึงพอใจได้ก็คงจะได้ทิปไม่น้อย เจย์ยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยตอบ ท่าทีเฉยชานั้น ทำให้เจ๊ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ้ำอึ้ง “เอ่อ...งั้น เดี๋ยวเจ๊ไปหาเด็กมาให้แล้วกัน” ปัง! เสียงแก้วเหล้ากระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง ทำเอาหญิงวัยกลางคนสะดุ้งโหยง “ต้องเป็นผู้หญิงที่มาหาฉันเมื่อคืนเท่านั้น” เจย์เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ จากนั้นก็เบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่ใส่ใจ เจ๊ได้แต่พยักหน้ารัว ๆ อย่างลนลาน ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกไปทันที “ยัยหอม! ยัยหอมโว้ย!” เสียงเจ๊ตะโกนเรียกดังลั่น สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าครั้งนี้กลับไร้เสียงตอบรับ “นี่ดาว...ยัยหอมล่ะ” หญิงวัยกลางคนหันไปถามพนักงานสาวอีกคนที่เดินผ่าน “เมื่อกี้หนูเห็นเดินสวนกันอยู่แถวหน้าห้องน้ำ” เมื่อได้ยินดังนั้น เธอก็รีบมุ่งหน้าไปหาข้าวหอมแทบจะในทันทีเพราะหากชักช้าไปแม้เพียงนิดเดียว คนที่อยู่บนชั้นวีไอพีอาจไม่พอใจขึ้นมาก็ได้ ร่างเล็กของข้าวหอมยืนอยู่หน้ากระจกภายในห้องน้ำ ปลายนิ้วเรียวล้างมืออย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองผ่านเงาสะท้อน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ เธอก็ผลักประตูออกไปจากห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน ริมฝีปากเล็กได้รูปขยับพึมพำเป็นทำนองเพลงเบา ๆ อย่างเคยชิน “อุ อิ อ๊า โอ้ว อะอร้าย!!” ร่างเล็กสะดุ้งโหยง ร้องลั่นด้วยความตกใจ ขณะกำลังฮัมเพลงเพลิน ๆ ก็เจ๊น่ะสิมายืนดักรออยู่หน้าห้องน้ำแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงจนเธอแทบช็อกหัวใจจะวาย “นี่เจ๊! ฉันตกใจหมดเลย...” ข้าวหอมบ่นออกมา พลางทำหน้ายู่เล็กน้อย “มาอยู่นี่เอง....ตามหาตั้งนาน” “ละ...แล้วมีอะไร” หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของเจ๊แก “มีคนเรียกหาแกน่ะ...รีบไปเลยอยู่ชั้นบน” “ใครเหรอ? ฉันยังมีลูกค้ารออยู่เยอะเลยนะ” “เออน่า…ไม่ต้องสนใจลูกค้าพวกนั้นหรอก เดี๋ยวฉันหาคนไปแทนให้เอง” เจ๊โบกมือรัว ๆ อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเร่งเสียงขึ้นเล็กน้อย “แต่คนชั้นบน…ฉันหาคนแทนไม่ได้ รีบขึ้นไปได้แล้ว” พูดจบก็ไม่รอให้ข้าวหอมได้ตั้งตัว มือคว้าข้อมือบาง ดันให้เธอเดินนำไปข้างหน้า “รู้แล้วน่า…เจ๊ไปทำอย่างอื่นเถอะ” หญิงสาวบ่นงึมงำ แต่ก็ยอมก้าวตามแรงเร่งนั้นไปโดยดี ควันบุหรี่ถูกพ่นออกจากริมฝีปากหยักได้รูปซ้ำแล้วซ้ำเล่า สายตาคมทอดมองลงไปยังชั้นล่างอย่างไม่สบอารมณ์ เข็มนาฬิกาข้อมือยังคงเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า นี่ก็ผ่านไปกว่าห้านาทีแล้ว แต่ยัยข้าวหอมอะไรนั่นยังไม่โผล่มาเสียที ความหงุดหงิดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในใจ เพราะเขาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบรออะไรนาน ๆ อยู่แล้วถ้าสิ่งนั้นไม่สำคัญพอ ไม่นานนักเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังใกล้เข้ามาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากน้ำหอมของคนมาใหม่ที่ลอยแตะปลายจมูก ทำให้เจย์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันไปมอง ข้าวหอมทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่มือเรียวยกขวดขึ้นรินเหล้าลงในแก้วอย่างชำนาญ “กว่าจะเสด็จมาได้...นึกว่าจะได้ส่งเสลี่ยงไปรับซะแล้ว” เจย์เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แต่แฝงความแดกดันไว้อย่างชัดเจน ข้าวหอมช้อนสายตามองกลับเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งไม่แพ้กัน “ก็ฉันลูกค้าเยอะนี่… ถ้าคุณอยากได้ ก็ต้องรอหน่อยสิ” “เหอะ...ลูกค้าที่ว่าคือไอ้พวกนั่นน่ะเหรอ...” ร่างสูงเอ่ยเสียงหยัน พลางทอดสายตาคมลงไปยังชั้นล่างอย่างดูแคลน “......” หญิงสาวมองตามสายตาของเขาลงไปด้านล่าง แต่ก็ยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยตอบอะไร “สเปกเธอ…เป็นแบบนั้นเหรอ” “ปะ...เปล่า ใช่ที่ไหน” “ก็เห็นชอบรับลูกค้าแบบนั้น” “ก็ได้เงินเหมือนกันนี่....” คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มหันมามองเธอตรง ๆ แววตาคมเข้มขึ้นเล็กน้อย “เมื่อเช้า ฉันก็ให้เธอไปเกือบแสน… ทำไมไม่รับไว้ล่ะ” เขาเว้นจังหวะเพียงนิด ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “อ๋อ…ไม่ได้ขายตัวสินะ” ประโยคนั้นทำเอาข้าวหอมถึงกับหน้าแดงก่ำ หูร้อนผ่าว แต่เธอยังคงฝืนข่มอารมณ์เอาไว้ “ไหนบอกว่าไม่ให้ฉันพูด… แล้วคุณพูดมันออกมาทำไม” เหล้าในแก้วถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง เจย์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างคนไม่แยแส “ก็ตรงนี้…มีแค่เธอกับฉัน ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ล่ะ” เขาเอ่ยเนิบ ๆ ก่อนจะทอดสายตามองเธออย่างมีนัย น้ำเสียงเริ่มพร่าเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ “เมื่อคืนเธอแม่ง…ทำเอาฉันลืมไม่ลงเลยว่ะ นี่ก็เริ่มเมาแล้วด้วย… ไปส่งที่ห้องหน่อยสิ” “ฝันไปเถอะ...” “ทำไมเหรอ...เพราะฉันไม่ใช่ไอ้เสี่ยพวกนั้นเหรอ” “ถ้าคุณอยากมากนัก…เดี๋ยวฉันให้คนที่เขารับงานแบบนี้ไปส่งก็ได้” ร่างสูงเหยียดตัวลุกขึ้นจากโซฟา ทว่าแอลกอฮอล์ในเลือดทำให้ก้าวเท้าเซเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ข้าวหอมแทน ใบหน้าหล่อคมค่อย ๆ โน้มเข้าไปใกล้ กระซิบชิดข้างหูด้วยลมหายใจอุ่น “คนที่ฉันอยากได้…คือเธอต่างหาก” เสียงทุ้มพร่าจากฤทธิ์เมาแผ่วเบาลงอย่างมีนัย “เธอไม่หึงฉันบ้างเหรอ…หืม ถ้าเธอยอมฉัน…ฉันก็จะมีแค่เธอคนเดียวนะ” “…” หญิงสาวนั่งนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่ กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเขาปะทะเข้ามาอย่างชัดเจน ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่บริเวณต้นคอ “กลิ่นเธอ…เหมือนเมื่อคืนเปี๊ยบเลย” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วชิดหู “ข้าวหอม…ไปส่งฉันที่ห้องหน่อย” “ถ้ากลับไปไหว...คุณก็นอนที่นี่เถอะ” น้ำเสียงเอ่ยติดแผ่ว พร่าไปตามฤทธิ์แอลกอฮอล์ “ไม่…อีกหน่อยฉันก็เลิกงานแล้ว” “รีบไปไหน....อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนสิ” ปลายจมูกคมสันไล้ผ่านเส้นผมยาวสลวย สูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ราวกับจงใจยั่วให้อีกฝ่ายหลงกล ข้าวหอมนั่งนิ่ง ไม่ได้ขัดขืน เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอคุ้นชินและต้องทำอยู่แล้ว ทว่าแปลกตรงที่ เมื่อเป็นเจย์เธอกลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย “ฉันขอ...จูบเด็กชงเหล้าได้มั้ย” ใบหน้าหล่อคมเลื่อนลงต่ำ สูดดมกลิ่มหอมอ่อน ๆ ของซอกคอขาวอย่างจงใจ “ไม่ได้!” หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน “ข้าวหอมฉันแม่งไม่ไหวแล้วว่ะ” เจย์เลื่อนมือไปจับมือของข้าวหอมอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ ดึงมันเข้ามาวางลงไว้ตรงเป้ากางเกงของตัวเอง “ดูสิ....ของฉันมันแข็งหมดแล้ว” “จะบ้าหรือไง!” ข้าวหอมชักมือกลับแทบจะทันที พลางขยับตัวถอยห่างออกไป สีหน้าขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด “ก็เราเคย ๆ กันแล้วนี่...ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ “ถ้าเมามากก็กลับไปนอน เดี๋ยวฉันเรียกรถให้” ข้าวหอมสวนกลับทันที น้ำเสียงเย็นลงอย่างชัดเจน คล้ายพยายามตัดบทให้จบลงตรงนั้น “อ้าว...พี่เจย์” ยังไม่ทันที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงใสแหลมแสบแก้วหูเล็กน้อยก็ดังแทรกขึ้นมา เมื่อหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็น “น้ำ” สาวสวยคนเดิมที่เคยแวะเวียนมาหาเขาอยู่บ่อยครั้งในช่วงก่อน “ทำไมพี่เจย์เมาแบบนี่ล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงออดอ้อน พลางรีบก้าวเข้าไปพยุงร่างสูงที่เอนกายอยู่บนโซฟา ขณะที่ข้าวหอมได้แต่ยืนกอดอกมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด “นี่ยัยข้าวหอม! เธอมอมเหล้าพี่เขาใช่มั้ย” “ผู้ชายแบบนี้…ไม่มีใครมอมเขาได้ง่าย ๆ หรอก” ข้าวหอมตอบกลับเรียบ ๆ แฝงแววประชดเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองอีกฝ่าย “เธอมาพอดีแล้ว ช่วยพาเขาไปส่งที่ห้องหน่อยก็แล้วกัน เห็นว่าสนิทกันดีนี่” พูดจบ ร่างเล็กก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ไม่คิดจะหันกลับมามองอีกเลย สีหน้าเฉยชานั้นทำเอาร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาถึงกับหน้าเสียเล็กน้อย สายตาคมมองตามแผ่นหลังบางที่ค่อย ๆ ห่างออกไป “พี่เจย์ งั้นเดี๋ยวน้ำไปส่งที่ห้องนะคะ” พลั่ก ทันทีที่เสียงแหลมเอ่ยจบ ร่างสูงก็สะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายอย่างไม่ไยดี สีหน้าฉายแววหงุดหงิดชัดเจน “ปล่อย ฉันกลับเองได้” “อ้าว พี่เจย์เมาไม่ใช่เหรอคะ ขับรถกลับมันอันตรายนะ...” น้ำยังไม่ยอมง่าย ๆ พยายามเอื้อมมือไปแตะแขนเขาอีกครั้ง แต่เจย์กลับชักมือหนีทันที พร้อมสายตาเย็นเฉียบ “เหล้าแค่นี้ไม่ทำให้ฉันเมาหรอก” พูดจบ ร่างสูงก็ลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง ไม่ได้มีท่าทีเมาเหมือนเมื่อครู่แม้แต่น้อย มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างเคยชิน ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองใครทิ้งให้น้ำยืนชะงักอยู่ตรงนั้น สีหน้าทั้งตกใจทั้งเสียหน้าเล็กน้อย คอนโดONENA ควันบุหรี่สีจางลอยคลุ้งอยู่ทั่วระเบียงของคอนโดหรู ร่างสูงยืนพิงราวระเบียง ปล่อยสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านอย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าคมยังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์อ่านยากเช่นเคย ปลายนิ้วคีบบุหรี่ขึ้นสูบช้า ๆ ก่อนจะดีดมันทิ้งลงไปด้านล่าง “ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน…” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วราวกับพึมพำกับตัวเอง “ว่าผู้หญิงแบบเธอ จะใจแข็งได้สักแค่ไหนกันเชียว” #เออชีก็เริ่ดเนาะ แกล้งมงแกล้งเมาหวังจะเอานางเอก555ตอนที่ 8จะเล่นเกมหรือจะเล่นฉัน“นี่ยัยหอม! มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!”ทันทีที่ข้าวหอมเดินกลับมาถึง ใบตองก็รีบดึงแขนเพื่อนสนิท เข้าไปหาอย่างตื่นเต้น“มีอะไร” ข้าวหอมถาม พลางเลิกคิ้วนิด ๆ“แกรู้จักพี่เจย์ได้ยังไง!”น้ำเสียงของใบตองเต็มไปด้วยความอยากรู้“ก็…เขาเป็นลูกค้าฉัน พี่เขาไปที่ร้านเหล้าบ่อย ๆ ฉันก็เลยมีโอกาสไปชงเหล้าให้บ้าง”“โห ไม่เห็นเคยบอกกันบ้างเลย! ถ้าบอกนะ ฉันจะได้ไปชงเหล้ากับแกบ้าง จะได้เจอหนุ่มหล่อ ๆ บ้าง”ข้าวหอมส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง“งั้นเรากลับกันมั้ย ฉันอยากกลับไปนอนพักแล้ว”“ไปดิ ฉันก็อยากนอนพักสักหน่อยเหมือนกัน”ใบตองพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหันมาถามต่อ“แล้ววันนี้แกยังจะไปทำงานอีกหรือเปล่า”“ไปสิ”“ไหนบอกว่าเปิดเทอมแล้วจะเลิกไง”“ตอนแรกก็ว่าจะเลิกแหละ…แต่เงินมันดี อีกอย่างช่วงนี้ก็ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ เลยกะว่าจะทำต่ออีกสักพัก”ใบตองพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง“ก็อย่าเหนื่อยเกินไปล่ะ หาเวลาพักบ้าง”ข้าวหอมยิ้มรับเบา ๆ ก่อนที่เพื่อนสนิททั้งสองจะออกเดินเคียงข้างกันไปตามแนวฟุตบาทอย่างไม่เร่งรีบบทสนทนาเบา ๆ ยังคงดำเนินต่
ตอนที่ 7อย่าให้เจอหน้า“นี่พี่ยังไม่รู้จักชื่อเราเลย…ชื่ออะไรเหรอ”เจมส์เอ่ยถามขึ้น พลางยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก“ข้าวหอมค่ะ”“พี่ชื่อเจมส์นะ”ชายหนุ่มวางแก้วลงช้า ๆ รอยยิ้มบางยังคงคลออยู่ที่มุมปาก“ค่ะ…พี่รู้จักกับพี่เจย์ด้วยเหรอ”คำถามนั้นทำให้มือที่ถือแก้วของเขาชะงักลงเล็กน้อย สีหน้าคลายยิ้มกลับมาเรียบเฉยในพริบตา“เปล่า”ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จนคนตัวเล็กอดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน“เอ่อ…”“ยัยหอมโว้ย!”ข้าวหอมยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรต่อ เสียงตะโกนของยัยเจ๊ก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน ทำให้บทสนทนาต้องชะงักลงกลางคัน“มาอยู่นี่เอง…ฉันตามหาแกอยู่ชั้นล่างตั้งนาน”หญิงวัยกลางคนพูดพลางหอบเล็กน้อย คล้ายเพิ่งรีบเดินขึ้นมา ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า“อ้าว คุณเจมส์ มาที่นี่ด้วยเหรอ เจ๊ไม่รู้เลย ถ้ารู้จะได้ต้อนรับให้ดีกว่านี้”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเป็นกันเองอย่างคุ้นเคย เพราะเจ๊ก็สนิทกับเจมส์ไม่ต่างกับเจย์เสียเท่าไหร่“แค่นี้ก็ดีมากแล้ว”ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ ทว่าสายตาที่มองไปยังข้าวหอมกลับอ่อนลงอย่างเห็นไ
ตอนที่ 6เจย์หรือเจมส์รุ่งเช้ามหาลัย@@ข้าวหอม นักศึกษาปีหนึ่งคณะบัญชี กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเท้าอย่างเร่งรีบ เพราะรู้ตัวดีว่าวันนี้เธอสายมากแล้วร่างเล็กอยู่ในชุดนักศึกษาเข้ารูปที่ขับเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้นโค้งเว้าอย่างพอดิบพอดี ชายกระโปรงทรงเอตัวสั้นไหวเอนไปตามจังหวะก้าวเดินที่เร่งร้อน เส้นผมยาวสลวยที่ปล่อยเปลือยทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามเช้า ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าสวยหวานนวลตานั้นดูโดดเด่นสะดุดตา“ตายจริงลืมตั้งนาฬิกาปลุกได้ยังไงกันเนี่ย ป่านนี้ยัยตองคงขึ้นเรียนไปแล้วมั้ง”หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะเร่งฝีเท้าไปตามทางฟุตบาทอย่างลนลานพลั่ก!“โอ๊ย!…”เพราะความเร่งรีบจนเกินเหตุ ทำให้เธอไม่ทันได้มองทาง ร่างเล็กพุ่งชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนเข้าอย่างจัง แรงปะทะที่ไม่ทันตั้งหลักส่งผลให้ข้าวหอมเซถลา เสียหลักล้มลงไปนั่งกองอยู่กับพื้นซีเมนต์อย่างหมดท่า“เปะ…เป็นอะไรไหมครับ”น้ำเสียงทุ้มแฝงความตื่นตระหนกดังขึ้นทันควัน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คู่กรณีที่เธอเพิ่งพุ่งชนเมื่อครู่ รีบก้าวขาเข้ามาหาพลางเอ่ยถามด้วยความตกใจและรู้สึกผิดข้าวหอมทำหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากแรงกระแทก ความเจ็บแล่
ตอนที่ 5แกล้งเมาตัดภาพมาที่ช่วงสายของวันรถหรูสีเข้มแล่นเข้ามาอย่างเงียบงัน ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอและจอดสนิทหน้าบ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรปตัวอาคารสีขาวงาช้างตั้งตระหง่าน ทอดเงาลงบนลานหินกว้าง เบื้องหน้ามีสวนตกแต่งอย่างประณีต แทรกด้วยพุ่มไม้ตัดแต่งเป็นระเบียบ เสียงเครื่องยนต์ดับลง เหลือเพียงความสงบที่โอบล้อมพื้นที่โดยรอบเจย์ก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสบาย ร่างสูงสง่ารับกับแสงแดดยามสายที่ทอดกระทบเสี้ยวหน้า มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้างอย่างเคยชิน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน แม่บ้านสองคนก็รีบก้าวออกมาต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางนอบน้อม เร่งฝีเท้าเข้ามาหาเขาแทบจะในทันที“ก็ว่าอยู่…ทำไมจู่ ๆ ก็หายใจไม่ออก”เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น พร้อมรอยเย้ยบาง ๆ“ที่แท้ก็มีของเสียเดินเข้ามาในบ้านนี่เอง”ต้นเสียงมาจากชายหนุ่มอีกคน“เจมส์” น้องชายแท้ ๆ ของเจย์ ที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว ร่างสูงโปร่งกำลังก้าวลงมาจากบันไดทีละขั้นอย่างไม่เร่งรีบสายตาคมเฉียบมองตรงมายังผู้มาใหม่เย็นชาและเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร“ของเสียที่ว่าคือมึงเองหรือเปล่า”เจย์สวนกลับทันควัน มือยังคงล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่
ตอนที่ 4ไม่ได้พิเศษไปมากกว่าใคร“ถ้าเสียวก็ครางออกมา...”ชายหนุ่มตวัดปลายลิ้นรัววนซ้ายขวา ก่อนจะลากยาวขึ้นตามแนวกึ่งกลางร่องเนื้ออุ่น สองนิ้วหนาช่วยแหวกแบะกลีบดอกไม้ให้เปิดกว้างขึ้น แล้วดูดซดกลีบกระสันเข้าปากจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะลามก สอดประสานแข่งกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนตัวเล็ก“อื้อ....สะเสียว”ลิ้นร้อนที่ตวัดถี่ขึ้นตรงจุดใจกลางความเสียวบีบให้หญิงสาวครางสั่นเครือ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มด้วยความสยิว ก่อนที่เจย์จะถอนริมฝีปากขึ้นมาสบตา แล้วจงใจส่งเรียวนิ้วแกร่งแหวกว่ายเบียดแทรกเข้าไปในซอกเนื้อนุ่มอย่างช้าๆ“ซี้ด!...สัด! แค่นิ้วเดียวก็ตอดจนแทบหัก”ชายหนุ่มสบถคำหยาบคายออกมาในลำคอ คราบน้ำรักเหนียวหนืดสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนเต็มเรียวนิ้วยิ่งโหมกระพือความต้องการให้เขายากจะบดเบียดสอดใส่ตัวตนเข้าไปในกายเธอใจจะขาด“อื้อ...ซี้ด!”เสียงครางหวานของข้าวหอมเล็ดออกมาจากลำคอ นิ้วยาวที่ยังขยับเข้าออกมันทำให้เธอเสียวซ่านจนแทบบ้า “อื้อ...ฉันไม่ไหวแล้วเงี่ยนฉิบหาย!”ชายหนุ่มกระชากผ้าเช็ดตัวผืนบางออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นแก่นกายขนาดยักษ์ที่แข็งขึงเต็มเหยียด เส้นเลือดหนาปูดโปนพาดผ่านตาม
ตอนที่ 3รุ่นพี่ตัดภาพมาที่มหาวิทยาลัยข้าวหอมในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนอย่างชวนมองเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกถักเปียไว้อย่างหลวม ๆ ทิ้งปอยผมบางส่วนให้พลิ้วไหวรับกับใบหน้า เพิ่มเสน่ห์ให้ดูอ่อนหวานปนซุกซนเสื้อนักศึกษาที่หญิงสาวสวมใส่แนบกระชับไปตามสัดส่วน ขับเน้นรูปร่างให้เด่นชัดราวกับจะปริออกจากกัน“ข้าวหอม! ทางนี้!”เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากอีกฟากของตึกคณะบริหารธุรกิจ “ใบตอง” เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมของเธอโบกมือเรียกอย่างเด่นชัด ทำให้ร่างเล็กต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นทันที เพราะรู้ดีว่าถ้าช้ากว่านี้อีกนิด มีหวังโดนบ่นจนหูชากันพอดี“นี่…กว่าจะเสด็จมาได้นะยะ ฉันมารอแกตั้งนานแล้วเนี่ย”และก็เป็นไปตามคาด ใบตองยืนกอดอกบ่นใส่ทันทีที่เธอเดินเข้าไปถึง แม้คำพูดจะฟังดูดุ ๆ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ได้จริงจังอะไรนัก ข้าวหอมยกมือขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ ก่อนจะยิ้มแหย“ขอโทษน่า… ก็วันแรกนี่ มหาลัยตั้งใหญ่ ฉันเดินหาตึกเรียนตั้งนาน”“งั้นรีบขึ้นเรียนกันเถอะ วันนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องก็แล้วกัน” ใบตองว่าพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะคว้าแขนเพื่อนสนิทลากขึ้นตึกไปด้วยกันควัน







